เพราะการลงโทษจากคุณครูเพ็ญศรีฉันก็เลยได้ใช้เวลาส่วนตัวกับระเบียงทางเดินหน้าห้องซึ่งความจริงแล้วก็ไม่เลวเหมือนกันฉันคิดว่าหลักสูตรการสอนพระธรรมในโรงเรียนคงจะไม่จำเป็กับฉันเท่าไหร่ดูจากความหมั่นเช็กชื่อเข้าวัดของแม่แล้ว ต่อให้ไม่มีวิชานี้ในหลักสูตรการศึกษาความรู้ทางด้านศาสนาพุทธของฉันก็คงไม่ลดลงแต่จะมีอะไรที่แย่ก็คือฉันคงจะเสียวิชาเดียวที่ได้เกรด 4 ไปล่ะมั้งใช่....จะดีจะร้ายยังไง ฉันก็สามารถได้เกรด 4 วิชาพระพุทธศาสนามาได้ทุกเทอมโดยแทบไม่ต้องพยายามต่างกับวิชาอื่นๆ ที่ต่อให้ตั้งใจขนาดไหนก็อยู่ได้แค่ระดับกลางๆแต่อย่างน้อยก็ไม่ได้ลงไปปลายแถว
จริงๆ แล้วเสียงนกกระจอกกับท้องฟ้าที่เปิดกว้างบวกกับเสียงบทสวดมนต์มั่วๆ จากหลังกำแพงรวมกันนี่ก็เป็บรรยากาศที่ไม่เลวนะ อ้อ!ตรงนี้คงอาจจะคิดว่าจะมีเสียงนินทาฉันออกมาจากในห้องใช่ไหม? แบบในละครน่ะที่เวลาพวกตัวเอกทำอะไรผิด ก็จะมีพวกตัวประกอบที่ไม่มีชื่อนินทาว่า ‘ดูสิๆ ดูยัยนั่นสิ...ยัยนั่นน่ะนะ.....เป็แบบนี้.....’
ไม่มีหรอกค่ะ
ฉันอาจจะดูเป็เด็กเงียบๆ ไม่สู้คนแต่ก็ไม่ใช่เป้าหมายการรังแกของใคร ก็เคยโดนแกล้งอยู่หรอกนะแต่ก็นานหลายปีจนจำไม่ค่อยได้แล้ว จำได้แค่ว่าตอนโดนแกล้งก็ไม่ได้สู้กลับไม่ได้ขอให้ใครช่วย ไม่ได้ทำอะไรเลยก็แค่ปล่อยให้ร่างกายมันไหลไปตามกระบวนการที่มันต้องเป็รู้ตัวอีกทีก็ไม่โดนใครแกล้งอีกแล้ว อาจจะเป็ประเภทที่แกล้งไม่สนุกล่ะมั้ง
เสียงฮึมฮัมในห้องยังคงดังต่อไปตาทั้งสองข้างของฉันยังคงมองไปในท้องฟ้าสีคราม
ชอบเวลาแบบนี้จัง เวลาที่ไม่มีใครมาสนใจเราไม่ต้องทำอะไร น่าจะเป็่เวลาแรกของวันนี้ที่เรารู้สึกเป็อิสระได้ลืมเื่ต่างๆ ได้คุยกับตัวเอง ได้คิด... คิด...
พี่ศราวุธ...
...ส่งยิ้มมา...
ให้เรา...
พี่...ศราวุธ...
.....
ช่างเป็รอยยิ้มที่...
.....
อบอุ่น.....
อยากจะเหยียบย่ำลงไปให้จมดินเลย
“นางสาววัลลภานี่เธอมายืนทำอะไรหน้าห้องน่ะ?”
“คะ...ครูณรงค์?”
“ครูสอนคณิตศาสตร์ห้องเธอเป็คาบที่สองครูจำไม่ผิดใช่ไหม?”
“...เอ่อ...ค่ะ... แต่ว่าครูเพ็ญศรีกำลังสอน...”
“หมดคาบครูเพ็ญศรีไปตั้งสิบห้านาทีแล้วครูเห็นครูเพ็ญศรีกลับไปที่ห้องพักครูตั้งนานแล้วด้วย เป็อะไรของเธอเนี่ย?”
“....”
“งั้นก็เข้าห้องเร็วจะได้เรียนซะที”
“เอ่อ...ครูณรงค์คะ”
“หือ?”
“หนูขอ...ยืนตรงนี้ต่อได้ไหมคะ?”
“จะบ้ารึไง!? เข้าห้อง!!”