จางเฉินลงมาทานอาหารเช้าได้รับข่าวต่างๆ แล้วก็รู้สึกพอใจ การสูญเสียของทั้งสกุลหยางและสกุลเฉินนั้นสูงมากนักรบหลายพันคนตายในคืนเดียว และยังคงต่อสู้กันอย่างต่อเนื่องเริ่มมีการเรียกระดมพลจากตระกูลสาขาอื่นๆ และขอกำลังเสริมจากตระกูลหลักชาวบ้านต่างอยู่กันแต่ในบ้าน จางเฉินไม่สนใจอะไรมากเพียงหลบออกนอกเมือง
“พี่โสมแดง ตระกูลตงฟางท่านต้องการแก้แค้นแบบไหน ตระกูลเฉินนั้นข้าเพียงรู้สึกแค้นเฉินป่าเซียงคนเดียวแต่ที่ฆ่าไปเยอะและวางแผนต่างๆ คือเพื่อลดผลกระทบ”
“ฆ่าทั้งหมดเดินเข้าไปฆ่าตรงๆ เลย” โสมแดงทำเสียงจริงจัง
“โหดร้ายไปไหม”
“ไม่โหดนะ เจ้าทำได้อยู่แล้วด้วยการฝึกปัจจุบัน แค่พวกหลอมรวมลมปราณระดับต่ำ กับก่อเกิดจำนวนมากด้วยวิชาที่เจ้าฝึกทวีปนี้ไม่มีใครทำอะไรเจ้าได้แล้ว”
“หืม ...”
“เจ้าไม่เชื่อวิชาที่เจ้าฝึก ทั้งลมปราณไร้ลักษณ์ กายาเหนือปฐพี และจิตวิญญาณเทวะ เจ้าย่อมสามารถต่อสู้ได้อย่างสบายๆวิชาพวกนี้ข้ากับอาจารย์ได้มาจากโบราณสถานของจักพรรดิ์แม้อาจารย์ข้าไม่ได้ฝึกแต่วิชาเหล่านี้มันเกินสามัญสำนึกไปไกลมาก ยิ่งฝึกรวมๆกันแล้ว น่ากลัวสุดๆ ไม่จำเป็นต้องมีศิลปะการต่อสู้ใดๆ เลยก็ได้ แค่เล่นมันตรงๆในระดับแค่ก่อเกิดและหลอมรวมลมปราณ”
“เอาละเราเดินทางไปเมืองหลงเชี่ยกันก่อนข้าต้องการรู้ข้อมูล” จางเฉินได้แต่เกาหัว แล้วเร่งออกเดินทาง
“เจ้าเอาชุดเกราะที่เคยสร้างใส่ไปคลุมทั้งตัวแล้วก็ตะลุยเลย ระหว่างนี้เจ้าก็หาประสบการณ์การต่อสู้ไปด้วยพยายามแผ่พลังวิญญาณ ศึกษาร่างกายและความเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้ามเจ้าจะได้รับความรู้และประสบการณ์ในมิติที่หลากหลาย”
“ใช้พลังวิญญาณข้าไม่เหนื่อยตายก่อนสิ”
“เจ้าควบควมได้ในขอบเขตเล็กๆให้ใช้มันให้น้อยที่สุด สิ่งสำคัญคือสมาธิชุดเกราะเจ้าจะหนักนิดหนึ่งแต่ถ้าเปลี่ยนเป็นกระบี่ปกติ น้ำหนักไม่มากเจ้าสามารถถล่มพวกมันได้ อย่าคิดมากเรื่องการฆ่าพวกมันทั้งหมด พวกบังคับ ข่มขู่คุกคามผู้อื่น แสดงว่ามันไม่ใช่ตระกูลที่ดี ฆ่าได้ก็ฆ่าให้หมด อย่าให้มีเชื้อ”
พูดเสร็จโสมแดงก็เรียกเจ้านกน้อยไป๋เอ๋อออกมาก แล้วโดดขึ้นไปบนหลังไป่เอ๋อ
“เจ้าไปฝึกในมิติเข้ามิติจากหลังไป่เอ๋อเจ้าจะออกจากมิติที่ด้านหลังไป่เอ๋อ ในครั้งต่อไปถ้าใกล้ถึงข้าจะเรียกเจ้าเอง” โสมแดงรับหน้าที่ควบคุมการเดินทางส่วนจางเฉินก็เข้าไปฝึกในโลกมิติ
จางเฉินกลับสู่มิติแล้วเอาชุดเกราะแรกสุดที่เขาสร้างมาปรับปรุงใหม่ให้มีน้ำหนักเบาลงและแข็งแรงมากขึ้นเสร็จแล้วก็ทำกระบี่เล่มใหม่ จากนั้นจึงเข้าสู่การฝึกตามปกติ
ด้วยการฝึกพื้นฐานหมัดพื้นฐานกระบี่แบบซ้ำๆ ด้วยเกราะหนัก กระบี่หนักที่ต่อเติมเพิ่มน้ำหนักไปเรื่อยๆหลังจากเหน็ดเหนื่อยก็แช่น้ำยาสมุนไพร สร้างอาเรย์ ปรุงยา ผลานพลังวิญญาณและพลังปราณจนหมดก็ฝึกจิตวิญญาณเทวะ วนช้ำกระแสน้ำวนในบ่อลมปราณก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนทะลุลมปราณก่อเกิดขั่นที่ 6
“ถึงแล้ว”จางเฉินออกจากมิติยืนบนหลังไป๋เอ๋อหลังจากโสมแดงเรียก โสมแดงก็เข้ามิติทันทีหลังจากลงจอดจ่างเฉินก็ลูบหัวไป๋เอ๋อ กล่าวขอบคุณ แล้วก็ส่งไป๋เอ๋อเข้ามิติ
เมืองหลงเชี่ยขนาดไม่ต่างจากเมืองเว่ยหยางมากนักจางเฉินเข้าไปในเมืองหาโรงเตี้ยมเพื่อเข้าพัก แล้วสอบถามข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเมื่อง พบว่าเมืองนี้เป็นตระกูลหลักตงฟางครอบครองมีคฤหาสขนาดใหญ่อยู่ไม่ไกล มีตระกูลเล็กๆอยู่สองสามตระกูลต่างก็ถูกกดขี่ข่มแหงอย่างมาก แต่ไม่มีที่ไปใครทนไม่ไหวก็ขายตัวเป็นทาสโดยตรงเพื่อรับความคุ้มครอง และเพียงทำงาน กินอยู่จางเฉินรอหาข้อมูลจนใกล้ค่ำกลับโรงแรม ใส่ชุดเกราะและกระบี่ที่ทำไว้ลักษณะของชุดเกราะคล้ายกับIron man สภาพคือเป็นไอร่อนแมนพกกระบี่จางเฉินมองกระจกแล้วรู้สึกภูมิใจกับผลงานตัวเอง แล้วหัวเราะเบาๆ
“จะทำให้เหมือนไอรอนแมนเลยถ้ามีอุปกรณ์มากกว่านี้”
มันเป็นตัวการ์ตูนตัวโปรดของจางเฉินในอดีตตั้งแต่เด็กเขาชอบที่มันเหาะไปมา และปล่อยพลังได้ ซึ่งโลกนี้เขาก็สามารถทำได้เช่นกันเขาคิดว่างั้น
จางเฉินกระโดดออกจากโรงแรมทางหน้าต่างแล้วเดินไปที่คฤหาสตระกูลตงฟางตรงๆ
“ตระกูลตงฟางออกมาตาย”จางเฉินถึงประตูคฤหาสก็ตะโกนเรียกดังทันที เขาทำรูปแบบการกระจายเสียงไว้บนหมวก ส่วนหนึ่งคือเพื่อไม่ให้ใครจำเสียงได้และการมีเสียงดังสั่นสะเทือนไปทั่วมันก็สามารถข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามได้ระดับหนึ่ง
นักรบตระกูลตงฟางมากมายมาที่ประตูหน้าเมื่อเปิดประตูเห็นจางเฉินก็เตรียมความพร้อมทันทีนักรบกว่า 200 คนและยังทยอยเดินทางกันมากว่าพันไม่นับรวมบนกำแพงเมืองและหอธนูน่าจะเกิน 500 คน รวมๆ อาจจะถึง 2000 จางเฉินเริ่มใจไม่ดี
“โสมแดง 2000 เลยนะหนีก่อนไหม” จางเฉินส่งกระแสจิต
“เจ้าโง่ อาเรย์โจมตี อาเรย์ลวงตาอาเรย์ไฟพิภพ ทำไว้ตั้งเยอะแยะใช้ๆ ไป”
“โอ้แล้วมันก็กินพลังวิญญาณเพื่อเปิดใช้ ข้าจะไม่เหนื่อยก่อนสิ” จางเฉินบ่น
“เอาเถอะ ฆ่า ฆ่าไปก่อนพอตั้งอาเรย์ลวงตาได้ ข้าจะออกไป เจ้าไม่ควรให้ใครรู้ว่ามีข้าอยู่กับเจ้าด้วยอนาคตไม่แน่นอนถ้าเรื่องนี้แพร่หลายออกไป ครอบครัวเจ้าจะเดือดร้อน”
“ดีๆนี่มันการแก้แค้นของเจ้า เจ้าต้องทำงานด้วย ฮ่า ฮ่า” จางเฉินหัวเราะเสร็จก็เดินหน้าเข้าหน้ายามตรงประตูทันที