หลังจากเหยาหย่วนได้ยินคำอธิบายของเฉียนฝูเซิงแล้ว ก็รู้สึกอับจนหนทาง เพราะคดีของโรเบิร์ตในตอนนี้ยังไม่ถือว่าเป็คดีอาญาด้วยซ้ำ เขาจึงยังไม่ได้รับอำนาจอย่างเต็มที่ และไม่สามารถสืบค้นเกินหน้าที่ จึงเป็เหตุให้ค้นพบเว็บบอร์ดออนไลน์ที่โรเบิร์ตไม่ค่อยเล่นอย่างล่าช้า
หากไม่มีสุนัขตำรวจ ไม่มีทางระบุตัวผู้เกี่ยวข้องได้เร็วขนาดนี้ เมื่อคิดได้ดังนั้น เหยาหย่วนก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองสุนัขตำรวจ เลยพบว่าอีกฝ่ายกำลังมองตัวเองอยู่เช่นกัน จึงจำต้องแสร้งพยักหน้าว่าไม่มีอะไร จากนั้นรีบก้มหน้าลงจดโน้ต
“ครั้งสุดท้ายที่ผมเจอกับโรเบิร์ต ก็คือ...วันเสาร์เมื่อสองอาทิตย์ก่อน...ใช่ครับ วันเสาร์” เฉียนฝูเซิงรู้สึกว่าสายตาที่สุนัขตำรวจตัวนั้นมองมาแสนจะคมกริบ ทำให้เขารู้สึกเครียดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ โชคดีที่ชายหนุ่มตรงหน้ามีหน้าตาเป็มิตร ดังนั้นเมื่อตกอยู่ระหว่างความกดดันและความอ่อนโยน เขาก็ทบทวนความทรงจำอย่างละเอียดได้ “วันนั้นเราไปร้านหนังสือที่ดังในโซเชียลและห้องสมุดในเขตเมือง เพราะตารางการเดินทางสบายๆ ดังนั้นเขาจึงกลับโรงแรมั้แ่หัววัน วันนั้นพวกเราคุยกันว่าเดี๋ยวจะไปปีนเขาที่แถบชานเมืองใกล้ๆ แต่เขาบอกว่าวันอาทิตย์ต้องเขียนต้นฉบับ เดี๋ยวจะยืนยันเื่เวลาปีนเขาอีกที”
“แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ติดต่อคุณมาอีกเลยเหรอครับ” เหยาหย่วนถาม
“ไม่มีครับ เขาเป็คนจ่ายเงินให้ผมเดินทางไปด้วย แต่งานนี้ไม่ใช่งานประจำจริงๆ ของผม ผมคิดว่าเขามีแผนเที่ยวอื่นอีก เลยไม่ได้ถามต่อน่ะครับ”
“อืม งั้นเขาโอนเงินให้คุณช่องทางไหนเหรอครับ”
“เปล่า...” เฉียนฝูเซิงลังเลไม่กี่วินาที ก็ถอนหายใจภายใต้สายตาที่เพ่งมองมาของสุนัขตำรวจ แล้วตอบคำถามอย่างยากลำบาก “...เพราะผมคำนึงถึงเื่เลี่ยงภาษี...จึงถามว่าเขาจ่ายเป็เงินสดให้ผมได้ไหม...ซึ่งเขาก็ตกลง...”
‘์ทรงโปรด นี่เขาให้เงินมาเท่าไรกัน ถึงขนาดต้องเลี่ยงภาษีกันเลยเหรอเนี่ย’ เหยาหย่วนควบคุมสีหน้า แล้วหันไปมองสุนัขตำรวจอีกครั้ง
สุนัขตำรวจทำท่าเหมือนเดาได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ จึงพยักพเยิดไปทางสมุดโน้ต ให้เขามีสมาธิหน่อย ดังนั้นตำรวจหนุ่มจึงรีบตั้งสติ แล้วสอบถามเฉียนฝูเซิงเื่รายละเอียดการติดต่อสื่อสารกับโรเบิร์ตต่อ
การพูดคุยครั้งนี้ใช้เวลาเกือบๆ สองชั่วโมง แต่กลับไม่ค่อยได้เื่นัก จากคำพูดของเฉียนฝูเซิง โรเบิร์ตเป็คนจริงจังและเป็คนละเอียด พูดจาสุภาพอ่อนโยนแต่ก็ยังคงรักษาระยะห่าง ไม่ให้เขาเข้าห้องในโรงแรมเลย และไม่เคยพูดว่ารู้จักใครอื่นในประเทศ R หรือเปล่า
ก่อนหน้านี้เฉียนฝูเซิงบอกว่าเคยคลุกคลีกับคนที่เป็โรคย้ำคิดย้ำทำ และท่าทางของโรเบิร์ตก็ดูจะเป็อย่างนั้น อย่างเช่น ไม่ชอบให้ใครเข้ามาในห้อง หรือชอบทานอาหารร้านเดิมๆ อยู่ตลอด เป็ต้น ดังนั้นเขาจึงไม่ได้กระตือรือร้นจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวตารางเดินทางของโรเบิร์ตนัก เลยไม่ค่อยได้เบาะแสเท่าไร
ทางด้านหนึ่งเหยาหย่วนไม่เห็นด้วยกับการรับเงินสดของเฉียนฝูเซิงนัก อีกด้านหนึ่งก็สงสัยว่าโรเบิร์ตอาจจะมีความลับอะไรอยู่
“คุณจะบอกว่า โรเบิร์ตอาจใช้ประโยชน์จากงาน ทำเื่ผิดกฎหมายผ่านการท่องเที่ยวบ่อยครั้งแบบนี้เหรอครับ แบบเื่ซื้อขายยาอะไรแบบนี้ใช่ไหมครับ แล้วการที่เขาหายตัวไปครั้งนี้ ความจริงแล้วเกิดข้อขัดแย้งอะไรบางอย่างกับคนร่วมกระบวนการ ดังนั้น...” เหยาหย่วนขับรถกลับสอบสวนกลางพลางพูดถึงข้อสันนิษฐานไม่จบไม่สิ้นของตัวเอง
สุนัขตำรวจฟังเขาพูดเงียบๆ จนเมื่อรถจอดสนิทแล้วจึงคาบโทรศัพท์ที่พิมพ์ตัวหนังสือเอาไว้เรียบร้อยแล้วส่งให้
“ดนหมดแล้ว ไม่มียาเสพติด เด็กดี กลับเถอะ ไปดูกล้องวงจรปิดกัน” เหยาหย่วนแก้ตัวอักษรที่ผิดไปด้วยขณะที่อ่านตัวอักษรในโทรศัพท์มือถือ
เมื่อเขาเห็นคำว่า ‘เด็กดี’ ก็นึกได้ทันทีว่าตัวเขาเคยพูดคำนี้กับหัวหน้าตัวเองเมื่อสองวันก่อนเช่นกัน จึงรู้สึกว่าตัวเองช่างโง่เกินเยียวยา เลยรีบพูดกับสุนัขตำรวจเื่ตัวอักษรที่พิมพ์ผิดเพื่อรักษาหน้าตัวเองด้วยหน้าแดงแจ๋ “คุณพิมพ์แบบนี้มันอ่านยากนะครับ ไหนบอกว่าจะส่งเครื่องช่วยแปลมาไม่ใช่เหรอครับ ไม่รู้ว่าเมื่อไร...”
เขายังพูดไม่จบ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ซึ่งคนที่โทรมาก็คือสารวัตรเกาจากกรมตำรวจสากล
“หนูเหยา กลับมาหรือยังจ๊ะ” นอกจากเสียงสารวัตรเกาที่อยู่ในสายแล้วยังมีเสียงฝีเท้าอีกด้วย
“ยังครับ เพิ่งจะสอบปากคำเฉียนฝูเซิงเรียบร้อย ท่านมีธุระด่วนหรือเปล่าครับ” เหยาหย่วนเพิ่มเสียงลำโพงในโทรศัพท์ให้ดังขึ้น
“ไม่ได้รีบอะไรหรอก แค่เครื่องช่วยแปลจากประเทศ S ส่งมาถึงแล้วน่ะ แต่ฉันมีภารกิจด่วน ถ้านายกลับมาที่สอบสวนกลางแล้ว ก็ไปรับที่ห้องสำนักงานของกรมตำรวจสากลแล้วกันนะ”
“อย่างนั้นเหรอครับ! ดีจัง! เดี๋ยวผมกลับไปครับ! ท่านไม่ต้องเป็ห่วง” เหยาหย่วนวางสายลงแล้วหันไปคุยกับสุนัขตำรวจอย่างดีอกดีใจทันที “คราวนี้ คุณก็ไม่ต้องเปลืองแรงพิมพ์ตัวอักษรแล้วนะครับ เดี๋ยวพวกเราก็จะได้คุยกันสะดวกๆ แล้ว!”
ราวกับสุนัขตำรวจได้รับอิทธิพลทางด้านอารมณ์จากเขาด้วย ใบหน้าสุนัขที่ดุดันก็เผยรอยยิ้ม
และรอยยิ้มนี้ยังคงอยู่จนกระทั่งเหยาหย่วนหยิบเครื่องแปลภาษาสีชมพูออกมาจากกล่องพัสดุ
“โห...เครื่องช่วยแปลประเทศ S ช่าง...ไม่เหมือนใคร” เหยาหย่วนไม่ทันสังเกตสีหน้าที่เปลี่ยนไปของสุนัขตำรวจ แต่กลับจดๆ จ้องๆ เครื่องช่วยแปลทรงอุ้งมือสุนัขสีชมพู ที่ตรงกลางยังมีปุ่มกดรูปหัวใจอีกด้วย
ของชิ้นนี้ออกแบบสวยงาม ทั้งยังทำได้ดีเยี่ยม รอยต่อเนียนสนิท หัวนอตทั้งหมดมีปลอกนิ่มๆ หุ้มอยู่ แต่...ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันออกจะเหมือนของเล่นเด็กไปหน่อยไหม
สอบสวนกลางประเทศ S มีรสนิยมแบบนี้เองหรือ หรือว่าเป็เครื่องมือตำรวจที่ออกแบบให้น่ารักเพื่อใช้กับสุนัขตำรวจโดยเฉพาะ มิน่าเล่าสุนัขตำรวจถึงไม่ค่อยชอบอุปกรณ์บ้านเรา...
เหยาหย่วนคิดเองเออเอง คิดกระทั่งว่าควรจะไปซื้อปลอกคอสัตว์เลี้ยงแนวโลลิตาจากร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงมาด้วย
แต่ว่าของแบบนั้นจะต้องแพงมากแน่ ตอนนี้เงินออมของเขาเข้าขั้นวิกฤต ใช้เงินสนับสนุนที่ได้จากสอบสวนกลางไปซื้อกระดูกหมูจากโรงอาหารหลายครั้งเพื่อรักษามิตรภาพของสองประเทศนั้นคุ้มค่ามากกว่า