บทที่4
“เที่ยววัง”
“ข้าว่าคุณชายรพีพรรณอาจเป็คู่แท้ของข้าก็ได้นะ พี่วารี ข้ารู้สึกมีความสุขมากเลยที่ได้คุย ได้พบกับคุณชายเกือบทุกวัน”
“คอยดูไปเถิดเ้าค่ะตัดสินตอนนี้มิได้มันเร็วไป หากหม่อมฉันทายไม่ผิด อย่าว่าแต่ชาติกำเนิดนาคนาคาเลยที่คุณชายท่านนั้นจะรับไม่ได้แม้แต่ความกล้าหาญและทัศนคติความไม่ยอมคนของเ้าถ้าเปรียบเป็มนุษย์ทั่วไปยังรับมือยากเหลือคณาเพคะ”
วารีพูดพรางถอนหายใจแลเตือนสติองค์หญิงตรงหน้าหากแต่องค์หญิงนาคาตรงหน้าไม่ได้ยี่ระกับคำพูดของวารีเลยซึ่งวารีก็ได้แต่เฝ้ามองเป็พระพี่เลี้ยงคอยดูแล มิอาจบังคับสิ่งใดได้เพราะสรชาด้วยนิสัยใจคอจริง ภายนอกอาจดูสง่างาม เรียบร้อย ดูหัวอ่อน ดูยอมคนหากทว่าความจริงผิดถนัด เพราะด้วยชาติกำเนิดนาคประการหนึ่งด้วยลักษณะส่วนตัวประการหนึ่ง
สรชาแท้จริงแล้วเป็คนที่มีความกล้าหาญหัวดื้อ ไม่ยอมใคร แม้จะไม่เอาเปรียบหรือทำร้ายใครก่อน แต่หากเมื่อไหร่สรชาโดนทำร้าย องค์หญิงนางนี้กลับมิได้ยอมคนเช่นมนุษย์ พระนางกับวางแผน เอาคืนอย่างสาสมซึ่งผู้ชายที่เป็คุณชายคงรับมิได้แน่แท้ เห็นแค่มุมอ่อนหวานยังไม่เห็นจอมบงการเมื่อโดนกระทำซะแล้ว
“พี่วารีก็พูดเกินไปข้ามิเคยทำร้ายใครก่อน หากแต่ข้ามิยอมให้ผู้ใดมาทำร้ายต่างหากอันตัวข้าคงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี เหมือนท่านพ่อ”
“เ้าค่ะๆ ก็ท่านรักศักดิ์ศรียิ่งชีพ หากคุณชายท่านนั้นมีเล็กมีน้อยขึ้นมาตามประสาผู้ชายเ้าจะทำเช่นไรหรือเ้าคะ”
“ข้า....ก็....คงทนมิได้”
“นั่นไงเ้าคะก็พระองค์น่ะ อย่าว่าเป็เพราะถือชาติกำเนิดที่ต่างกันเลยแม้นชาติกำเนิดเดียวกันเช่นเ้าชายแห่งเมืองอัมพุนาถนครที่ยิ่งใหญ่พระองค์ก็ยังหนีขึ้นมาอยู่กับหม่อมฉันแม้แต่พระพักตร์พระองค์ยังมิเคยเห็นด้วยซ้ำไป ที่มาอยู่นี่ก็เพราะศักดิ์ศรีนั่นแลคนในโลกมนุษย์น่ะ มีน้อยนัก พวกเขายอมทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่้าหากเ้าอยู่นี่นาน ๆ ไปจะเข้าใจเองเ้าค่ะ”
ครั้นวารีพูดจบสรชาก็เดินเข้าห้องนอนตัวเองไปอย่างไม่ค่อยพอใจนักแต่ทันใดกำไลมรกตที่ตนสวมก็เปล่งแสงออกมา สรชาตะลึงไปชั่วขณะเพราะนานแล้วที่ไม่ได้เห็นกำไลคู่ใจเปล่งแสงประกายสุกสกาวขนาดนี้
“พี่วารี”
สรชาลุกกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาให้วารีดูกำไลในข้อมือที่กำลังเปล่งแสงสุกสกาวงดงามวารีเพ่งมองแล้วใเช่นกัน
“เ้า รัตนกรจำเหตุการณ์ที่เ้าแอบหนีมาท่องเที่ยวครั้งนั้นได้หรือไม่”
วารีถามถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่สรชาเคยแอบมาเที่ยวเล่นโลกมนุษย์เมื่อหลายปีก่อนซุกซนจนไปพบเ้าของกำไลนาคมรกตและเกิดเื่บางอย่างขึ้นจนนาคนาคาธิบดีได้ห้ามไม่ให้ขึ้นมาอีกกระทั่งหนีเื่งานแต่งและสรชาก็ต่อรองขอมาอีกครั้งในตอนนี้
“จำได้สิก็มีเ้านางนาคีองค์หนึ่งให้เรามาแทนคำขอบคุณ”
“หม่อมฉันว่า....”
“อย่างไรหรือพี่ว่ารี”
“เปล่าเ้าค่ะ”
เหมือนวารีครุ่นคิดอะไรบางอย่างได้ แต่ก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาปล่อยให้สรชาทำหน้างงๆ แล้วเดินไปปั่นต้นฉบับแก้เซ็ง
“ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถาสิน้อย แต่ก็ขอบใจนะที่ตามสืบให้”
ชายร่างสูง ผิวขาว ใบหน้าคมคาย ั์ตาคู่งาม พูดขึ้นขณะมองไปที่รูปถ่ายบางอย่างในไลน์
ประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมาชรันปกรณ์ให้คนตามสืบตามดูสรชาตลอดรู้มาว่ารพีพรรณตามจีบสรชาอยู่และสรชาเองก็เหมือนมีใจให้ด้วยสิ่งนี้มันทำให้เขาปวดใจยิ่งนักแต่เขาพอจะรู้มาว่าที่วังของรพีพรรณค่อนข้างเข้มงวดเื่การรับสะใภ้เข้าซึ่ง สรชาเองเป็นักเขียนที่รักอิสระคงทนไม่ได้นานกับกฎระเบียบที่เข้มงวดของทางวัง อีกอย่างสรชาไม่ได้เดือดร้อนใด ๆเื่เงิน เธอมีสิทธิจะปฏิเสธใครก็ได้ถ้าเธอไม่ชอบ ชรันปกรณ์ จึงคิดว่าค่อย ๆตีสนิท ค่อย ๆ ปั่นให้สรชาพาตัวเองออกมาดีกว่าท้ายที่สุดเขาต้องเป็ผู้ชายเพียงคนเดียวที่ได้หัวใจเธอ
ชรันปกรณ์คาดหวังกับสรชามากเพราะสรชาคือนางในฝันที่ ชรันปกรณ์ฝันถึงบ่อย ๆตอนแรกเขาก็ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นมีตัวตนจริง นางในฝันที่ใส่ชุดเกาะอกขาวผ้านุ่งเลื่อมลายโบราณเครื่องประดับสีทอง ร่างบางอรชรงามสง่าจนกระทั่งวันมอบรางวัลเขาถึงได้รู้ว่า นางผู้นั้นมีตัวตนจริง ซึ่งก็คือสรชา
“เมื่อเราได้พบกันแล้วฉันจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปแน่นอน ความรู้สึกนี้ ความรักนี้คงเป็สิ่งที่ศาสนาพุทธเชื่อว่า จิตพันผูกแต่ปางก่อนสินะ”
หญิงสาวร่างสูง ใบหน้ารูปไข่รับกับดวงตาคู่งามกำลังสางผมที่ตรงดำขลับเงางามคงไว้ซึ่งกลิ่นหอมที่มีลักษณะพิเศษเธอคนนั้นกำลังเลือกชุดชุดแล้วชุดเล่าที่ถูกดึงจากไม้แขวนมาอยู่บนตัวเธอเธอเลือกแล้วเลือกอีกเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกมีสิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนในร่างกายคือกำไลนาคมรกตสรชาเดินลงบันไดด้วยท่วงท่าสง่างามยิ้มรับให้กับคนตรงหน้า
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“คะครับ”
คนตรงหน้าตะลึงงันเพราะในเวลาปกติสรชาก็มีความงามที่โดดเด่นอยู่แล้วและวันนี้เหมือนแต่งตัวได้งามสง่ายิ่งกว่าวันไหน ๆ ทำเอารพีพรรณอดตะลึงไม่ได้
“รชาไปก่อนนะคะ คุณป้า”
สรชาไหว้นางกำนัลวารีที่ในสถานะเมืองมนุษย์ที่มีศักดิ์เป็คุณป้าเ้าของร้านอัญมณี รพีพรรณก็ไหว้ตามอย่างนอบน้อมพร้อมเปิดประตูให้สรชานั่ง เพราะทั้งสองมีนัดจะพากันไปที่วังของรพีพรรณด้วยความจริงใจรพีพรรณ้าให้สรชาทำความรู้จักกับที่บ้านเพราะตน้าแสดงความจริงใจต่อสรชาให้สรชารู้ว่าตนนั้นรักจริง
ทั้งรพีพรรณไม่เคยที่จะล่วงเกินใด ๆกับสรชา เป็สุภาพบุรุษ มากที่สุดแค่เดินจับมืดอย่างทะนุถนอมรพีพรรณรักสรชาผ่านงานเขียนมาเกือบ 2 ปียิ่งเจอตัวจริงยิ่งหลงใหลไปทุกวัน การแสดงออกและการกระทำต่างๆ ก็กระทำอย่างระมัดระวัง
“เอ๊ะ คุณพี่มาละเหรอ กำลังรออยู่เลย”
เสียงเล็กๆ ของหญิงสาวหัวนักเรียนนอกอย่างจารุนันท์ดังขึ้นพร้อมเมียงมองมายังรถยนต์ของรพีพรรณทันใดที่สรชาก้าวท้าวลงจากรถสายตาทุกคู่ในวังกลับจับจ้องที่สาวงามโดดเด่นเช่นสรชา
“นี่น่ะเหรอ พี่คุณพี่รักคุณพี่ชอบนักหนา”
จารุนันท์พูดแซะคนขับรถแล้วเดินหน้ายิ้มไปรับหญิงชายทั้งคู่จารุนันท์รับไหว้สรชา สรชาที่ยังไม่รู้อายุว่าอายุเท่ากันกับ ตนเองก็ชิงไหว้ก่อนตามธรรมเนียม
“สวัสดีค่ะ”
สรชาเอ่ยคำทักทายอย่างเป็มิตร
“ยินดีต้อนรับค่ะ คุณ....”
“สรชาค่ะ”
“อ๋อคุณสรชา ดิฉันจารุนันท์นะคะ หรือเรียกจาก็ได้ค่ะ”
ท่าทีของจารุนันท์ทำให้รพีพรรณค่อนข้างแปลกใจเพราะปกติจารุนันท์จะค่อนข้างเหวี่ยงๆ ไม่ค่อยต้อนรับใครไม่เหมือนครั้งนี้ รพีพรรณคิดในแง่ดีที่ว่า น้องคงเห็นว่าตนรักใครก็อยากรักด้วย
“วันนี้จาทำอาหารไว้ต้อนรับแขกของคุณพี่ด้วยนะคะ”
สรชารู้สึกดีใจที่ครอบครัวของรพีพรรณต้อนรับตนเป็อย่างดี
มื้ออาหารที่เต็มไปด้วยคนในครอบครัวของรพีพรรณ...
“หวังว่าคุณสรชาคงทานได้นะคะ”
รพีรรณกับสรชามองดูมื้ออาหารตรงหน้าแล้วค่อนข้างแปลกใจ เพราะทั้งหมดที่โต๊ะ มีแต่อาหารตะวันตกซึ่ง สรชาไม่ค่อยถนัดนัก
“ทำไมทำอาหารประเภทนี้ล่ะรชาเขา”
ยังไม่ทันที่รพีพรรณจะพูดจบเสียงหนึ่งจากสาวสวยก็ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มแปลก ๆ ไม่ว่าจะเป็พ่อแม่และน้องสาว ของรพีพรรณต่างก็จ้องจับผิดในกริยามารยาทท่าทางการวางตัวของสรชา เพราะตนถือว่าตนเป็เ้าแม้จะพอรู้สถานะว่าที่บ้านสรชาค่อนข้างร่ำรวยนั้นตนก็ถือว่าเป็แค่กลุ่มพ่อค้าคหบดี ยังไม่มีสิทธิ์มาเทียบเทียมสายเืเ้าสายเืที่บริสุทธิ์ของตนได้
สรชานั่งในห้องรับประทานอาหารอย่างงามสง่ายื่นมือน้อยๆ ค่อย ๆ ประณีตหยิบมีดและซ้อมขึ้นลักษณะท่าทางการกินและดื่มไม่ต่างจากคุณหนูผู้ดีอังกฤษ
“แม้จะไม่ถนัดก็ใช่ว่าจะทำไม่เป็นี่คะไม่เป็ไรนะ”
สรชากระซิบเบาๆ ทำให้รพีพรรณยิ้มกริ่ม แต่ทุกคนในครอบครัวก็รู้สึกแปลกใจแต่ที่ไม่สบอารมณ์สุดคือ จารุนนันท์ที่กำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่
หลังรับประทานอาหารเสร็จรพีพรรณก็พาสรชามาเดินที่สวนข้างวังคุยกันอย่างสนุกสนาน ทั้งคู่อยู่ในสายตาของจารุนันท์ตลอด เพราะจารุนันท์รู้สึกไม่ค่อยพอใจั้แ่เห็นรพีพรรณ ไป ๆ มา ๆ เข้าบ้านสรชา ชอบมาเล่าว่าสรชาดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ มันทำให้จารุนันท์ตั้งเกราะ สร้างกำแพงขึ้นมาในใจ ไม่ยอมเปิดรับ สรชาเพราะตัวเองนั้นกลัวว่าสรชาจะมาแย่งความรักที่พี่ชายมีให้ตนไป
“คุณสรชาคะ พ่อดีหม่อมท่านเรียกน่ะค่ะ”
สรชาที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำเมื่อครู่และใกล้เวลาจะกลับแล้วมองไปที่ระพีพรรณที่ยืนรอที่รถคนรับใช้เหมือนจะรู้ความหมายจึงตอบกลับมาว่า
“อ๋อเดี๋ยว หนูไปเรียนคุณชายให้ค่ะว่าหม่อมขอคุยกับคุณสรชาสักครู่”
“อ๋อได้ค่ะ”
สรชาเดินเลียบวังเล็กๆ ข้างหลังสวนตามคนรับใช้เข้าไป
“มาแล้วเหรอ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นณ ห้องโถงใหญ่อันประดับด้วยเครื่องลายครามมากราคา
******