ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวแม่ในยุค 80

    บทที่ 7 ที่โรงเรียนไม่มีครู

    บทที่ 7 ที่โรงเรียนไม่มีครู


    เหยียนฮ่าวก็กำลังคิดเ๱ื่๵๹นี้อยู่เหมือนกัน ตอนที่เขาอายุ 18 ปี พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตอนนั้นน้องๆ ยังเล็ก ลุงใหญ่มีลูกเยอะ ไม่สามารถรับเลี้ยงพวกเขาได้ เขาทำงานให้กับกองผลิต๻ั้๹แ๻่เช้ายันเย็น ไม่มีเวลาดูแลน้องๆ หลังจากนั้นก็เลยถูกพามาอยู่บ้านน้าจ้าว แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้อยู่บ้านตระกูลจ้าวเฉยๆ เงินเดือนทุกเดือนถูกโจวจินฮวายึดเอาไปหมด 


    โจวจินฮวามีลูกชายสองคน คนโตเอาแต่เที่ยวเล่น ก่อเ๱ื่๵๹วุ่นวายไปวัน ๆ  ลำพังแค่เอาเงินไปใช้หนี้ก็เยอะมากแล้ว ส่วนน้าจ้าวขาไม่ดี ได้แค่ทำงานเบาๆ อย่างการตีฆ้องบอกเวลาในหมู่บ้าน คะแนนงานยังไม่ถึงครึ่งคนเลย ค่ากินค่าอยู่ส่วนใหญ่มาจากคะแนนงานของเขา


    ถ้าเขาขอแยกบ้าน โจวจินฮวาคงจะเอาไปพูดให้คนอื่นฟังว่าเขาอกตัญญู อีกอย่าง สมุดทะเบียนบ้านก็ยังอยู่ในมือของโจวจินฮวา ต้องใช้สมุดทะเบียนบ้านถึงจะไปรับคูปองอาหารและขายข้าวที่ร้านขายข้าวได้ ถ้าไม่มีสมุดทะเบียนบ้าน ต่อให้มีเงินที่บ้านก็คงจะอดตาย

    “เดี๋ยวผมจะลองหาวิธีดู” เหยียนฮ่าวกำลังกลุ้มใจสวี่หรานจึงพูดว่า “มานี่สิ ฉันจะทำแผลให้”


    เหยียนฮ่าวมองไปที่ยาและผ้าพันแผลที่วางอยู่ข้างเตียง “คุณซื้อมาเหรอ?”


    “ซื้อมาพร้อมกันกับของกินน่ะ ฉันซื้อผ้ามาด้วยกะว่าจะเอามาทำรองเท้าให้เหยียนเยว่กับเหยียนชิว” พูดจบสวี่หรานก็หยิบสำลีมาจุ่มแอลกอฮอล์ เหยียนฮ่าวเห็นว่ามีทั้งยาฆ่าเชื้อ ยารักษาแผล และยารักษาอาการเท้าแตก 


     “ต่อไปนี้ไม่ต้องใช้เงินของคุณแล้ว” สวี่หรานเพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่วัน ก็ใช้เงินไปเยอะแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็๞แค่สามีภรรยาปลอมๆ แต่ตอนนี้เขาก็เป็๞สามี เขาหาเงินให้ภรรยาใช้ไม่ได้ ยังต้องให้ภรรยาเอาเงินสินสอดมาใช้อีก เขาจึงรู้สึกไม่สบายใจ


    สวี่หรานไม่ได้พยักหน้าหรือส่ายหน้า เ๹ื่๪๫เงินเธอต้องหาทางแก้ไขเอง แต่เ๹ื่๪๫การแยกบ้าน เธอคิดวิธีออกแล้ว

    …


    เหยียนเยว่กับเหยียนชิวไม่ได้ไปโรงเรียนมาหลายวันแล้วสวี่หรานรู้สึกแปลกใจ เหยียนเยว่น่าจะอยู่ชั้นประถม ส่วนเหยียนชิวน่าจะอยู่ชั้นอนุบาล ทำไมถึงได้อยู่บ้านเฉยๆ แบบนี้?


    “โรงเรียนไม่มีครูค่ะ...” เหยียนเยว่กล่าว


    โรงเรียนประถมในหมู่บ้านขาดแคลนครู หมู่บ้านหย่งฮุยเป็๲หมู่บ้านที่ยากจนและห่างไกล เดิมทีทางอำเภอจะส่งครูมา แต่พอมาเห็นชีวิตความเป็๲อยู่ของชาวบ้าน ก็กลัวว่าโรงเรียนจะต้องปิดตัวลง สอนไปได้สองวันก็หาทางย้ายออกไปหมด เหลือแค่ครูใหญ่คนเดียว


    “ขาดแคลนครูเหรอ?”สวี่หรานรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที งานหนักอย่างการทำไร่ทำนา เธอทำไม่ไหว ร่างกายไม่อำนวย แต่ถ้าเป็๲งานสอน เธอคิดว่าเธอทำได้ พรุ่งนี้ไปถามดูดีกว่า


    สวี่หรานล็อกประตูหน้าต่าง แล้วก็ออกจากบ้าน พอไปถึงโรงเรียน ครูใหญ่หวังก็รู้สึกประหลาดใจมาก ก่อนหน้านี้เคยได้ยินมาว่า หลานชายบ้านตระกูลเหยียนแต่งงานกับสาวในเมือง พอได้เห็นตัวจริง ก็รู้สึกว่าสะใภ้คนนี้ดูดีจริงๆ


    “เธอเรียนจบระดับไหนมา?” ครูใหญ่หวังถาม “ถ้าความรู้ไม่ถึงก็ไม่ได้นะ!” เมื่อก่อนมีปัญญาชนมาทำงานในชนบท โรงเรียนประถมก็เลยมีครูเยอะ แต่สองสามปีที่ผ่านมา ปัญญาชนก็ทยอยกลับเมืองกันหมด ส่วนคนหนุ่มสาวในหมู่บ้านที่มีความรู้ ก็มุ่งมั่นที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่มีใครอยากจะอยู่เป็๲ครูที่นี่ 


    สวี่หรานพยักหน้า แล้วพูดอย่างจริงใจ: “ความรู้ฉันถึงแน่นอนค่ะ ถ้าครูใหญ่ไม่มั่นใจ ก็ลองให้ฉันทำข้อสอบก็ได้ค่ะ”


    ครูใหญ่หวังพยักหน้า เขาเองก็เตรียมตัวไว้แล้ว จึงหันไปหยิบข้อสอบออกมาจากลิ้นชัก แล้วพูดว่า: “ถ้าเธอทำข้อสอบได้ 80 คะแนนขึ้นไป ก็ถือว่าผ่าน” การหาครูที่นี่มันยากจริงๆ ขอแค่ไม่แย่เกินไปก็พอ

    สวี่หรานรับมาดู เป็๞ข้อสอบระดับมัธยมปลาย เธอหยิบปากกาขึ้นมา กำลังจะเขียน ครูใหญ่หวังก็พูดว่า “เธอต้องเขียนคำตอบลงในกระดาษแผ่นอื่นนะ อย่าเขียนลงในข้อสอบ” การพิมพ์ข้อสอบที่โรงเรียนต้องใช้น้ำหมึกกับแปรง กระดาษไขกับปากกาเหล็กก็ต้องใช้อย่างประหยัด แถมข้อสอบพวกนี้เขายังต้องเขียนเองกับมือเลย