เป็เวลาสามปีที่เถียนเยวี่ยไม่ได้กลับไปที่หุบเขาไผ่หอมตามสัญญาระหว่างเขากับพี่น้องคนอื่นหลังจื้อหานข่งสิ้นบุญไปเมื่อปีกลายเถียนเยวี่ยยังใช้ชีวิตอยู่ที่กระท่อมกลางไร่แตงก่อนขึ้นเรือข้ามไปอาศัยอยู่ที่เกาะดำเนินชีวิตเยี่ยงชาวประมงหาปลาทั่วไป
ก่อนจื้อหานข่งจะสิ้นใจหลายเดือนก็ได้พบศิษย์พร้อมหน้าเพราะเถียนเยวี่ยละเมิดคำสั่งส่งข่าวให้ศิษย์ทั้งสี่รับรู้ชายหนุ่มหวังให้พี่น้องคนอื่นได้มีโอกาสพบอาจารย์ดังเช่นเขาจื้อหานข่งจากไปพร้อมรอยยิ้ม ไร้ทุกข์ ไร้ห่วงใดๆ
เพราะอยู่เกาะแดนใต้ ห่างไกลข่าวสารระหว่างทางกลับสู่หุบเขาไผ่หอมอีกครั้งเถียนเยวี่ยจึงรับรู้ข่าวการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของหลันิ จนกระทั่งมีคนพบเสื้อผ้ายาและอุปกรณ์รักษาของหมอเทวดาในป่าลึกทางทิศตะวันออกติดกับแคว้นลู่หนาน
บุคคลผู้แรกที่บุรุษจากหุบเขาไผ่หอมคิดถึงคือหลันซิ่วจู ชายหนุ่มรีบรุดเดินทางไปยังถูหยางทันทีที่ทราบข่าว
บ้านสกุลหลันยามนี้ดูอึมครึมมัวหม่นเป็สองเท่าจากข่าวร้ายและสายฝนที่พรำตกอีกครั้งก่อนฤดูหว่านเพาะครั้งใหม่เพราะไม่อยากพบผู้คนที่ถามเวียนซ้ำแต่เื่ร้ายเดิมๆหลันซิ่วจูจึงปิดประตูบ้านขังตัวอยู่แต่ภายในความเงียบของบ้านทำให้หูนางแว่วได้ยินเสียงบิดาเรียกที่หน้าบ้านจนต้องผวากายผุดลุกผุดนั่งหลายครั้งครั้นเปิดประตูออกมาก็พบแต่ความว่างเปล่า
บิดาออกจากบ้านหนนี้นานผิดปรกติจนนางร้อนใจมีจดหมายจากท่านลุงหลางถามว่าบิดานางเดินทางถึงบ้านหรือยัง นางตอบกลับไปตามจริงจึงได้จดหมายตอบกลับมาว่าบิดาออกเดินทางมาได้สักระยะแล้วหากไม่แวะทำธุระที่ใดก็น่าจะถึงถูหยางก่อนหน้านี้เป็เดือน
กระทั่งวันหนึ่งมีบุคคลไม่เคยเห็นหน้านามเต๋อเจิ้นมาไต่ถามถึงบิดานางเพราะเขาเปิดเผยว่าป็นคนจากวังหลวงนางจึงเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟังหวังขอความช่วยเหลือ เขาคนนั้นท่าทางร้อนใจกับการหายตัวไปของบิดานางมากและออกปากจะสืบเสาะหาบิดา แผ่นป้ายประกาศคาดว่าถูกติดไปทั่วแคว้นแต่ที่พบนั้นกลับเป็เพียงเสื้อผ้า ทว่าไร้คน
แม้ไม่พบศพ แต่อาภรณ์ห่มกายเปื้อนเื ข้าวของใกล้กันล้วนยืนยันว่าเป็ของหลันิจึงทำให้หลายฝ่ายเทน้ำหนักว่าบิดานางพบเจอชะตากรรมแสนโหดร้ายชีวิตอาจจะหาไม่แล้ว
ทว่านางยังหวังในแง่ดีว่าบิดาอาจจะเพียงหายสาบสูญท่านคงมีเหตุจำเป็จึงละทิ้งเสื้อผ้าและข้าวของ
หลายเดือนมาแล้วที่หลันซิ่วจูอยู่อย่างคนไร้จิติญญานางไร้ญาติเพราะบิดาเป็เด็กกำพร้ามารดาก็เป็ลูกสาวคนเดียวของบ้านแต่ก็มาด่วนจากไปสิ้นตายายที่เลี้ยงดูจึงเหลือเพียงบิดา มาถึงตอนนี้ท่านกลับไร้ร่องรอย
เพราะบาปกรรมแต่หนหลังหรืออย่างไร คนที่นางรักล้วนทอดทิ้งนางไปหมดไม่เว้นแม้แต่...ท่านอาเถียน
นอกจากปัดกวาดเช็ดถูห้องของบิดา หลันซิ่วจูก็ไม่มีจิตใจทำสิ่งใดข้าวปลาอาหารล้วนปรุงง่ายๆกว่าครึ่งนั้นนางได้รับน้ำใจจากบ้านหวงและท่านป้าเหนียงเซียงกับลูกชายวันเกิดนางผ่านไปแล้ว ไม่มีทั้งบิดา ไม่มีทั้งเขา
หรือนางจะต้องอยู่เดียวดายบนโลกใบนี้
เช่นไร...นางควรทำเช่นไรในวันหน้า
หลันซิ่วจูลุกจากเตียงของบิดานางเดินราวกับร่างไร้ิญญาไปที่ห้องปรุงยาของเขา
เวลาสายัณห์ก้าวแรกที่เถียนเยวี่ยเหยียบย่างเท้าลงหน้าลานบ้านสกุลหลันเขาพบกับต้นไม้ส่วนใหญ่เริ่มแห้งเฉา ความหมองเศร้าราวปกคลุมไปทั้งบริเวณพอๆกับเศษใบไม้ร่วงหล่นกระจัดกระจาย
ที่แรกที่เขาไปคือห้องของหลันิ ที่นั่นเขาพบเพียงความว่างเปล่าชายหนุ่มเดินต่อไปยังห้องปรุงยา ประตูห้องยาเปิดกว้างทั้งสองด้านหน้าโต๊ะทำงานของหมอเทวดามีร่างหนึ่งนั่งอยู่