บทที่ 26 เอาชนะนายได้ด้วยหมัดเดียว
เหล่านักเรียนที่ส่งเสียงเชียร์เมื่อครู่เงียบลง
การแข่งขันประลองครั้งนี้มีทั้งหมดสิบรอบ
ตอนนี้ดำเนินมาถึงรอบที่สี่แล้ว
โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีแพ้หมดทุกรอบ
สิ่งที่น่าอับอายยิ่งกว่าคือ ในสามรอบก่อนหน้านี้ ตัวแทนของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี ไม่มีใครที่ยืนหยัดได้เกินสิบวินาที
ในรอบที่สี่นี้ ถึงแม้ว่าหวังอวี่ถิงจะฝืนทนได้สามนาที แต่ทุกคนก็มองออกว่า เป็เพราะคู่ต่อสู้จงใจออมมือ อยากจะเล่นเต็มที่
ต่างชั้นขนาดนี้เลยเหรอ?
เด็กนักเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีตกอยู่ในความเงียบงัน
ในขณะที่ฝั่งตรงข้าม เหล่าเด็กนักเรียนของสถาบันฉีเซินกลับโห่ร้องและหัวเราะอย่างร่าเริง
"น้องฉีเพิ่งจะเข้าเรียนปีนี้ แต่สามารถเอาชนะรุ่นพี่ของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีได้สบาย ๆ เลย"
"ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมในการประชันเทพาถึงได้อยู่บ๊วยตลอด เรียนแบบนี้ก็สมควรแล้วที่ไม่ชนะ"
"นี่คือความแตกต่าง ขนาดหมายังไม่อยากอยู่โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีเลย"
เด็กสถาบันฉีเซินที่สวมเครื่องแบบราคาแพงพูดจาล้อเลียนและหัวเราะเสียงดัง แต่ละคนแสดงสีหน้าเย่อหยิ่งออกมาเต็มที่
เหล่าเด็กของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีโกรธจนหน้าแดงก่ำ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับความต่างชั้นเช่นนี้ พวกเขาก็พูดอะไรไม่ออก
ภายในสนามประลอง
ฉีอี๋เชี่ยนแสดงสีหน้าภูมิใจและหยิ่งยโสอย่างไม่ปิดบัง
"ฉันเข้าสถาบันฉีเซินมาแค่สามเดือน ก็สามารถเล่นงานรุ่นพี่ของพวกเธอได้ สบาย ๆ เลย"
"ได้ยินมาว่าไอ้พวกขี้แพ้แบบนี้เป็ตัวแทนของโรงเรียนพวกนายเหรอ"
"ชื่อหวังอวี่ถิงใช่ไหม?"
"เหอะ อ่อนแอจนน่าสมเพช แม้แต่ป้าแม่บ้านของโรงเรียนพวกเรายังเก่งกว่าเลย"
"รีบ ๆ กลับไปซะ ระวังจะขายหน้ากว่าเดิมนะ"
เธอจ้องคู่ต่อสู้ที่กำลังฝืนกายลุกขึ้นมาพร้อมถ้อยคำดูถูกเหยียดหยาม
หวังอวี่ถิงซึ่งเป็ตัวแทนของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีไม่ได้รับาเ็รุนแรง แต่กลับถูกถ้อยคำดูถูกเ่าั้ทำให้กระอักเืออกมา
"ยังมีใครอีกไหม?"
ฉีอี๋เชี่ยนกวาดตาไปทางที่นั่งของกองเชียร์ทิศใต้ พร้อมส่งเสียงเยาะเย้ยดังลั่น "พวกขยะ เลิกทำฉันเสียเวลาซะที"
มันเป็ความกร่างและถือดีจนถึงขีดสุด
เด็กนักเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีต่างก็นิ่งเงียบด้วยความอับอาย
พวกเขาไม่ได้กลัวที่จะออกไปสู้ ไม่ได้กลัวจะได้รับาเ็
แต่กลัวว่าจะสู้ไม่ชนะ
การเสียหน้าเป็เื่รอง
เื่หลักคือ หากแพ้การประลองแลกเปลี่ยนครั้งนี้ ทรัพยากรที่โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีได้รับจากหน่วยงานการศึกษาก็จะถูกลดทอนลงไปอีก
ชั่วขณะนี้ไม่มีเสียงใด ๆ ดังขึ้นแม้แต่เสียงเข็มตก
ขณะที่โจวอี้โหยว หัวหน้าทีมของสถาบันฉีเซินลุกขึ้น
เขายกยิ้มอย่างเย่อหยิ่งและพูดด้วยความรู้สึกเหนือกว่า “ถ้าไม่มีใครกล้าออกมาสู้ ก็ถือว่ายอมแพ้ ฉันพูดตามตรง การแลกเปลี่ยนกับขยะอย่างพวกนาย มันเป็การเสียเวลาสุด ๆ…”
ประโยคยังไม่ทันจบ
“ใครบอกว่าไม่มีคนกล้าสู้”
ด้านหลังของฝูงชน หลี่เซี่ยวเฟยทะยานขึ้นไปในอากาศ ะโเข้าไปในสนามประลอง “ฉันเอง”
เมื่อเข้ามาอยู่ในโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี ก็ต้องมีเกียรติร่วมกัน
หลี่เซี่ยวเฟยเป็คนที่มีความกล้าหาญและชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่โดยธรรมชาติ เขาไม่เคยเป็คนเห็นแก่ตัวที่สนใจแต่ประโยชน์ของตนเอง
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจออกมาสู้
“นายเองเหรอ?”
สายตาของฉีอี๋เชี่ยนเหลือบมองแล้วยิ้มเยาะ “หน้าตาก็ดีอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าจะทนได้นานแค่ไหนกัน”
พูดจบก็ลงมือทันที
พื้นดินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าแหลกเป็ฝุ่นผง
เสี้ยววินาทีถัดมา ร่างของฉีอี๋เชี่ยนก็มาปรากฏอยู่เหนือหัวของหลี่เซี่ยวเฟยแล้ว
ขาเรียวยาวเรืองประกายสีเงินฟาดลงมาอย่างรุนแรง ราวกับขวานขนาดั์ที่คมกริบ
หลี่เซี่ยวเฟยยกมือขึ้นตบเธอ
เพียะ!
ฉีอี๋เชี่ยนหมุนตัวกลางอากาศสามพันสามร้อยรอบและตีลังกาหลังเจ็ดร้อยยี่สิบองศา พุ่งกลับไปด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม
ตุ้บ
ร่างอันบอบบางกระแทกพื้นอย่างรุนแรง สลบไปทันที
“แค่นี้เองเหรอ?”
หลี่เซี่ยวเฟยพูดเสียงเรียบ “ความสามารถระดับนี้ ก็กล้ามาหาเื่ที่โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีของพวกเราได้นะ”
หลังจากนั้น เขาก็กระดิกนิ้วไปทางนักเรียนของสถาบันฉีเซิน “เชิญ เชิญ คนต่อไปขึ้นมา”
ความเงียบโรยตัวอยู่ชั่วครู่
ก่อนที่อัฒจันทร์ทางทิศใต้จะะเิเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง
“ดี สู้ได้ดี!”
"ฮ่า ๆ สวยมาก!"
นักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีต่างตื่นเต้นจนลืมเื่ก่อนหน้าไปหมด
แน่นอน มีคนสงสัยจึงหันไปถามเพื่อนข้าง ๆ "พี่สุดหล่อคนนี้คือใครนะ ไม่เคยเห็นเลย"
ในทางกลับกัน นักเรียนของสถาบันฉีเซินทั้งใและโกรธเกรี้ยว
"จำเป็ต้องทำร้ายกันขนาดนี้เลยเหรอ?"
"น้องฉีเป็ผู้หญิงแท้ ๆ กลับรุนแรงกับเธอแบบนี้"
"อภัยให้ไม่ได้"
"กระทืบมันเลย"
ฟุบ ๆ ๆ
นักเรียนสถาบันฉีเซินสามคนโดดเข้าไปในสนามประลองราวกับนัดกันไว้
คนหนึ่งวิ่งไปประคองฉีอี๋เชี่ยน แล้วพาเธอออกไป
สายตาของอีกสองคนราวกับใบมีดคมกริบจ้องหลี่เซี่ยวเฟยเขม็ง
ฉากนี้ทำให้เหล่านักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีไม่พอใจ "ไอ้หน้าด้าน เกินไปแล้วนะ จะทำลายกฎกติกาการแข่งขันด้วยการรุมสองต่อหนึ่งรึไง?"
นักเรียนสถาบันฉีเซินสองคนนั้นสบตากัน
"น้องเยว่ เธอถอยไปก่อน พี่จะจัดการเ้าบ้านี่เอง"
"พี่ฉาง ฆ่าไก่ทำไมต้องใช้มีดเชือดวัวด้วย*[1] ให้ฉันจัดการดีกว่า"
ทั้งสองต่างไม่ยอมถอย แล้วก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมกัน
หลี่เซี่ยวเฟยโบกมือเรียก "ไม่ต้องแย่งกัน ฉันรีบ พวกนายมาทีเดียวเลย"
"อวดดีนักนะ แกเป็ใครถึงคู่ควรให้พวกฉันต้องร่วมมือกัน"
"ไอ้ขยะ แกคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหนกัน?"
ทั้งสองต่างเย้ยหยันออกมา
"รนหาที่ตาย"
หลี่เซี่ยวเฟยยิ้มเย็น ชกหมัดออกไป
ยังคงเป็ท่า ‘หมัดสายฟ้าวัชระ’
แสงสีทองอ่อนปกคลุมหมัด กำปั้นยังมาไม่ถึงแต่ลมจากหมัดก็โถมเข้ามาก่อน คลื่นอากาศที่มองไม่เห็นโถมเข้ามาดั่งัคลั่ง
รุ่นน้องเยว่ใ รวบรวมพลังดวงดาว พยายามป้องกันสุดชีวิต แต่กลับถูกโจมตีจนกระเด็นออกไป
ต่อมาคือรุ่นพี่ฉาง
คนคนนี้เก่งกว่า มีแสงสีน้ำเงินอ่อนระยิบระยับทั่วร่าง สองแขนไขว้กันเป็รูปกากบาท ควบแน่นพลังเป็โล่แสงสีน้ำเงินเพื่อป้องกันอย่างสุดความสามารถ
ปัง!
ภายใต้พายุจากพลังหมัด โล่แสงสีน้ำเงินแตกกระจายในพริบตา
"เฮ้ย!"
ภายใต้หมัดอันแข็งแกร่ง นักเรียนฉางกระอักเืคำใหญ่ ร่างกระเด็นออกไปกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง
หลี่เซี่ยวเฟยยืนอยู่ที่เดิม ชักหมัดคืนช้า ๆ
"อ่อนแอเกินไป"
"น่าสมเพช"
"อ่อนแอจนน่าหัวเราะ"
เขาใช้คำพูดของอีกฝ่ายถากถางคืน "กระชับมิตรกับพวกขยะอย่างพวกนาย มันเสียเวลา"
นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีตกตะลึง
นี่มันฮีโร่จากที่ไหนกัน
เสียงโห่ร้องะเิดุจูเาไฟปะทุดังขึ้นจากนักเรียนกว่าห้าสิบคน
พวกเขาโห่ร้อง ะโโลดเต้นอย่างยินดี
เป็ความรู้สึกยินดีที่ไม่เคยััมาก่อน
ในขณะที่นักเรียนของสถาบันฉีเซินต่างใและโกรธแค้น ไม่อาจเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ได้ลง
แต่ภาพโฮโลแกรมที่ลอยอยู่เหนือสนามประลองยังคงฉายภาพช้าของการต่อสู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพียงแค่หมัดเดียว
หมัดเดียวก็เอาชนะนักเรียนของสถาบันฉีเซินไปแล้วสองคน
พลังหมัดทำให้ทุกคนทึ่ง
แม้แต่ในสายตาของปู่ฉินที่เฝ้าดูจากประตูก็ยังมีความรู้สึกแตกต่างออกไป "ดูเหมือนว่าครั้งนี้เสี่ยวเฉินคงได้พบกับอัจฉริยะด้านศิลปะการต่อสู้โบราณตัวจริงแล้วสินะ"
ในตอนนั้น
"นายนี่เอง"
จู่ ๆ โจวอี้โหยวก็ะโเสียงดัง "นาย… ที่อยู่ในสลัม?"
ในที่สุดเขาก็จำหลี่เซี่ยวเฟยได้
หนุ่มหล่อในชุดนักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีกลับกลายเป็หมาคลั่งรักในสลัมตัวนั้น
"เพิ่งจำได้เหรอ?"
หลี่เซี่ยวเฟยเงยหน้าขึ้นแล้วชี้ไปที่โจวอี้โหยว "มาสิ ฉันอยากรู้ว่าความแข็งแกร่งของนายมันคู่ควรกับความเย่อหยิ่งจองหองในวันนั้นหรือเปล่า"
เขาน่ะจดจำได้ดี
โจวอี้โหยวใ ก่อนจะฉีกยิ้มเย็น "ดูเหมือนนายจะไม่ได้ฟังคำเตือนของฉันเลยสินะ"
คนชั้นต่ำในสลัมที่เก็บความคิดยึดมั่นอันโง่เขลาเอาไว้ อยากจะเด็ดดอกไม้แสนงาม
ไม่ยอมอยู่อย่างสงบเสงี่ยม กลับอยากจะใช้การเรียนเป็หนทางชุบตัว เพื่อเชิดหน้าชูตาอยู่ในวงสังคม
ช่างโง่เขลาเสียจริง
โจวอี้โหยวเคลื่อนกายทะยานลงสู่สนามประลองราวสายลม
“โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีสิ้นหวังจนต้องรับคนจนจากสลัมเข้าเรียนสินะ”
เขาจ้องมองไปที่หลี่เซี่ยวเฟยอย่างดูถูก แววตาแฝงไปด้วยความมั่นใจอย่างแรงกล้าบนใบหน้า
“คนที่ต่อสู้กับนายก่อนหน้านี้เป็เพียงน้องใหม่ของพวกเรา เดิมทีเราแค่คิดจะหาความสนุกเพื่อฆ่าเวลาก็แค่นั้น… ถ้านายอยากจะทำตัวเด่น งั้นนายก็จะได้เห็นพลังที่แท้จริงจากโรงเรียนมัธยมชั้นนำ ฉันจะให้นายรู้ว่าความสิ้นหวังนั้นเป็ยังไง”
หลี่เซี่ยวเฟยหัวเราะ
“หมัดเดียว”
เขาแค่นหัวเราะ “การเอาชนะนายน่ะ หมัดเดียวก็เพียงพอแล้ว ถ้าฉันออกหมัดมากกว่าหนึ่ง ฉันจะยอมแพ้เอง”
[1] ฆ่าไก่ทำไมต้องใช้มีดเชือดวัว เปรียบเปรยการทุ่มใช้กำลังมากมายเพื่อผลลัพธ์อันน้อยนิด