อำมรินทร์รู้สึกทนไม่ไหวที่ป่านนี้ยังตามหาภาณุมาศไม่พบ เขาเลยไปพบคุณพงศ์ศักดิ์ถึงที่บ้าน
“สวัสดีครับคุณอำมรินทร์ ลมอะไรหอบคุณมาถึงที่นี่ครับ” พงศ์ศักดิ์ทักทาย
“ผมมาตามภาณุมาศกลับบ้านครับ ไม่ทราบว่าคุณรู้มั้ยว่าเธออยู่ที่ไหน” อำมรินทร์บอกธุระ
“ผมจะไปรู้ได้ยังไงครับ เธอไม่ใช่ภรรยาผมนี่”
“แล้วเธอติดต่อคุณมาบ้างมั้ยครับ”
“ไม่ครับ หากไม่ใช่ธุระสำคัญจริงๆ พวกเราไม่ติดต่อกันหรอกครับ”
“ไม่น่าเชื่อนะครับ ในเมื่อพวกคุณเคยเป็แฟนกันมาก่อน” อำมรินทร์ยังไม่เชื่อ
“หึ หึ พวกเราตัดขาดจากกันั้แ่เมื่อเธอแต่งงานกับพ่อของคุณแล้วครับ หลังจากนั้นพวกเราไม่เคยติดต่อกันอีกเลย นอกจากจะคุยกันเื่ธุรกิจเท่านั้น” พงศ์ศักดิ์อธิบาย
“อ้าว เห็นวันนั้นคุณยังไปพบภรรยาผม ที่ห้างสรรพสินค้าเลยนี่ครับ” อำมรินทร์สงสัย
“นั่นมัน……………..” พงศ์ศักดิ์พูดไม่จบเพราะได้ยินเสียงพรรณพร ภรรยาตนเอง
“โอ๊ย โอ๊ย คุณพงศ์คะ ฉันเจ็บท้องจะคลอดค่ะ พาฉันไปโรงพยาบาลด่วนเลยนะคะ” พรรณพรเดินออกมาจากห้องด้วยใบหน้าซีดเซียว เอามือมากุมท้องไว้
พงศ์ศักดิ์รีบไปหาภรรยาทันที “อ้าวคุณมันเพิ่งแปดเดือนเองนะครับ”
“ไม่ไหวแล้วค่ะ เร็วเข้า” พรรณพรไม่มีแรงจะพูด
พงศ์ศักดิ์รีบสั่งลูกน้องเตรียมรถ แล้วรีบอุ้มพรรณพรไปที่รถทันที
อำมรินทร์ใกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า แต่เขาก็เป็คนไปช่วยเปิดประตูรถ ทำให้พาเธอเข้าไปในรถได้สะดวก
อำมรินทร์ติดตามพงศ์ศักดิ์ไปที่โรงพยาบาลด้วย ตอนนี้พงศ์ศักดิ์เดินไปเดินมาหน้าห้องคลอด เพื่อรอให้ภรรยาคลอดลูก จนกระทั่งภรรยาคลอดลูกชายอย่างปลอดภัย เขาถึงขั้นโล่งใจและดีใจอย่างมากที่เขาได้เป็พ่อคนแล้ว
อำมรินทร์อยากเข้าไปแสดงความยินดี แต่สักพัก พล ที่ปรึกษาของเขาก็โทรมา
“คุณอำมรินทร์ครับ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน” พล ถามอย่างเร่งร้อน
“มีเื่อะไรหรือเปล่า คุณพล” อำมรินทร์กล่าว
“คือว่า ลูกค้าเขา้าคุยกับคุณคนเดียวครับ คุณรีบมาที่ท่าเรือด่วนเลยนะครับ” พลกล่าว
อำมรินทร์เลยบอกลาพงศ์ศักดิ์ แล้วขับรถไปที่ท่าเรือทันที ในตอนนี้เขาถึงกับโล่งใจที่มารู้ว่าพงศ์ศักดิ์มีภรรยาและลูกอยู่แล้ว เขารู้สึกเสียใจที่เขาเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาณุมาศ จึงทำให้เขาอยากหาเธอให้พบเพื่อกล่าวขอโทษเธอ
************************************************
เมื่อเขาติดต่อลูกค้าเรียบร้อย ลูกค้าคนนั้นบอกเื่ที่คู่แข่งบริษัทเดินเรือที่ฟิลิปปินส์ยังคงจะมาล้วงข้อมูลลับบริษัทของอำมรินทร์ ดังนั้นเขาจึงดำเนินการแจ้งตำรวจไว้ก่อนเพื่อให้ตำรวจช่วยไปเตือนคู่แข่งบริษัทนั้น
หลังจากนั้นเวลาห้าทุ่ม อำมรินทร์ลืมเอกสารสำคัญไว้ที่บริษัท จึงรีบกลับไปที่บริษัทอีกที อำมรินทร์เดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ด แต่แล้วเขาเห็นร่องรอยการงัดแงะ เขาจึงบอกให้บอดี้การ์ดแยกย้ายกันดักคนร้าย
อำมรินทร์เห็นว่านายมาร์คกำลังจะไขรหัสตู้เซฟ เขาจึงเข้าจู่โจม แต่แล้วนายมาร์คใมากจึงรีบผลักอำมรินทร์ทันที ทำให้ศีรษะของอำมรินทร์ไปกระแทกกับขอบโต๊ะสลบไป โชคดีที่บอดี้การ์ดเข้ามาจับกุมตัวนายมาร์คได้ทัน นายมาร์คจึงถูกจับกุมส่งไปที่สถานีตำรวจ ในขณะที่อำมรินทร์ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลทันที
นายมาร์คถูกดำเนินคดีทั้งวางะเิรถและแอบขโมยข้อมูลสำคัญของบริษัทอำมรินทร์ โดยซัดทอดไปยังบริษัทเดินเรือที่ฟิลิปปินส์ว่าเป็ผู้บงการ แต่ซินดี้ก็พยายามวิ่งเต้นและประกันตัวนายมาร์คออกมาก่อน เพื่อรอขึ้นศาลต่อไป
อำมรินทร์ฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล ในตอนนี้ความทรงจำของเขากลับคืนมาทั้งหมดแล้ว แต่ตอนนี้ผกายฤกษ์ได้ทิ้งเขาไปเสียแล้ว ยังดีที่อำมรินทร์นึกขึ้นได้ว่าผกายฤกษ์ได้กลับไปทำงานเป็บอดี้การ์ดให้กับสายชล ทำให้เขารู้สึกใจชื้นขึ้นมาที่รู้เบาะแสของผกายฤกษ์แล้ว
************************************************
วันนี้สายชลต้องไปถ่ายแบบริมชายหาดโดยมีผกายฤกษ์ติดตามมา และนายอำนาจก็ว่างเลยมาตามคุมภรรยาด้วย เขาให้พี่เลี้ยงคอยดูแลลูกชายของเขาที่บ้าน
ระหว่างที่ภรรยาของอำนาจกำลังถ่ายแบบอยู่นั้น อยู่ดีๆ อำมรินทร์ก็เดินมุ่งตรงมาที่กองถ่าย นายอำนาจเห็นเข้าเลยรีบเข้ามาขวางทันที
“นายมาทำอะไรที่นี่” อำนาจรีบถาม
“มารับภรรยากลับบ้าน หลีกไป เร็วเข้า” อำมรินทร์กล่าว
“ใครเป็ภรรยาของนายไม่ทราบ สายชลเป็เมียฉัน” อำนาจกล่าวอย่างฉุนๆ
“ภรรยาของฉันไม่ใช่สายชล นายหลบไปเร็วเข้า อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” อำมรินทร์กล่าว
เมื่ออำนาจได้ยินว่าเมียของอำมรินทร์ไม่ใช่สายชล จึงยอมปล่อยเขาไป
อำมรินทร์เดินดุ่มๆ มุ่งไปทางผกายฤกษ์ แล้วเขาก็รีบอุ้มเธอทันที
“นี่คุณทำบ้าอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคะ” ผกายฤกษ์ใ
“พาเมียกลับบ้านไงครับ ผกายฤกษ์” อำมรินทร์หอมแก้มเธอแล้วพูดอีกว่า “ผมอุตส่าห์ช่วยชีวิตคุณไว้ คุณยังกล้าทิ้งผมไปอีก ทำไมล่ะครับ คุณไม่รักผมบ้างเลยหรอ”
ผกายฤกษ์หันซ้ายหันขวาด้วยความอาย “ก็คุณจำฉันไม่ได้เองนี่คะ มันช่วยไม่ได้จริงๆ”
“งั้นพวกเราไปกันเถอะครับ” อำมรินทร์อุ้มภรรยาในท่าเ้าสาวไปที่รถทันที ท่ามกลางเสียงฮือฮาของคนในกองถ่าย
และในขณะนี้ทั้งอำนาจและสายชลก็มองทั้งคู่อย่างแปลกใจ เพราะไม่รู้ว่าทั้งคู่ไปลงเอยกันตอนไหน
************************************************
หลังจากนั้นไม่นานได้มีการเปิดเผยข่าวคดีฆาตกรรมภาณุมาศ เธอถูกฆ่าหั่นศพโดยนายหาญ และเสียชีวิตก่อนไมเคิลสองสัปดาห์ ผกายฤกษ์กับรัชนีกรช่วยกันจัดพิธีศพ จนกระทั่งลอยอังคารที่ทะเล
แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่เปิดเผยว่านาลันทาคือรัชนีกร เพราะไม่อยากให้มีปัญหากับพ่อของนาลันทาและไม่อยากทำให้เขาเสียใจที่ตอนนี้เขาได้สูญเสียลูกสาวไปแล้ว
หนึ่งเดือนต่อมา อำมรินทร์กับผกายฤกษ์น้องสาวฝาแฝดของภาณุมาศได้แต่งงานใหม่อย่างสมเกียรติ ทำให้ชื่อเสียงของอำมรินทร์ในแวดวงสังคมดีขึ้น หลังจากงานแต่งงาน เขาพาภรรยาสุดที่รักไปฮันนีมูนที่เกาะส่วนตัวได้เพียงเจ็ดวัน เพราะต้องรีบกลับไปทำงานต่อ
ตอนนี้ทั้งคู่อยู่บนเรือส่วนตัว ผกายฤกษ์ไม่ต้องใส่หน้ากากและสามารถใช้ชีวิตในนามของผกายฤกษ์ได้อย่างเต็มตัวแล้ว เธอเดินออกไปสูดอากาศภายนอก โดยมีอำมรินทร์ตามไปกอดเธอจากด้านหลัง
“เป็ไงบ้างที่รัก มีความสุขมั้ยครับ”
ผกายฤกษ์ยังคงติดใจเื่ซินดี้เลยว่า “ฉันไม่เห็นจะได้เป็รักแรกของคุณเลย ขนาดคุณความจำเสื่อม คุณก็จำได้แค่ซินดี้เท่านั้น”
“โถ่ คุณอย่าน้อยใจผมเลย ยังไงคุณก็เป็รักแรกของผมอยู่ดี เพราะตอนที่ผมคบกับซินดี้ ผมกลับดีใจที่รู้ว่าเธอนอกใจผม และใช้เป็ข้ออ้างเลิกกัน” “และหากผมเจอคุณก่อนห้าปีที่แล้ว ผมก็ไม่มีวันลืมคุณหรอกครับ ผกายฤกษ์”
“ฉันได้ข่าวว่าคุณฟื้นความจำเพราะศีรษะกระแทกขอบโต๊ะ คุณหายดีแล้วหรอคะ”
“หายดีแล้วครับ ไม่งั้นพวกเราจะเข้าหอกันได้ยังไง” อำมรินทร์พูดยิ้มๆ
ผกายฤกษ์เริ่มเขินเลยรีบจะหันตัวกลับเข้าไป แต่แล้วอำมรินทร์กลับดึงเธอเข้ามาจูบอย่างดูดดื่มบนเรือส่วนตัว
ในระหว่างที่ฮันนีมูนหนึ่งสัปดาห์จึงเป็่ที่พวกเขามีความสุขมากที่สุด เพราะพวกเขาใช้ชีวิตสวีทแบบสามีภรรยาโดยที่ไม่ต้องทำงานทั้งวัน แต่เมื่อกลับไป อำมรินทร์ก็มีตารางงานแน่นเหมือนเดิม ถึงกระนั้นผกายฤกษ์ก็เข้าใจเพราะเธอก็ผ่านการทำงานแบบนั้นมาเหมือนกัน ทำให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันแบบเข้าใจกัน
อำมรินทร์นึกขอบคุณพินัยกรรมของพ่อที่ทำให้เขาได้ผกายฤกษ์ ภรรยาสุดที่รัก
จบบริบูรณ์
************************************************