ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“มาแล้วจ้า มาแล้ว...”
แอ๊ด
“เฮ้ย!” ฉันกับยัยแจงอุทานขึ้นพร้อมกันทันทีเมื่อคนที่เดินออกมาเปิดประตูคือ ‘ยัยรถเมล์’ ผู้หญิงหน้าตุ๊กตาที่เป็ต้นเหตุของเื่ราววุ่นวายทั้งหมด
“เจอก็ดีแล้ว จะได้สะสางให้มันจบๆ ไป นี่เธอตั้งใจแกล้งพวกเราใช่มั้ยห๊ะ”
แจงถามน้ำเสียงเอาเื่พร้อมกับถกแขนเสื้อขึ้น
“รับผิดชอบมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
“เดี๋ยวๆๆ มีเื่อะไรกันอ่ะ” ผู้หญิงอีกคนที่เดินตามออกมารีบเข้ามาห้าม
“ก็ยัยนี่น่ะสิ พาพวกเราไปหอพักชาย พวกฉันสองคนซวยแทบตายเลยกว่าจะออกมาได้”
“รถเมล์ เธอพาพวกเค้าไปหอชายเหรอ” เธอคนนั้นหันไปถามยัยรถเมล์นั่นคิ้วขมวด
“เราไม่ผิดนะ ก็พวกเธอถามว่าหอพักหนึ่งอยู่ไหน ไม่ได้ระบุว่าจะไปหอหญิงหรือหอชายนี่นา”
“แล้วเธอเห็นพวกฉันเป็ผู้ชายรึไงห๊า!” ถ้าทำได้ฉันว่ายัยแจงะโงับหูแม่นี่ไปแล้ว
“เอาน่าๆ ไหนๆ เราสี่คนก็จะเป็รูมเมทกันแล้ว ให้อภัยกันเถอะนะ” ว่าแล้วผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามายืนกั้นกลางระหว่างยัยแจงกับรถเมล์ไว้ทำให้ฉันได้เห็นหน้าของเธอชัดๆ สักที “เราชื่อบิว ส่วนนี่รถเมล์นะ”
‘บิว’ ผู้หญิงคนนี้เรียกได้ว่าเป๊ะทั้งหน้าตา ผิวพรรณ รูปร่าง แม้กระทั่งทรงผมและการแต่งตัว ทุกอย่างดูดี ดูลงตัวไปหมด หน้าเรียวสวย จมูกโด่ง ตากลมโต ขนตายาวงอน ปากรูปกระจับ ตัวเธอเหมือนมีออร่าส่องประกายออกมาตลอดเวลา คนอะไรเพอร์เฟคชะมัด นางคือสวยแบบสวยจริงๆ สวยที่ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเพิ่มเข้าไปอีกแล้วอ่ะ
“ฉันฟีน ส่วนนี่แจง”
“เดี๋ยวนะ นี่สรุปว่าพวกเราเป็รูมเมทกัน รวมไปถึงยัยคนนี้ด้วยอ่ะเหรอ” ยัยแจงยังคงไม่เชื่อหูตัวเอง
“ถ้าพวกเธออยู่ห้อง 404 ล่ะก็เป็อย่างนั้นแหละ” บิวตอบยัยแจงด้วยรอยยิ้ม “มาสิ เอาของเข้ามาข้างในก่อน เร็วเข้ารถเมล์ ช่วยเพื่อนยกกระเป๋า”
ว่าแล้วยัยรถเมล์ก็เข้ามาช่วยพวกเรายกกระเป๋าเข้าห้องตามคำบิวอย่างว่านอนสอนง่าย ตอนนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยเปลี้ยเพลียแรงกับเื่ราวที่เกิดขึ้นเต็มทีจนไม่มีอารมณ์จะมาเอาผิดยัยนี่แล้วแหละ ได้แต่หวังว่าคงจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากกว่านี้อีกก็พอ
“ฉันกับรถเมล์เอาเสื้อผ้าไว้ตู้นั้นแล้ว พวกเธอเอาไว้ตู้โน้นละกันนะ” บิวหันมาบอกพวกฉัน “ของใช้อื่นๆ พวกเธอจัดวางได้ตามสบายเลยนะ แต่ว่าเป็ระเบียบหน่อยก็ดีเพราะบางทีอาจารย์ก็ชอบมาสุ่มตรวจอ่ะ”
“อื้อ” ฉันตอบรับคำบิว
ห้องนี้กว้างแบบอพาร์ทเม้นท์ขนาดกลาง มีเตียงสองชั้นสองเตียง ตู้เสื้อผ้าใหญ่สองตู้ โต๊ะหนังสืออีกสองตัว โทรทัศน์อีกหนึ่งเครื่อง โซฟาข้างหน้าต่างหนึ่งชุดพร้อมโต๊ะรับแขกเล็กๆ เครื่องปรับอากาศ และห้องน้ำหนึ่งห้องในตัว
นี่แหละคือสถานที่ๆ ฉันจะได้เริ่มต้นใหม่ บ่มเพาะความสวยเพื่ออนาคตที่สดใส หึหึหึ
“ฟีน แกคิดอะไรอยู่วะ ทำไมทำหน้าแปลกๆ” ยัยแจงพูดทำลายความเงียบภายในห้อง
“เปล่า ก็แค่คิดว่าห้องน่าอยู่ดี”
“เออนี่ พวกเธอเป็เพื่อนกันมานานรึยังอ่ะ หรือว่าเพิ่งมาเจอกันที่นี่”
บิวเริ่มชวนฉันกับยัยแจงคุยต่อพร้อมกับหยิบหมอนกับผ้าห่มในตู้ออกมาให้พวกฉัน ท่าทางดูเป็มิตรดีแฮะ
“อ่อ เราเป็เพื่อนกันมาั้แ่ประถมแล้วล่ะ”
“จริงดิ ฉันกับรถเมล์เพิ่งมาสนิทกันตอน ม.3 เอง ว่าแต่ พวกเธอเข้าไปในหอชายแล้วเป็ยังไงบ้างอ่ะ”
“เป็ยังไงเหรอ ก็โดนแกล้งน่ะสิ กลุ่มผู้ชายนิสัยแย่ๆ ที่ชอบแทนตัวเองว่าสเต็ปเทพอ่ะ” ยัยแจงเริ่มสาธยายให้บิวฟังอย่างแค้นๆ พลางแกะของในกระเป๋าออกมาจัดวาง
“สเต็ปเทพ?”
“ทำไมเหรอ”
“เกลียดมัน” คำตอบสั้นๆ แต่เข้าใจง่ายจากบิว “บิวอ่ะเหม็นหน้านายพวกนั้นมาั้แ่ ม.ต้น แล้ว ทำเป็วางมาด อวดดี ขี้เก๊ก”
“นายพวกนั้นแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ก็อันธพาลดีๆ นั่นแหละ”
“แล้วทำไมพี่เอิร์ทถึงเข้าไปยุ่งด้วยวะ เหมือนสนิทกันอีกต่างหาก” ยัยแจงหันมาขมวดคิ้วใส่ฉันหลังได้ยินคำตอบจากบิว
“พวกเธอรู้จักพี่เอิร์ทด้วยเหรอ”
“แน่นอนสิ พี่เอิร์ทอ่ะเป็พี่ชายแท้ๆ ของฉันเอง” แจงตอบด้วยน้ำเสียงภูมิใจอีกครั้ง ในปากก็เคี้ยวช็อคโกแลตที่รถเมล์ยื่นให้เหมือนเป็การขอโทษและขอผูกมิตร “เมื่อกี้ถ้าไม่ได้พี่เอิร์ทมาช่วยไว้พวกเราก็คงแย่อ่ะ”
“ดูเหมือนว่าพี่เอิร์ทจะสนิทกับสเต็ปเทพั้แ่ตอนอยู่ ม.ต้น แล้วนะ”
“แล้วบิวรู้อะไรเกี่ยวกับพวกสเต็ปเทพบ้างอ่ะ”
“ก็ไม่มากหรอก ไม่ได้รู้จักเป็การส่วนตัว รู้แค่ว่านายพวกนั้นน่ะบ้านรวย ขี้เก๊ก ชอบมีเื่ต่อยตี แล้วก็มีพวกผู้หญิงที่สติปัญญาไม่ค่อยดีคอยกรี๊ดกร๊าดตลอดเวลา ปัญญาอ่อนเนอะ”
“ใช่มะ” ยัยแจงสมทบ
ฉันว่านายพวกนั้นก็ดูเท่จริงๆ อ่ะแหละ ถ้าไม่นับเื่นิสัยอ่ะนะ แต่ไม่พูดมันออกมาจะดีกว่า เพราะเดี๋ยวเพื่อนๆ จะหาว่าฉันเป็หนึ่งในพวกผู้หญิงสติปัญญาไม่ค่อยดี
“ใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะนายพีทนั่นอ่ะนะ บิวอ่ะโคตรเกลียดหมอนั่นเลย”
“นายนั่นทำไมเหรอ” ฉันถามขึ้นบ้าง
“ก็ตอน ม.ต้นอ่ะ กลุ่มบิวมีกันสี่คนใช่ป่ะ ไอพีทอ่ะมันมาไล่จีบเพื่อนบิวทั้งกลุ่มเลย แล้วทุกคนก็ทะเลาะกันเว้ย ทีนี้ไม่รู้ไอบ้านั่นไปปั่นหัวพวกเพื่อนบิวยังไง พอบิวเตือนสติทุกคนว่าอย่าทะเลาะกันเื่ผู้ชาย สุดท้ายบิวโดนแบนเฉยเลย”
บิวเล่าด้วยอารมณ์เหมือนเื่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
“แล้วหลังจากนั้นรู้ไรป่ะ สุดท้ายมันก็หักอกทุกคนในกลุ่มเว้ย จนเพื่อนบิวโทษว่าเป็เพราะบิวทำให้นายพีทรำคาญกลุ่มเรา มันเลยไม่เอาใครสักคน โคตรเลวอ่ะ พูดแล้วก็เกลียด”
“อ้าว งั้นตอน ม.ต้น แกก็ไม่มีเพื่อนเลยดิ” ยัยแจงถามต่อ
จริงๆ ฉันว่าเพื่อนเก่าบิวนั่นแหละแปลกที่เชื่อผู้ชายมากกว่าเพื่อนตัวเอง
“ก็มีเพื่อนที่ชื่อสา อยู่ห้องข้างๆ นี่เองเดี๋ยวฉันพาไปรู้จัก แล้วก็เพื่อนอีกคนนึงที่โดนไล่ออกไปตอน ม.3 แล้วก็ยัยรถเมล์ แค่นี้แหละ” บิวหันไปมองทั่วห้องก่อนจะถามขึ้นงงๆ “ว่าแต่ รถเมล์หายไปไหนแล้วอ่ะ”
“เมื่อกี้เห็นบอกจะไปเข้าห้องน้ำนะ” ยัยแจงตอบแล้วหันไปมองที่ประตู
“อ้อ” บิวพยักหน้าก่อนจะถามพวกเรา “พวกเธอกินไรกันมารึยังอ่ะ หิวป่ะ ไปหาไรกินกันมั้ย”
“ดีเลย กำลังหิวอยู่พอดี”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“สา ไปกินข้าวกัน” บิวเดินนำพวกเรามาที่ห้องข้างๆ ซึ่งคนที่ออกมาเปิดประตูก็คือเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของบิวนั่นเอง
แอ๊ด
“เมทแกเหรอ?” เพื่อนของบิวคนนั้นชะโงกหน้าออกมามองฉันกับยัยแจง
‘สา’ เป็ผู้หญิงที่ไม่ได้สวยโดดเด่นเหมือนบิวแต่เธอกลับดูมีสเน่ห์มากๆ มากจนฉันแทบหยุดมองไม่ได้เลย หน้าหมวยสวยเฉี่ยวแบบเก๋ๆ ผิวสีน้ำผึ้งโทนเดียวกับฉันรับกับหุ่นเพรียวบางแบบนางแบบ อีกทั้งการแต่งตัวอย่างมีสไตล์นั่น ทำให้ดูแล้วก็รู้เลยว่าเป็ผู้หญิงที่มีความมั่นใจ มองๆ ไปแล้วก็แนวๆ ยัยแจงเลย
“ใช่ คนนี้ฟีน ส่วนนี่แจง”
“ไง ฉันชื่อริสา เรียกสาก็พอนะ” สาทักทายเราด้วยท่าทางเปิดเผยจริงใจแล้วก็หันไปถามบิวต่อ “แล้วรถเมล์อ่ะ”
“ห้องน้ำรวม”
“อ้าว ทำไมไปเข้าห้องน้ำรวมอ่ะ”
“เออ ชักโครกที่ห้องมันเสียอ่ะ ฉันเพิ่งแจ้งประธานหอไป เค้าบอกพรุ่งนี้จะให้คนมาซ่อมให้” บิวว่า
“อ่อ แล้วนี่จะไปหาไรกินกันเหรอ” สาถามต่อ
“เออ ไปหารถเมล์แล้วไปกินข้าวกัน”
ระหว่างทางที่เรากำลังเดินไปตามรถเมล์นั้น สากับยัยแจงก็เม้าท์มอยกันอย่างออกรสชนิดที่ว่าเหมือนเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน ฟังจากที่ทั้งสองคนคุยกันแล้วฉันรู้ได้เลยว่าระดับความหัวรุนแรงในตัวของสองคนนี้กินกันไม่ลงจริงๆ
“นี่ห้องน้ำรวมนะ คืนนี้เราก็คงต้องใช้ที่นี้ไปก่อนเพราะชักโครกที่ห้องเสีย”
“อื้อ ไม่มีปัญหา ว่าแต่...หอนี้ไม่มีผีใช่มั้ย”
ฉันได้จังหวะยิงคำถามที่อยากรู้มานาน แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบก็ได้ยินเสียงเอะอะจากในห้องน้ำดังขึ้น
“เฮ้ย! พูดกันดีๆ ไม่รู้เื่ใช่ป่ะ จะบอกหรือไม่บอกห๊ะอีรถเมล์!”
“…ก็รถเมล์บอกแล้วไงว่าไม่รู้ แอ๋มจะถามกี่รอบรถเมล์ก็ไม่รู้อ่ะ”
“อย่ามาตอแหล!”
“เฮ้ย หยุดนะ!” ยัยแจงเปล่งเสียงห้ามได้ทันท่วงที ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มสี่คนนั้นกำลังเงื้อมือขึ้นเหมือนกำลังจะตบหน้ายัยรถเมล์
“พวกหล่อนนี่เอง” ยัยนั่นสะบัดมือลงแล้วหันมาจิกหน้าใส่ยัยแจงแทน สารีบเข้าไปคว้าตัวรถเมล์ออกมาจากกลุ่มนั้นก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงใ
“แกเป็ไรป่ะรถเมล์ พวกมันทำอะไรแกมั้ย”
“ฮึก…พวกแอ๋มอยากรู้ว่า แจงกับฟีนเป็ใคร ทำไมถึงมากับพวกสเต็ปเทพ ฮึก ฮือ…”
รถเมล์พูดด้วยน้ำตาพลางลูบแขนที่โดนจิกด้วยเล็บมือจนเป็รอยแดงๆ
“ถ้าเธออยากรู้ว่าพวกฉันเป็ใคร ทำไมไม่มาถามเองล่ะ ทำไมต้องมาลงที่คนอื่น” ยัยแจงตวาดใส่ยัยหัวโจก
‘แอ๋ม’ ฉันว่ายัยคนนี้เป็ตัวจำกัดความของกลุ่มผู้หญิงที่หลายคนเรียกกันว่า ‘สก๊อย’ ได้ชัดมาก แม่นี่คางแหลมมาก และหน้าก็เทาเว่อร์ ดูลอยๆ เพราะรองพื้นผิดเบอร์ ทาปากด้านในสีแดงเืนกจนจับเป็ก้อนๆ เหมือนคนแก่กินหมาก ฉันก็นึกว่ามันหมดยุคเอาผ้าขนหนูมาพาดบ่าแล้วซะอีก ทำเป็ใส่สร้อยทองห้อยพระ แต่ดูนิสัยแล้วไม่น่าจะเป็พวกเข้าวัดเข้าวาเลยนะเนี่ย
“อย่าไปยุ่งกับคนพวกนี้เลยแจง เสียเวลา ไปกันเถอะ”
บิวกำลังจะหันกลับออกไป แต่แล้วยัยแอ๋มก็มากระชากแขนแจงอย่างแรง
“เดี๋ยว! ยังไปไม่ได้”
“จะทำไม!” แจงกระแทกเสียงพร้อมสะบัดแขนออก
“ถ้าพวกแกเสนอหน้าไปยุ่งกับสเต็ปเทพอีกนะ โดนดีแน่”
“อ๋อ นึกว่าเื่อะไร ที่แท้ก็เื่ผู้ชาย”
ยัยแจงค่อนแคะด้วยน้ำเสียงดูถูกก่อนจะหันไปประจันหน้ากับยัยแอ๋ม
“จะบอกให้รู้ไว้เอาบุญนะ พวกฉันน่ะอยู่เฉยๆ อยู่แล้ว นายพวกนั้นต่างหากที่เข้ามายุ่งกับพวกเราเอง ไม่เชื่อก็ลองไปถามดูสิ”
“นี่แกจะบอกว่าสเต็ปเทพตามตื๊อแกงั้นเหรอ” น้ำเสียงยัยแอ๋มแหลมขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว
“ถ้ามีสมองก็คิดเอาเองสิ”
“นี่แกด่าว่าฉันโง่เหรอ”
“เออ แล้วจะทำไม!”
“มันจะปากดีมากไปแล้วนะ” ยัยคนข้างๆ เริ่มเสนอหน้าบ้าง แต่พลาดตรงที่กล้าเข้ามาผลักยัยแจง ก็เลยโดนยัยแจงผลักกลับด้วยความแรงคูณสองจนล้มลงไปโดนถังน้ำ
พลั่ก
โครมมม
“มึงกล้าทำเพื่อนกูเหรออีเด็กใหม่” ยัยแอ๋มะโแล้วเข้าไปผลักแจงบ้าง
พลั่ก
“สดมากนักเหรอ!?”
“เออ ก็พอตัวแหละวะ!” สิ้นเสียงแจง ยัยแอ๋มหน้าหันขวับทันที
เพี้ยะ
“เอาเลยแก!”
ฉัน บิว และสา ช่วยกันแหกปากะโเชียร์ยัยแจงที่กำลังได้จังหวะขึ้นคร่อมยัยแอ๋ม มือซ้ายแจงตบ ส่วนมือขวาก็ต่อย
ผัวะ
“แจง!!!” ฉันะโเมื่อยัยแอ๋มเป็ฝ่ายพลิกขึ้นมาคร่อมแจงบ้าง ยัยนั่นทั้งตบทั้งข่วนตามหน้าและคอของยัยแจง แต่ไม่นานยัยแจงก็ถีบออกแล้วลุกขึ้นได้
โป๊ก
แจงกระชากหัวยัยแอ๋มโขกกับกำแพงห้องน้ำไปทีนึงก่อนจะลากสายฉีดน้ำมาฉีดอัดใส่หน้ายัยนั่นต่อ ด้วยแรงดันอย่างแรงจากสายฉีดทำเอายัยแอ๋มทั้งกรี๊ดทั้งสำลัก
“อ๊ายยยยย แค่กๆๆๆ”
“เนี่ย! แบบเนี้ยะ สดพอมั้ย ห๊ะ!???”
“แอ๋ม” เพื่อนของยัยแอ๋มที่โดนแจงผลักออกไปะโเข้าไปกระชากผมแจงจากด้านหลัง
“เฮ้ยแนน คิดจะรุมเหรอ” สาผละออกจากรถเมล์แล้วเข้าไปกระชากผู้หญิงคนนั้นโยนออกไปอีกทาง
‘แนน’ ผู้หญิงผมด่างๆ สีทอง ที่สภาพเหมือนย้อมมาหกเดือนแล้วไม่ยอมเติมโคน ยัยนี่ก็มาสไตล์เดียวกับยัยแอ๋มเลย หน้าวอก ปากแดง ปัดขนตาหนามาก ถ้าสองคนนี้เดินมาด้วยกันฉันคงแยกไม่ออกว่าใครเป็ใคร แต่นอกจากสีผมที่แตกต่างออกไปแล้วก็เห็นจะมีสไตล์การไฮไลท์จมูกของแม่นี่ ที่ขอบดั้งเป็สีน้ำตาลเข้มชัดมากจนมองแล้วต้องนึกถึง ‘ไมเคิล แจ็คสัน’ ส่วนสันดั้งแม่นี่เงาวิบด้วยสีขาววาววับ อื้อหือ นี่ดั้งหรือหนังปลาทูแม่กลองกันวะเนี่ย
“จะเอาอีกคู่มั้ยล่ะ”
“ใจเย็นแก”
สาะโใส่หน้ายัยแนนนั่น แล้วบิวก็รีบเข้าไปดึงสาออกมาก่อนที่จะได้เริ่มเป็คู่ที่สอง ในขณะที่ฉันกำลังพยายามเข้าไปห้ามยัยแจงเมื่อเห็นว่ายัยแอ๋มเริ่มสำลักน้ำหนักแล้ว
“พอแล้วแก”
“กรี๊ดดดดดดดดดดด”
ตอนนี้ตัวยัยแอ๋มเปียกโชกั้แ่หัวจรดเท้า แต่ก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ซะทีเดียว
“กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่ อีบ้าาา”
“แอ๋ม พวกมันมีเยอะกว่า” ยัยแนนรีบเข้าไปคว้าเพื่อนตัวเองไว้ก่อนที่ยัยแอ๋มจะทันได้ะโเข้าใส่ยัยแจง “วันพระไม่ได้มีหนเดียว ฝากไว้ก่อนเถอะ”
“วันปล่อยผีมาถึงเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน” ยัยแจงะโกลับเสียงก้องไปทั่วห้องน้ำทิ้งท้าย ในขณะที่ยัยแนนกับเพื่อนช่วยกันลากร่างเปียกๆ ที่กำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของยัยแอ๋มออกไป
“รถเมล์ ทำไมเธอไม่สู้ ห๊ะ!”
“ก็พวกนั้นมีตั้งสี่คน รถเมล์แค่คนเดียว จะไปสู้ได้ยังไง” รถเมล์เถียงเสียงซื่อในขณะที่บิวกำลังทายาให้ที่แขน
ตอนนี้พวกเรากลับมาที่ห้องกันแล้วเพราะหมดอารมณ์จะกินข้าวลง ยัยแจงก็ยังคงเหวี่ยงต่อไม่หยุด มือข้างหนึ่งแม่นั่นทาทิงเจอร์ที่คอ ส่วนปากก็ยังบ่นไป
“สู้ไม่ได้ก็หนี หนีออกมาตั้งหลักแล้วค่อยกลับเข้าไปสู้ใหม่ เข้าใจมั้ย โอ๊ย!”
“ฉันว่าแกทำแผลตัวเองให้เสร็จก่อนเถอะแล้วค่อยบ่น” ฉันบอกยัยแจงที่กำลังร้องโอดครวญอยู่กับรอยแดงๆ ตามแขนและคอ
“แกทาให้หน่อยสิ มองไม่เห็นอ่ะ” ยัยแจงพูดพร้อมกับยื่นสำลีชุบทิงเจอร์ให้ฉัน “นี่ฉันจะติดเชื้อบ้ารึเปล่าก็ไม่รู้ มือยัยนั่นสกปรกน่าดู”
“ยัยพวกนั้นเป็ใครอ่ะบิว” ฉันหันไปคุยกับบิวจริงจังในขณะที่เริ่มทายาให้ยัยแจง โรงเรียนนี้มันอะไรกันวะเนี่ย ทั้งผู้หญิง ทั้งผู้ชาย มีแต่พวกบ้าเหรอ
“แก๊งยัยแอ๋ม ยัยแนนอ่ะ พวกผู้หญิงงี่เง่าที่ชอบตามสเต็ปเทพมาั้แ่ตอน ม.ต้น คนสูงๆ ผมทอง ชื่อเจน ส่วนคนขาวๆ น่ารักๆ อ่ะ ยัยพิม” บิวตอบก่อนที่สาจะอธิบายต่อ
“พิมเป็กิ๊กกับเจ สเต็ปเทพน่ะ”
ไหนๆ ก็พูดถึงยัยพวกนี้แล้ว ฉันขอบรรยายหน้าตายัยสองคนที่เหลือต่ออีกสักนิดก็แล้วกัน
‘เจน’ ยัยคนนี้เหมือนเป็ลูกครึ่ง จริงๆ ก็จัดว่าเป็คนหน้าตาดีเลยนะ ผิวขาว หน้าอกโตๆ ั์ตาสีน้ำตาล คือทุกอย่างโอเคแล้วอ่ะ ผิดอย่างเดียวคือการคบเพื่อนผิดกลุ่ม จริงๆ เครื่องหน้ายัยคนนี้ดีอยู่แล้ว แต่สไตล์การแต่งหน้าดันมาแบบเดียวกับพวกยัยแอ๋มเลยทำให้แม่นี่ดูไม่แพงเอาซะเลย
คนสุดท้าย ‘พิม’ ฉันว่ายัยคนนี้ดูดีที่สุดในกลุ่ม ผิวขาวเนียน ดั้งโด่ง ปากนิด จมูกหน่อย หน้าตาจิ้มลิ้มสวยใสสไตล์ผู้ชายชอบ ถึงจะดูดีที่สุดแต่ก็ไม่ได้ดูโดดเด่นอะไรอ่ะ เพราะหน้าตาทรงนี้ ขาวๆ สไตล์นี้ ฉันว่าเบสิค หาได้ทั่วไปในเชียงใหม่อ่ะ แต่ถึงจะไม่ได้ว้าวอะไร ยัยนี่ก็ไม่ได้มีอะไรให้ตินอกจากนิสัยคบคนพาลอ่ะแหละ
“เจนี่ใช่นายลีรึเปล่า” ฉันเอ่ยถามออกไป แล้วสาก็เป็คนตอบมา
“ใช่ ชื่อจริงๆ หมอนั่นน่ะชื่อเจ ส่วนลีเป็ชื่อที่เพื่อนสนิทในแก๊งใช้เรียกกัน”
อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ฉันก็ข้องใจมานานว่าอีตาเจนี่มันใครวะ
“เชอะ! ไอหัวแดงนั่นหาแฟนได้แค่นี้เองเหรอ” ยัยแจงเบะปากทันทีเมื่อได้ยินชื่อนี้ “เจอกันครั้งหน้าแม่จะตบให้หลงทางเลย วันนี้ยังไม่สุด เบาๆ เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเราซ่าเกินไป โอ๊ย ซี้ด ยัยฟีนแกเบามือหน่อยสิ นี่เพื่อนเอง เพื่อนไง จำไม่ได้เหรอ”
“กล้าพูดว่าเบานะยะ นี่ถ้าฉันไม่ห้าม ยัยแอ๋มนั่นคงสำลักน้ำตายกลายเป็ผีเฝ้าห้องน้ำไปแล้วมั้ง แล้วนี่จะมีใครไปฟ้องอาจารย์มั้ยเนี่ย มาวันแรกก็ซัดกันไปขนาดนี้แล้ว”
“เออว่ะ” ยัยแจงเริ่มทำน้ำเสียงเป็กังวล
“ถ้าไม่มีหลักฐาน อาจารย์ก็ไม่สนใจหรอก” สาว่า
“แต่ที่มีแน่ๆ ก็ข่าวเม้าท์ของแก๊งฝอยทองกับทองฝอยนี่แหละ” บิวพูดต่อ
“แก๊งฝอยทอง?” ฉันกับยัยแจงมองหน้ากันงงๆ
“แก๊งขาเม้าท์ประจำโรงเรียนอ่ะ เป็เหมือนชมรมหนังสือพิมพ์ของโรงเรียนเราแหละ” บิวตอบอีกครั้ง
“ว่าแต่ ทำไมพวกนั้นถึงต้องหาเื่รถเมล์เพราะฟีนกับแจงด้วยอ่ะ แล้วพวกเธอเกี่ยวอะไรกับสเต็ปเทพ รู้จักกันเหรอ” สาถามขึ้นอย่างสงสัย แล้วบิวก็เป็คนเล่าเื่ราวทุกอย่างให้สาฟังแทนฉันกับยัยแจง ระหว่างที่เล่าไปสาก็ดูมีท่าทีตื่นเต้นมากที่รู้ว่ายัยแจงเป็น้องสาวพี่เอิร์ทก่อนจะยอมรับว่าแอบปลื้มพี่เอิร์ทมานานแล้ว
“ขอบคุณแจงกับฟีนนะที่มาช่วยรถเมล์ แล้วก็...ขอโทษด้วยที่พาไปผิดหอ ตอนแรกรถเมล์คิดว่าเธอสองคนจะเป็เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่อยากปีนหอไปหาพวกสเต็ปเทพ ก็เลยพาไปผิดหอน่ะ แหะๆ”
“บ้าเหรอ!?” ยัยแจงบ่นอุบ “ใครจะไปชอบไอผู้ชายหลงตัวเองพวกนั้น บ้า ต้องบ้าแน่ๆ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“สวัสดีจ้ะ บิว สา รถเมล์ แล้วก็เด็กใหม่ทั้งสองคน ฟีนกับแจงใช่มั้ย ^^”
“ไงโอปอ ข่าวไวไม่ผิดหวังเลยนะ” สาทักทายตอบผู้หญิงที่เพิ่งเปิดประตูเข้าห้องของพวกเรามา
‘โอปอ’ แม่สาวเสียงแหลมที่มีผิวขาวจนเห็นเส้นเืแทบทุกเส้น หน้าหมวย ปากนิด จมูกหน่อย หุ่นสูงอวบเหมือนสาวละตินทำให้เรามองเห็นสัดส่วนโค้งเว้าของเธออย่างชัดเจน เนื้อแน่นๆ ในเดรสสั้นรัดรูปปักเลื่อมวิบวับ อันนี้ชุดอยู่หอเหรอถามจริง?
“นี่ ก่อนอื่นปอขอชมเลยนะว่าคลิปพวกเธอน่ะสุดยอดไปเลย โดยเฉพาะเธอนะ แจงใช่มั้ย? เด็ดมาก! โอ๊ย ดูแล้วเืลมสูบฉีดเลย”
“ห๊ะ…?”
ยัยแจงหันมามองหน้าฉัน ก่อนจะหันไปหาโอปออีกครั้งอย่างงงๆ
“คลิปอะไรเหรอ”
“เอ้า! ก็คลิปตบกันที่ห้องน้ำรวมไง”
“อะไรนะ มีคลิปด้วยเหรอ O_O” ยัยแจงทำหน้าใมาก
“โอ๊ย นี่โอปอเ้าแม่ฝอยทองนะ” โอปอพูดแล้วกรายนิ้วเข้าหาตัวเอง ถึงลุคจะดูเชิดๆ แต่พอพูดแล้วดูเป็กันเองมาก ว่าแต่ เธอคนนี้ช่างเป็คนที่แอ็คติ้งเยอะจริงๆ
“แต่ว่าในห้องน้ำมีแค่พวกเรากับพวกยัยแอ๋มเองนะ” ยัยแจงยังไม่หายข้องใจว่าใครเป็คนถ่ายคลิป
“ทุกที่ ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ กับใคร อะไร ยังไง ไม่มีเื่อะไรที่ฝอยทองไม่รู้หรอก” โอปอตอบพร้อมใช้สายตาสำรวจรอยถลอกที่คอยัยแจง “นี่ๆ เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าเื่มันเป็มายังไง”
ฉันปล่อยให้สากับบิวซึ่งเป็คนคุ้นเคยกับโอปอมากกว่าเป็คนเล่า บอกตามตรงตอนนี้ฉันเหนื่อยจนแทบไม่อยากคุยกับใครหรือทำอะไรแล้วล่ะ ทำไมวันนี้มันช่างยาวนานแบบนี้เนี่ย
“ไม่ต้องห่วงนะ ฝอยทองน่ะเป็กลาง ยุติธรรม ไม่ใส่สีตีไข่ใครอยู่แล้ว เราสนแค่ว่าเื่จริงมันเป็มายังไงเท่านั้นแหละ อุ๊ย จะสี่ทุ่มละ ปอไปก่อนนะทุกคน ไว้เจอกันที่ค่ายสานสัมพันธ์พรุ่งนี้นะสาวๆ”
แล้วโอปอก็เดินมาจับมือฉันกับยัยแจงอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“ฟีน แกว่าพี่เอิร์ทจะโกรธฉันมั้ยวะ นี่ฉันสร้างเื่ให้พี่เอิร์ทรึเปล่าเนี่ย”
“ไม่หรอก เราไม่ผิดนี่”
“จริงเหรอวะ”
“ถ้าพี่เอิร์ทโกรธคงโทรมาบ่นแกแล้วแหละ” ฉันตอบยัยแจงไปอีกครั้ง “ฉันว่าเราพักผ่อนก่อนเถอะ อย่าเพิ่งคิดอะไรมากมาย เดินทางทั้งวันก็เหนื่อยจะแย่ ฉันนี่เพลียเต็มทีละ”
ไหนจะต้องมาเจอพวกสเต็ปเทพ แล้วยังมีเื่กับผู้หญิงงี่เง่าพวกนั้นอีก บอกตรงๆ ฉันไม่มีแรงทำอะไรแล้วล่ะวันนี้