“เอ๊ะ ทำไมต้องขอนอนด้วย เธอเป็อะไรของเธอ” ร่างบางอยู่ใต้ร่างของเขา ปลายเท้าของเขาเขี่ยปลายเท้าของเธอและล็อคไว้ “แม่คงเข้านอนแล้ว” ชีวาทิ้งร่างลงนอนหงาย “ชีวา กลุ้มใจอะไรบอกฉันได้ไหม” ชีวาไม่เคยมีความลับกับจูลี่ ชายหนุ่มเริ่มเล่าเื่ของเขากับแม่ให้เธอฟัง “ชีวา เธอกำลังคิดอะไรของเธอ ตอนนี้เธอควรจะคิดถึงแม่มากกว่าคนอื่นๆ มากกว่าตัวของเธอด้วย” ชีวาส่ายหน้าไม่เข้าใจ “เธอคิดว่าฉันเห็นแก่ตัวใช่ไหมที่ฉันไม่เคารพพ่อของฉัน”
“เปล่า....ไม่ใช่” จูลี่เลื่อนหมอนหนุนใบใหญ่รองใต้ศีรษะของเขา นั่งบรรจงปอกเปลือกส้มวางลงบนจาน ป้อนเนื้อส้มรสหวานให้เขาที่ละชิ้น “เธอยังไม่ตอบคำถามของฉันเลย ทำไมเธอไม่ไปเรียนที่อเมริกากับฉัน” จูลี่จุมพิตริมฝีปากดูดริมฝีปากล่างของเขาแล้วปล่อย “ฉันต้องเรียนเป็ผู้พิพากษาให้ได้ เธอก็รู้ว่าพวกเราอยู่ใกล้กันได้ที่ไหน รับรองฉันเรียนไม่จบเเน่นอน” ชีวาหัวเราะเบาๆ “บ้าไปแล้ว คิดอะไรแบบนั้น” จูลี่ซบใบหน้าลงบนไหล่ซ้าย “ไม่ต้องเปลี่ยนเื่ ฉันขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม”
ชีวาวางจานส้มไว้บนโต๊ะเล็กใกล้หัวเตียง “ได้ แต่ขออีกยกก่อน” ชีวาพลิกร่างของเธอให้นอนคว่ำ “ปล่อยฉันนะ คนบ้า ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์ “ ชีวากดริมฝีปากกลางแผ่นหลังของเธอ พ่นลมหายใจร้อนตรงจุดกลางแผ่นหลัง “ชีวา อย่าเปลี่ยนเื่ได้ไหม” สองมือลูบไล้เรียวขางามขึ้นลง ริมฝีปากจูบลากไล้ถึงซอกคอ ร่างของเขาทาบแผ่นหลังของเธอ “ไม่ได้เปลี่ยนเื่ เธอเซ็กซี่มากกว่าเดิม ฟิตเบี๊ยะจนห้ามใจไม่อยู่” ฝ่ามือของเขาตบลงบนก้นงาม “ชีวาาาา ปล่อยฉันก่อน” จูลี่ยกร่างของเธอขึ้น ศีรษะด้านหลังของเธอกระแทรกจมูกโด่งๆของเขาอย่างแรง “โอ๊ย ยัยบ้า ทำอะไรของเธอ” ชายหนุ่มทิ้งร่างลงนอน “เจ็บจริงๆ” สองมือกุมจมูกโด่งไว้ ดิ้นไปมาบนเตียงนอน
จูลี่ะโลงคว้าก้อนน้ำเเข็งในโถน้ำแข็งยื่นให้เขา ชีวาเมินหน้าหนี “ไปก็ได้ ต่อไปจะไม่มาหาเธอ” จูลี่อมก้อนน้ำแข็ง ค้อนมองเขา เธออดสงสารเขาไม่ได้ โน้มใบหน้าเข้าใกล้เขา “ขอโทษ” จูลี่นอนลงบนหน้าท้องแบนราบของเขา ลูบไล้ซิกเเพ็กไปมา “ฟังฉันสักนิดได้ไหม” ชีวาดึงร่างงามเข้ามากอดแน่น “พูดออกมาให้หมด ฉันจะตั้งใจฟัง” จูลี่โอบหน้าหล่อไว้ “เธอเป็ผู้ชาย หน้าที่ของเธอคือดูแลผู้หญิง เธอไม่สงสารแม่ของเธอเหรอ” ชีวานิ่งไม่ตอบ “ฉันไม่ได้ตำหนิพ่อของเธอนะ...” ชีวาลูบไล้กลุ่มผมของเธอ “ได้...ต่อไปจะดูแลแม่ดีๆ..” จูลี่จับฝ่ามือของเขามาวางบนทรวงอกของเธอ ปลายนิ้วมือของชีวาเขี่ยปลายชมพูเล่น “พวกเขารักกัน ฉันขอร้องให้เธอคิดถึงความรู้สึกของแม่ให้มากกว่านี้ ฉันยอมรับว่าตัวเองโชคดีที่พ่อแม่ของฉันรักฉันมาก เธอเองก็มีแม่ที่รักเธอมาก ทำงานเลี้ยงดูเธอ ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากพ่อของเธอเลยนะ”
“ไม่ใช่... เธอไม่ต้องพูดดีกว่า เธอไม่เข้าใจว่าฉันรู้สึกอย่างไร พวกเขารักกัน ฉันยอมรับ แต่..” ชีวาก้มลงจุมพิตหน้าผากของเธอ “ฉันง่วงแล้ว นอนเถอะ หรือว่าจะต่ออีกก็ได้นะ” จูลี่พลิกร่างกัดหน้าท้องของเขา ”โอ้ย แม่มดน้อย อย่ากัดฉัน” ร่างบางถูกกดลงบนเตียงนุ่ม ชายหนุ่มขึ้นนั่งบนหน้าท้องของเธอแทน “โอ้ยยย เจ็บ...หนักเป็บ้า ปล่อยฉัน”
“ฮ่าๆๆๆ “ ชีวาจอมทะเล้นก้มลงกัดใบหูงาม ลากปลายไล้รอบใบหู ริมฝีปากจูบซอกคอเนื้อหวาน จูลี่ดันแผงอกของเขาออก เธอจูบที่ซอกคอดูดเนื้อของชายหนุ่ม เธอตั้งใจฝากรอยรักรอยใหญ่ “แม่มดน้อย อยู่เฉยๆ” ชีวายกร่างบางขึ้นหมุนกายไปมาบนเตียงนอน “ชีวา ปล่อยฉันลง” ชีวาหยุดหมุนทิ้งร่างเซ็กซี่ลงกลางเตียงนอนนุ่ม “เธอจะกลับเมื่อไร” ร่างบางลงยืนบนเตียงนอน “ทำไมเหรอ” ชีวากอดร่างบางแนบแผงอก ทั้งคู่นอนลงบนเตียงพร้อมกัน “ไม่มีอะไร สงสัยแค่นั้น” จูลี่นอนนิ่งไม่ขยับร่าง “สงสัยอะไร ชีวาตอบมาเร็วๆ”
ชีวาโยนหมอนหนุนหัวลงข้างเตียง พลิกร่างของเธอให้นอนคว่ำ จับสะโพกสวยยกขึ้น มือขวาสอดเข้านวดเนินรักเรียกน้ำหวานจนไหลเยิ้ม จูลี่หลับตาปรือ พวงแก้มแดงระเรื่อ มือทั้งสองจิกผ้าปูที่นอน “อ่าส์ อื้อออ ชีวาาา” หญิงสาวกลั้นลมหายใจเมื่อเขาสอดความเป็ชายเข้าในร่างของเธอ “ชีวา เปลี่ยนท่าเถอะ มันเสียวมากฉันทนไม่ไหว ได้โปรด” ชีวาสงสารหญิงสาวที่ไม่เคยปฏิเสธบทรักของเขามาก่อน “ได้ แม่มดน้อย” เขาเปลี่ยนท่าตามใจเพื่อนรัก ร่างของเธออยู่ใต้ร่างของเขา เเรงกระแทรกลดลงเมื่อเสียงคราง “หื้อออ ต้องแบบนี้” เสียงครางเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ชีวาหัวเราะรัวเมื่อร่างงามกระเพื่อมตามเเรงกระแทรก เขาจับขาเรียวงามพาดบ่า เลื่อนร่างเข้ากระชับพื้นที่ เริ่มซอยสะโพกอย่างไม่ยั้ง “พระเ้า... อ่าส์ ซี้ดดด เสียวมากๆเลย” จูลี่ดันร่างของเธอขึ้นนั่ง เธอควบคุมเกมต่อจากเขา เสียงครางเปล่งออกมาพร้อมกัน หญิงสาวทิ้งร่างลงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง พลิกร่างคว่ำทันที หายใจเข้าออกอย่างแรง “พรุ่งนี้..อย่ามาที่นี่นะ ฉันเจ็บตัวหมดแล้ว” ชีวากอดร่างงาม จุมพิตบนกลางแผ่นหลังหลายครั้ง “อย่าโกหกได้ไหม เธอนี่แม่มดร้ายจริงๆ ถ้าเธอเหนื่อยจริง เธอก็คงอาบน้ำสวมเสื้อผ้าไปตั้งนานแล้ว”
เช้าวันรุ่งขึ้น ชีวาขับรถมอเตอร์ไซด์เลี้ยวเข้าไปจอดในรั้วบ้าน ชายหนุ่มนั่งบนรถมอเตอร์ไซด์มองรอบบริเวณบ้าน “แม่ทาสีกำเเพงรั้วใหม่ เสียงเครื่องตัดหญ้าดังกระหึ่ม” ชีวาก้าวเข้าไปหยุดที่หน้าประตูเข้าบ้าน เอื้อมมือกดกริ่งเพียงครั้งเดียว “ชีวาใช่ไหม” อารยาวางหนังสืออ่านเล่นมองที่เข็มนาฬิกา “เก้าโมงเช้า ค่อยยังชั่วที่จำทางกลับบ้านได้” อารยาเปิดประตูบ้านออกกว้าง “อรุณสวัสดิ์ครับ” รอยยิ้มบนใบหน้าของลูกชายทำให้ความโกรธของแม่หายภายในพริบตา “ทานอะไรมาหรือยังคะ” ชีวาส่ายหน้า ยอมรับว่าหิว “ผมไม่ได้ทานอะไรมาั้แ่เมื่อคืนครับ”
“ลูกไปไหนมา ทำไมไม่โทรมาบอกแม่” อารยาปิดประตูบ้านมองแผ่นหลังของลูกชาย เสื้อผ้ายับยู้ยี้ ร่างสูงเดินตรงเข้าไปในห้องครัว “ผมส่งข้อความให้แม่สามสี่ครั้ง แม่ไม่เปิดอ่านด้วยครับ” อารยาหยุดมองหาโทรศัพท์มือถือ “ผมตัวไปขออาบน้ำก่อนครับ แม่มีอะไรให้ผมทานไหมครับ” อารยาหยิบโทรศัพท์มือถือ เปิดอ่านข้อความทั้งหมด ข้อความสุดท้ายของลูกชาย “นัดพ่อมาหาผมที่บ้านวันนี้ได้ไหมครับ” อารยามองอาหารเช้าในจานอาหารแล้วเงยหน้ามองรูปภาพของลูกชายวัยหกเดือนในอ้อมแขนของอนินท์ “เขาไปไหนมานะ ใครล้างสมองคุณชายโรคจิตได้ ไม่น่าเชื่อ”
บ้านหลังงามได้รับการปัดกวาดเช็ดถูจากแม่บ้านวัยห้าสิบปีเศษ “คุณอารยา วันนี้วันอะไรคะ ทำไมเรียกป้ามาทำความสะอาดยกใหญ่” ชีวาช่วยแม่ตากผ้าบนระเบียงชั้นสอง “ไม่มีอะไรเป็พิเศษคะ” อารยาเช็ดบานหน้าต่างห้องนอนใหญ่ “พ่อจะนอนค้างที่นี่เหรอครับ” ชีวายกที่นอนขึ้นให้แม่ทำความสะอาด “แม่ไม่รู้ เพราะเขาอาจจะอยู่ทานอาหารค่ำกับลูกแล้วกลับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับลูก” ชีวาจ้องดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า “ผมขอพบกับพ่อเพราะผมรักแม่ และผมไม่ว่าอะไรถ้าพ่อจะค้างที่นี่” ชีวาวางที่นอนลง ดึงผ้าเช็ดตัวสีข้าวของจากมือแม่ “ชีวา !!” ร่างสูงเดินออกไปจากห้องนอนใหญ่
เวลาที่รอคอยก็มาถึงเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาสิบเจ็ดนาฬิกาตรง เสียงกดกริ่งดังขึ้นสองครั้ง อารยามองหาลูกชายที่นั่งเล่นเกมส์จากเครื่องเล่นเครื่องใหญ่ เสียงยิงปืนดังสนั่นสลับเสียงกรีดร้องของตัวแสดงล้มตายลง “ชีวา เปิดประตูให้แม่ได้ไหม” อารยาชูมือเต็มไปด้วยแป้งทำโรตี ชีวาปิดเครื่องเล่น สวมรองเท้าเเตะ เดินลากเท้าไปที่ประตูบานใหญ่ เขาหันหน้ามองสายตาของแม่ที่ยืนมองดูเขา “ครับ นายแม่” อนินท์ยืนรอที่หน้าประตู อภิมหาเศรษฐีกุมดอกไม้ช่องามในมือขวา มือซ้ายเลื่อนเน็คไทให้ต่ำลง ชีวาเเง้มบานประตูอย่างช้าๆ “เชิญครับ ท่าน” เสียงต้อนรับของชีวา ทำให้อนินท์ชะงักยืนมองบานประตูที่เปิดออกกว้าง “ชีวา”