"ถึงเวลาที่พวกแกต้องชดใช้...ที่บังอาจมาต่อกรกับ 'ผู้พิทักษ์แห่งพงไพร'!"
สิ้นเสียงประกาศกร้าวของลอเรียน กิ่งไม้แหลมคมนับร้อยนับพันที่ถูกควบคุมด้วยเวทมนตร์ก็พุ่งทะยานเข้าใส่พวกเขาจากทุกทิศทางราวกับห่าฝนแห่งความตาย มันคือการโจมตีที่ปิดตายทุกช่องทางการหลบหนี เสียงแหวกอากาศของมันแหลมเล็กจนน่าขนลุก ราวกับเสียงกรีดร้องของิญญานับร้อยที่กระหายเื
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้น คาอินไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขากระชับอ้อมแขนที่โอบอุ้มเอลาร่าไว้แน่นขึ้นอีก ใช้แผ่นหลังกว้างของตัวเองเป็โล่กำบังให้กับเธออย่างสมบูรณ์แบบ เตรียมพร้อมที่จะรับแรงกระแทกทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว ดวงตาสีแดงก่ำของเขาจับจ้องไปยังกิ่งไม้ที่พุ่งตรงมา ไม่ได้ฉายแววของความกลัว แต่เป็ความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะสละได้ทุกสิ่งเพื่อปกป้องคนในอ้อมแขน
แต่แล้ว...เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
"คิดว่าตัวเองเป็พระเอกผู้เสียสละอยู่รึไง!"
เสียงของอิซาเบลล่าะโก้องขึ้น พร้อมกับร่างของเธอที่พุ่งเข้ามาขวางอยู่เบื้องหน้าคาอินและเอลาร่า! เธอไม่ได้ใช้ร่างกายรับการโจมตีเหมือนครั้งก่อน แต่ในมือทั้งสองข้างของเธอ บัดนี้ปรากฏกริชสีดำสนิทคู่หนึ่งขึ้นมาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ มันดูดกลืนแสงจันทร์จนดูราวกับเป็เงาที่จับต้องได้
เคร้ง! เคร้ง! ฉัวะ! ฉัวะ!
อิซาเบลล่าร่ายรำกริชในมือด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว ปัดป้องและตัดทำลายกิ่งไม้ที่พุ่งเข้ามาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของเธองดงามแต่อันตรายถึงชีวิต ราวกับการเต้นระบำของยมทูต เกล็ดเืที่กระเซ็นออกมาจากาแเก่าบนแผ่นหลังของเธอยิ่งขับเน้นให้ภาพนั้นดูทั้งงดงามและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน
"มัวมองอะไรอยู่!" เธอตวาดใส่คาอินที่ยังคงยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง "ถ้าไม่อยากตายกันหมดอยู่ตรงนี้ ก็ช่วยทำอะไรสักอย่างสิ!"
คำพูดนั้นดึงสติของคาอินกลับมา เขาเหลือบมองเอลาร่าที่ซบหน้าอยู่กับอกด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาวางร่างของเธอลงในซอกหินที่ปลอดภัยที่สุด
"อยู่ในนี้ อย่าขยับไปไหน" เขาสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับอันตราย
"ข้าจะเปิดทาง...ตามมา!" คาอินะโบอกอิซาเบลล่า
สิ้นเสียง ร่างของเขาก็กลายเป็เงาสีดำสนิท พุ่งทะยานฝ่าดงกิ่งไม้แหลมคมเข้าไปหาร่างของลอเรียนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดโดยตรง เขาไม่ได้หลบหลีก แต่ใช้พละกำลังมหาศาลของแวมไพร์สายเืบริสุทธิ์เข้าปะทะโดยตรง!
โครม! เปรี้ยง!
กิ่งไม้ที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าแตกหักเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อปะทะกับร่างกายของเขา แม้จะสร้างาแฉกรรจ์ได้นับไม่ถ้วน แต่มันก็ไม่อาจหยุดยั้งความเร็วของเขาได้เลยแม้แต่น้อย เืสีแดงเข้มสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ แต่คาอินก็ไม่สนใจความเ็ปนั้นเลยแม้แต่น้อย เป้าหมายของเขามีเพียงหนึ่งเดียว...คือการจัดการต้นตอของเวทมนตร์นี้ให้สิ้นซาก
ลอเรียนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครบ้าพอที่จะพุ่งฝ่าการโจมตีของเขาเข้ามาตรงๆ เช่นนี้ เขาพยายามจะร่ายเวทมนตร์บทใหม่ แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว
หมับ!
มือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งของคาอินคว้าเข้าที่ลำคอของลอเรียนอย่างแม่นยำและรุนแรง บีบแน่นจนเอลฟ์หนุ่มแทบจะสิ้นใจในทันที
"จบเกมแล้ว...เ้าหนู" คาอินเค้นเสียงลอดไรฟัน
เมื่อผู้ร่ายเวทมนตร์ถูกจับตัวไว้ กิ่งไม้ทั้งหมดที่เคยเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตก็พลันหยุดนิ่งและร่วงหล่นลงสู่พื้นทันที ป่าทั้งป่ากลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง เหลือทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและความเงียบที่น่าอึดอัด
อิซาเบลล่าทรุดลงหอบหายใจอย่างหนัก กริชในมือร่วงหล่นลงพื้น าแที่หลังของเธอเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิมจากการเคลื่อนไหวที่รุนแรงเมื่อครู่
เอลาร่ารีบวิ่งออกมาจากที่ซ่อน ตรงเข้าไปหาคาอินทันที "ท่านลุง! ท่านาเ็!" เธอร้องเสียงหลงเมื่อเห็นสภาพของเขา เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่นไปทั้งตัว เต็มไปด้วยาแลึกตื้นนับไม่ถ้วน เืไหลอาบไปทั่วร่างกายจนน่ากลัว
แต่คาอินกลับไม่สนใจตัวเอง เขายังคงบีบคอของลอเรียนไว้แน่น "บอกมา...ทางหนีออกจากป่านี้อยู่ที่ไหน"
ลอเรียนหัวเราะออกมาทั้งที่หายใจติดขัด "ฆ่าข้าซะเถอะ...อสูร...พวกเ้าไม่มีวันหนีรอดจาก 'เจตจำนงแห่งพงไพร' ไปได้หรอก"
"งั้นรึ?" คาอินแสยะยิ้มอย่างเืเย็น เขากำลังจะหักคอของเอลฟ์หนุ่มให้สิ้นใจ แต่เสียงของเอลาร่าก็ดังขึ้นขัดไว้เสียก่อน
"อย่าค่ะ!" เธอร้องห้าม "อย่าฆ่าเขาเลยนะคะ...ได้โปรด"
คาอินหันมามองเธอด้วยความไม่เข้าใจ "ทำไม? มันพยายามจะฆ่าเรานะ"
"หนูรู้...แต่...แต่การฆ่าฟันมันไม่ช่วยอะไร...มันจะยิ่งสร้างความเกลียดชังมากขึ้นไปอีก" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ดวงตาของเธอเริ่มมีน้ำตาคลอหน่วย
คาอินมองลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลอมเขียวคู่นั้น...ดวงตาที่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความเมตตาแม้จะเพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาก็ตาม...และในที่สุด เขาก็คลายมือที่บีบคอของลอเรียนออกอย่างช้าๆ ก่อนจะฟาดสันมือเข้าที่ท้ายทอยของเอลฟ์หนุ่มจนสลบไป
"ข้าทำตามที่เ้าขอ...แต่เราต้องรีบไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้"
เขากำลังจะหันไปหาอิซาเบลล่า แต่เอลาร่ากลับเดินเข้ามาประชิดตัวเขาเสียก่อน เธอฉีกชายกระโปรงของตัวเองที่ยังพอมีส่วนดีเหลืออยู่ ออกมาเป็แถบยาว
"อยู่นิ่งๆ นะคะ" เธอกล่าวเสียงแ่ ก่อนจะเริ่มลงมือพันผ้าเพื่อห้ามเืที่แขนของเขาอย่างเงอะงะ
คาอินยืนนิ่งปล่อยให้เธอทำตามใจ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าและกลิ่นเืจางๆ จากตัวเธอ...มันเป็กลิ่นที่ยั่วยวนและปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาได้อย่างน่าประหลาด หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อปลายนิ้วเย็นๆ ของเธอััโดนผิวของเขาโดยบังเอิญ
เอลาร่าเองก็รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา แม้จะเต็มไปด้วยาแ แต่กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งภายใต้ิันั้นกลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าเหลือเชื่อ ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อตระหนักว่าเธอกำลังทำในสิ่งที่ใกล้ชิดเกินกว่าความเป็หลานสาวควรจะทำ
"ข้า...ข้าทำแผลไม่เก่ง...ขอโทษนะคะ" เธอพึมพำแก้เก้อ
"ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย" เขาตอบเสียงเรียบ แต่ในใจกลับรู้สึกปั่นป่วนไปหมด
หลังจากทำแผลให้คาอินเสร็จ เธอก็หันไปหาอิซาเบลล่าที่นั่งพิงต้นไม้อยู่ "ให้หนู...ช่วยทำแผลให้ไหมคะ?"
อิซาเบลล่าเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "แผลที่หลังน่ะนะ? เ้าจะทำยังไง?"
คำถามนั้นทำให้เอลาร่าหน้าแดงก่ำ เธอเพิ่งนึกได้ว่าการจะทำแผลที่หลังได้นั้นหมายความว่าอิซาเบลล่าจะต้องถอดเสื้อผ้าส่วนบนออก...
"เอ่อ...คือ..."
"ไม่ต้องหรอกน่า" อิซาเบลล่าตัดบท "ข้าจัดการเองได้...แต่ตอนนี้...เรามีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น"
เธอพยักพเยิดไปทางพุ่มไม้ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ที่นั่น...มีดวงตาสีเขียวเรืองแสงนับสิบคู่กำลังจับจ้องมาที่พวกเขาจากในความมืด พวกเอลฟ์กลุ่มใหม่กำลังจะมาถึงแล้ว
"ต้องไปเดี๋ยวนี้!" คาอินตัดสินใจทันที เขาช้อนร่างของเอลาร่าขึ้นมาอุ้มอีกครั้ง แม้จะทำให้าแทั่วร่างกายปริออกและเ็ปจนแทบขาดใจ แต่เขาก็ไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา
"แล้วจะไปทางไหนล่ะ?" อิซาเบลล่าถามอย่างสิ้นหวัง
"ทางไหนก็ได้...ที่ไม่มีพวกมัน!"
สิ้นเสียง คาอินก็ออกตัววิ่งทันที โดยมีอิซาเบลล่าที่กัดฟันฝืนความเ็ปวิ่งตามไปติดๆ พวกเขาวิ่งลึกเข้าไปในป่าอย่างไร้จุดหมาย โดยมีเสียงไล่ล่าของพวกเอลฟ์ตามหลังมาไม่ห่าง...การหลบหนีที่แท้จริง...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น