แววตาของจี้ทิงสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น
ปกติแล้วจี้เยี่ยนจื๋อไม่เคยปั้นหน้าดีใส่เขาสักครั้งถ้าไม่เอ่ยปากเย้ยหยันก็ต้องคอยด่าทอ ในเมื่อเกลียดขี้หน้าเขาขนาดนั้นแล้วทำไมถึงยอมขัดคำสั่งจี้เจิ้นถิงเพื่อเขากันหรือว่าจี้เยี่ยนจื๋อจะเป็โรคจิตจริงๆ?
จี้เจิ้นถิงมองเห็นความสับสนในแววตาของเขาโดยไม่สนว่าเ้าตัวจะรู้สึกเช่นนั้นจริงหรือแค่แสร้งทำเขาแค่นหัวเราะเ็าออกมาจากลำคอ “แต่ถึงจะเป็งูพิษมันก็มีข้อดีของมัน ไม่ว่าจะเป็งูหรือปลาใหญ่เมื่อถูกปล่อยลงสระย่อมต้องกระตุ้นให้ปลาซิวปลาสร้อยตัวอื่นดิ้นรนเอาชีวิตรอดใครอยากรอด ก็ต้องดูว่าฝีมือของใครจะสูงส่งกว่ากัน”
ทุกคนต่างจ้องมองตำแหน่งนั้นด้วยสายตาหิวกระหายแต่ถ้าคิดจะก้าวขึ้นเป็ผู้กุมอำนาจของตระกูลจี้ และเป็คนที่หัวเราะได้ในตอนท้ายก็จำเป็ต้องเหยียบย่ำคนรุ่นเดียวกันขึ้นไปสู่จุดสูงสุด
จี้เจิ้นถิงพูดจาแฝงนัยแต่ความหมายบนเปลือกนอกนั้นจี้ทิงเข้าใจดีอยู่แล้ว
เขาจ้องมองอีกฝ่ายพลางเอ่ยเรียบๆ“ทฤษฎีปลาดุก [1] เขาไม่ได้ใช้กันแบบนี้หรอกนะครับผมว่าคุณควรไปอ่านบันทึกประวัติศาสตร์ บทผิงไหว [2] บ้างจะได้รู้ว่าคำว่า ขุนเขาพังทลายหรือการเลี้ยงหนอนพิษให้มันกลับมากัดกินตัวเองน่ะมันเป็ยังไง”
ั์ตาขุ่นมัวของจี้เจิ้นถิงกวาดมองใบหน้าของเขาครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ฉันดูคนไม่ผิดจริงๆ”
ทั้งใจกล้าและเฉลียวฉลาดแถมยังตบตาแกล้งโง่ภายใต้จมูกเขามาได้ตั้งหลายปีลำพังแค่ความหนักแน่นของจิตใจเพียงเท่านี้ ก็คุ้มค่าพอที่เขาจะรั้งตัวไว้แล้ว
จี้ทิงยังไม่ทันจะเข้าใจความหมายของประโยคนี้จี้เจิ้นถิงก็หันหลังกลับ “เื่ในวันนี้ฉันจะชดเชยให้แกอยากได้อะไรก็บอกมา เหล่าจางเข้ามา”
พ่อบ้านแห่งคฤหาสน์เฮ่อหยวนปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูทันทีพลางค้อมศีรษะ“ท่านประธานครับ”
“ไปตามหมอเจิ้งมา...”
ทว่าคำพูดนั้นยังไม่ทันจบเสียงเอะอะวุ่นวายก็ดังมาจากด้านนอก
“คุณชายครับ ท่านประธานใหญ่กำลังคุยธุระอยู่ด้านใน เข้าไปไม่ได้นะครับ!”
“คุณเข้าไปไม่ได้จริงๆ อย่าทำให้พวกผมลำบากใจเลยครับ...”
“คุณชายครับ!”
จี้ทิงหันไปมองตามเสียงแล้วถึงกับชะงักไปเขาเห็นจี้เยี่ยนจื๋อก้าวอาดๆ เข้ามาในโถงรับรองด้วยท่าทางราวกับยอมหักไม่ยอมงอสายตาของทั้งคู่ปะทะกันกลางอากาศ เมื่อจี้เยี่ยนจื๋อเห็นคราบเืบนตัวจี้ทิงเขาก็ปรี่เข้ามาคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้แน่น
จี้ทิงถูกกระชากไปด้านหลังอย่างรุนแรงจนเกือบจะเสียหลักล้ม
บอดี้การ์ดที่ขวางไม่อยู่รีบวิ่งตามเข้ามาแต่ก็ได้แต่หยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู “ท่านประธานใหญ่ครับพวกเรา...”
“เหล่าจาง” จี้เจิ้นถิงโบกมือ “กันคนนอกออกไปให้หมด”
“ครับ”
ภายในโถงกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้งจี้เยี่ยนจื๋อก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วก้มศีรษะลง“คุณปู่ครับ”
“มาแล้วเหรอ” จี้เจิ้นถิงเอ่ยเพียงสั้นๆด้วยน้ำเสียงที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ ทว่าดวงตายังคงปิดปริ่มครึ่งหนึ่ง
นิ้วมือของจี้เยี่ยนจื๋อที่กำรอบข้อมือจี้ทิงกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยเขาเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเอ่ย “ผมมารับจี้ทิงกลับครับ”
จี้ทิงที่ถูกบังไว้ด้านหลังมองเห็นเพียงใบหน้าด้านข้างของจี้เยี่ยนจื๋อเลือนรางเขาเห็นว่าอีกฝ่ายเชิดหน้าขึ้นขณะพูด น้ำเสียงนั้นมั่นคงและเด็ดขาดไร้ซึ่งร่องรอยของการเจรจาต่อรอง
จี้เจิ้นถิงค่อยๆลืมตาขึ้น เขาเหลือบมองจี้เยี่ยนจื๋อพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย“งั้นแกก็พาเขาไปเถอะ”
จี้เยี่ยนจื๋อเดิมทีคิดว่าการปะทะกันครั้งนี้คงเลี่ยงไม่ได้ไม่นึกเลยว่าทุกอย่างจะราบรื่นเกินคาดเขาไม่มีเวลามาขบคิดถึงความผิดปกติที่แฝงอยู่ จึงก้มศีรษะให้จี้เจิ้นถิงอีกครั้ง“คุณปู่ครับ พวกเราขอตัว”
จี้เยี่ยนจื๋อจูงข้อมือจี้ทิงเดินไปยังประตูทว่าในวินาทีที่ทั้งคู่ก้าวข้ามธรณีประตูเสียงของจี้เจิ้นถิงก็ดังไล่หลังมาอย่างช้าๆ
“จี้ทิง วันหลังถ้ามีเวลา ก็หมั่นมาเยี่ยมฉันที่เฮ่อหยวนบ้างนะ”
จี้ทิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาใช้หางตาเหลือบมองจี้เยี่ยนจื๋อ ก่อนจะเบือนหน้าไปตอบสั้นๆ“ไม่มาครับ”
“เงียบ!” จี้เยี่ยนจื๋อดุเสียงเย็นก่อนจะกระชากลากถูเขาออกไปอย่างก้าวร้าว
ทั้งสองเดินออกมาจนพ้นเขตคฤหาสน์เฮ่อหยวนเลี่ยวข่ายขับรถเข้ามาจอดเทียบพอดีจี้เยี่ยนจื๋อจึงเปิดประตูแล้วยัดจี้ทิงเข้าไปในรถ
เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปถึงทางแยกจู่ๆ รถก็หยุดกะทันหันเลี่ยวข่ายรีบวิ่งไปเปิดกระโปรงท้ายรถเพื่อหยิบกล่องปฐมพยาบาลขนาดเล็กแล้วกลับขึ้นรถมา
“โชคดีที่สั่งให้เตรียมชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉินไว้ก่อน” เลี่ยวข่ายพูดไปพลางมือก็ควานหาของในกล่องไปพลาง “เอ่อ คือไอ้นั่นมัน...”
“เอามาให้ฉัน” จี้เยี่ยนจื๋อที่นั่งเบาะหลังเอ่ยขัด
เลี่ยวข่ายรีบหันไปส่งกล่องให้จี้เยี่ยนจื๋อพลิกหาเพียงครู่เดียวก็เจอผ้าก๊อซฆ่าเชื้อเขาฉีกซองออกแล้วหันไปมองจี้ทิง “เอามือลง”
จี้ทิงเบี่ยงตัวหลบไปด้านหลังอย่างไม่ไว้วางใจ“ผมทำเองได้”
“ฉันบอกให้เอามือลง” จี้เยี่ยนจื๋อย้ำด้วยน้ำเสียงเ็า
จี้ทิงไร้ทางเลือกจำต้องละมือที่กดแผลหลังใบหูออก
ก่อนจะลงมือทำแผลจี้เยี่ยนจื๋อพิจารณาาแของเขา “ไปโดนอะไรมา?”
“จี้ซือเหล่ยเอาแจกันขว้างใส่ผมแต่มันตกแตกที่พื้นแล้วเศษกระเบื้องกระเด็นใส่... โอ้ย...” วินาทีที่จี้เยี่ยนจื๋อกดผ้าลงมาจี้ทิงเจ็บจนสูดปาก ร่างกายขยับหนีตามสัญชาตญาณ
“จะสำออยอะไรนักหนา” จี้เยี่ยนจื๋อใช้อีกมือล็อกศีรษะของเขาไว้แน่นแล้วกดลงกับแผงอกของตนโดยตรง
จี้ทิงต้องขดตัวอยู่ในท่าที่แสนจะอึดอัดเพียงไม่นานใบหน้าก็เริ่มแดงก่ำเพราะเืลมสูบฉีด “จี้เยี่ยนจื๋อพี่ทำแบบนี้มันยิ่งทำให้เืผมไหลเยอะกว่าเดิมนะ”
จี้เยี่ยนจื๋อกำลังแกะเทปพันแผลเมื่อได้ยินแบบนั้นเขาก็คว้าหมับเข้าที่ท้ายทอยของอีกฝ่ายแล้วรั้งตัวขึ้นมาวางไว้บนไหล่ของตัวเอง
ท่านี้กลับยิ่งประหลาดเข้าไปใหญ่เพราะจี้เยี่ยนจื๋อต้องโน้มตัวไปทับร่างจี้ทิงไว้ครึ่งหนึ่งแล้วเอื้อมมือโอบไปด้านหลังถึงจะััแผลที่หลังหูได้
จี้ทิงถึงกับพูดไม่ออก: [จี้เยี่ยนจื๋อทำไมถึงได้ซื่อบื้อขนาดนี้?]
จี้เยี่ยนจื๋อที่กำลังจะติดเทปแผ่นที่สองชะงักกะทันหันเขาหลุบตามองสบตากับจี้ทิง “จี้ทิง นายอยากตายนักใช่ไหม”
จี้ทิงกำลังจะอ้าปากเถียงทว่ารถกลับกระตุกสั่นอย่างแรงทำให้ใบหน้าของทั้งคู่เกือบจะแนบชิดกันเหลือเพียงไม่กี่เิเ
ในสถานการณ์คับขันจี้ทิงยกมือขึ้นยันหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อแล้วผลักออกสุดแรงจนอีกฝ่ายหงายหลังไป
ตึง!เสียงศีรษะใครบางคนกระแทกเข้ากับกระจกรถอย่างจัง
“เมื่อกี้มองไม่เห็นลูกระนาดครับ ไม่เป็ไร... ใช่ไหมครับ” เลี่ยวข่ายมองผ่านกระจกหลังเห็นเหตุการณ์เบาะหลังแล้วก็ถึงกับต้องเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ
จี้ทิงเอามือกุมผ้าก๊อซไว้พลางขยับถอยไปทางขวา“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”
สภาพของจี้เยี่ยนจื๋อในตอนนี้มีรอยฝ่ามือเปื้อนเืประทับอยู่บนหน้าอย่างชัดเจนผมเผ้ายุ่งเหยิง นั่งพิงกระจกรถด้วยท่าทางกึ่งเอนกึ่งหงาย
ภายในรถตกอยู่ในความเงียบงันที่ชวนอึดอัดอย่างประหลาดหลังจากจี้เยี่ยนจื๋อตั้งหลักได้เขาก็หยิบผ้าก๊อซมาเช็ดรอยมือบนหน้าพลางสูดลมหายใจเข้าลึกซ้ำๆคล้ายพยายามระงับอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
เมื่อเช็ดจนพอสะอาดเขาก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันสั่ง “ขยับมานี่”
จี้ทิงย่อมไม่ยอมขยับจี้เยี่ยนจื๋อจึงสูดลมหายใจอีกครั้ง “อย่าให้ฉันต้องพูดเป็รอบที่สอง”
พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่จี้ทิงจึงยอมประนีประนอมขยับเข้าไปหา
จี้เยี่ยนจื๋อจัดการแปะเทปยึดผ้าก๊อซให้จนเรียบร้อยก่อนจะผลักเขาออกในวินาทีต่อมา
จี้ทิงมองท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์นั้นแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง“จี้เยี่ยนจื๋อ พี่มาที่เฮ่อหยวนทำไม?”
จี้เยี่ยนจื๋อเหลือบมองเขาพลางตอบด้วยน้ำเสียงเ็า“เกี่ยวอะไรกับนาย ฉันจะทำอะไรต้องรายงานนายด้วยหรือไง?”
เลี่ยวข่ายได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกไม่อยากให้จี้ทิงเข้าใจผิดจึงเอ่ยขึ้นว่า “คุณชายรองครับทันทีที่ประธานจี้ทราบข่าวว่าคุณถูกพาตัวมาที่เฮ่อหยวนเขาก็รีบมาที่นี่ทันทีเลยนะครับ เขา...”
เชิงอรรถ
[1]ทฤษฎีปลาดุก (Catfish Effect) คือทฤษฎีการบริหารจัดการหรือปรากฏการณ์ที่คู่แข่งที่แข็งแกร่ง (ปลาดุก)เข้ามาในสภาพแวดล้อมที่เฉื่อยชา ส่งผลให้คู่แข่งที่อ่อนแอกว่า (ปลาซาร์ดีน)ต้องพัฒนาตนเองเพื่อความอยู่รอด
[2]บันทึกประวัติศาสตร์ บทผิงไหว คือบทหนึ่งในหนังสือสื่อจี้หรือบันทึกประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของจีน เรียบเรียงโดยซือหม่าเชียน เป็บทบันทึกด้านเศรษฐกิจที่เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ การเงินและนโยบายการคลังของรัฐบาลจีน ั้แ่ต้นราชวงศ์ฮั่นจนถึงสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้