ตอนที่ 1 บุตรีสายรองตระกูลอวี๋ (2)
ไม่ใช่ว่าพวกนางกล้าคิดร้ายต่อพี่ชายร่วมสายเืของคุณหนู เป็ความจริงที่ตระกูลอวี๋นั้นเข้มงวด นายน้อยรองอวี๋จือรุ่นเพิ่งอายุครบเจ็ดปีก็ถูกส่งไปอยู่เรือนหน้า ยามนั้นคุณหนูยังไม่ถึงสามขวบด้วยซ้ำ ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้นายน้อยรองมีความกตัญญูอย่างเคร่งครัด แต่คนดูแลกลับเป็ฮูหยินใหญ่ของบ้าน สองพี่น้องจึงไม่มีความผูกพันมากมายอันใด ยามนี้อี๋เหนียงไม่อยู่แล้ว หากนายน้อยรองไม่สนใจ ต่อไปนี้คุณหนูจะพึ่งใครได้
เห็นว่าเซียงฉี่ซ่อนถุงหอมเอาไว้ดีแล้วก่อนจะเดินออกไปอย่างเร่งรีบ เซียงป่ายจึงหมุนตัวกลับเข้าไปในห้อง ััถ้วยยาที่เริ่มอุ่นเบาๆ นางเลิกผ้าม่านไปเกี่ยวยังตะขอทองแดงบนหัวเตียง
โครงหลังคาเตียงกว้าง เนื่องด้วยการจากไปของอี๋เหนียงจึงได้นำเอาสีสันออกไป สีขาวดอกหลีที่ปรากฏเต็มสายตาให้ความรู้สึกเยือกเย็นและเงียบเหงา หญิงสาวร่างเล็กนอนอยู่บนเตียงนุ่มที่ดูเยือกเย็นเงียบเหงา ยิ่งทำให้ร่างเล็กดูอ่อนแอน่าสงสาร มองดูคุณหนูของตนที่แก้มตอบลงในเวลาเพียงไม่กี่วัน ใบหน้าไร้สีเืซีดขาวเสียยิ่งกว่าดอกหลีที่เบ่งบาน เซียงป่ายปวดใจแทบทนไม่ไหว โน้มตัวเข้าไปใกล้ พลางเอ่ยเรียกเสียงเบา “คุณหนู คุณหนูสี่เ้าคะ ต้องกินยาแล้ว บ่าวจะป้อนให้ท่านเองนะเ้าคะ”
ขม ขมเหลือเกิน...
เธอก็บอกแล้วว่ายาไม่ใช่จะกินซี้ซั้วได้ หากจะกินก็ต้องกินแบบเคลือบน้ำตาลหรือไม่ก็กินแบบแคปซูล นี่ไม่มีแม้แต่เปลือกจะให้กินอย่างไรกัน เอ๋ ไม่ใช่สิ ตอนนี้ร่างกายเธอแข็งแรงดีทำไมต้องกินยาด้วยเล่า ใครเอายามาป้อนให้เธอกัน
อวี๋เจียวลืมตาขึ้นทันใด คานเตียงที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตตรงหน้าทำให้เธอต้องชะงัก ดูจากผลงานแล้วน่าจะเป็งานฝีมือในสมัยราชวงศ์ซ่ง แต่ลวดลายนั้นเป็ลวดลายที่เป็ที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงในสมัยฮั่นหรือเว่ย ระยะเวลาของสองยุคสมัยนี้ก็ยาวนานเกินไปสักหน่อย...
“คุณหนู ท่านตื่นแล้ว ดีจังเลย ท่านหลับไปถึงสองวัน บ่าวใแทบแย่เ้าค่ะ”
มองดูใบหน้าเล็กที่ร้องไห้ด้วยความยินดีอยู่ข้างๆ อวี๋เจียวดึงสติที่ล่องลอยไปไกลกลับคืนมา อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปาก ‘นางคิดมากเกินไปหรือเปล่านะ ใช่ไหม ทำไมรูปประโยคถึงแปลกหูจังเลยนะ’
กวาดตามองการตกแต่งภายในห้อง เธอยกแขนเล็กขึ้นมาอย่างมีความหวัง...จากนั้นดวงตาสวยหลับลงและ ‘สลบ’ ไปอีกครั้ง
แม้ว่าตามหลักการที่หนังสือได้กล่าวเอาไว้ ว่าการสูญเสียความทรงจำจะเป็วิธีที่ดีที่สุด แต่นั่นมันคือนิยาย ส่วนเธอตอนนี้คือความเป็จริง หากคนรอบตัวรู้ว่าเธอหลอกลวงเื่สูญเสียความทรงจำเล่า อีกอย่างไม่รู้ว่าได้รับการกระทบกระเทือนหรือว่าป่วย ตอนนี้สลบไปก่อนก็แล้วกัน อย่างไรก็ตาม ดูให้มากพูดให้น้อยจะปลอดภัยที่สุด
“คุณหนู คุณหนูเ้าคะ” เซียงป่ายที่หันกลับไปยกชาร้อนมาให้หวังจะให้คุณหนูของตนได้ชุ่มคอ กลับพบว่าคุณหนูที่พึ่งฟื้นขึ้นมาสลบไปอีกครั้งแล้ว ดวงตาของนางพลันรื้นไปด้วยน้ำตา
ในขณะที่กำลังทำอะไรไม่ถูก ประตูก็ถูกเปิดออก เห็นเพียงเซียงฉี่เดินกลับเข้ามาคนเดียว นางรีบเดินเข้าไปถามอย่างร้อนใจ “นายน้อยรองไม่มาหรือ” เอ่ยพลางมองเลยไปด้านหลังของอีกฝ่าย ราวกับคาดหวังให้ใครสักคนเปิดประตูตามเข้ามา ขอเพียงมีคนมา ต่อให้ถูกทำโทษว่านางไม่รู้กฎระเบียบนางก็ยอม
“เ้าอย่าพึ่งร้อนใจ อย่าพึ่งร้อนใจ ไม่ใช่นายน้อยรองไม่มา แต่เพราะข้าไปไม่ถูกเวลา ยามนี้นายน้อยรองกำลังเรียนอยู่ที่หอวั่งเย่ว์ ด้านนอกมีคนเฝ้าอยู่ ข้าเข้าไปไม่ได้”
ได้ฟังคำบอกเล่าของเซียงฉี่ เซียงป่ายเองไม่รู้ว่าควรกังวลหรือควรดีใจ กัดริมฝีปากพร้อมเอ่ยกระซิบเสียงเบา “เช่นนั้นอีกเดี๋ยว เ้าจะไปอีกรอบหรือไม่”
เซียงฉี่ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ย “เต๋อลี่ผู้ติดตามของนายน้อยรองให้ข้ากลับมารอฟังข่าว หากก่อนเวลาอาหารเย็นยังไม่ได้ข่าว...ข้าจะไปอีกครา” หากต้องรอไปถึงเวลานั้น บางทีไปแล้วอาจจะเสียเวลาเปล่าก็เป็ได้
สาวใช้ทั้งสองรู้สึกกังวลและพูดไม่ออก ทว่าไม่รู้ว่าคุณหนูที่แกล้งสลบอยู่บนเตียง ยามนี้กลับสลบไปจริงเสียแล้ว