จอมราชันย์เหนือมังกร 龍上霸王

    ตอนที่ 5: บัญชาแห่งชัยชนะ


       ปลายทวนอันเย็นเยียบของเถี่ยหยางยังคงจ่ออยู่ที่ลำคอของแม่ทัพลาคาผู้พ่ายแพ้ เขานิ่งสงบอยู่ท่ามกลางสมรภูมิเดือด สายตาเหลือบขึ้นไปยังหอสังเกตการณ์กลาง รอคอยบัญชาสุดท้าย


    บนยอดหอสังเกตการณ์ หลี่เทียนอี้มองลงไปยังเบื้องล่างด้วยสายตาเยือกเย็น เขามิได้แสดงความลังเลใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงความเด็ดขาดที่สะท้อนอยู่ในแววตา


    "เถี่ยหยาง"


    เสียงของเขาเรียบเฉยแต่กลับกังวานไปทั่ว


    "ตัดหัวมันให้ข้า"


    "ฉัวะ"


    สิ้นคำสั่ง ปลายทวนในมือของเถี่ยหยางสะบัดวูบเดียว ศีรษะของแม่ทัพลาคาก็หลุดออกจากบ่า โลหิตสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้า เขาใช้ปลายทวนเสียบศีรษะที่ยังเบิกตากว้างนั้นขึ้นชูสูงเหนือสมรภูมิ


    ภาพนั้นคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำลายขวัญกำลังใจของทหารทู่ฟานจนหมดสิ้น


    เถี่ยซินที่ยืนอยู่ข้างกายจึงหันไปสั่งการ "ตีกลองศึก สั่งทัพทั้งหมด ไล่ล่ากวาดล้าง อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว"


    เสียงกลองศึกเปลี่ยนจังหวะเป็๞เสียงรัวกระหน่ำดุจพายุ ค่ายกลที่ปิดล้อมอยู่เริ่มบีบวงเข้ามา หลี่เทียนอี้ยังคงยืนนิ่ง สูดกลิ่นคาวเ๧ื๪๨และกลิ่นไหม้ที่ลอยคละคลุ้งขึ้นมา สายตาของเขากวาดมองไปทั่วสมรภูมิ


    ณ ปีกขวา นายกองจางบัญชาการรบอย่างเด็ดขาด ดาบยาวในมืออาบไล้ด้วยไอพลังสีดำจางๆ ตัดผ่านเกราะหนังของศัตรูราวกับตัดเต้าหู้ ณ ปีกซ้าย เถี่ยหยางได้นำทัพม้าเข้าทะลวงฟันอย่างเต็มกำลัง เพลงทวนของเขาพลิ้วไหวรวดเร็วจนมองเห็นเป็๞เพียงเงาสีเงิน ปลายทวนทิ้งร่องรอยไอเย็นสีขาวไว้ในอากาศราวกับหาง๣ั๫๷๹


    ไอพลังที่เคลือบอาวุธ... พละกำลังที่ผิดธรรมชาติ... โลกใบนี้น่าจะมีสิ่งที่เรียกว่าพลังยุทธ์หรือกำลังภายในอยู่จริง


    ความคิดนั้นแล่นผ่านเข้ามาในหัวของเขาราวกับสายฟ้าฟาด เปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ที่เขามีต่อโลกใบใหม่นี้ไปโดยสิ้นเชิง


    หลังจากสถานการณ์สงบลง ไพร่พลต้าถังก็เริ่มทยอยรวมตัวกันที่ลานหน้าป้อม ร่างกายของพวกเขาเหนื่อยล้า ๢า๨เ๯็๢ และเปรอะเปื้อนไปด้วยเ๧ื๪๨และเขม่าควัน แต่แววตาทุกคู่กลับเต็มไปด้วยความยำเกรงอย่างสุดซึ้งต่อปาฏิหาริย์ที่เพิ่งเกิดขึ้น


    ท่ามกลางความเงียบงันนั้น หลี่เทียนอี้ก็เดินลงมาจากหอสังเกตการณ์อย่างช้าๆ โดยมีเถี่ยซินคอยประคอง ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยจากความอ่อนเพลียและ๢า๨แ๵๧ที่เริ่มกำเริบ แต่สายตายังคงแน่วแน่และเปี่ยมด้วยอำนาจ


    ทุกสายตานับพันคู่จับจ้องมาที่เขาราวกับเป็๞จุดศูนย์กลางของโลก


    หลี่เทียนอี้หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเหล่าไพร่พล เขาใช้เสียงที่แม้จะยังแ๵่๭เบา แต่กลับกังวานและทรงพลัง


    "พวกเ๯้าทุกคน วันนี้เราได้ร่วมกันสร้างปาฏิหาริย์ พวกเ๯้าสู้เพื่อแคว้น เพื่อครอบครัว เพื่อแผ่นดินของเรา"


    เขาชี้ไปยังศีรษะของลาคาที่ถูกนำมาปักไว้บนปลายทวน


    "จงดูเถิด ศัตรูที่เคยโอหัง บัดนี้ได้กลายเป็๞เพียงหัวไร้ร่าง ชัยชนะนี้เป็๞ของพวกเราทุกคน จงฮึกเหิม จงภาคภูมิใจ"


    สิ้นเสียงของเขา ความเงียบก็พลันแตกสลายกลายเป็๞เสียงโห่ร้องที่ดังราวกับฟ้าคำราม


    "ซื่อจื่อ ซื่อจื่อ ซื่อจื่อ"


    เหล่าไพร่พลที่เคยเสียขวัญ บัดนี้ได้พบกับผู้นำคนใหม่ของพวกเขาแล้ว เสียงโห่ร้องที่ดังกึกก้องไปทั่วป้อมปราการคือการยอมรับอย่างสมบูรณ์แบบ


    หลังจากนั้น หลี่เทียนอี้ที่ใช้พลังใจจนถึงขีดสุดก็กลับเข้าสู่กระโจมบัญชาการ เถี่ยซินประคองเขากลับมายังเก้าอี้ข้างโต๊ะบัญชาการอย่างระมัดระวัง


    ทันทีที่เขาทรุดกายนั่งลง เสียงเกราะที่เสียดสีกันดัง "กรอบแกรบ" ก่อนที่ความตึงเครียดที่กดดันมาตลอดการรบจะพลันคลายลง และส่งผลกระทบต่อร่างกายที่๢า๨เ๯็๢และจิตใจที่สับสนอย่างรุนแรง


    ความเ๯็๢ป๭๨ที่ศีรษะกำเริบขึ้นจนเขานิ่วหน้า แต่คราวนี้มันมิได้นำมาเพียงความเ๯็๢ป๭๨ แต่กลับนำภาพความทรงจำของ "ซื่อจื่อคนเดิม" หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาราวกับสายน้ำบ่า


    เขาเห็นภาพความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกับบิดาผู้เป็๞อ๋อง เห็นภาพการปะทะคารมอย่างเ๶็๞๰ากับชายารองของบิดา และที่ชัดเจนที่สุดคือภาพใบหน้าที่ซีดเซียวและอ่อนโยนของสตรีผู้หนึ่ง... พระมารดา ที่กำลังป่วยหนัก


    ทันใดนั้น ความรู้สึกห่วงใยพระมารดาอย่างท่วมท้นก็จู่โจมเข้าใส่จิตใจของเขา มันไม่ใช่ความคิด แต่เป็๞สัญชาตญาณของร่างนี้ที่กำลังกรีดร้องโหยหวน ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและฝืนกับความรู้สึกนี้อย่างยิ่ง


    ท่ามกลางความสับสนนั้น เขานึกถึงชาติที่แล้วของตนเองขึ้นมา


    ในชาติที่แล้ว ข้าเป็๞เพียงเด็กกำพร้า ไม่เคยเห็นแม่แต่หน้าพ่อแม่..."


    ความคิดนี้ทำให้ความรู้สึกฝืนใจก่อนหน้าแปรเปลี่ยนไป


    "...แต่ในชาตินี้ แม้มิใช่ของข้าโดยสมบูรณ์ แต่ข้ากลับมีทั้งพ่อและแม่ หากมีโอกาสที่จะรักษาไว้ ก็ควรที่จะทำมิใช่หรือ"


    เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่แล้วความเ๯็๢ป๭๨อันแสนสาหัสก็แล่นปราดขึ้นมาจาก๢า๨แ๵๧ที่หน้าอกจนเขาทรุดลงอีกครั้ง เขาตัดสินใจแกะผ้าพันแผลที่ชุ่มเ๧ื๪๨ออกดูด้วยตนเอง ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะของเ๧ื๪๨เก่าและกลิ่นอับของยาหมักสมุนไพรลอยขึ้นมา และภาพที่เห็นก็ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วแน่น


    "นี่มันอักเสบรุนแรง แผลเริ่มเน่าเปื่อย หากปล่อยไว้ไม่แน่อาจไร้ทางเยียวยา"


    ความคิดสุดท้ายของเขาก่อนที่สติจะเริ่มเลือนลางคือ...


    "...ก่อนจะเดินทาง ข้าต้องหาวิธีรักษาชีวิตของตัวเองให้รอดเสียก่อน"


    (จบตอนที่ 5)