บทที่ 12 การปะทะที่ไม่เป็ธรรม
ชิง เชียงประหลาดใจเล็กน้อยที่สำนักไร้นามนั้นสามารถเข้ารอบมาสู่รอบนี้ได้แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะมีหรือที่เขาจะกลัว เพราะสำนักไร้นามนั้น ครองอันดับโหล่มาโดยตลอดไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยจะสามารถมาเทียบกับเขาได้อย่างไร
หลิว เฟ่ยหงส์ นั้นที่หนีออกมาจากการแข่งขันกลางคันก็เพราะว่า ชิว เหวินเจี้ยนได้เรียกเขาออกมาเพื่อที่จะวางแผนทำอะไรกันสักอย่าง
หลิว เฟ่ยหงส์ นั้นก็ตอบกลับไปว่า “ตกลงขอรับท่านอาจารย์ แต่ว่าข้านั้นสามารถใช้พลังได้แค่เขตแดนก่อตั้งปฐีขั้นที่5 แบบนั้นจะไหวแน่หรือขอรับ” หลิว เฟ่ยหงส์ มีสีหน้าเป็กังวลกับแผนของ ชิวเหวินเจี้ยน เล็กน้อย
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวตอบ “นี่หรือว่าเ้าไม่เชื่อใจข้าข้านั้นบอกแผนเ้าไปแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แผนจริงๆมันคือต่อจากตอนที่เ้านั้นสามารถบรรลุแผนที่ข้าสั่งให้ได้เสียก่อน”
หลิว เฟ่ยหงส์ ดูลังเลเล็กน้อยเพราะว่า ชิว เหวินเจี้ยนได้สั่งให้เขาไปสู้กับคนที่มีระดับพลังขั้นที่9เขตแดนปฐีแท้จริง พร้อมกันถึง3คนทั้งๆที่เขาโดนสั่งให้ใช้พลังเพียงแค่ขั้นที่5ก่อตั้งปฐีเท่านั้นเองแต่ถึงอย่างนั้น ชิว เหวินเจี้ยน ก็ไม่ได้พูดปากเปล่าเขานั้นได้สอนวิชาบางวิชาที่เขาเคยได้ใช้มันเมื่อนานมาแล้ว
หลิว เฟ่ยหงส์ ก็ตอบกลับไปว่า “ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัวก่อนขอรับท่านอาจารย์ข้าจะพยายามดำเนินการตามแผนให้เสร็จเร็วที่สุด”
หลิว เฟ่ยหงส์ ก็รีบกลับไปที่สนามประลองเพราะว่า พวกเขาจะเริ่มแข่งกันต่อแล้ว และทีมที่จะเจอก็คือคนของสำนักเมฆาซึ่งมันไม่ได้อยู่ในสายตาของ หลิว เฟ่ยหงส์ เลยแม้แต่น้อยนั่นเอง ที่ หลิวเฟ่ยหงส์ ้าจริงๆนั่นก็คือ ปะทะกับประมุขของ3สำนักใหญ่ที่เหลือพร้อมกันเพื่อที่จะดำเนินการตามแผนของ ชิว เหวินเจี้ยน ต่อไป
เสียงประกาศก็ดังขึ้นอีกรอบ “ทุกสำนักมาพร้อมกันหรือยัง เราจะเริ่มทำการแข่งขันรอบต่อไปกันเลยก็แล้วกันเชิญ สำนักไร้นาม และ สำนักเมฆา ขึ้นไปข้างบนเวทีกันให้เรียบร้อย”
เป็ 2 พี่น้องหุ่ยที่ขึ้นไปข้างบนเวทีส่วน หลิว เฟ่ยหงส์ เพียงแค่ยืนรออยู่ข้างล่าง
ส่วนทางฝั่งสำนักเมฆา ก็เช่นเคย ชิงเชียง ลงมาที่สนามคนเดียว เขาอยู่ในเขตแดนก่อตั้งปฐีขั้นที่3แล้วในตอนนี้ เพราะว่าเขาได้ไปเก็บตัวฝึกฝนตลอดทั้งวันก่อนวันประลอง
ชิง เชียง ได้ส่งเสียงตรงไปยัง หลิวเฟ่ยหงส์ ว่า “เ้าขยะสำนักไร้นาม จะมาหยามข้าอย่างนั้นหรือลงมากันให้หมดนั่นแหละ ข้าจะได้เชือดไปพร้อมๆกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”
หลิว เฟ่ยหงส์ทำเพียงแค่ยิ้มอย่างเ็า และกล่าวตอบกลับดังสนั่นให้ทั่วทั้งสนามประลองได้ยินว่า “เ้านั้นยังไม่มีค่าพอ ถ้าอยากจะให้ข้าลงไปในสนามก็ให้ประมุข ชิง หานคง ของเ้าลงมาสู้กับข้าสักหน่อยเป็อย่างไรเผื่อจะพอมีแววชนะข้าอยู่บ้าง”
ทั่วทั้งสนามประลอง ไม่เว้นแม้แต่ประมุขของสำนักอื่นๆ ต่างโกรธเคือง หลิว เฟ่ยหงส์ เป็อย่างมาก เพราะว่าเขานั้น ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงพลังของเขาเคยอยู่เพียงแค่ เขตแดนยอดนักสู้ ถึงจะมีความสามารถขนาดไหนก็ไม่น่าจะเกิน เขตแดนก่อตั้งปฐีไปได้ ทำไมเขาถึงได้กล้าท้าสู้ประมุขของสำนักเมฆากัน
หลังจากที่ หลิว เฟ่ยหงส์ ได้เห็นปฏิกิริยาของทุกคนเขาก็สบายใจขึ้นมานิดหน่อย เพราะว่าคนพวกนี้เริ่มที่จะเข้ามาทำตามแผนแล้ว ช่างง่ายดายจริงๆเขาก็ได้กล่าวบอกต่อ “ชิง เชียงอย่างเ้าเพียงแค่ได้ต่อสู้กับลูกศิษย์ของสำนักเราก็เป็บุญของเ้าแค่ไหนแล้วถึงผลจะออกมาแล้วเ้าแพ้ก็ไม่ต้องใไป เพราะว่า 4สำนักใหญ่ไม่เคยอยู่ในสายตาของข้าแม้แต่น้อย!”
ทั่วทั้งสนามประลองจากที่โกรธเคืองก็เริ่มหัวเราะเยาะ หลิว เฟ่ยหงส์ และได้ะโออกมาให้เขาได้ยิน “เ้ามันสมองกลับแล้วมั้ง เ้าพวกสำนักไร้นามสงสัยจะเพี้ยนกันไปใหญ่แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
จู่ๆก็ได้มีเสียงประกาศที่ปะปนกับเสียงโกรธเคืองเล็กน้อยได้ดังขึ้นมาว่า “เอาหละทุกคนโปรดอยู่ในความสงบการประลองจะเริ่มขึ้นแล้ว”
“ทั้งสองฝ่าย เริ่มต่อสู้กันได้เลย!”
ชิง เชียงที่ยังโกรธเคือง หลิว เฟ่ยหงส์ อยู่ เขานั้นก็ได้คิดในใจไว้ว่า ‘คอยดูเถอะข้าจะสังหารไอ้พวกลูกศิษย์2คนนี้ ให้ตกตายภายในกระบวนท่าเดียว’
หุ่ย เฟิง และหุ่ย เฟย ที่อยู่บนสนามในตอนนี้ ต่างผ่อนคลายกันเป็อย่างมากพวกเขาทำเหมือนกับไม่มีคู่ต่อสู้อยู่บนสนามประลองเลยด้วยซ้ำ
นั่นทำให้ ชิงเชียง โกรธแค้นอย่างมาก และเขาก็ได้ เริ่มเปิดฉากจู่โจมก่อนเลย
ชิง เชียงหยิบอาวุธคู่กายของเขาออกมา นั่นก็คือ ดาบใหญ่ระดับพิเศษซึ่งมันเคยเป็ของประมุขเมฆามาก่อนนั่นเอง
ประมุขของแต่ละสำนักหันหน้าไปทางชิง หานคง อย่างพร้อมเพรียงกัน ‘นี่เขาถึงกับให้อาวุธระดับพิเศษอันนี้แก่ลูกศิษย์ของเขาเลยหรือนี่เขาทำอะไรลงไป แล้วแบบนี้สำนักไร้นามจะมีทางชนะได้อย่างไร สำนักเมฆามันช่างไร้ยางอายยิ่งนัก’
เมื่อ ชิง เชียงหยิบอาวุธระดับพิเศษออกมา 2พี่น้องหุ่ยก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมาเพราะว่าแรงกดดันของดาบใหญ่ในมือนั่นดูน่าเกรงขามเป็อย่างมาก
ชิง เชียง เริ่มที่จะพุ่งเข้าไปหา2พี่น้องหุ่ยก่อนเลย เขาฟาดดาบใหญ่ตรงไปที่คอของ หุ่ย เฟิง เป็คนแรกอย่างรวดเร็ว
หุ่ย เฟิง เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ยังหลบได้ทัน ส่วนหุ่ย เฟย นั้น ขยับร่างกายไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่เนื่องจากแรงกดดันที่มาจากอาวุธระดับพิเศษ และพลังของ ชิง เชียง ยังอยู่ขั้นที่3ก่อตั้งปฐี อีกด้วย
หุ่ย เฟิง ตอนนี้เขานั้นอยู่ระดับที่ 4ก่อตั้งปฐีแล้วเขาจึงไม่ค่อยมีความกังวลสักเท่าไร แต่หุ่ย เฟย นี่สิ เขายังอยู่เพียงแค่ระดับ2เขตแดนก่อตั้งปฐีอยู่เลย
หุ่ย เฟิงใช้ความเร็วสุดความสามารถเพื่อที่จะเข้าไปถึงตัว ชิง เชียง ให้ไวที่สุด
ชิง เชียง นั้น มองตาม หุ่ย เฟิงไม่ค่อยจะทัน แต่ว่าก็พอจะเห็นเลือนรางอยู่บ้าง เขาก็ได้หนีไปอีกทางและเริ่มพุ่งโจมตี หุ่ย เฟย ต่อไป
เมื่อ หุ่ย เฟย เห็นดังนั้นเขาก็ได้แต่ยอมรับชะตากรรม เขานั้นหลับตาลงและได้คิดว่า ‘ข้าคงจะมาได้เพียงเท่านี้สินะ ลาก่อน’
แต่ทุกอย่างก็ยังเงียบสนิท หุ่ย เฟย จึงลืมตาขึ้นมาช้าๆได้เห็น ชิง เชียง ที่ยืนอยู่ด้านหน้า และดาบใหญ่ระดับพิเศษที่ฟาดมายังคอของเขาแล้ว
แต่ทว่า ตอนที่ทุกคนได้คิดว่า หุ่ยเฟย จะต้องตกตายแน่ๆแล้ว ดาบใหญ่ระดับพิเศษกลับแหลกละเอียดไปกองกับพื้นหลังจากที่ฟาดโดนคอของ หุ่ย เฟย เข้าไป
ทั่วทั้งสนามถึงกับเงียบสนิทพวกเขาตกตะลึงอย่างถึงที่สุด ไม่สามารถที่จะพูดอะไรกับภาพที่เห็นเบื้องหน้าได้หุ่ย เฟย เพียงยืนอยู่เฉยๆ กลับสามารถทำลายอาวุธระดับพิเศษได้เชียวหรือนี่มันไช่ฝันไปหรือไม่ ขนาดระดับประมุขของแต่ละสำนักถ้ารับการโจมตีนั่นเข้าไปก็จะต้องมีาเ็สาหัสกันบ้างหละ
ไม่ไช่ว่าทุกคนตกตะลึงกันเท่านั้นแม้แต่ หุ่ย เฟย กับ หุ่ย เฟิง เองก็ตกตะลึงเช่นกัน
มีแต่เพียง หลิว เฟ่ยหงส์เท่านั้นที่ไม่ค่อยตกตะลึงสักเท่าไร เพราะว่า ชิว เหวินเจี้ยน เคยบอกกับเขาเอาไว้ก่อนแล้วว่าผู้คนที่สามารถขึ้นไปข้างบนหลังของ นกเพลิงฟีนิกซ์ คนผู้นั้นจะได้รับพลังป้องกันของนกเพลิงฟีนิกซ์นั่นเอง
ถ้าให้กล่าวตรงๆพลังป้องกันของทั้ง3คนตอนนี้ ก็คือ ระดับ9เขตแดนเมฆา!!