“ บ้าเอ๊ย มั่วไปหมดแล้ว แบบนี้ทุกอย่างบนเกาะได้ถูกเก็บไปแน่ๆ ”
กลุ่มคนที่นั่งอยู่บนแผ่นหินบนฟ้าสูงมองลงมายังเกาะเล็กๆที่อยู่เบื้องล่าง สิ่งที่พวกมันเห็นตลอด 1 วันที่ผ่านมาคือการวิ่งไปทั่วเกาะเพื่อไล่ล่ามอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่บนนั้น โดยคนที่กำลังไล่ล่ามีเพียง 1 คนเท่านั้น ทว่ารอบตัวของเขากลับมีมอนสเตอร์หลายร้อยวิ่งนำและวิ่งตาม
การวิ่งของแอ็กเซลน่ากลัวเป็นอย่างมาก ทุกตำแหน่งที่เขาวิ่งเข้าหาจะถูกมอนสเตอร์ของเขาเล่นงานในระยะเวลาไม่ถึง 10 นาที มอนสเตอร์เจ้าที่ล้วนตกตายกลายเป็นศพจากการร่วมมือกันของมอนสเตอร์ในพันธะ สิ่งที่ทำให้คนบนเกาะวิตกไปตามๆกันคือพืชกลายพันธ์ุที่สุ่มเกิดบนเกาะกำลังถูกแอ็กเซลกวาดเรียบโดยไม่แบ่งใครทั้งนั้น
“ มันมาจากกองกำลังไหนกัน ”
“ ติดต่อข้างนอกไม่ได้จึงยังไม่รู้ว่ามันมาจากสังกัดไหน แต่ที่แน่ๆตอนนี้พื้นที่ 8 ใน 10 ของเกาะถูกมันเคลียร์แล้ว ”
ความกดดันที่แชมเปี้ยนต้องเผชิญหน้ามาหลายเดือนถูกแอ็กเซลทำลายภายในเวลา 1 วัน
ต่อให้พวกเขาจะเห็นตำแหน่งมอนสเตอร์บนเกาะก็ตาม การจะฆ่าพวกมันแต่ละฝูงเป็นเรื่องยาก ต่อให้ระดับของพวกมันจะเป็นเพียง 5 ดาวไม่ต่างจากพวกเขา เกาะกลับส่งพลังให้มอนสเตอร์บนเกาะจนพวกมันสามารถแสดงพลังที่น่ากลัวออกมาได้ใกล้เคียง 6 ดาว การฆ่าพวกมันยกกลุ่มจึงเป็นเรื่องยากมาก สิ่งที่แต่ละกลุ่มทำจึงเป็นการลากมอนสเตอร์ออกจากกลุ่มทีละตัวแล้วฆ่ามัน ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาพวกเขาฆ่าไปเยอะมาก แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่เยอะเท่าจำนวนที่แอ็กเซลสังหาร พื้นที่ใดที่เขาวิ่งผ่านมีเพียงความหายนะที่ถูกทิ้งเอาไว้
“ ไม่เกินครึ่งวันทุกอย่างบนเกาะจะต้องถูกปล้นไปจนหมดแน่ บอกคนของเราให้เตรียมตัวเข้าสู่ส่วนลับเลย บนเกาะไม่มีอะไรให้เก็บแล้ว ”
หนึ่งในทีมที่นั่งอยู่บนแผ่นหินใช้สกิลติดต่อกับคนที่อยู่บนเกาะให้รู้ว่าพวกเขาจะต้องเปลี่ยนแผนการล่าใหม่ การวิ่งไปรอบๆเพื่อไล่แย่งสิ่งของจากแอ็กเซลคงทำไม่ได้เพราะมอนสเตอร์ในการครอบครองของอีกฝ่ายมีจำนวนเยอะมากเกินไป
ซึ่งการยกเลิกการล่าที่เกิดขึ้น ส่งผลให้กลุ่มที่พยายามดึงมอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่ราวกับเป็นบอสของพื้นที่เอาไว้หยุดการโจมตี ความเสียหายที่แอ็กเซลทิ้งเอาไว้สามารถกระตุ้นประตูทางลับให้เปิดขึ้นได้อีก 2 - 3 วัน ทุกๆ 1 ชั่วโมงประตูบานนั้นจะโผล่ออกมาจากพลังที่ไหลออกมาจากศพมอนสเตอร์ที่แอ็กเซลฆ่า
“ ขึ้นช้าจัง นึกว่าจะเร็วกว่านี้ ”
แอ็กเซลมองดูหน้าต่างสถานะตนเอง ค่าประสบการณ์ทักษะเพิ่มช้ามาก ทักษะไซเลนท์ไกลด์ระดับ 9 ที่เป็นเลเวล 5 ซึ่งเป็นเลเวลสุงสุดค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นเพียง 30 % เท่านั้น ส่วนทักษะโซลาร์ไลเซอร์ระดับ 10 ที่ยังคงเป็นเลเวล 4 เขาเพิ่มค่าประสบการณ์ได้ 20 % แม้เลเวลของมันจะน้อยกว่าทักษะไซเลนท์ไกลด์ ระดับของทักษะกลับสูงกว่าจึงทำให้เพิ่มได้ยาก
แอ็กเซลกลับไม่ได้รู้สึกผิดหวังเพราะเมื่อเขานำไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้ว จาก 7 มังกรและฟีนิกส์คงไม่มีใครฝึกทักษะให้เป็นขั้นสูงที่สุดได้ในช่วงที่เป็น 5 ดาว แต่ละขั้นของทักษะจะต้องใช้ความเข้าใจและใช้ออกเป็นจำนวนหลายแสนจนถึงหลายล้านครั้ง เขาที่มีสกิลเติบโตจึงนับว่าโกงมากแล้วที่สามารถเพิ่มค่าประสบการณ์ให้พวกมันได้โดยไม่ต้องฝึกนานเป็นสิบปี
ยาเสริมสร้างกล้ามเนื้อระดับ 5 กระดกดื่ม ตามด้วยการใช้ยาฝึกทักษะดาบและฝึกทักษะเท้าระดับ 5 พวกมันคือยาที่เขาได้จากป้าที่รีดไถจากตระกูลของมานูลที่อยากให้เขาจบปัญหา ตลอด 1 วันที่ผ่านมาเขาใช้ไปแล้วอย่างละ 120 โดส เหลืออย่างละ 80 โดสเท่านั้น ซึ่งปริมาณยาที่เขาใช้นับว่ามากไม่น้อยเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แต่มันกลับให้ผลที่ดีต่อตัวของเขาเช่นเดียวกัน ยิ่งขั้นทักษะสูงเขาก็ยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งได้มากขึ้นจนอาจจะสู้ข้ามระดับได้ง่ายดาย
“ อีก 2 ฝูงจากนั้นเราจะไปใต้เกาะกัน ”
กระบองเพชรและพิกซี่ขานรับด้วยท่าทางพอใจ จากนั้นแอ็กเซลก็พาพวกมันเดินทางต่อ เขายังไม่เรียกลิงออกมาต่อสู้ นั่นก็เพราะพวกมันจะแย่งค่าประสบการณ์ของมอนสเตอร์พันธะที่เขาได้จากอาชีพ
เดิมทีเขาหวาดวิตกกลัวว่ามอนสเตอร์พันธะจะตายจากเขาไป เพียงแต่ว่าการล่าที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน พิกซี่น้อยตัวหนึ่งถูกฆ่าตาย เธอถูกเขมือบทั้งร่างทำให้ตายโดยไม่ทันได้ตอบโต้
พิกซี่ที่ตายกลับโผล่ไปอยู่ในสกิลอัญเชิญ สภาพของเธอนั้นคล้ายกับแก้วแตก แขนขาและลำตัวที่ถูกฟันฉีกกระชากแตกออกจากกัน เพียงแต่ว่าพื้นที่ในสกิลอัญเชิญกลับค่อยๆต่อเศษส่วนที่แตกเข้าด้วยกัน เธอสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกครั้งหากรักษาร่างกายสำเร็จ โดยระยะเวลาในการรักษาอยู่ที่ 10 วัน จากการตายของพิกซี่ทำให้เขาไม่ได้หวาดกลัวกับการตายของมอนสเตอร์ที่ได้จากการอัพเลเวลอีกต่อไป ดังนั้นการล่าเขาจึงใช้เจ้าตัวน้อยเต็มที่เพื่อให้พวกมันได้รับค่าประสบการณ์จากการล่ามากที่สุด
“ ประตูทางลับเปิดทางทิศตะวันตก รีบไปเร็วเข้า ”
คนที่อยู่บนแผ่นหินส่งสัญญาณไปให้กลุ่มที่อยู่บนเกาะ พวกเขามีเวลา 1 นาทีในการเดินทางเข้าสู่ประตูทางลับ หากไม่สามารถเดินทางไปที่นั่นได้ทันจะต้องรออีก 1 ชั่วโมงให้ประตูลับเปิดออก ทันใดนั้นแอ็กเซลก็ได้เดินทางไปจัดการมอนสเตอร์กลุ่มสุดท้ายที่เหลือ ทำให้มอนสเตอร์บนเกาะตายไปเกือบหมดเหลือเพียงตัวที่เป็นบอสของพื้นที่คอยเดินเวียนวนไปทั่วเกาะเพื่อฆ่าผู้บุกรุก
“ คิดว่ามันจะไปสู้กับมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายไหม ”
“ ถ้าเป็นฉันจะเข้าไปลองดู ”
คนที่อยู่บนแผ่นหินชะโงกหน้าลงมาดูสิ่งที่อยู่บนเกาะ ไม่มีใครนอนพักอีกต่อไป การลงมือของแอ็กเซลกระตุ้นให้พวกเขาต้องรีบเดินทางเข้าสู่เกาะเพื่อเข้าสู่ทางลับ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะไม่ได้สิ่งใดต่อจากนี้
ขณะที่ทุกคนอยากรู้ว่าแอ็กเซลจะทำอย่างไรกับมอนสเตอร์ตัวสุดท้าย เวลาก็ได้ผ่านมา 1 ชั่วโมงแล้ว ประตูทางลับจึงเปิดขึ้นอีก หลายคนจึงไม่รอช้ากระโจนลงจากแผ่นหินแล้วใช้เครื่องล่อนบินไปยังประตู แม้ระยะห่างจากเกาะและแผ่นหินจะดูใกล้กัน มันกลับมีระยะไกลเกิน 10 กิโลเมตร พวกเขาจึงต้องบินให้เร็วไม่อย่างนั้นประตูจะปิดลงก่อน
“ แสดงว่าตัวนี้ไม่ได้สำคัญสินะ ”
แอ็กเซลพามอนสเตอร์พันธะพักผ่อน ในระหว่างนี้เขาก็แอบติดตามการเคลื่อนไหวของแชมเปี้ยนที่อยู่บนเกาะเป็นช่วงๆ การกอบโกยของเขาทำให้หลายกลุ่มหยุดการล่าแล้วหันไปเข้าทางลับแทน อย่างไรก็ตามเขานั้นอยากรู้มากกว่าว่ามอนสเตอร์ตัวเดียวที่แชมเปี้ยนผลัดกันเข้ามาสู้มีค่าหรือไม่ แต่จากที่ดูการเคลื่อนไหวของแชมเปี้ยน มันไม่น่าจะมีค่ามากนักเพราะทุกคนมุ่งเป้าไปที่การเข้าทางลับ แอ็กเซลจึงคิดว่าเขาจะไปฆ่ามันให้เร็วที่สุดแล้วตามทุกคนไป ขากลับเขาจะต้องปลอดภัยจึงคิดจะจัดการมันให้ได้ก่อน
มู่มู่
กระบองเพชรชกหมัดด้วยท่าทางฮึกเหิม ศัตรูเพียงตัวเดียวกำลังถูกพวกมันล้อมเอาไว้ เหลือแค่รอให้เจ้านายสั่งโจมตีมันจะกลิ้งเข้าไปทับทันที
ในขณะที่แอ็กเซลโปรยสปอร์เข้าไปโจมตีหวังจะลดพลังของมอนสเตอร์ลงไปก่อนสักครึ่งหนึ่งกลางหน้าผากของแอ็กเซลกลับปรากฎรอยย่น
สปอร์ทั้งหมดที่พัดเข้าไปเกาะติดบนร่างของมอนสเตอร์แตกต้นอ่อนถี่รัว แต่ละต้นที่เกาะติดบนตัวมอนสเตอร์ล้วนแล้วกลายเป็นดอกไม้ จนทำให้พื้นที่ทั้งหมดบนร่างของมันถูกปิดมิดมองไม่เห็นผิวหนัง เพียงแต่ว่ามันกลับสลัดดอกไม้ที่เกาะติดอยู่บนผิวหนังออกด้วยการลอกคราบ ซึ่งสปอร์ที่เกาะติดครั้งแล้วครั้งเล่าล้วนแตกต้นอ่อนต่อไป มอนสเตอร์กลับไม่ได้กรีดร้องทรมานเหมือนคนที่ดึงต้นอ่อนของเขาออกจากตัว
บนใบหน้าของมันที่เหมือนกับวัวเรียบนิ่ง ตามแขนขาที่เหมือนมนุษย์ไม่มีร่องรอยใดๆทั้งสิ้น ท่ามกลางการลอกคราบครั้งแล้วครั้งเล่านี้เอง บนพื้นดินใต้เท้ามอนสเตอร์ก็มีดอกไม้กองโตวางเอาไว้ราวกับว่ามีใครกวาดดอกไม้ไปกองรวมกัน
“ ไม่ใช่สิ มันไม่ควรจะมีพลังเยอะขนาดนี้ ”
ต่อให้จะเป็นเขาหรือกระบองเพชรก็ตาม ปริมาณพลังคอสมิกภายในร่างควรจะหมดลงไปแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณดอกไม้ที่เกิดจากสปอร์ แต่มอนสเตอร์กลับพยายามลอกคราบสลัดต้นอ่อนทิ้งเรื่อยๆ จนราวกับว่ามันคือเตาปฎิกรณ์พลังงาน พลังที่ดูดออกจากร่างราวกับว่าไม่มีที่สิ้นสุด แอ็กเซลจึงรู้ได้ว่ามันน่าจะเป็นบางสิ่งที่ไม่สามารถฆ่าให้ตายได้ แต่ก่อนจะถอยเขาอยากลองต่อสู้กับมันสักตั้ง ท่ามกลางสปอร์ที่โปรยเข้าหามอนสเตอร์ตลอดนั้นแอ็กเซลก็ได้พามอนสเตอร์ของเขาพุ่งเข้าหาศัตรูเพียงตัวเดียวที่ยืนอยู่ตามลำพัง ซึ่งมันก็ได้กางแขนที่เหมือนกีบเท้าวัวออกไปด้านข้างแล้วตั้งท่าราวกับว่ามันจะต่อยทุกอย่างที่อยู่ในช่วงแขนให้แหลกเละคามือ
“ ระวังด้วย อย่าไปใกล้หมัดของมัน ”
มู่มู่
กระบองเพชรสูง 10 เมตรชกหมัดเต็มกำลังเข้าใส่มอนสเตอร์ มันหวังว่าหมัดนี้จะบดขยี้อีกฝ่ายให้ตายคามือ ด้วยการชกหมัดตั้งฉากกับพื้นจะต้องบดขยี้มอนสเตอร์ได้แน่นอน
เพียงแต่ว่ากระบองเพชรกลับส่งเสียงร้องเจ็บปวด ก่อนที่มันจะชักมือกลับแล้ววิ่งออกไปตั้งหลัก พลางร้องตะโกนบอกแอ็กเซลให้ดูบาดแผลบนกำปั้นของมันที่มีรูราวกับชกตะปูบนพื้นถนน
“ แกถอยไปก่อน ตัวอื่นที่ยังไม่บาดเจ็บโถมกำลังต่อไป ”
เปลวไฟและสายฟ้าพุ่งพล่านออกมาจากร่างมอนสเตอร์แต่ละตัว ก่อนจะกระโจนสลับกันเข้าไปโจมตีมอนสเตอร์จากทุกทิศรอบตัวไม่ให้มันพักหายใจ
มอนสเตอร์ที่ถูกรุมโจมตีกลับเหวี่ยงหมัดโดยไม่สนใจเลยว่าด้านหน้าหรือด้านหลังของมันจะถูกการโจมตี ตัวของมันเปิดโล่งรับการโจมตีทั้งหมดที่พุ่งเข้าหาตนเอง สิ่งที่มันสนใจมีเพียงฆ่าศัตรูให้ได้เท่านั้น
ชริ้ง!
ดาบถูกเคลือบด้วยเปลวไฟจากทักษะโซลาร์ไลเซอร์ฟันลงไปบนคอของมอนสเตอร์ ด้วยความเร็วและพลังทำลายที่ส่งออกไปนี้สามารถฆ่าระดับ 5 ดาวได้อย่างง่ายดาย ทว่าดาบที่แอ็กเซลตวัดออกไปกลับเกิดรอยร้าวเมื่อกระทบเข้ากับคอของอีกฝ่าย รอยที่เกิดขึ้นมีเพียงเส้นเล็กที่ราวกับถูกปากกาขีดเขียน ทั้งๆที่เขาใช้ดาบที่คมที่สุดของตนเองฟาดฟันมัน
จากสิ่งที่เกิดขึ้น แอ็กเซลรู้ได้ในทันทีเลยว่ามันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตและไม่ใช่สิ่งที่สามารถสังหารได้ วัสดุที่ใช้สร้างน่าจะเป็นระดับสูงกว่า 5 ดาว เขาไม่รู้เช่นกันว่าวัสดุสูงอยู่ที่นี่ได้เช่นไร แต่ตอนนี้เขาต้องรีบหนีก่อน การสู้กับสิ่งที่ฆ่าไม่ได้และยังได้รับพลังงานจากเกาะมาเติมเต็ม เขาคงต้องถล่มเกาะแห่งนี้ไปทั้งเกาะถ้าจะฆ่ามัน
มอนสเตอร์พันธะเก็บเข้าไปในสกิลอัญเชิญ เหลือไว้เพียงนกน้อยที่เกาะบินหนีไป หลังจากนั้นแอ็กเซลก็รอให้ทางลับเปิดเพื่อเข้าไปสำรวจที่นั่นเช่นเดียวกับคนอื่นๆ.