บัวลอยนั้นรู้ตัวอยู่แล้วว่าในคืนนี้ มิเนอร์วาจะลงสังเวียนเป็ครั้งแรก เนื่องจากเมื่อตอนบ่ายเด็กหนุ่มได้เข้ามาปรึกษา ตัวบัวลอยเองก็อยากให้ศิษย์ได้มีประสบการณ์ เลยตัดสินใจจะทำหน้าที่พี่เลี้ยงแทน ด้วยความที่มีประสบการณ์และอยู่ในวงการนี้มานาน บัวลอยเลยรู้ว่าศึกแรกของนักชกทุกคน ต้องเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อลังการให้ผู้คนจดจำ อีกทั้งมิเนอร์วาก็เห็นด้วยกับคำแนะนำของอาจารย์บัวลอยคนนี้อยู่แล้ว จึงไม่ได้คัดค้าน
ขณะที่ประตูร้านเหล้าใบไม้หอมได้เปิดออก เด็กหนุ่มั์ตาเขียวมรกต หน้าตาดีได้เดินเข้ามาข้างใน ตุ้มหูสีเงินที่ส่องสะท้อนแสงไฟขยับไปมา สลับไปกับจังหวะการก้าวเดินที่ไม่รีบร้อน ทุกคนไม่ได้ตกตะลึงให้กับความหน้าตาดีของเด็กหนุ่ม แต่เป็เพราะนี่คือคนบ้าของย่านนี้ และคนบ้าที่เอาแต่เรียนหนังสือคนนั้น เวลานี้กำลังเดินไปทางสังเวียนประลอง เห็นได้ชัดว่าจุดหมายปลายทางนั้นมุ่งหน้าไปหา 'แบล็คไวท์' บัวลอยยอดนักสู้ไม่ผิดแน่ ฉายาแบล็คไวท์นี้ก็ย่อมมีที่มาเช่นกัน คู่ชกทุกคนของยอดนักสู้บัวลอยมักพูดเป็เสียงเดียวกันว่า
'หากเขาปล่อยเทคนิคที่สามารถมอบความมืดบอดให้แก่สายตาออกมา เพียงชั่วครู่ต่อมาสมองทุกคนก็จะขาวโพลนแล้วล้มลง'
เขาคือตำนานที่ยังหายใจของสังเวียนนี้ แต่แล้วทุกคนก็ต้องผิดหวัง คนบ้าที่เดินไปหาแบล็คไวท์กลับไม่ได้มีเื่กัน ทั้งคู่พูดคุยสนิทสนมกันจนผู้คนรอบด้านยังแปลกใจ
"ฮะ ๆ นั่นสินะอย่างเ้าบ้านั่นอะนะ จะกล้าท้าสู้กับแบล็คไวท์"
หนึ่งในขี้เมาหัวเราะสมเพชตัวเองที่ไปคาดหวังอะไรแปลก ๆ
"แล้วเ้านั่นมาทำบ้าอะไรที่นี่กัน?"
เพื่อนของชายขี้เมาที่นั่งอยู่ด้านข้าง ก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน เสียงวุ่นวายดังขึ้นไม่หยุด หัวข้อพูดคุยหลักล้วนเป็เื่ของคนบ้าที่พึ่งปรากฏตัว
"เฮ้ยๆ เกิดเื่แล้วไปตรงสนามมวยกัน ข้าจะลงพนันข้างเ้าหนูนั่น มันจะลงแข่งทัวร์นาเมนต์นรกของที่นี่ เนื่องจากตำนานอย่างบัวลอยไม่ได้ลงแข่ง ข้าว่าการชิงสัญลักษณ์แชมป์รอบนี้อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ไปเร็วเดี๋ยวอัตราต่อรองจะลดลง เสียโอกาสร่ำรวย"
เพื่อนอีกคนของชายขี้เมาที่เดินไปสั่งเครื่องดื่มเมื่อก่อนหน้านี้ ถือแก้วเบียร์สามใบ รีบเดินกลับมาหาพวกพ้องทันทีที่ข่าวลือกระจายออกมา
"ข้าเข้าใจที่เ้าอยากลงพนัน แต่ทำไมต้องเป็เ้าหนูนั่น เด็กน้อยนั่นพึ่งมาอยู่ที่นี่ได้ยังไม่ถึง 3 เดือนเลย เลือกม้าผิดตัว อาจแพ้ในาเ้าเคยได้ยินหรือไม่…"
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ลางสังหรณ์ของนักพนันไง เ้าโง่ไปเร็วอย่าช้าเสียเวลา"
เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วทุกที่ แม้แต่มิเนอร์วาที่กำลังยืนคุยกับบัวลอย ก็ยังสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลง มองเห็นผู้คนที่กำลังแตกตื่น
"มิเนอร์วาใจเย็นไว้ พวกมันก็แค่จะลงพนันเท่านั้น นี่อาจจะเป็ครั้งแรกของที่นี่เลยก็ได้ ที่มีเด็กคิดจะลงชิงสัญลักษณ์แชมป์จากทัวร์นาเมนต์นรก รอทำตามคำแนะนำของข้าเถอะ"
ทัวร์นาเมนต์นรกนี้เป็การแข่งแบบแพ้คัดออก ผู้แข่งจะต้องแข่งติดต่อกันเป็เวลา 2 วัน มีเวลาให้พักผ่อนแค่ 10 ชั่วโมงเท่านั้น และในวันสุดท้ายจะเป็การชิงสัญลักษณ์แชมป์ ที่จะจัดขึ้นในทุกเดือน สัญลักษณ์แชมป์นั้นคือเหรียญทองรูปใบไม้ มันคือการคุ้มครองฟรี จากกลุ่มใบไม้หอมเป็เวลา 6 เดือน และนี่คือสาเหตุที่บัวลอยไม่ได้ลงแข่งในรอบนี้ ยอมผันตัวมาเป็พี่เลี้ยง เพื่อที่จะได้แนะแนวทางในศึกจริงครั้งแรก มันมีเหรียญค่อนข้างเยอะแล้ว และเหรียญพวกนี้ก็ไม่มีประโยชน์กับตัวมันเลย นั่นเป็เพราะว่าเหรียญพวกนี้นั้นนับเวลาทับกัน
มีเพียงขายออกไปเท่านั้นจึงจะพอมีประโยชน์ ในวันนี้กลุ่มคนฝั่งกรงสังเวียนเหล็ก ดูจะหนาตามากเป็พิเศษ บ้างก็กำลังะโแซวเด็กหนุ่ม โต๊ะพนันก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มได้ถูกตั้งขึ้นมา อัตราต่อรองของนักสู้ทุกคนล้วนปกติดี มีเพียงรายชื่อเดียวเท่านั้นที่ผิดปกติ
'ศิษย์ชั้นนอกระดับ 1 มิเนอร์วา อัตราต่อรอง 1 ต่อ 100'
"ศิษย์ชั้นนอกระดับ 1 อายุแค่นี้เนี่ยนะ ล้อกันเล่นหรือเปล่า?"
หลายคนต่างพากันแปลกใจไปตามๆ กัน ตั๋วพนันจากผับใบไม้หอมได้เริ่มแจกจำหน่ายไปทั่วแล้ว ขี้เมานักพนันที่รีบวิ่งแยกจากเพื่อนมา ก็ได้ซื้อตั๋วแทงข้างมิเนอร์วาที่ราคา 3 เหรียญทอง ในอัตราต่อรองที่ 1 ต่อ 100 นี่แทบจะเป็เงินเก็บของมันทั้งหมดแล้วมันอยู่ที่นี่มาหลายปี ในใจก็หวังอยากจะจบให้ไวที่สุดแต่ด้วยเพราะหนี้สินที่เคยสร้างไว้ ยังชำระไม่หมดจึงไม่สามารถจากไปได้ แต่ถ้าการเสี่ยงครั้งนี้ดันชนะขึ้นมาชีวิตมันจะพลิกกลับในทันที
'ลางสังหรณ์แบบนี้แหละ…ไม่ผิดแน่'
มันเดินกำตั๋วพนันเอ่ยในใจอย่างมั่นใจ เดินไปยืนตรงบริเวณที่มิเนอร์วาใช้สำหรับเตรียมตัว
"เ้าหนู ฝากด้วยล่ะ ความหวังในการกลับบ้านของข้าอยู่ที่เ้าแล้ว ข้าเชื่อว่าเ้าทำได้"
มันะโเชียร์ให้กำลังใจ มีผู้คนจำนวนแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่เลือกลงฝั่งมิเนอร์วา ต่อให้อัตราต่อรองสูงแต่ถ้าสู้แพ้ มันจะได้อะไรขึ้นมา ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงเลือกแทงข้างนักสู้คนอื่น รวมไปถึงขี้เมาอีกสองคนที่มาทีหลังเพื่อน
'แค่มองก็รู้แล้วว่าเด็ก ร่างกายก็บอบบางแบบนั้นจะสู้ได้สักกี่ยกกันเชียว จากนักสู้ 64 คน ต้องสู้ติดต่อกันภายในวันนี้ถึง 4 ศึก เพื่อหา 4 คนสุดท้าย และอีก 2 ศึกในวันพรุ่งนี้ เพื่อหาผู้ชนะ ให้มองยังไงก็ไม่มีทางเป็ไปได้'
นี่คือความคิดที่แทบจะเหมือนกันทุกคนของนักพนัน ที่ไม่ได้เลือกแทงข้างมิเนอร์วา หรือต่อให้พวกมันจะเปลี่ยนใจกลับข้างทีหลังก็ยังพอจะสามารถทำได้ ยังไงโต๊ะขายตั๋วพนันก็จะยังคงเปิดไปเรื่อยๆ จนถึงรอบ 4 คนสุดท้าย แต่ถ้าชนะไปจนถึงตอนนั้น อัตราต่อรองย่อมน้อยลงเป็อย่างมาก หลังจากนั้นก็เป็การปิดขายตั๋วพนันชั่วคราวในรอบแรก มิเนอร์วาเดินขึ้นไปจับสลากบนเวทีอย่างใจเย็น
"ดื่มนมไหมเ้าหนู!"
ชายที่มีหูข้างเดียวหน้าตาเ้าเล่ห์เดินขนาบข้างเด็กหนุ่ม แล้วะโขู่มันเดินเบียดหวังให้ร่างกายชนจนอีกฝ่ายกระเด็น แต่แล้วมันก็ผิดคาดมิเนอร์วาขยับร่างกายส่วนบนเพียงนิดเดียวเพื่อโยกตัวหลบ ส่งผลให้อีกฝ่ายชกวืดร่างกายเซไปด้านหน้าเสียหลักเล็กน้อย
"ฮ่าๆ ๆ ๆ หลบเก่งนักนะเ้าหนู หวังว่าจะได้เจอกันในสังเวียน แล้วอย่าเอาแต่หลบล่ะ"
ชายหูเดียวหัวเราะข่มขู่หลังจากเสียหน้า เด็กหนุ่มไม่ได้โต้ตอบให้เปลืองน้ำลาย
'เดี๋ยวถ้าได้เจอก็คงรู้เองแหละ ปากดีไปก่อนเถอะ'
บุคคลในวันนี้ย่อมไม่ใช่บุคคลในวันวาน ที่กลัวการโดนกำปั้นยัดหน้า ผลการจับคู่ออกมาแล้วคู่ต่อสู้ของมิเนอร์วาคือชายผู้หนึ่งรูปร่างค่อนข้างปราดเปรียว อาจารย์บัวลอยได้เล่าประวัติของคนผู้นี้ให้ฟัง เขาเองก็เป็ครอบครัวผู้อพยพเช่นกัน จุดเด่นของพวกเขาคือการใช้ขาที่ว่องไวและรุนแรง การมองตามขานั้นไม่มีประโยชน์ มองจากการบิดสะโพกต่างหาก ที่จะสามารถแก้ทางอีกฝ่ายได้ กรรมการเป็คนของร้านเหล้าใบไม้หอม มันสวมชุดดำเดินเข้าไปในเวที ประกาศกฎกติกาและแจ้งชื่อผู้เข้าแข่งทุกคน เสียงจ้อกแจ้กจอแจของผู้คนยังคงคุยกันเสียงดังอึกทึก
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆ ก็ถึงคิวนักสู้ทั้งหลายต้องขึ้นไปประลอง ไม่มีการจำกัดขนาดตัว ไม่มีกฎกติกา มีเพียงห้ามให้ถึงตายและพิการ หากเกิดการตายหรือพิการผู้ที่ก่อเหตุย่อมต้องรับผิดชอบเอาเองผับใบไม้หอมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ประตูถัดจากกรงสังเวียนถูกเปิดออก เจสันเดินตรงไปทางบาร์สั่งนม2แก้ว แล้วเดินกลับไปนั่งทางฝั่งมิเนอร์วา ผู้คนโดยรอบหลบให้มันทันที ใครบ้างจะไม่รู้ ว่าที่นี่เจสันคุม มันวางแก้วกระแทกโต๊ะหัวเราะเสียงดัง
"ข้านับถือหัวจิตหัวใจของเ้าเสียจริง ข้าเลยแทงฝั่งเ้าไปซะเยอะเลยแหละ แสดงให้ทุกคนเห็นซะว่าเ้ามีของอะไรซ่อนเอาไว้ แล้วค่อยมาดื่มนมเป็เพื่อนข้า ข้าจะนั่งรออยู่ตรงนี้ฮ่าๆ ๆ"
มีผู้คนไม่น้อยที่เริ่มลังเลอยากเปลี่ยนใจแต่ก็คงสายไปแล้ว ต้องรอโต๊ะขายตั๋วเปิดในรอบหน้าเท่านั้นถ้าคิดจะแทงเพิ่ม เสียงฮือฮานินทาซุบซิบส่วนใหญ่ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง การต่อสู้ยังคงถูกดำเนินต่อไปอีกหลายคู่จนกระทั่งถึงคิวของมิเนอร์วา เมื่อได้รับสัญญาณบัวลอยก็เดินไปหากลุ่มนักดนตรีที่จ้างมา เสียงอันเป็เอกลักษณ์ของเครื่องดนตรีประเภทเป่าชนิดหนึ่งเริ่มดังขึ้นตามด้วยเสียงกลองและเสียงเครื่องโลหะกระทบ
มิเนอร์วาถอดชุดคลุมออกเหลือไว้แค่กางเกงขาสั้นตัวเดียว สองแขนถูกพันเชือกรัดไว้บนผ้าพันแขนอีกทีหนึ่ง บนหัวถูกสวมไว้ด้วยสิ่งที่คล้ายกับรัดเกล้า และที่ต้นแขนซ้ายถูกสวมไว้ด้วยกำไรแขนชนิดหนึ่ง สิ่งของทั้งสองบัวลอยบอกว่า พวกมันจะช่วยปกป้องคุ้มครองอันตราย คงกระพันชาตรี แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้คนมากที่สุดนอกจากหน้าตาของเด็กหนุ่ม ก็คงจะเป็เนื้อหนังใต้ร่มผ้าที่พึ่งถูกเผยออกมาในขณะนี้
แผ่นอกที่แบ่งตัวอย่างชัดเจน และปีกหลังที่ขยายกว้างนั้นช่วยขับเน้นให้ร่างกายดูใหญ่ขึ้น หัวไหล่ทั้งสองข้างที่กลมกลึง แขน ขาที่กล้ามเนื้อฟูจนเห็นเส้นเืชัด ส่วนนูนเว้าและร่องเล็กจำนวนมากบริเวณช่องท้อง ช่วยขับเน้นให้ร่างกายที่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้สูง หรือกำยำใหญ่โตมากนัก แต่ดูโดยรวมแล้วคล้ายกับชุดออกศึกของนักรบผู้เก่งกล้า เด็กหนุ่มพาร่างกายตัวเองเดินเข้าไปร่ายรำตามจังหวะดนตรีอยู่ในกรงสังเวียน
"เสียงดนตรีอันเป็เอกลักษณ์นี้ รวมถึงกายแต่งกายแบบนี้ ท่ารำแบบนั้นอีกอย่าบอกนะว่า บัวลอยสอนมา ไหนเคยบอกว่าจะไม่รับศิษย์?"
ผู้คนย่อมจำความมีเอกลักษณ์ไม่มีใครเหมือนของเสียงดนตรีและท่ารำเหล่านี้ได้ เสียงดนตรีค่อยๆ เร่งจังหวะไวขึ้น เด็กหนุ่มร่ายรำไปรอบสังเวียนตามเสียงดนตรี มิเนอร์วาหมุนตัวกระทืบเท้าทำท่าข่มขู่ไปทางคู่ต่อสู้ เสียงดนตรีที่เงียบลงคือสัญญาณว่าได้เตรียมตัวพร้อมแล้ว สำหรับการต่อสู้ที่จะมาถึง มงคลรัดเกล้าถูกบัวลอยถอดออก พี่เลี้ยงอย่างบัวลอยก็เดินออกจากเวทีแล้วเช่นกัน ในขณะนี้มิเนอร์วาที่อยู่ในสภาพพร้อมออกศึก กำลังยืนประชันหน้ากับคู่ต่อสู้ รอเสียงระฆังสัญญาณเริ่มการประลอง
เมื่อสิ้นเสียงประกาศจากกรรมการ ระฆังก็ดังขึ้น คู่ต่อสู้เบื้องหน้าก็สาวเท้าเตะทันที เป้าหมายย่อมเป็ส่วนศีรษะของมิเนอร์วา เสียงเครื่องเป่าในอีกจังหวะหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับเสียงรัวกลองและโลหะกระทบ เด็กหนุ่มโยกตัวไปด้านหลังเล็กน้อย ทำให้ปลายเท้าอีกฝ่ายกวาดผ่านอากาศพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย เด็กหนุ่มสวนกลับไปด้วยการเตะต่ำ เข้าที่น่องของอีกฝ่ายแล้วสืบเท้าโยกตัวออกห่างเพื่อสร้างระยะ
'สู้กับพวกใช้ขาก็ต้องทำลายขา!'
นี่คืออีกคำแนะนำจากพี่เลี้ยง ที่ตอนนี้ยืนกำตั๋วพนันสองแผ่นในกระเป๋ากางเกงอย่างมั่นใจ บนสังเวียนทั้งคู่ยังคงกันรุกรับ แต่โดยส่วนมากมิเนอร์วามักสร้างระยะห่าง เพื่อปรับตัวให้ร่างกายคุ้นชินกับจังหวะของคู่ต่อสู้ อีกฝ่ายยังคงพยายามเตะสูงอยู่อีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่เข้าเป้าเลยสักครั้ง และมักจะลงเอยด้วยการโดนสวนกลับ ลูกเตะต่ำถูกส่งซ้ำเข้าที่น่องขาข้างเดิมหลายครั้ง มันจึงสลับขาเปลี่ยนกลยุทธ์มาเป็เตะลำตัวและ่ล่างแทน
ท่าเท้าที่เตะออกมาหนึ่งครั้งแล้วม้วนตัวต่ำเตะกวาดเบื้องล่าง ส่งผลทำให้มิเนอร์วาล้มหงายหลังนั้นทำเอาเด็กหนุ่มตกอกใตั้งตัวไม่ทัน แต่โชคดีที่เสียงระฆังหมดยกนั้นดังขึ้นเสียก่อน แน่นอนนี่คือทัวร์นาเมนต์นรก ระยะเวลาพักต่อยกย่อมมีน้อยกว่าปกติ บัวลอยเดินเข้ามากระซิบ กระตุ้นให้นึกถึงสิ่งที่เคยฝึกมา หลังจากบีบนวดให้น้ำเสร็จ เสียงระฆังยกต่อไปก็ดังลั่นขึ้นอีกครั้ง เรียกให้นักสู้ทั้งสองกลับมาสู้กันต่อ การระวังส่วนแกนกลางลำตัวไปพร้อมกับ่ล่างนั้น เป็เื่ยากสำหรับมือใหม่ไร้ประสบการณ์
แต่ศิษย์มีครูอย่างมิเนอร์วาย่อมไม่หวาดกลัว โดนไปทีหนึ่งร่างกายก็เริ่มปรับตัว ในยกนี้คู่ต่อสู้ก็คงจะคิดแบบเดียวกัน หมายจะทำลาย่ล่างโดยเฉพาะ แต่เหตุการณ์ย่อมไม่ง่ายดายดังใจหวัง จังหวะการก้าวเท้าอันเป็เอกลักษณ์ของมิเนอร์วา ทำให้ทั้งรุกและถอยได้อย่างรัดกุม ยามยืนหาจังหวะก็โยกตัวและขา ก้าวให้เข้ากับจังหวะเสียงดนตรี ราวกับ 'ม้าย่อง' คอยหาจังหวะเข้าโจมตีจากระยะไกล
ยามจะลงมือในระยะประชิด ก็ก้าวเท้าเข้าหาส่งจิตกดดันคุกคามโจมตี ราว 'เสือย่าง' เมื่อมั่นใจจะเข้าทำลายปิดฉากอย่างรุนแรง ก็ก้าวเดินเข้าหาอย่างองอาจสยบศัตรูเหมือน 'สิงหยาตรา' สิ่งเหล่านี้คือทักษะพื้นฐานที่เรียกว่า 'ย่างสามขุมคลุมแดนั์' หนึ่งก้าวหาจังหวะเข้าโจมตี หนึ่งก้าวเข้าจู่โจมอย่างกดดัน หนึ่งก้าวตามทำลายล้างสยบศัตรู มีความกระชับ รัดกุม ทะมัดทะแมง อย่าว่าแต่ศัตรูเป็มนุษย์เลย
ตามตำนานที่มาของการก้าวนี้ แม้แต่ในดินแดนยักษาอันกว้างใหญ่ เพียงสามก้าวก็ทำให้เหล่าั์หลบหนีด้วยความกลัวตายแล้ว และใน่ปลายยกที่สองนี้เอง จังหวะที่จะก้าวเข้าไปปิดฉากด้วยการต่อยเสย ศัตรูกลับไม่ยอมแพ้ หมัดขวาที่กำลังตั้งลำ รอการส่งถ่ายแรงจากทำลายจากสะโพก ก็ชะงักลงเล็กน้อย สายตาของมิเนอร์วาที่จับจ้อง มองผ่านแขนซ้ายที่ยกกำบังส่วนศีรษะ ก็เหลือบตาสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายจะใช้ขาซ้ายเตะสวนกลางลำตัวเข้ามา
่เวลาวิกฤตย่อมพลิกแพลงแปรเปลี่ยนได้เสมอ ลูกเตะซ้ายรุนแรงของอีกฝ่ายถูกฝืนรับด้วยร่างกายตรงๆ แต่หมัดขวาที่กำลังจะต่อยเสยคางก็เปลี่ยนวิถี เปลี่ยนเป็คว้าหนีบขาซ้ายของคู่ต่อสู้เอาไว้ เพียงหนึ่งก้าวของสิงหยาตราที่ก้าวลงไปประชิดตัว ด้วยความมั่งคงเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบีบคั้น ผนวกรวมเข้ากับการยกแขนซ้ายขึ้นสูงเหนือหัว เด็กหนุ่มยกขาอีกฝ่ายขึ้นเล็กน้อยให้เสียจังหวะ แล้วกระชากแขนกลับลงมาอย่างรุนแรง ศอกแหลมคมของกระดูกอายุรุ่น15 ปี ถูกแทงเจาะเข้าที่ต้นขาอีกฝ่ายอย่างไร้ความลังเล
นี่คือการ 'หักงวงไอยรา' 1 ในท่าที่น่ากลัวของบัวลอย มีศิษย์ดีย่อมไม่ทำให้อาจารย์เสียชื่อ เสียงแหกปากร้องด้วยความเ็ปดังลั่น กลบเสียงเชียร์และเสียงดนตรีทั้งหมด ทั่วทั้งสนามถูกความเงียบตกตะลึงเข้าครอบงำ มีเพียงเสียงเ็ปน่าขนลุกที่ยังคงแหกปากดังไม่หยุด แม้แต่กรรมการก็ลืมประกาศผล บัวลอยยืนยิ้มอย่างยินดี เจสันที่นั่งอยู่ไม่ไกลหรี่ตาลง ชายเ้าเล่ห์หูเดียวเริ่มขมวดคิ้วกระวนกระวาย ขี้เมานักพนันอ้าปากค้าง เพื่อนอีกสองคนของมันจับจ้องไปที่ปากซึ่งกำลังอ้ากว้างนั้น ความคิดในหัวของพวกมันได้เปลี่ยนไป
ได้แต่โทษในความโง่เขลาที่ไม่ยอมเชื่อสหาย มิเนอร์วามองไปรอบด้านยืนเจ็บชายโครงอยู่นาน ไม่เห็นกรรมการประกาศผลเสียที จึงเดินออกจากเวที ตรงไปหาเจสันที่นั่งยิ้ม จ้องตัวเองอย่างไม่วางตา เด็กหนุ่มเดินมาหยุดลงตรงหน้าแก้วนมสองแก้วที่ตั้งวางเอาไว้ หนึ่งแก้วถูกยกขึ้นยื่นให้เจสันถือ อีกหนึ่งแก้วถูกถือโดยมิเนอร์วาที่จ้องมองไม่หลบตา ชนแก้วอีกฝ่ายภายใต้ความเงียบงันของผู้คนโดยรอบ ดื่มอึกๆ ลงไปอย่างหิวกระหาย
"อ่า… ขอบคุณที่เลี้ยง"
หลังจากวางแก้วลง รอยยิ้มยียวนกวนประสาท อีกทั้งการยักคิ้วอย่างถือดี นั้นทำให้คิ้วของเจสันกระตุกยิกๆ
"ผ..ผู้ชนะ มิเนอร์วา"
เสียงกรรมการที่พึ่งได้สติดังขึ้นทำลายความเงียบ เจสันหัวเราะเสียงดัง ชอบใจให้กับท่าทีของอีกฝ่าย เสียงเฮเชียร์ชื่นชมดังขึ้นไม่หยุดปนกับเสียงบ่นเสียดายของผู้คน มิเนอร์วาไม่ได้มีธุระอะไรกับเจสันอีกดื่มหมดก็หันกายกลับหมายจะเดินไปหาบัวลอย
"ฮ่าๆ ๆ ดีๆ ยกที่เหลือก็ขอให้มั่นใจแบบนี้ต่อไปนะเ้าหนู"
เจสันหัวเราะให้กำลังใจ เด็กหนุ่มหันหลังเดินออกไป ยกมือโบกให้กับเจสันที่นั่งมองอยู่ด้านหลัง โต๊ะขายตั๋วพนันกลับมาเปิดอีกครั้ง หลังนักชกเหลือ 32 คน อัตราต่อรองของมิเนอร์วาลดลงอย่างน่าใจหายเหลือเพียงแค่ 1 ต่อ 5 คู่ชกในรอบที่ 2 และ 3 ของเด็กหนุ่ม ถูกเอาชนะได้อย่างง่ายดายเพราะอีกฝ่ายใช้แขนเป็อย่างเดียว แตกต่างจากคนแรกที่ปราดเปรียวเดี๋ยวเตะบน เตะล่างทำให้ยากคาดเดา สำหรับการต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่ใช้แขนเป็อย่างเดียวนั้น หลักการง่ายๆ เลยคือการใช้ขาที่มี่ระยะยาวกว่า ถีบอีกฝ่ายให้กระเด็นเพื่อสร้างระยะ
เมื่อโดนถีบจุดตายซ้ำๆ อีกทั้งยังไม่สามารถเข้าถึงตัวในระยะประชิดได้ อีกฝ่ายอ้าแขนจะชกหมัด แต่หมัดนั้นยังชกมาไม่ทันถึงตัวก็กระเด็นปลิวออกไป เป็ท่าที่ค่อนข้างน่ารำคาญสำหรับอีกฝ่าย หลังจากถีบ ก็ต่อยสวนบ้างในบางครั้งเมื่อมีโอกาส การทำแบบนี้ซ้ำไปวนมาเป็เหมือนกับการนวดแป้ง ยิ่งนวดนานยิ่งให้ผลลัพธ์ที่ดี คู่ต่อสู้จะช้ำและหมดแรงไปเอง ในตอนนี้อัตราต่อรองของมิเนอร์วาจึงเหลือเพียง 1 ต่อ 3 คู่ต่อสู้ในรอบ 8 คนสุดท้ายของมิเนอร์วา ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายก็เป็ศิษย์ชั้นนอกระดับ 1 เช่นเดียวกัน แถมยังเชี่ยวชาญพื้นฐานลม มีทักษะในการใช้ทุกส่วนของร่างกายเป็อาวุธ จุดเด่นคือการใช้มือและขาที่รวดเร็วจนยากจะมองตามทัน