"ไง เมื่อคืนไม่หนักเหรอถึงกลับบ้านไว" เสียงทุ้มทรงเสน่ห์ดังขึ้นมาจากห้องข้างๆ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะเปิดประตูห้องนอนตัวเอง
"อืม" ประหยัดคำพูดเหลือเกินน้องชายเขา
"เตรียมเอกสารครบใช่ไหมคืนนี้พร้อมบินนะ"
"อืม"
ว่าจบก็ปิดประตูห้องทันที เฮ้อ มีน้องกับเขาก็เหมือนไม่มีประหยัดเหลือเกินคำพูดคำจา ถ้าน้องชายเขาไม่โมโหหรือหงุดหงิดอะไรจริง ๆแทบจะไม่มีประโยคยาว ๆ จากเขาเลย
เมื่อภูมินทร์ลงมาถึงชั้นล่างก็พบว่าพ่อแม่ของตัวเองเพิ่งเดินเข้ามาในบ้านเหมือนกัน
"ไปไหนมาครับ"ชายหนุ่มเอ่ยถามทันทีเมื่อนั่งลงบนโต๊ะกินข้าว
"ไปเดินเล่นมาจ้ะ ว่าแต่ตาวินทร์เพิ่งกลับเหรอแม่เห็นจอดรถเมื่อกี้"
"ครับ ไปส่งท้ายเมืองไทยนิดหน่อย" ภูมินทร์พูดยิ้มๆ
"คืนนี้พร้อมบินนะรอบนี้ไปอยู่นานหน่อยปรับตัวให้ได้ล่ะดูแลน้องมันด้วย พ่อจะไปเยี่ยมคุณปู่ซะหน่อย"
บิดาผู้สืบทอดโรงพยาบาล กล่าวกับลูกชายคนโตน้ำเสียงจริงจัง คุณปู่ที่เขากล่าวถึงคือบิดาของเขาผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลที่เป็กิจการของต้นตระกูลซึ่งหลังเกษียณท่านก็ได้ย้ายไปพำนักพักผ่อนอยู่ที่อเมริกามานานนับสิบปีกับเพื่อนสนิทที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานโดยยังไม่มีแผนกลับประเทศโดยอ้างว่ายังเที่ยวไม่พอเท่านั้น
"ครับ"
บ้านศุภบุญญา
ก๊อกก๊อก ก๊อก
"หนูพรีม" เสียงเคาะประตูดังขึ้นเธอจำได้ว่าเป็เสียงคุณแม่ มือเรียวบางที่กำลังจัดเอกสารบางส่วนให้เข้าที่ลงในกระเป๋าชะงักค้างก่อนจะรีบไปเปิดประตูให้ผู้เป็มารดา
"คะ คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ" เสียงใสถามด้วยรอยยิ้มแสนหวานปกติมารดาของเธอมักจะไม่กวน เว้นแต่จะมีเื่อะไรสำคัญจริงๆ
"วันนี้ออกไปไหนไหมลูก"
"ไม่ค่ะ "
"คือ แม่อยากชวนหนูไปทำบุญน่ะลูก"
"คะ?"
อะไรนะ แม่เนี่ยนะชวนทำบุญ ปกติคนชวนสายบุญต้องพ่อส่วนแม่ของเธอสาวมั่นระดับผู้บริหารทำงานเยอะยิ่งกว่าพ่อเวลาให้ลูกยังแทบไม่มีเลย
"แหมพรีมก็แม่แค่อยากไปทำบุญก่อนเราเดินทางเท่านั้นแหละ"
"ก็ไม่ได้ว่าอะไรนิคะ แล้วจะไปตอนไหนคะ"
"ถ้าลูกไม่ติดอะไรไปตอนนี้เลยมั้ยเดี๋ยวจะได้แวะไปทานมื้อเย็นแถวเ้าพระยาเลย"
"ได้ค่ะงั้นหนูเปลี่ยนชุดแป๊บนึงนะคะคุณแม่เดี๋ยวลงไปค่ะ" มารดาเพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนเดินลงไปรอลูกสาวข้างล่างโดยสั่งให้คนเตรียมรถรอ
ร้านอาหารริมแม่น้ำเ้าพระยา
หลังจากสองแม่ลูกทำบุญที่วัดเสร็จก็พากันเดินช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าหรูอยู่จนใกล้ค่ำจึงชวนกันมายังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลที่ได้จองไว้เมื่อมาถึงก็พบว่าคุณพ่อของเธอนั่งรออยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว
"ที่รัก...มาไวจังนะคะ"เอ่ยทักสามีด้วยเสียงหวานฉ่ำ ก่อนจะเดินเข้าไปแตะที่ไหล่เบาๆ แล้วนั่งลงข้าง ๆที่สามีเลื่อนเก้าอี้ให้ โดยผู้เป็สามีแอบหอมแก้มผู้เป็ภรรยาเล็กน้อยสร้างรอยยิ้มให้ผู้เป็ลูกสาวได้ไม่น้อย
"แหม ถ้าจะหวานกันขนาดนี้ทำไมหนูไม่มีน้องกับเขาบ้างคะเนี่ย" แซวด้วยรอยยิ้มทะเล้นจนผู้เป็บิดาถึงกับแอบขำเบาๆ
"แม่ก็อยากมีอยู่หรอกแต่แก่แล้วรอหลานดีกว่า"
"เอ๊ะ คุณลูกเพิ่ง 21 เพิ่งเรียนจบเองจะให้มีหลานแล้ว"
วาบ นราภีมใจหายวาบหลาน ใช่ หลานเมื่อคืนเธอไม่ได้ป้องกันอะไรเลย เท่าที่เธอนึกได้ ใช่! เขาไม่ได้ป้องกัน
"เป็อะไรไปลูกแม่แค่แซวเล่นทำไมหน้าเสียแบบนั้นล่ะหรือแอบไปมีแฟนรึเปล่า" ผู้เป็มารดาเอ่ยติดตลกเมื่อเห็นหน้าลูกสาวจากที่ยิ้มๆ อยู่ซีดเผือดลงถนัดตา
"ปะ เปล่าค่ะแค่ใว่าแม่จะมาหวังหลานอะไรจากหนูคะขนาดผู้ชายหลงผิดมาจีบยังไม่มีเลยค่ะ" หญิงฝืนส่งยิ้มละล่ำละลักตอบกลัวโดนจับผิด
"มีคนจีบเยอะ แต่ลูกไม่เอามากกว่า"ผู้เป็บิดาเอ่ยแซวลูกสาว
ก็ถูกของท่าน มันก็อย่างที่ท่านว่า มีคนมาจีบเธอเยอะแต่เธอไม่เคยสานต่อกับใครสักคนไม่รู้เพราะอะไร ถึงแม้ผู้ชายที่เข้ามาจะหน้าตาดีแค่ไหนหล่อนก็ไม่เคยใจเต้นเลย
"อาหารมาแล้วค่ะ"
เสียงพนักงานทะยอยเข้ามาเสริฟอาหารให้ทีละอย่างจนเริ่มเต็มโต๊ะบทสนทนาจึงจบลงแค่นั้นเมื่อผู้นำของบ้านเริ่มตักกับข้าวให้ภรรยาสุดที่รัก
เมื่อมื้ออาหารคาวจบลง ระหว่างรอของหวานมาเสริฟบิดาของหล่อนจึงเปิดบทสนทนาอีกครั้ง
"แล้วคุณผู้หญิงคิดอะไรอยู่ครับ วันนี้ถึงพาลูกมาทำบุญได้"
"ถ้าคุณไม่ทักมาฉันก็ลืมแล้วนะคะคือเมื่อเช้าค่ะอยู่ดีๆ ฉันก็ฝัน ฝันว่ามีเด็กสองคนมาที่บ้านเราค่ะวนเวียนหน้าห้องยัยพรีมกำลังจะถามว่าเป็ใครอะไรก็ตื่นซะก่อน"เล่าด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ทำเอาลูกสาวคนฟังใจกระตุกวาบไปกองอยู่ที่ข้อเท้าแล้ว
"คุณกลัวอะไรกับความฝันมันก็แค่ฝันนั่นแหละอย่าคิดมากเลยครับ"
"ก็มันไม่สบายใจนิคะถ้าลูกมีแฟนฉันก็กลัวจะได้หลานแต่นี่ลูกไม่มีแถมลูกต้องเดินทางไกลอีกฉันก็ไม่สบายใจสิคะ"ตอบสามีหน้าบึ้งเล็กน้อยเมื่อสามีพูดแบบนั้น
"นั่นสิคะ คุณแม่ไม่มีอะไรหรอกค่ะ" นราภีมรับส่งบิดาไปแบบนั้นทั้งที่แอบเหงื่อตกไปแล้ว แม่เธอฝันเป็ลางเหลือเกิน ไม่ได้แล้ว ๆเธอต้องกินยาคุมก่อน
"ทำบุญแล้วก็สบายใจได้แล้วครับเราก็เดินทางกับลูกด้วยไม่มีอะไรน่าห่วง" ผู้เป็สามีตอบยิ้มๆพลางบีบไหล่คนรักเบาๆ
"เฮ้อ ก็ได้ค่ะ"มารดาเธอถอนหายใจอย่างเสียมิได้ พอดีกับของหวานมาเสริฟทั้งหมดจึงลงมือทานก่อนจะเช็คบิลเพื่อเดินทางกลับบ้าน
"เอ่อ คุณแม่คะพอดีหนูลืมของไว้ที่นีน่าเดี๋ยวหนูขอใช้รถคุณแม่นะคะ หนูจะขับไปเอง"
เธอต้องรีบไปร้านขายยาเดี๋ยวนี้ก่อนร้านจะปิด เพราะนี่ก็ใกล้ 3 ทุ่มแล้ว
"อ้าว ทำไมไม่ให้คนขับรถขับให้ล่ะลูก"
"แหมคุณก็ลูกโตแล้วนะครับ สาวๆ คงมีเื่เมาท์กันนั่นแหละ" คุณพ่อช่วยพูดให้ลูกสาวพร้อมขยิบตาให้ทีนึง
"คุณพ่อรู้ใจจังค่ะหนูไปนะคะเดี๋ยวรีบกลับค่ะ"
พูดจบก็วิ่งไปที่รถทันที คุณพ่อของเธอก็แบบนี้แหละเข้าข้างลูกสาวคนนี้เสมอเธอจึงสนิทกับบิดามากกว่ามารดาแบบนี้
นราภีมวนรถมาเกือบสิบร้าน โชคดีที่ยังมีร้านเปิด เภสัชกรแนะนำให้เธอทานทันที1 เม็ดก่อนและอีก 1 เม็ดหลังจากนี้12 ชั่วโมง โอเค 10 โมงเช้าพรุ่งนี้เฮ้อ~~~ รอดแล้ว ขอโทษนะจ๊ะเด็กน้อย พี่ยังไม่พร้อมมีหนูค่ะ