ท้องฟ้าเริ่มค่อยๆมืดลงมองลอดผ่านใบไม้และเถาวัลย์ที่หนาทึบสามารถมองเห็นแสงอัสดงที่กำลังจะจางหายไป
หลังจากที่เย่ชิงหานโครจรพลังปราณรบรีบเร่งเดินทางมาได้ระยะหนึ่งจึงหันกลับมาใช้พลังทางร่างกายสลับเดินอย่างช้าๆเพื่อฟื้นฟูพลังปราณรบ เมื่อพลังปราณรบฟื้นฟูแล้วค่อยใช้เร่งเดินทางอีกครั้งเดินทางในลักษณะแบบนี้เร่งๆ หยุดๆ ตลอดทั้ง่บ่ายในที่สุดก็เริ่มออกห่างจากเมืองหมันเข้าสู่ภายในเทือกเขาในระยะเกือบจะยี่สิบกิโลเมตรแล้ว
“ฮู่ว! วันนี้พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวยังต้องเสาะหาสถานที่พักแรมอีก”
เย่ชิงหานตรวจสอบภูมิประเทศรอบข้างอย่างละเอียดเดินลึกเข้ามาในเทือกเขายี่สิบกิโลเมตรสภาพแวดล้อมรอบข้างเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากต้นไม้ใหญ่ในที่แห่งนี้ล้วนสูงใหญ่เสียดฟ้าสิบกว่าเมตรขึ้นทั้งนั้น แต่ละใบใหญ่หนาปิดฟ้าคลุมดินบนพื้นมีต้นหญ้าและเถาวัลย์มากมายหลากหลายชนิดที่ไม่รู้ชื่อขึ้นเต็มไปหมด
ฟิ้ว...
เย่ชิงหานะโทะยานขึ้นไปบนกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ดึกดำบรรพ์สามคนโอบต้นหนึ่งมือเท้าปีนป่ายทะลุผ่านใบไม้เขียวชอุ่มขึ้นไปยังส่วน้าของต้น
“อืม ที่นี่ไม่เลวคืนนี้พักอยู่ที่นี่แล้วกัน”
้าของต้นไม้ดึกดำบรรพ์กิ่งก้านอันใหญ่หนาของมันยืดยาวเรียงรายขนานกันออกไปเรียงตัวกันอย่างเหมาะเจาะพอดีราวกับเป็เตียงธรรมชาติเย่ชิงหานนอนเอนกายลงไปอย่างสุขสบายตัดสินใจว่าคืนนี้พักแรมอยู่ตรงที่แห่งนี้ดีที่สุด
เขาหยิบเอาเสบียงที่เป็ของแห้งและน้ำดื่มออกมากินอย่างง่ายๆเสร็จแล้วจึงหลับตานั่งสมาธิโคจร “เคล็ดวิชาเย่หวง” เพื่อดูดซับพลังฟ้าดินเปลี่ยนเป็พลังปราณรบฟื้นฟูส่วนที่ใช้ไปเมื่อ่บ่ายที่ผ่านมาจากนั้นจึงค่อยๆ หลับไป
.................................
ภายในห้วงเวลาเดียวกันภายใต้ท้องฟ้าเดียวกัน ณ เมืองชางสถานที่ซึ่งห่างไกลออกไปหลายร้อยกิโลเมตรเย่ชิงอวี่ในตอนนี้ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับกระแสลมหนาวยามดึกของฤดูใบไม้ผลิยังคงพัดโชยมานางยืนอยู่อย่างเดียวดายภายในลานที่พักเล็กๆ ของตนเอง ดวงตาเหม่อมองไปยังทางด้านทิศใต้สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม
แสงจากดวงดาวเดือนสาดส่องไปทั่วพื้นปฐีและยังสาดส่องไปยังใบหน้าขาวนวลราวหิมะของนาง ภายใต้ชุดอาภรณ์สีขาวนั้นลมในยามดึกพัดสะบัดพลิ้วไหว มองดูไกลๆ ดุจดั่งเทพธิดาที่ร่วงหล่นมายังโลกมนุษย์รอคอยการกลับคืนสู่์ชั้นฟ้าฉันนั้น
“ท่านพี่...”
ทันใดนั้นเย่ชิงอวี่เอ่ยปากพูดขึ้นดวงตาคู่ที่ราวกับดวงดาราของนางเริ่มมีละอองน้ำเกิดขึ้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวร่างกายเริ่มมีอาการสั่นเทิ้มขึ้นเบาๆ จากนั้นชั่วครู่จึงเช็ดคราบน้ำตาและเริ่มมองไปทางด้านทิศใต้นางบ่นพึมพำออกมากับตนเองราวกับว่ามีเื่ราวมากมายที่อยู่ภายในใจอยากจะระบายออกมาให้พี่ชายที่อยู่ห่างออกไปยังที่ที่แสนไกลทางด้านทิศใต้ได้รับฟัง
“ท่านพี่...ท่านอยู่ที่ใด? ท่านรู้ไหมว่าหลังจากที่ท่านจากไปได้ครึ่งเดือนทางตระกูลส่งคนมาแจ้งว่าจะส่งตัวข้าให้แต่งเข้าตระกูลเสว่แต่งกับเสว่อู๋เหิน...ในตอนนั้นข้าตกตะลึงเป็อย่างมาก ปฏิเสธไปแม้ตายก็ไม่ยอมสถานการณ์ในตอนนั้นท่านรู้หรือไม่ว่าท่านเกือบจะไม่ได้เจอหน้าน้องสาวคนนี้อีกแล้วคนของตระกูลที่มาก็ใจึงไม่กล้าบีบบังคับข้ามากจนเกินไป แต่ท่านพี่รู้หรือไม่ผ่านไปไม่กี่วันคนเ่าั้ก็กลับมาอีก พวกเขา...พวกเขาถึงกับข่มขู่ข้าว่าหากข้าไม่ยอมตกลงพวกเขาจะส่งคนไปสังหารท่านพี่...ฮือๆๆ!ข้าไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีแล้ว...สุดท้ายจึงโกหกพวกเขาไปก่อนว่าข้าแต่งไปก็ได้แต่ต้องรอท่านพี่กลับมาก่อน ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าตัวตายเสีย...ข้าข้าไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี? ตอนนี้พวกนั้นส่งคนมาจับตาดูข้าอยู่ตลอดเวลาข้าไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรแล้วจริงๆ? ท่านพี่ ท่านรีบๆกลับมาจะได้ไหม...”
พูดไปใบหน้าที่เล็กเรียวงามของนางก็อาบไปด้วยคราบน้ำตาท่าทางร้องไห้สะอึกสะอื้นของสาวน้อยผู้บอบบางช่างเป็ภาพที่บีบคั้นหัวใจให้แตกสลายแก่ผู้ที่พบเห็นยิ่งนัก
นับั้แ่เสว่อู๋เหินเจอกับเย่ชิงอวี่ที่ถนนหนิวหลันครั้งนั้นภายในคืนนั้นเองเขาได้สั่งการให้หนึ่งในผู้ติดตามอารักษ์ขาคือผู้เฒ่าสือรีบเร่งกลับไปยังตระกูลเพื่อนำเอายาระดับสูงมาแลกกับเย่ชิงอวี่เขารู้ดีว่าเย่ชิงขวงและเย่หรงปรารถนายาพลังปราณหิมะมาแสนนานแล้วจึงคิดจะใช้ยานี้ยี่สิบกระปุกมาแต่งเอาเย่ชิงอวี่ที่มีร่างหยกิญญากลับไปยังตระกูล
หนึ่งเดือนให้หลังผู้เฒ่าสือกลับมายังตระกูลเย่อีกครั้งในขณะเดียวกันก็นำเอายาพลังปราณหิมะระดับสูงยี่สิบกระปุกติดตัวมาด้วยเสว่อู๋เหินรีบไปพบกับเย่ชิงขวงในคืนวันนั้นโดยทันทีโดยบอกว่าตนเองชอบเย่ชิงอวี่เป็อย่างมากปรารถนาที่จะนำยาพลังปราณหิมะมาแลกตัวเย่ชิงอวี่เพื่อเป็อนุภรรยา
เป็ดั่งที่เขาคาดคิดไว้ไม่มีผิดในคืนนั้นเย่ชิงขวงเรียกเย่หรงมาพบในทันทีแล้วปรึกษาหารือกันอย่างลับๆว่าจะแอบทำเื่นี้กันเองถึงแม้รายงานเื่นี้ขึ้นไปทางตระกูลก็จะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอนแต่ว่ายาพลังปราณหิมะสิบกระปุกกว่าจะผ่านมาถึงมือพวกเขาเหลือสักกระปุกเดียวก็ถือว่าดีหนักหนาแล้ว
ดังนั้นทั้งสองจึงแอบอ้างชื่อของตระกูลดำเนินการด้วยตนเองเย่ชิงขวงส่งลูกสมุนที่ไว้ใจอย่างเย่ชิงเสไปบอกเื่การแต่งงานแก่เย่ชิงอวี่แต่ใครจะไปคาดคิดว่ายัยเด็กน้อยเย่ชิงอวี่ที่ภายนอกดูอ่อนแอจิตใจกลับเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวขนาดนั้นในวันนั้นที่ได้ยินข่าวเื่การแต่งงานกลับจะเฉือนข้อมือของตนเองฆ่าตัวตายต่อหน้าเย่ชิงเสด้วยความอับจนปัญญาเย่ชิงเสจึงจำต้องล่าถอยกลับออกมาก่อนเพื่อรายงานเื่นี้ต่อเย่ชิงขวงและเย่หรง
ทั้งเย่ชิงขวงและเย่หรงต่างก็ไม่กล้าทำให้เป็เื่ใหญ่กลัวว่าเื่ราวจะบานปลายจนทางตระกูลทราบเื่ไม่เพียงไม่ได้อะไรแล้วยังจะถูกตราหน้าว่ารวมหัวกับคนนอกรังแกลูกกำพร้าที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่
ผ่านไปไม่กี่วันเย่หรงจึงคิดแผนการอย่างหนึ่งขึ้นเขาส่งเย่ชิงเสไปบอกแก่เย่ชิงอวี่ว่าถ้าหากนางไม่แต่งหรือฆ่าตัวตายก็จะส่งคนไปจัดการกับเย่ชิงหาน ปรากฏว่าเย่ชิงอวี่ได้ยินเข้าก็แสดงอาการใลนลานขึ้นมาในทันทีไม่กล้าแม้แต่คิดจะฆ่าตัวตายสุดท้ายจึงโกหกออกไปว่าต้องรอให้พี่ชายกลับมาก่อนค่อยแต่ง ไม่อย่างนั้นจะขอยอมตาย
ลานที่พักรับรองด้านนอกแสงไฟส่องสว่างพร่างพราว
“นายน้อยท่านว่าเื่นี้ควรจะจัดการอย่างไรดี?” เสว่อู๋เหินสวมชุดสีขาวนั่งอยู่ตรงกลางภายในลานที่พักผู้เฒ่าสองคนสวมชุดหนึ่งดำหนึ่งขาวยืนอยู่ข้างๆ อย่างเคารพนอบน้อมผู้ที่เอ่ยปากถามขึ้นคือผู้เฒ่าสือเสื้อขาว ส่วนผู้เฒ่าม่อในชุดสีดำที่ยืนอยู่ข้างๆเห็นเสว่อู๋เหินนิ่งเงียบไม่ปริปากพูดจาใดๆ คล้ายกับกำลังครุ่นคิดบางสิ่งอยู่จึงพูดสำทับขึ้นด้วยสีหน้าที่ดำคล้ำว่า “ไอ้พวกขยะไร้ประโยชน์เย่ชิงขวงกับเย่หรงเื่แค่นี้ยังทำไม่สำเร็จหรือพวกเราควรจะลงมือด้วยตนเองจับนางมัดกลับไปยังเมืองเพียวเสว่เลยเป็อย่างไร?”
“ไม่จำเป็!”เสว่อู๋เหินในที่สุดก็เปิดปากพูดพร้อมกับโบกมือทำท่าทางปฏิเสธ “อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่นหากพวกตาแก่ตายยากทั้งสามแห่งตระกูลเย่ถูกชักนำออกมาพวกเราจะไม่ได้อะไรเลยต้องเข้าใจว่าร่างหยกิญญาคนธรรมดาทั่วไปดูไม่ออกแต่ตาแก่ทั้งสามคนนั้นต้องมองออกอย่างแน่นอน อีกทั้งจิตใจของนังเด็กคนนั้นเด็ดเดี่ยวเกินไปถ้าหากนางฆ่าตัวตายที่พวกเราลงแรงไปก็สูญเปล่า”
อืม! ผู้เฒ่าม่อและผู้เฒ่าสือต่างพยักหน้าแสดงอาการเห็นด้วยร่างที่ยังมีชีวิตถึงจะเรียกร่างหยกิญญา ร่างที่ไม่มีชีวิตเรียกว่าศพที่ไร้ค่าอีกทั้งหัวหน้าตระกูลเย่กับผู้าุโสูงสุดอีกสองท่านล้วนมีฝีมือสูงส่งหากถูกชักนำออกมาต้องเกิดเื่ยุ่งยากเป็แน่
“ขั้นต่อไปดำเนินการเป็สองทางไปบอกเย่ชิงขวงหลังจากงานสำเร็จจะเพิ่มยาพลังปราณหิมะให้อีกสิบกระปุกให้รีบเร่งหาวิธีทำให้สำเร็จโดยเร็ว ส่วนอีกทางหนึ่งส่งเสว่อีกับพวกไปเมืองหมันจัดการกับเย่ชิงหานเพื่อบีบบังคับเย่ชิงอวี่ให้ยินยอมทำตาม...ร่างหยกิญญาข้าจำเป็จะต้องได้!”
“ขอรับนายน้อย!”
เป็ค่ำคืนที่ดึกสงัดเย่ชิงหานที่อยู่ห่างไกลออกไปนับร้อยกิโลเมตรยังคงนอนหลับสนิทอยู่เช่นเดิมเขาหารู้ไม่ว่าแผนการอันชั่วร้ายที่จะเกิดขึ้นต่อตนเองและน้องสาวกำลังถูกตระเตรียมการขึ้นอย่างช้าๆและมันค่อยๆซ่อนตัวกลืนหายเข้าไปในความมืดมิดของค่ำคืนอันดึกสงัดนี้อย่างเงียบเชียบ
ท้องฟ้าเริ่มจะสว่างขึ้นแสงอาทิตย์สีทองในยามเช้าลอดผ่านใบไม้สาดส่องไปยังพื้นของเทือกเขาจนสว่างขึ้นทั่วทุกแห่งหน
เย่ชิงหานตื่นขึ้นมาั้แ่เช้าฝึกฝนพลังปราณรบโคจร "เคล็ดวิชาเย่หวง" เปลี่ยนพลังฟ้าดินให้กลายเป็พลังปราณรบที่เบาบางเก็บไว้ภายในจุดชีพจรภายในร่างกาย
ภายในร่างกายของมนุษย์สามารถกักเก็บพลังปราณรบได้เพียงเล็กน้อยแถมยังไหลเวียนได้เชื่องช้าจนเกินไปดังนั้นหลังจากฝึกฝนพลังปราณรบผู้คนส่วนมากจะนำพลังไปเก็บสะสมไว้ภายในจุดชีพจรเสียมากกว่า
จุดชีพจรของแต่ละคนเมื่อเกิดมาล้วนมีสิ่งต่างๆอุดตันมากน้อยแตกต่างกันไปดังนั้นจึงต้องอาศัยการฝึกฝนของแต่ละบุคคลเป็เครื่องช่วย โดยใช้พลังปราณรบที่มีอย่างเบาบางมาช่วยในการละลายสลาย และขจัดสิ่งอุดตันที่อยู่ภายในจุดชีพจรให้หมดไปเพื่อให้จุดชีพจรโล่งไม่ติดขัดและสามารถขยายตัวเพื่อเก็บสะสมพลังปราณรบได้มากยิ่งขึ้นอีกทั้งยังทำให้ระดับการไหลเวียนของพลังปราณรบเกิดความคล่องตัวและรวดเร็ว เมื่อต่อสู้ก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการโจมตีและการป้องกันได้หลายเท่าตัว
เย่ชิงหานในตอนนี้กำลังใช้พลังราณรบที่มีอยู่ในจุดอินม่ายหยางม่ายและภายในร่างมาใช้ในการละลายกัดกร่อนสิ่งอุดตันต่างๆ ที่อยู่ในจุดชงม่าย เมื่อใช้พลังปราณรบไปจนหมดจึงค่อยโคจรเคล็ดวิชาเย่หวงเพื่อดูดซับพลังฟ้าดินเปลี่ยนเป็พลังปราณรบกักเก็บไว้ในจุดชีพจรจากนั้นนำมาใช้ละลายกัดกร่อนสิ่งอุดตันต่างๆ ในจุดชีพจรอีกครั้งทำอย่างนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกว่าจะละลายสิ่งอุดตันต่างๆ จนหมดสิ้น
“ฮู่ว!ช้าเกินไป”
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเย่ชิงหานหยุดการฝึกพร้อมกับลืมตาขึ้นทุกครั้งที่เขาทำการฝึกฝนภายในใจก็รู้สึกขมขื่นทุกครั้งสิ่งอุดตันภายในจุดชีพจรของตนเองมีมากจนเกินไปจุดชีพจรทั้งสิบสองจุดเปรียบได้กับแม่น้ำทั้งสิบสองสายที่เต็มไปด้วยทรายส่วนตนเองเปรียบเหมือนพลั่วอันเล็กที่คอยตักทรายเ่าั้ออกไปจากแม่น้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับความเร็วในการตักไม่สามารถเร่งให้เร็วจนเกินไปได้ไม่เช่นนั้นลำน้ำจะพังทลายลง ตนเองก็จะจบเห่ไปด้วย
ฝึกฝนเสร็จควรได้เวลาออกล่ามารอสูรแล้ว