ตอนที่ 4 สู่ตระกูลหลัก
บนเครื่องบินส่วนตัวของตระกูลคาเมโกะ ทั้งเอเดนและคาเรนต่างนิ่งเงียบกันตลอดทางคาเรนที่ถูกริบอุปกรณ์ป้องกันตัวเองไปทั้งหมดต้องกระวนกระวายอยู่นานกว่าจะสงบจิตใจลงได้
ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง ทั้งคู่ก็มาถึงญี่ปุ่นในที่สุดตระกูลหลักของคาเรนตั้งอยู่ที่เมืองอิซูโมะในจังหวัดชิมาเนะ
ตำนานกล่าวไว้ว่าในเดือนที่สิบของปฏิทินจันทรคติจะมีเทพจากทั่วญี่ปุ่นมารวมตัวกันที่นี่ทุกปีและที่มาของตำนานนั้น เกิดจากการประชุมประจำปีที่จัดขึ้นมานานกว่าสี่แสนปีมาแล้ว ทว่าในสมัยนั้นยังไม่มีการควบคุมเื่การสำแดงพลังมากนักจึงทำให้มีผู้พบเห็นมากกว่าในปัจจุบันและกลายเป็ตำนานเล่าขานสืบกันมา
เมื่อเดินทางมาถึงที่หมาย เอเดนสามารถััได้ถึงตัวตนของมนุษย์มากกว่าพันคนภายในบริเวณบ้านและเขายังรู้สึกถึงพื้นที่ใต้ดินที่กว้างกว่า้าอย่างมหาศาล
“ที่นี่มีคนเยอะเกินไปรึเปล่า”
“อ้อ หัวหน้ายังไม่ได้บอกนายเหรอ…”
ขณะที่คาเรนกำลังจะอธิบาย มีพ่อบ้านหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน
“พวกคุณเป็กลุ่มสุดท้ายแล้ว รีบเข้าไปเถอะ”
ชายในชุดพ่อบ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงแสนเ็า ถึงแม้ใบหน้าจะดูยิ้มแย้มแต่เขาไม่ได้ให้บรรยากาศที่เป็มิตรเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเดินเข้ามาภายในบ้าน เอเดนได้พบกับกลุ่มคนรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขารวมกลุ่มกันอยู่หลายร้อยกลุ่มรวมๆแล้ว มีมากกว่าพันคนเสียอีก
พ่อบ้านที่เดินมาพร้อมกับพวกเขาเดินไปยืนอยู่กลางห้องโถงก่อนจะย่อตัวลงประทับมือลงบนพื้น
ครืนนน!
พื้นที่พวกเขายืนอยู่เริ่มสั่นะเือย่างรุนแรงและเพดานค่อยๆสูงขึ้นอย่างช้าๆ
เอเดนที่ััได้ว่าตนกำลังเข้าใกล้กลุ่มคนที่อยู่ด้านล่างเริ่มรู้สึกถึงบางอย่าง
‘เพดานไม่ได้สูงขึ้น เรากำลังเคลื่อนที่ลง’
เมื่อการสั่นะเืเริ่มหยุดลง พวกเขาได้พบกับพื้นที่กว้างสุดสายตาแม้จะอยู่ใต้ดินแต่มันกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งพื้นดิน ต้นไม้หรือแม้แต่แสงที่ส่องลงมา ราวกับพวกเขายืนอยู่ด้านนอกเสียมากกว่า
กลุ่มคนที่ยืนรออยู่ด้านล่างคือเหล่าผู้าุโและเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
หนึ่งในผู้าุโก้าวออกมาช้าๆและกล่าวขึ้น
“พวกเธอคงรู้กันอยู่แล้วว่า ในการจัดประชุมทุกปีจะมีการประลองกันของเหล่าผู้เยาว์เพื่อทดสอบฝีมือ”
“และผู้ติดตามของผู้นำตระกูล จะคัดเลือกจากผู้เยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเธอ…”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เอเดนเป็ต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจทำไมถึงไม่บอกกับตนถึงเื่นี้ั้แ่แรก
“ทุกตระกูลได้รับอนุญาตให้พาผู้ติดตามไปด้วยห้าคนซึ่งเราจะเลือกมันจากหนึ่งในพวกเธอ”
“พวกเธอจะต้องจับคู่กันเพื่อเอาชนะคู่อื่นๆภายในที่แห่งนี้”
ผู้าุโผายมือไปทางด้านหลังตนที่เป็ผืนป่ากว้างและกล่าวต่อ
“ไม่อนุญาตให้มีการสังหารสามารถใช้อาวุธได้ทุกชนิด”
“เมื่อหมดเวลา คู่ที่เหลือรอดทั้งหมดจะต้องจับคู่ประลองกับตระกูลสาขาอื่นแบบแท็กทีมคู่ที่ได้ที่หนึ่งและที่สองจะได้เป็ผู้ติดตามไปกับผู้นำตระกูล”
‘ถ้าเป็คู่ล่ะก็จะได้เพียงสี่คน แล้วอีกคนล่ะ’
ในขณะที่ใครหลายๆคนกำลังสงสัย ผู้าุโคนดังกล่าวก็ได้ให้คำตอบในทันที
“ขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือผู้เยาว์ที่มีพร์มากที่สุดในรุ่นนี้ฮิโรกิคุง”
“เขาได้รับอภิสิทธิ์ในการเป็ผู้ติดตามและจะเป็หัวหน้าทีมของพวกเธอในวันงาน”
เมื่อกล่าวจบ เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่เื้ั ค่อยๆก้าวออกมายืนเสมอผู้าุโด้านหน้ามันมีรูปร่างที่แข็งแรงกำยำ รวมกับดวงตาที่เรียวเล็กแบบคนเอเชียให้ความรู้สึกเหมือนนักรบในสมัยเก่า แต่ชุดที่สวมกลับเป็สูทสีดำสนิทกับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินดูเหมือนเซนส์ด้านการแต่งตัวจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
“ฉันไม่สนว่าใครจะชนะ แค่อย่ามาขัดแข้งขัดขาฉันก็พอ”
มันกวาดสายตาไปโดยรอบในขณะพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก มันที่อยู่ในตระกูลหลักไม่ได้ให้ค่ากับตระกูลสาขาเลยแม้แต่น้อย
ด้วยพฤติกรรมแบบนั้นทำให้หลายๆคนเริ่มไม่พอใจในตัวฮิโรกิและหนึ่งในนัันคือเอเดน…คาเรนที่อยู่ใกล้มากที่สุดรู้สึกหนาวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“เวลาในการประลองคือ 3 ชั่วโมง เมื่อหมดเวลาจะมีสัญญาณดังขึ้น ขอให้พวกเธอโชคดี...”
เมื่อสิ้นเสียงเหล่าผู้เยาว์ทั้งหมดต่างกระโจนเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว บ้างหาที่ซ่อนตัว บ้างหาจุดซุ่มโจมตีมีเพียงแค่ไม่กี่คู่เท่านั้นที่ก้าวเดินช้าๆเข้าไปในป่า
“ดูเหมือนพวกที่พอจะใช้ได้มีอยู่แค่นี้เท่านั้นเอง”
หนึ่งในกลุ่มผู้าุโกล่าวขึ้นก่อนจะกวาดสายตามองไปทางทีมเ่าั้
เอเดนและคาเรนเดินเข้ามาภายในป่าเป็กลุ่มท้ายๆจึงไม่เห็นใครที่อยู่แถวปากทางอีกแล้วคาเรนออกความเห็นว่าไม่จำเป็ต้องปะทะกับทีมอื่นก็ได้พวกเขาจึงทำเพียงเดินเอ้อระเหยไปมา
เมื่อเวลาผ่านไปเอเดนััได้ถึงทีมอื่นที่ขยับเข้ามาใกล้พวกเขาเรื่อยๆ
“มี 3 ทีมกำลังเคลื่อนที่มาทางนี้ พวกเขาน่าจะปะทะกันในจุดที่เราอยู่ตอนนี้”
คาเรนหันไปมองเอเดนด้วยความประหลาดใจเพราะเธอยังััถึงอะไรไม่ได้เลย
“นายพูดจริงเหรอ”
คาเรนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจซ่อนตัว
เพียงไม่นาน ทั้ง 6 คนจากทั้ง 3ทีมก็เข้าปะทะกันในจุดที่พวกเธอยืนอยู่ในตอนแรก ทำให้คาเรนต้องหันไปมองเอเดนอีกรอบ‘นายเป็ดาวเทียมติดตามรึไงกัน’
...
ผลของการปะทะคือต่างาเ็กันทุกฝ่ายแต่เมื่อการต่อสู้เข้าสู่่ตัดสิน กลับมีรัศมีดาบหลายเส้นพุ่งเข้าใส่ทั้ง 3ทีมอย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรข...”
“ชู่ว”
ยังไม่ทันที่คาเรนจะพูดจบ เอเดนได้ห้ามเอาไว้เสียก่อนสีหน้าเอเดนตอนนี้นั้นตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคาเรนที่เห็นแบบนั้นจึงยอมเงียบอย่างว่าง่าย
‘ฉันััตัวตนมันไม่ได้!’
เมื่อทั้ง 3 ทีมล้มลงมีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านข้างของพวกเอเดน เป็ชายที่มีร่างกายผอมบางแต่กลับถือดาบเล่มใหญ่ที่ไม่เข้ากับตัวเองเลยแม้แต่น้อยเส้นผมสีดำสนิทและดวงตาเฉื่อยชาเสมือนว่าเขาไม่แยแสสิ่งใดเลยในโลกใบนี้
มันชำเลืองมองไปทางที่เอเดนอยู่สักพักก่อนจะเดินไปในทางตรงข้ามกับพวกเอเดน
“หมอนั่นเห็นเรารึป่าว”
“แข็งแกร่ง...”
เอเดนไม่ได้ตอบคำถาม เขากำลังตื่นเต้นกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง
“คู่ของเขาไม่อยู่นี่หรือว่าจะโดนจัดการไปแล้ว?”
“ฮายยย~”
เสียงของผู้หญิงที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ทั้งเอเดนและคาเรนต่างหันไปมองด้วยความใ
“เรียวจังเขาชอบพวกเธอน่ะก็เลยฝากมาบอกอะไรนิดหน่อย”
“เรียวจัง?”
“…”
ผู้หญิงคนนี้มีเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนมาพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างเป็กันเอง ส่วนสูงที่อยู่ราวๆ 150 เซนรวมกับใบหน้าที่น่ารักจิ้มลิ้ม ทำให้บรรยากาศตึงเครียดในตอนแรกคลายลงอย่างรวดเร็ว
“ใช่ๆคนที่เดินผ่านไปเมื่อกี้ก็คือเรียวจัง เรียวจังเลือกพวกเธอให้เป็ตัวแทนอีก 2คนที่เหลือ”
“หมายความว่ายังไง แล้วเธอเป็ใคร”
คาเรนยังไม่เข้าใจในคำพูดของเด็กสาวตรงหน้าเท่าไรนักเธอกำลังพูดถึงเื่อะไรกันแน่
“อ๊าฉันลืมแนะนำตัวนี่เอง ฉันชื่อเรย์โกะ อยู่ทีมเดียวกับเรียวจัง”
เรย์โกะแนะนำตัวเองด้วยความร่าเริง
“แล้วหมายความว่ายังไงที่ว่าตัวแทนอีก 2 คนที่เหลือ”
“ก็ตัวแทนทั้งหมดก็คือทีมของฉัน แล้วก็ทีมของเธอ รวมกับไอ้หน้าเหม็นฮิโรกิคุงนั่น ก็ครบ 5 คนแล้ว”
เธอชี้นิ้วไปที่ตัวเองและชี้มาที่คาเรนตามลำดับ ก่อนจะเบะปากให้ชื่อสุดท้าย
“เธอแน่ใจได้ยังไงว่าทั้งฉันและเธอจะไม่เจอกันในรอบถัดไป”
“ไม่ต้องห่วงหรอกๆเดี๋ยวเรียวจังก็จัดการให้เอง”
“ไว้เจอกันน้า~”
เมื่อพูดจบเธอก็พุ่งตัวตามเรียวสุเกะหรือที่เธอเรียกว่าเรียวจังไปอย่างรวดเร็ว หารู้ไม่ว่าเอเดนได้ฝังตราประทับเพลิงไว้กับเธอเรียบร้อยแล้ว
เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมงก่อนการประลองสิ้นสุดลง