ท่ามกลางเปลวเพลิงสีแดงฉานที่โหมกระหน่ำเผาผลาญจวนตระกูลเฉิงให้มอดไหม้เป็จุณ เสียงไม้ที่ลั่นเปรี๊ยะปร๊ะและควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี หลินชิงเหยาในชุดสีดำสนิทที่เปื้อนคราบเขม่าเล็กน้อย ก้าวเดินอย่างสง่างามเข้าไปหาเฉิงกวางและเฉิงจื่ออี้ที่นอนจมกองเืด้วยาแสาหัสจากการห้ำหั่นกันเอง
ดวงตาของทั้งสองเบิกกว้างด้วยความเ็ปและหวาดกลัว ขณะที่มองเห็นเงาร่างของสตรีผู้หนึ่งที่กำลังย่อตัวลงข้างกายพวกเขา รอยยิ้มเยือกเย็นประดับบนใบหน้าของนาง งดงามทว่าแฝงไปด้วยความอำมหิตที่ทำให้จิตใจของคนมองต้องสั่นสะท้านราวกับถูกตรึงด้วยสายตาของพญามัจจุราชที่กำลังจะพิพากษาชะตากรรมของพวกเขาอย่างโเี้และไร้ความปรานี
แสงไฟที่ลุกโชนจากทุกทิศทางส่องประกายให้เห็นใบหน้าที่เคยซ่อนอยู่เื้ัหน้ากากของ "เซี่ยอวี้" ผู้อ่อนหวาน บัดนี้กลับเผยให้เห็นความเ็าและความโเี้ที่แท้จริง ใบหน้านั้นยังคงงดงามเหมือนเดิม แต่ความงามนั้นกลับน่าสะพรึงกลัวเหมือนดอกไม้ที่บานบนหลุมศพ
เฉิงกวางที่นอนอยู่ในแอ่งเืของตัวเอง พยายามจะขยับร่างกายที่บอบช้ำ แต่แรงกายที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอจะทำให้เขาลุกขึ้นได้ เืที่ไหลออกจากาแลึกที่หน้าอกและแขนทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือด ดวงตาที่เคยเปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเย่อหยิ่งบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนและความหวาดกลัว
ข้างๆ เขา เฉิงจื่ออี้นอนหงายท้องขึ้นฟ้า ดาบวงพระจันทร์ที่เคยเป็สมบัติของตระกูลบัดนี้กลับกลายเป็เครื่องมือสังหารที่ทิ่มแทงเข้าไปในท้องของเขาเอง เืไหลซึมออกมาจากมุมปากและแผลที่ลำตัว ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปและความเสียใจที่มาถึงช้าเกินไป
ทั้งสองคนต่างก็ได้รับาเ็สาหัสจากการต่อสู้ที่ดุเดือดในคืนนี้ การต่อสู้ระหว่างพ่อลูกที่เคยรักกันและเคยเป็หนึ่งเดียวกัน แต่บัดนี้กลับต้องมาฆ่าฟันกันเพราะความหลงใหลในสตรีคนเดียวกัน ความรักและความผูกพันที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเกลียดชังและความ้าทำลาย
"ท่านพ่อ... คุณชายใหญ่... จำหลินชิงเหยาได้หรือไม่?" เสียงหวานใสที่เคยแสร้งทำเป็อ่อนโยนและออดอ้อนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นที่เย็นะเืดุจน้ำแข็ง คำพูดแต่ละคำที่หลุดออกจากริมฝีปากบางราวกับคมมีดที่กรีดแทงเข้าไปในจิติญญาของทั้งสอง
นางพูดช้าๆ และชัดเจน เพื่อให้พวกเขาได้ยินทุกคำทุกตัวอักษร เพื่อให้พวกเขาเข้าใจว่าใครคือคนที่ทำลายพวกเขา และทำไมพวกเขาถึงต้องมาจบชีวิตในสภาพเช่นนี้ เสียงของนางก้องกังวานในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นเืและควันไฟ
"ข้าคือบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีหลิน ผู้ที่พวกเ้าสังหารหมู่ครอบครัวของข้าอย่างไร้ความปรานี เผาจวนของข้าจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน และ่ชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากข้า..." น้ำเสียงของนางเริ่มสั่นเครือด้วยความโกรธแค้นที่สะสมมาหลายปี
นางหยุดพูดชั่วครู่ เพื่อให้ความจริงที่เพิ่งเปิดเผยนั้นซึมลึกเข้าไปในจิตสำนึกของพวกเขา นาง้าให้พวกเขารู้สึกถึงความสิ้นหวังและความหวาดกลัวเหมือนที่ครอบครัวของนางเคยรู้สึกในคืนที่พวกเขาบุกเข้าไปทำลายจวนหลิน
"บัดนี้ถึงเวลาที่พวกเ้าจะต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิตและิญญาของพวกเ้าเอง! ไม่มีทางหนีพ้นจากความตายที่พวกเ้าสมควรได้รับ!" น้ำเสียงของนางหนักแน่นและก้องกังวาน ราวกับคำสาปแช่งที่ไม่มีวันจางหายไปจากความทรงจำของพวกเขา
เฉิงกวางและจื่ออี้พยายามจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา ทว่าาแฉกรรจ์ที่ได้รับทำให้พวกเขาทำได้เพียงหายใจรวยริน ดวงตาที่พร่ามัวมองเห็นใบหน้าของ "เซี่ยอวี้" ที่บัดนี้ได้เผยโฉมที่แท้จริงออกมาเป็หลินชิงเหยา สตรีที่พวกเขาเคยดูถูกเหยียดหยามและคิดว่าได้กำจัดไปแล้ว
ความจริงอันโหดร้ายประดังเข้ามาพร้อมกับความเ็ปทางกายและใจที่ไม่อาจต้านทานได้ พวกเขาเริ่มเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน่เวลาที่ผ่านมาล้วนเป็แผนการแก้แค้นที่วางไว้อย่างรอบคอบ การที่เซี่ยอวี้เข้ามาในจวน การที่นางทำให้พวกเขาหลงใหลและต่อสู้กัน ทุกอย่างล้วนเป็กับดักที่นางวางไว้
พวกเขาดิ้นรนเฮือกสุดท้ายราวกับปลาที่ขาดน้ำ แต่เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ก็ไม่อาจทำให้พวกเขาขยับกายได้แม้แต่น้อย ความหวาดกลัวและความสำนึกผิดฉายชัดในแววตาที่กำลังจะดับมืดลง ทว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้วสำหรับความเมตตาของนาง เพราะนางได้ปิดตายหัวใจไปนานแล้ว และจะไม่ยอมให้ความรู้สึกใดๆ มาบดบังเป้าหมายอันสูงสุดของการล้างแค้นที่นางเฝ้ารอมาตลอดชีวิต
เฉิงกวางพยายามจะเอ่ยปากพูดด้วยเสียงที่แหบพร่า "เซี่ย... หลิน... ชิงเหยา... ข้า... ข้าไม่รู้... ข้าไม่รู้ว่า..." แต่เืที่คาอยู่ในลำคอทำให้เขาไม่สามารถพูดต่อได้
"ไม่รู้หรือ?" นางยิ้มเยือกเย็น "ท่านไม่รู้ว่าท่านได้สังหารครอบครัวผู้บริสุทธิ์? ท่านไม่รู้ว่าท่านได้เผาบ้านเรือนและ่ชิงทรัพย์สินของคนอื่น? หรือท่านแค่ไม่สนใจที่จะจำเพราะมันเป็เื่เล็กน้อยสำหรับท่าน?"
นางลุกขึ้นยืนและเดินไปที่โต๊ะไม้ที่มีเอกสารและหลักฐานต่างๆ วางอยู่ นั่นคือเอกสารส่วยและหลักฐานการทุจริตทั้งหมดที่นางรวบรวมมาได้อย่างพิถีพิถัน เอกสารเหล่านี้เป็หลักฐานของความโลภและความชั่วร้ายของตระกูลเฉิงที่สะสมมาหลายปี
"เอกสารเหล่านี้... มันคือหลักฐานของความชั่วร้ายทั้งหมดที่พวกเ้าก่อไว้" นางหยิบเอกสารขึ้นมาดู "การรีดไถประชาชน การสังหารผู้บริสุทธิ์ การทุจริตคอรัปชั่น... ทุกอย่างถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด"
นางจุดไฟเผาเอกสารส่วยและหลักฐานการทุจริตทั้งหมดที่รวบรวมมาอย่างเยือกเย็น เปลวไฟลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว แผดเผาความลับดำมืดของตระกูลเฉิงให้มอดไหม้ไปพร้อมกับจวนที่กำลังพังทลายลง เสียงกรีดร้องโหยหวนของเฉิงกวางและจื่ออี้ที่ถูกแผดเผาทั้งเป็ในกองเพลิงแห่งราคะที่พวกเขาเป็คนก่อขึ้นเอง คือบทสรุปอันแสนสาแก่ใจของหลินชิงเหยา
นางยืนมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ทว่าในส่วนลึกของจิตใจกลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ความแค้นที่สั่งสมมานานหลายปี บัดนี้ได้ถูกชำระล้างด้วยเปลวเพลิงและเืเนื้อของศัตรูอย่างสาสม ไม่มีสิ่งใดจะเทียบได้กับความรู้สึกนี้อีกแล้ว
เปลวไฟที่ลุกโชนสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความร้อนระอุกระทบใบหน้าของนาง แต่นางไม่รู้สึกร้อนเลย ในใจของนางเต็มไปด้วยความเย็นเยียบที่ไม่มีสิ่งใดสามารถละลายได้ ความเ็ปทรมานของพวกมันคือรางวัลอันหอมหวานที่สุดสำหรับนาง เป็ดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจที่ดับกระหายความแค้นที่ร้อนระอุอยู่ในอกมาเนิ่นนาน
นางเดินเข้าไปใกล้เฉิงกวางที่กำลังจะสิ้นลมหายใจ ดวงตาของเขาเบิกกว้างมองนางด้วยความหวาดกลัวและความเสียใจ เขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เืที่คาอยู่ในลำคอทำให้เขาทำได้เพียงส่งเสียงครางเบาๆ
"ท่าน้าจะขอโทษหรือ?" นางถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "ท่านคิดว่าคำขอโทษจะสามารถคืนชีวิตพ่อแม่และน้องชายของข้ากลับมาได้หรือ? ท่านคิดว่าน้ำตาของท่านจะล้างความผิดที่ก่อไว้ได้หรือ?"
เฉิงกวางส่ายหน้าอย่างอ่อนแอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจและความสิ้นหวัง เขารู้ดีว่าไม่มีสิ่งใดที่จะแก้ไขความผิดที่เขาก่อไว้ได้แล้ว ความตายคือสิ่งเดียวที่เขาสมควรได้รับ
"ดี... อย่างน้อยท่านก็ยังมีสติสัมปชัญญะพอที่จะรู้ว่าตัวเองผิด" นางพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "แต่มันก็สายเกินไปแล้ว ความตายของท่านจะไม่สามารถชดเชยความเสียหายที่ท่านก่อไว้ได้ แต่อย่างน้อยมันก็จะทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้นบ้าง"
นางหันไปมองเฉิงจื่ออี้ที่นอนอยู่ไม่ไกล ลูกชายคนโตของตระกูลเฉิงที่เคยเย่อหยิ่งและดูถูกคนอื่น บัดนี้กลับนอนอยู่ในแอ่งเืของตัวเองอย่างน่าสมเพช ดาบที่เขาใช้ฆ่าบิดาของตัวเองกลับกลายเป็เครื่องมือที่ทำลายตัวเขาเอง
"คุณชายใหญ่..." นางเรียกด้วยเสียงเยาะหยัน "ท่านยังจำได้หรือไม่ว่าท่านเคยพูดกับข้าว่าอย่างไร? ท่านบอกว่าข้าเป็เพียงสาวใช้ต่ำต้อยที่ไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธท่าน ท่านบอกว่าข้าควรจะรู้สึกเป็เกียรติที่ท่านให้ความสนใจ"
เฉิงจื่ออี้พยายามจะหันหน้ามามองนาง แต่ความเ็ปจากาแทำให้เขาทำได้เพียงส่งเสียงครางเบาๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจและความสิ้นหวัง เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าตัวเองตกเป็เหยื่อของแผนการแก้แค้นที่วางไว้อย่างรอบคอบ
"บัดนี้ท่านรู้แล้วใช่หรือไม่ว่าใครคือคนที่ต่ำต้อยกว่ากัน?" นางยิ้มเยือกเย็น "ข้าอาจจะเป็เพียงสาวใช้ในสายตาของท่าน แต่ข้าก็สามารถทำลายท่านและครอบครัวของท่านได้อย่างง่ายดาย ท่านที่เคยเย่อหยิ่งและดูถูกคนอื่น บัดนี้กลับต้องมานอนตายอย่างน่าสมเพชเช่นนี้"
นางเดินไปที่หน้าต่างและมองออกไปข้างนอก เปลวไฟได้ลุกลามไปทั่วจวนแล้ว เสียงกรีดร้องของบ่าวไพร่ที่ถูกนักฆ่าของเถี่ยเฟิงสังหารดังก้องไปทั่ว กลิ่นควันและกลิ่นเืฟุ้งกระจายไปในอากาศ
"ท่านเห็นหรือไม่?" นางชี้ไปที่ภาพวิปโยคข้างนอก "นี่คือผลงานของข้า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนชั่วคิดว่าตัวเองสามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ ข้าใช้เวลาห้าปีในการวางแผนและเตรียมการ ทุกขั้นตอนถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบ"
นางหันกลับมามองพวกเขาอีกครั้ง "ท่านคิดว่าการที่ข้าเข้ามาในจวนนี้เป็เื่บังเอิญหรือ? ท่านคิดว่าการที่ข้าสามารถทำให้ท่านทั้งสองหลงใหลและต่อสู้กันเป็เื่ง่ายหรือ? ไม่... ทุกอย่างถูกวางแผนมาั้แ่แรก ั้แ่วันที่ข้าเข้ามาในจวนนี้ ข้าก็รู้แล้วว่าจะจบลงอย่างไร"
เสียงเปรี้ยงปร๊าดของไม้ที่ถูกไฟเผาดังขึ้นมาจากข้างนอก เปลวไฟได้ลุกลามเข้ามาในห้องแล้ว ความร้อนเริ่มทำให้อากาศในห้องร้อนระอุ แต่นางยังคงยืนอยู่อย่างสงบ ราวกับไม่รู้สึกกับความร้อนเลย
"ข้าจะไม่ฆ่าท่านด้วยมือของข้าเอง" นางพูดด้วยเสียงเ็า "ข้าจะปล่อยให้เปลวไฟและความเ็ปจากาแที่ท่านทำกันเองเป็ผู้พิพากษา ท่านจะได้ตายอย่างช้าๆ และเ็ป เหมือนที่ครอบครัวของข้าเคยเ็ปก่อนจะตาย"
นางเดินไปที่โต๊ะและหยิบกล่องไม้เล็กๆ ขึ้นมา ข้างในกล่องมีเถ้าถ่านเล็กน้อยที่นางเก็บมาจากซากจวนหลินที่ถูกเผา นี่คือสิ่งเดียวที่เหลืออยู่จากบ้านเกิดของนาง
"นี่คือเถ้าถ่านจากจวนของข้า" นางกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ข้าเก็บมันไว้เพื่อเตือนตัวเองถึงความแค้นที่ต้องชำระ บัดนี้ข้าจะโรยมันลงบนศพของท่าน เพื่อให้ิญญาของครอบครัวข้าได้เห็นว่าความแค้นได้รับการชำระแล้ว"
นางเปิดกล่องและโรยเถ้าถ่านลงบนร่างของเฉิงกวางและเฉิงจื่ออี้ เถ้าถ่านสีเทาเข้มลอยปลิวไปตามลม ผสมกับควันไฟที่เริ่มหนาแน่นขึ้นในห้อง
"พ่อ แม่ น้องชาย..." นางกระซิบเบาๆ "ลูกทำสำเร็จแล้ว ตระกูลเฉิงได้รับการลงโทษแล้ว พวกเขาตายด้วยมือของกันเอง เหมือนที่พวกเขาทำลายครอบครัวเราด้วยความโลภและความชั่วร้าย"
เปลวไฟเริ่มลุกลามเข้ามาในห้องมากขึ้น ความร้อนทำให้เสื้อผ้าของนางเริ่มแห้งและเปื่อย แต่นางยังคงยืนอยู่ มองดูศัตรูของนางค่อยๆ สิ้นลมหายใจไปอย่างช้าๆ
เฉิงกวางพยายามจะขยับมือขึ้นมา ราวกับ้าจะแตะต้องนาง แต่แรงกายที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอ มือของเขาตกลงมาอย่างไร้แรง ลมหายใจของเขาเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หยุดนิ่ง
เฉิงจื่ออี้ใช้เวลานานกว่าจะสิ้นลมหายใจ เขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เืที่ไหลออกมาจากปากทำให้เขาไม่สามารถเอ่ยคำใดได้ ดวงตาของเขาจ้องมองนางจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย เต็มไปด้วยความเสียใจและความสิ้นหวัง
เมื่อทั้งสองคนสิ้นลมหายใจแล้ว นางยืนอยู่ในความเงียบชั่วครู่ เปลวไฟที่ลุกโชนรอบตัวทำให้เงาของนางเต้นระบำไปตามแสงไฟ ใบหน้าของนางยังคงเ็าและไร้อารมณ์ ราวกับเพิ่งทำเื่ธรรมดาไป
"ในที่สุด..." นางพึมพำกับตัวเอง "ความแค้นของตระกูลหลินก็ได้รับการชำระ"
นางจะจดจำความรู้สึกนี้ไว้เพื่อเป็แรงผลักดันต่อไปในการล้างแค้นครั้งใหญ่ ความสำเร็จในการทำลายตระกูลเฉิงทำให้นางมั่นใจว่าแผนการของนางสามารถทำได้จริง และนางจะใช้ประสบการณ์นี้ในการวางแผนการแก้แค้นครั้งต่อไป
เมื่อเปลวไฟเริ่มสงบลง เหลือเพียงซากปรักหักพังและควันไฟที่ยังคงคุกรุ่น ชิงเหยาเดินออกจากจวนที่มอดไหม้ไปพร้อมกับมู่เหยียนองครักษ์เงาผู้ซื่อสัตย์ และข้อมูลสำคัญของตระกูลหวังที่นางได้มาจากการล่อลวงพ่อบ้านหลี่ได้อย่างแยบยล
มู่เหยียนที่รอคอยอยู่ข้างนอกเห็นนางเดินออกมาด้วยท่าทางสงบ เขารู้ดีว่าภารกิจของนางสำเร็จแล้ว จากแววตาของนางที่เ็าและรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เขาเข้าใจว่าตระกูลเฉิงได้รับการลงโทษตามที่นาง้าแล้ว
"นายหญิง... เสร็จแล้วหรือ?" เขาถามด้วยเสียงเบา
"เสร็จแล้ว" นางตอบสั้นๆ "ตระกูลเฉิงไม่มีอีกต่อไป พวกเขาทำลายกันเองด้วยความโลภและความหลงใหล เหมือนที่ข้าวางแผนไว้"
แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องใบหน้าของนาง เผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอันตราย นางได้ล้างแค้นตระกูลแรกสำเร็จแล้ว ทว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ความแค้นที่ฝังลึกในจิตใจของนางจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อนางก้าวเข้าสู่จวนตระกูลหวัง เพื่อชำระหนี้เืที่ยังคงค้างคา และทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าให้สิ้นซาก นางจะทำให้ตระกูลหวังต้องพบกับความพินาศที่ยิ่งกว่าตระกูลเฉิงหลายเท่าตัว
"มู่เหยียน เตรียมตัวให้พร้อม" นางสั่งด้วยเสียงเ็า "เราจะไปจวนตระกูลหวังในคืนนี้ ข้า้าให้พวกเขารู้ว่าใครคือคนที่มาเยือน และทำไมพวกเขาต้องตาย"
"รับทราบ นายหญิง" มู่เหยียนโค้งคำนับ "ข้าได้เตรียมคนและอาวุธไว้แล้ว พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน"
นางมองกลับไปที่จวนที่กำลังไหม้ครั้งสุดท้าย เปลวไฟยังคงลุกโชนสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า ควันดำพวยพุ่งขึ้นไปปกคลุมดวงจันทร์ ทำให้แสงจันทร์ดูมืดมนและน่าสะพรึงกลัว
"ตระกูลเฉิง..." นางกระซิบเบาๆ "นี่คือจุดจบของพวกเ้า และเป็จุดเริ่มต้นของการแก้แค้นที่ยิ่งใหญ่กว่า"
นางหันหลังให้กับจวนที่กำลังไหม้และเดินจากไป เงาของนางค่อยๆ หายไปในความมืดมิด เหลือไว้เพียงเสียงเปรี้ยงปร๊าดของไม้ที่ถูกไฟเผาและกลิ่นควันที่ฟุ้งกระจายไปในอากาศ
จวนตระกูลเฉิงที่เคยโอ่อ่าและทรงอำนาจ บัดนี้กลายเป็เพียงซากปรักหักพังและเถ้าถ่าน ไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่จากความรุ่งโรจน์ในอดีต มีเพียงความทรงจำแห่งความพินาศที่จะคงอยู่ตลอดไป
และจะไม่มีใครหยุดยั้งนางได้อีกต่อไป จนกว่าความแค้นทั้งหมดจะได้รับการชำระจนหมดสิ้น และโลกนี้จะไม่มีตระกูลใดที่กล้าเหยียบย่ำตระกูลหลินอีกต่อไป นางจะยืนหยัดอยู่เหนือซากปรักหักพังของศัตรูทุกคนที่เคยทำร้ายนางและครอบครัวของนางอย่างภาคภูมิใจและไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น
ในความมืดมิดของราตรี เงาของหลินชิงเหยาเคลื่อนไหวไปสู่เป้าหมายถัดไป ดวงตาที่เย็นเยียบเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำลายทุกคนที่เคยทำลายครอบครัวของนาง การแก้แค้นของนางยังไม่สิ้นสุด และเมื่อใดที่ยังมีคนที่ทำลายครอบครัวของนางยังมีชีวิตอยู่ เมื่อนั้นรอยยิ้มของมัจจุราชก็จะยังคงปรากฏบนใบหน้าของนางต่อไป