บทที่ 24 นับจากนี้ไป ก็ทำเป็ไม่มีลูกสะใภ้คนนี้เสีย!
อวี้หย่งไหวและอวี้หย่งไป๋ไม่กล้าผ่อนคลายความระมัดระวัง พวกเขาดึงซิ่งซิ่งมาดูใกล้ ๆ เพื่อสำรวจอย่างละเอียด เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กหญิงแดงระเรื่อ ไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไป พวกเขาจึงค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ซิ่งซิ่งหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย รีบคืนเสื้อผ้าให้กับพี่ชายทั้งสอง
หลังจากที่เด็กหนุ่มทั้งสองได้รับการยืนยันจากซิ่งซิ่งอีกครั้งว่านางไม่รู้สึกหนาวแล้ว จึงค่อยสวมเสื้อผ้าของตน
อวี้หย่งไหวพูดขณะสวมเสื้อผ้าว่า “เอาล่ะ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ ไปให้ย่าดูอาการซิ่งซิ่งอีกที”
อวี้หย่งไป๋กำลังพยักหน้าเห็นด้วย แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังมาจากที่ไกล ๆ พร้อมกับฝุ่นผงจำนวนมากลอยขึ้นไปบนอากาศ แม้แต่นกในป่าก็ยังตื่นใบินหนีไปหลายตัว
อวี้หย่งไหวตื่นตัวอย่างมาก เขากอดซิ่งซิ่งไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง
อวี้หย่งไป๋มองไปรอบ ๆ แต่กลับพบสิ่งผิดปกติ “เอ๊ะ พี่ใหญ่ ตรงนั้น... ดูเหมือนจะเป็ที่ที่เราวางกับดักสัตว์อันสุดท้ายนะ?”
อวี้หย่งไหวมองตามไป ก็พบเป็อย่างที่อวี้หย่งไป๋พูดจริง ๆ
พวกเขามองหน้ากันอย่างรวดเร็ว ต่างก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เมื่อฝุ่นควันจางหาย พี่ชายทั้งสองคนก็ค่อย ๆ พยุงซิ่งซิ่ง เดินไปยังทิศทางนั้นอย่างระมัดระวัง
พอเข้าไปใกล้ ทั้งสองคนก็พบว่ามันคือต้นไม้โบราณที่ผุพังตายไปนานแล้ว บางทีอาจเป็เพราะลำต้นที่ผุพังไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้อีกต่อไป จึงได้ล้มลงในเวลานี้
อวี้หย่งไหวและอวี้หย่งไป๋ มองหน้ากัน รู้สึกเย็นวาบไปทั้งหลัง!
ทิศทางที่ต้นไม้โบราณล้มลงมา มันคือที่ที่พวกเขาวางกับดักสัตว์ไว้!
ถ้าหากไม่ใช่เพราะซิ่งซิ่งรู้สึกไม่สบายขึ้นมากะทันหัน พวกเขาที่เดินไปดูกับดัก คงจะถูกต้นไม้โบราณที่ผุพังล้มทับจนแบน!
หากเป็แบบนั้น พวกเขาจะรอดชีวิตมาได้อย่างไร?!
เด็กหนุ่มทั้งสองรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งมือและเท้า พวกเขาตกตะลึงกับภาพที่เห็นจนพูดไม่ออก!
"อ๊ะ พี่ใหญ่ พี่รอง พวกพี่ดูสิ นั่นอะไรน่ะ!"
เสียงใสของซิ่งซิ่งทำให้ความคิดที่สับสนวุ่นวายของทั้งสองคนหายไป
เด็กหญิงชี้ไปที่ใดที่หนึ่งด้วยนิ้วมือเล็ก ๆ
พี่ชายทั้งสองมองไปตามทิศทางที่ซิ่งซิ่งชี้ พวกเขาถึงได้สังเกตเห็นว่ามีกระต่ายป่าตัวหนึ่งถูกต้นไม้โบราณที่โค่นล้มลงมาทับร่างกายส่วนล่างเอาไว้ กระต่ายตัวนั้นสิ้นใจไปแล้ว!
ดวงตาของอวี้หย่งไหวและอวี้หย่งไป๋เป็ประกาย พวกเขาลืมความกลัวก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น ทั้งสองคนวิ่งไปหากระต่ายป่าตัวนั้นทันที
อวี้หย่งไหวมีพละกำลังมหาศาล แม้ว่ากระต่ายป่าจะถูกต้นไม้โบราณทับขาไปครึ่งตัว เขาก็ยังใช้แรงทั้งหมดดึงกระต่ายป่าตัวนั้นออกมาจากใต้ต้นไม้จนได้
กระต่ายป่าตัวนี้ดูผอมแห้ง แถมร่างกายส่วนล่างครึ่งหนึ่งก็ถูกทับจนกระดูกแหลก แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็เนื้อจริง ๆ!
เด็กหนุ่มทั้งสองดีใจจนแทบคลั่ง พวกเขามองดูกระต่ายป่าที่แห้งผอมและเปื้อนเืตัวนี้ด้วยตาเป็ประกาย!
อวี้หย่งไหวถือกระต่ายป่าเอาไว้ ส่วนอวี้หย่งไป๋ก็อุ้มซิ่งซิ่งขึ้นมาหมุนไปรอบ ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ซิ่งซิ่ง เ้าเป็น้องสาวที่ดีที่สุดของพวกเราเลย! ถ้าไม่มีเ้า พี่กับพี่ใหญ่คงโดนต้นไม้ใหญ่ทับตายไปแล้ว! ยิ่งไปกว่านั้นยังโชคดีได้กระต่ายป่ามาอีกด้วย!”
อวี้หย่งไหวพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง “ข้าบอกแล้วว่า ซิ่งซิ่งคือเทพธิดาตัวน้อยที่์ประทานมาให้กับตระกูลอวี้ของเรา เป็ดาวนำโชคของเรา!”
อวี้หย่งไหวภูมิใจเป็อย่างยิ่ง น้องสาวของข้าเก่งที่สุดในโลก!
ซิ่งซิ่งได้รับอิทธิพลจากความสุขของพี่ชายทั้งสอง นางก็หัวเราะคิกคัก ดวงตาเป็ประกายราวกับดวงดาว ถามพวกเขาซ้ำ ๆ ว่า “ซิ่งซิ่งช่วยได้หรือคะ? พวกพี่พูดจริงหรือ?”
“แน่นอน! ซิ่งซิ่งช่วยได้มากเลย!” อวี้หย่งไหวและอวี้หย่งไป๋ตอบพร้อมกัน
เด็กหญิงตัวน้อยก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขจนแก้มป่อง
พี่น้องทั้งสามคนกลับมาที่หมู่บ้านหนานถัว ชาวบ้านเห็นพวกเขาถือกระต่ายป่าเปื้อนเืก็พากันใ รีบถามกันยกใหญ่ว่าล่ามาจากที่ไหน เพราะ่หลายปีมานี้ ชีวิตชาวบ้านลำบากมาก ตอนแรกยังพออาศัยการล่าสัตว์หาอาหารได้บ้าง แต่หลายปีมานี้เกิดภัยพิบัติติดต่อกัน พวกเขาแทบจะไม่ได้เห็นสัตว์ป่าเลย
อวี่หย่งไป๋พูดไม่เก่งเท่าพี่ชายคนโต เื่เล่าจึงตกเป็หน้าที่ของอวี้หย่งไหว
เด็กหนุ่มจึงเล่าให้ชาวบ้านฟังอย่างตื่นเต้นว่า ซิ่งซิ่งพาพวกเขาหลบต้นไม้ที่โค่นล้มลงมาได้อย่างไร และนางพบกระต่ายป่าที่ถูกต้นไม้ล้มทับตายได้อย่างไร
ชาวบ้านฟังแล้วอุทานออกมาเป็เสียงเดียวกัน ต่างก็ชมว่าซิ่งซิ่งเป็เด็กนำโชคของตระกูลอวี้จริง ๆ
เด็กหนุ่มทั้งสองได้ยินดังนั้นก็รู้สึกดีใจยิ่งกว่าชาวบ้านชมพวกเขาเสียอีก!
ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบกลับไปเล่าเื่ดี ๆ นี้ให้ที่บ้านฟัง พวกเขาทั้งสองคนคงอยากจะตีกลองรอบหมู่บ้านแล้ว!
ต้องให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าซิ่งซิ่งของพวกเขานั้นช่างโชคดีขนาดไหน!
คนรู้เห็นน้อยไปก็เท่ากับพวกเขาเป็พี่ที่ไร้ความสามารถ!
จนกระทั่งพี่น้องทั้งสามคนหิ้วกระต่ายป่าเข้ามาในรั้วบ้านสกุลอวี้ ทุกคนในบ้านต่างก็พากันแตกตื่น!
โดยเฉพาะตอนที่อวี้หย่งไป๋เล่าถึงความน่าหวาดเสียวตอนที่ต้นไม้โบราณโค่นลงมาอีกครั้ง ทำเอาหลี่ชุนฮวาถึงกับเอามือปิดปาก ตัวซีดเผือด แม้แต่แม่เฒ่าเว่ยก็ยังหน้าซีด ไม่กล้านึกถึง หากซิ่งซิ่งไม่รู้สึกหนาวขึ้นมากะทันหัน แล้วห้ามพี่ใหญ่กับพี่รองเอาไว้...
"แม่ ซิ่งซิ่งช่วยชีวิตข้ากับพี่ใหญ่เอาไว้นะ!" อวี้หย่งไป๋พูดอย่างตื่นเต้น "แม้แต่กระต่ายป่าตัวนี้ ซิ่งซิ่งก็เห็นก่อนด้วย!"
หลี่ชุนฮวาดึงสติกลับมาได้ พยักหน้าหงึกหงัก รู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก "ใช่แล้ว ใช่แล้ว ซิ่งซิ่งช่วยพวกลูกสองคนเอาไว้!"
ตอนนี้นางรู้สึกโชคดีอย่างมาก ดีที่ตอนนั้นแม่รับซิ่งซิ่งมาเลี้ยง ไม่อย่างนั้นวันนี้ใครจะเป็คนไปห้ามลูกชายทั้งสองของนางได้กัน?!
หลี่ชุนฮวารวมมือไหว้พระโพธิสัตว์บนท้องฟ้า "พระโพธิสัตว์คุ้มครอง พระโพธิสัตว์คุ้มครอง!"
สายตาที่หลี่ชุนฮวามองซิ่งซิ่ง เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ราวกับกำลังมองดูดอกไม้ที่น่ารักน่าเอ็นดูอย่างมาก!
อวี้หย่งไหวเป็เด็กหนุ่ม หลังจากรอดพ้นจากอันตรายแล้วก็แค่กลัวอยู่พักหนึ่ง จากนั้นไม่นานก็ลืมไปแล้ว ตอนนี้เขาถือกระต่ายป่าที่เปื้อนเืตัวนั้น สนใจสิ่งนี้มากกว่า "แม่! เดี๋ยวแม่เอากระต่ายป่าตัวนี้ไปทำความสะอาดหน่อยนะ พวกเรายังเก็บเห็ดกับผลไม้ป่ามาได้อีกเยอะเลย พอตกเย็นค่อยกินพร้อมกับปู่แล้วก็คนอื่น ๆ!"
หลี่ชุนฮวาตอบตกลงทันที แล้วหันไปมองแม่เฒ่าเว่ยด้วยท่าทางเอาใจ "แม่ ดีที่ตอนนั้นแม่ช่วยซิ่งซิ่งเอาไว้! คืนนี้ข้าจะทำกระต่ายตุ๋นเห็ดหอม เนื้อในส่วนของข้า ข้าจะยกให้ซิ่งซิ่งหมดเลย! นางเป็ผู้ช่วยชีวิตของบ้านเรา!"
แม่เฒ่าเว่ยฟังแล้วรู้สึกพอใจมาก จึงทำเสียงในลำคอแล้วพูดว่า “บ้านเราขาดเนื้อกินหรืออย่างไร? เ้าก็กินของตัวเองไปสิ ตอนนั้นค่อยตักเนื้อให้ซิ่งซิ่งเยอะ ๆ ข้าจะดูซิว่าใครจะว่าอะไร!”
ทั้งหลี่ชุนฮวาและไป๋เสี่ยวเฟิ่งรีบแสดงท่าทีว่าไม่มีขัดข้องใด ๆ
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งรีบพูดเสริมว่า “ซิ่งซิ่งเป็ดาวนำโชคของบ้านเรา ดาวนำโชคต้องกินเยอะ ๆ ก็เป็โชคลาภของบ้านเรา!”
แม่เฒ่าเว่ยเห็นด้วยอย่างยิ่ง จึงลูบแก้มของซิ่งซิ่ง เด็กหญิงไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงบอกว่านางเป็ดาวนำโชค แต่นางมองออกว่าทุกคนกำลังชมด้วยความยินดี เด็กน้อยก็รู้สึกดีใจจนยิ้มออกมา
ในลานบ้านของบ้านตระกูลอวี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ
แต่ในขณะนั้นเอง อวี้ซานเป้าก็กลับมา
เขามีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก หลังจากก้าวเข้าประตูบ้านตระกูลอวี้ เสียงหัวเราะในลานบ้านก็หยุดชะะงัก ทุกคนมองไปที่ด้านหลังของอวี้ซานเป้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
ด้านหลังของอวี้ซานเป้าไม่มีใครเลย ทั้งซูโหรวเอ๋อร์และอวี้หย่งจวี๋ก็ไม่ได้อยู่ด้วย
แม่เฒ่าเว่ยขมวดคิ้ว “ไม่รับกลับมารึ? เกิดเื่อะไรขึ้น?”
อวี้ซานเป้าปาดหน้าผากอย่างแรง ทันใดนั้นก็พูดอย่างโกรธเคืองว่า “แม่ อย่าถามเลย! ต่อไปนี้แม่ก็ถือว่าไม่มีลูกสะใภ้คนนั้นแล้ว!”
พูดจบ อวี้ซานเป้าก็หันหลังเดินตรงไปที่บ้านสาม เขาปิดประตูเสียงดังปัง!
ทุกคนที่กำลังหัวเราะสนุกสนานในลานต่างมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แม่เฒ่าเว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงาน
อวี้หย่งไหวและอวี้หย่งไป๋กระแอมไอ อ้างว่าจะไปอาบน้ำที่ลำธาร ก่อนจะรีบออกไป
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งแม้จะอยากรู้อยากเห็นเื่ของบ้านสามมาก แต่นางก็ยังห่วงกระต่ายป่าตัวนั้น จึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกไปช่วยพี่สะใภ้จัดการกับกระต่ายป่า
ส่วนซิ่งซิ่งยังเด็กมาก ทั้งยังทำงานหนักมาทั้งวัน นางเหนื่อยมาก จึงวิ่งกลับไปนอนที่เตียงในบ้านใหญ่แล้ว