“พวกเ้าตอบข้ามาว่าลับหลังข้าพวกเ้าได้พูดเพ้อเจ้ออะไรออกไปบ้าง ข้าเคยบอกพวกเ้าแล้วว่าจะทำอะไรให้ใจเย็นๆ เื่แต่งตั้งเ้าให้ขึ้นเป็ฮูหยินใหญ่ ข้าก็เคยให้สัญญากับเ้าไว้ดิบดีแล้วไม่ใช่หรือเหยาอี้ แต่ดูเหมือนว่าเ้าจะไม่อยากได้ตำแหน่งนั้นแล้วสินะ” ลู่ฝานพูดกับอนุอย่างโมโห
ั้แ่ที่ลู่ฝานสั่งให้คนปิดประตูจวน เขาก็ได้พาเจินอี๋เหนียงและลู่เยี่ยนฟางมาคุกเข่าในศาลบรรพชนแล้ว
“ท่านพี่ ข้าผิดไปแล้วเ้าค่ะ ข้าไม่ควรเข้าออกทางประตูใหญ่เลย” เจินอี๋เหนียงคลานเข้าไปเกาะที่ขาสามีอย่างน่าสงสาร และนางก็รู้ดีว่าสามีคงจะโกรธนางแล้วจริงๆ ไม่เช่นนั้นเขาไม่มีทางเรียกชื่อของนางออกมาแบบนี้ แต่จะให้นางยอมรับผิดเื่ที่นางให้แม่นมจางป่าวประกาศไปว่านางเป็ฮูหยินคนใหม่ของจวนลู่แล้วนั้น นางไม่ยอมรับเด็ดขาด ถึงยังไงความผิดเื่การใช้ประตูใหญ่ของอนุก็เป็เพียงแค่การผิดธรรมเนียมปฏิบัติเท่านั้น ไม่เหมือนกับการแอบอ้างคำสั่งแต่งตั้งของสามี เพราะความผิดในเื่นี้ย่อมรุนแรงยิ่งกว่า
เสนาบดีลู่ที่รักอนุนางนี้มากก็เริ่มใจอ่อน เพียงแต่เหตุการณ์ที่ทำให้เขาเสียหน้าอย่างวันนี้จะไม่ให้เขาลงโทษสองแม่ลูกคู่นี้เลยก็ไม่ได้ “พวกเ้าคุกเข่าอยู่ในนี้สักสิบวัน หากไม่ลงโทษพวกเ้าเลยแล้วมีคนรู้เข้า จวนสกุลลู่ของเราต้องถูกพูดถึงในทางที่ไม่ดีได้ รอให้ข้าพาชย่าเอ๋อกลับมาที่จวนให้ได้เสียก่อน จากนั้นฟางเอ๋อ เ้าต้องไปขอโทษพี่สาวของเ้าให้ดี”
“ข้าไม่ทำ! เมื่อก่อนข้าเคยให้นางทำความสะอาดและถือรองเท้าให้ข้าด้วยซ้ำ เวลานี้ท่านพ่อยังคิดที่จะให้ข้าไปคุกเข่าเพื่อขอโทษนางอีกหรือเ้าคะ” ลู่เยี่ยนฟางพูดขึ้นอย่างไม่ยินยอม
“เช่นนั้นเ้าจะต้องให้ข้าพาเ้าไปโบยต่อหน้าเซียวิเฉินเลยดีหรือไม่” เสนาบดีลู่หันไปมองเจินอี๋เหนียง “อยู่ในนี้เ้าก็ทบทวนตัวเองและสั่งสอนบุตรสาวของเ้าให้ดี หากคิดไม่ได้ข้าจะส่งนางไปถือศีลที่วัด”
“ท่านพ่อกล้าทำโทษข้าเพื่อนางหรือเ้าคะ” ลู่เยี่ยนฟางโมโหขึ้นมากกว่าเดิม
“หากเ้ายังทำตัวไม่รู้ประสาอยู่อย่างนี้ ให้ลงโทษเ้าหนักกว่านี้ข้าก็ทำได้” ลู่ฝานคิดว่าเขาอยากจะใช้โอกาสนี้ปรับนิสัยเอาแต่ใจของบุตรสาวสุดที่รักสักหน่อย จึงฝืนใจพูดกับนางอย่างเข้มงวด แม้ว่าเขาจะรู้สึกเสียใจที่ต้องทำร้ายจิตใจของนางก็ตาม
“ฟางเอ๋อ ที่ท่านพ่อทำไปเพราะหวังดีกับเ้านะ เ้าใจเย็นๆ ก่อน” เจินอี๋เหนียงเข้าไปกอดปลอบบุตรสาว เพราะนางกลัวว่าบุตรสาวกับสามีจะโต้เถียงกันรุนแรงขึ้น และมันจะไม่เป็ผลดีกับลู่เยี่ยนฟางเลย
“หวังดีหรือเ้าคะ ท่านพ่อก็แค่กลัวว่าตัวเองจะเสียหน้า กลัวว่าจวนลู่จะเสียชื่อเสียง” ลู่เยี่ยนฟางทำเสียงเยาะ “แต่ไม่ต้องห่วงหรอกเ้าค่ะ ลู่อวิ๋นชย่ากลับมาเมืองหลวงในสภาพนั้น ทั้งนางยังไม่มีคนรู้จักคนอื่นในเมืองหลวงอีก แต่ดึกดื่นป่านนี้นางยังไม่กลับเข้าจวน ไม่แน่ว่าอาจจะถูกบุรุษคนใดพาไปเชยชมแล้วก็ได้ คราวก่อนที่หนีหายไปพร้อมกับพวกโจร ท่านพ่อยังคิดว่านางยังจะรักษาความบริสุทธิ์ไว้ได้อีกหรือเ้าคะ เื่นี้น่าจะทำให้ท่านพ่อเสียหน้ามากกว่าเื่ที่เกิดขึ้นที่หน้าจวนเสียอีก”
ลู่ฝานคิดก็เริ่มคล้อยตาม เขาก็ได้ส่งลูกน้องให้ออกไปตามหาบุตรสาวคนโตแล้ว และเวลานี้เขาก็กำลังรอฟังข่าวอยู่
เจินอี๋เหนียงแอบหันไปส่งยิ้มให้ลู่เยี่ยนฟางอย่างพอใจ สองแม่ลูกมองหน้ากันแล้วก็แอบยิ้ม
“ฟางเอ๋อ เ้าก็คิดง่ายเกินไป หากพี่ใหญ่ของเ้าเสียชื่อเสียงขึ้นมา แม้แต่เ้ากับถงเอ๋อเองก็จะพลอยเสียชื่อไปด้วย ถึงตอนนั้นยังอยากจะมีใครแต่งเ้าเข้าจวนอีกเล่า”
“นายท่านขอรับ” หัวหน้าผู้คุ้มกันจวนเดินเข้าศาลบรรพชนมาพบเ้านาย
“ตามหาคุณหนูใหญ่เจอหรือยัง” เจินอี๋เหนียงแสร้งถามอย่างร้อนใจ
ลู่ฝานมองดูอนุด้วยสายตาตำหนิ แต่เขาไม่มีเวลาที่จะกล่าวโทษนางจึงได้แต่เลยผ่านไป “เวลานี้คุณหนูใหญ่อยู่ที่ไหน”
“จวนสกุลหลุนขอรับ” หัวหน้าผู้คุ้มกันตอบไม่เต็มเสียง เขาให้ลูกน้องทั้งหมดช่วยกันออกตามหาคุณหนูใหญ่ไปทั่ว แต่ไม่นึกว่าพอไปถึงหน้าจวนสกุลหลุน กลับมีหัวหน้าผู้คุ้มกันจวนแห่งนั้นออกมารั้งเขาไว้ และแจ้งแก่เขาว่าคุณหนูใหญ่จะพักอยู่ที่จวนหลุนสักหลายวันก่อนที่จะกลับมาที่จวนสกุลลู่
“นางไปทำอะไรที่จวนสกุลหลุน”
“เอ่อ...จวนสกุลหลุนจัดงานเลี้ยงต้อนรับคุณหนูเล็กของพวกเขาขอรับ”
“เ้าหมายความว่ายังไงพูดให้ชัดเจน” ลู่ฝานถามขึ้นอย่างโมโห
“จวนพ่อค้าแซ่หลุนอย่างนั้นหรือ” ลู่เยี่ยนฟางยิ้มขึ้นอย่างได้ใจ ก่อนจะหันไปพูดกับบิดา “จวนแห่งนั้นมีคุณชายที่ยังไม่แต่งงานอยู่ถึงสองคน ไม่คิดว่าพี่ใหญ่เพิ่งกลับมาเมืองหลวงก็เดินทางไปให้ฝ่ายชายดูตัวเสียแล้ว”
“คุณหนูเล็กของสกุลหลุนก็คือคุณหนูใหญ่ของพวกเราขอรับ” หัวหน้าผู้คุ้มกันรีบตอบ
ลู่ฝานขมวดคิ้วอย่างหนัก เขามีตำแหน่งเป็ถึงเสนาบดีกรมพระคลัง แต่บุตรสาวไม่รักดีกลับไปคำนับพ่อค้าคนหนึ่งเป็บิดาบุญธรรม ถึงจะรู้สึกโกรธแต่เขาก็คงจะทำอะไรไม่ได้ในตอนนี้ เพราะการค้าของสกุลหลุนแผ่ขยายไปทั่วแคว้น ครอบคลุมกิจการเกือบทุกประเภท แม้แต่ฮ่องเต้ยังเห็นความสำคัญ เขาจะทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้อย่างแน่นอน
“เ้าได้บอกนางหรือไม่ว่าข้าให้เ้าไปรับนางกลับจวน” ลู่ฝานถามเสียงเรียบ
“ทางโน้นแจ้งมาว่าคุณหนูใหญ่เกิดความะเืใจกับเหตุการณ์ที่หน้าจวนวันนี้จนเป็ลมหมดสติไป และงานเลี้ยงที่พวกเขาจัดขึ้นในคืนนี้ก็เพื่ออยากจะปลอบใจคุณหนูใหญ่เท่านั้น หากอาการคุณหนูใหญ่ดีขึ้น พวกเขาจะรีบส่งคุณหนูใหญ่กลับจวนโดยเร็วที่สุดขอรับ”
“เ้าออกไปได้แล้ว” ลู่ฝานสั่งลูกน้อง
“พี่ใหญ่ช่างไม่มีสำนึกเสียจริง บิดาของตนเองเป็ถึงเสนาบดีกรมพระคลัง แต่ตัวเองกลับไปคำนับพ่อค้าคนหนึ่งขึ้นมาเป็บิดา นางไม่คิดที่จะรักษาชื่อเสียงของท่านพ่อเลยจริงๆ นะเ้าคะ”
“ท่านพี่ให้คนไปรับนางอีกครั้งเถิดเ้าค่ะ หากปล่อยไว้หลายวัน ผู้คนคงได้ลือกันไปทั่วเมืองหลวงแน่” เจินอี๋เหนียงรีบเสนอ ทั้งยังแอบสังเกตสีหน้าของสามีไปด้วย และก็รู้ด้วยว่าเขาไม่พอใจกับเื่นี้มาก เท่านี้นางก็รู้สึกพอใจแล้ว ‘รอให้เ้ากลับมาที่จวนเสียก่อนเถอะลู่อวิ๋นชย่า คอยดูว่าข้าจะจัดการกับเ้ายังไง’
“อยู่ที่นี่มีใครทำให้เ้าลำบากใจหรือไม่” เซียวิเฉินมาหาลู่อวิ๋นชย่าแต่เช้า เพราะเขาเป็ห่วงว่านางจะแปลกที่ ทั้งเขายังมีเื่สำคัญที่ต้องบอกกับนาง
“ท่านเข้าออกจวนหลุนอย่างไม่เกรงใจเ้าของบ้านเลยนะเ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่าจับมือคู่หมั้นแกว่งไปมา “ทุกคนที่นี่ดีกับข้ามากเ้าค่ะ โดยเฉพาะท่านพ่อ”
เซียวิเฉินโอบหญิงสาวเข้ามากอดไว้หลวมๆ เขายิ้มไปกับท่าทางของนาง “นายท่านใหญ่หน้าตาเหมือนบิดาของเ้าในภพนั้นมากเลยหรือ”
“ไม่ใช่แค่หน้าตาเหมือนกันด้วยเ้าค่ะ นิสัยใจคอ แม้แต่ชื่อยังเหมือนกันเลยนะ ว่าแต่ท่านมาหาข้าแต่เช้าทำไมหรือเ้าคะ”
“ที่ค่ายองครักษ์ลับของข้าเกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อย ข้าคงไปอยู่ที่โน่นสักสองสามวัน รอให้ข้ากลับมาก่อนเ้าค่อยกลับไปที่จวนสกุลลู่ดีหรือไม่” เซียวิเฉินมีสีหน้าเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผิดจากท่าทางของเขาก่อนหน้านี้มาก
“มีเื่ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นหรือเ้าคะ”
“ข้ายังไม่รู้รายละเอียดมากนัก รู้เพียงว่ามีคนบางกลุ่มพยายามจะแอบเข้าไปในค่าย”
“มีคนาเ็หรือไม่เ้าคะ”
เซียวิเฉินพยักหน้ารับอย่างเคร่งเครียด
“เช่นนั้นข้าก็จะไปกับท่านด้วย”
“ไม่ได้! สถานที่แบบนั้นไม่เหมาะกับสตรีบอบบางเช่นเ้า”
“พี่ิเฉิน ท่านก็รู้ดีว่าข้าเป็หมอ” ไม่รอให้เซียวิเฉินได้พูดขัด ลู่อวิ๋นชย่าจึงพูดต่อ “ในโลกอนาคตข้าเป็ลูกสาวมาเฟียผู้เก่งกาจเชียวนะเ้าคะ”
“มาเฟียหรือ?”
“อืม...หมายถึงผู้มีอิทธิพล แต่ว่าชื่อเสียงไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่าตอบยิ้ม “ในโลกนั้นข้าได้ฝึกศิลปะการต่อสู้มากมาย ทั้งยังใช้อาวุธที่มีประสิทธิภาพเป็หลายอย่างเลยเ้าค่ะ อย่างเช่น...”
ลู่อวิ๋นชย่าหยิบปืนสั้นเก็บเสียงออกมาหนึ่งกระบอก แล้วโยนแอปเปิลขึ้นไปบนอากาศหนึ่งลูก จากนั้นนางก็ยิงแอปเปิลผลนั้นอย่างรวดเร็ว สร้างความตกตะลึงให้กับเซียวิเฉินเป็อย่างมาก และหลุนหยุนเปียวก็เข้ามาเห็นภาพนี้พอดี
“ร้ายกาจมาก!” เซียวิเฉินและหลุนหยุนเปียวพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ข้าจะตามท่านไปที่ค่ายได้หรือยังเ้าคะ”
“ซื่อจื่อ ข้าขอติดตามพวกท่านไปที่ค่ายได้ด้วยหรือไม่ขอรับ” หลุนหยุนเปียวรีบขออนุญาต
“เช่นนั้นเ้าก็ไปเตรียมตัวเถิด” เซียวิเฉินตอบตกลงอย่างจนใจ แต่ก็ดีเหมือนกันเขาจะใช้โอกาสนี้แนะนำให้ผู้ใต้บังคับบัญชารู้จักว่าที่พระชายาของพวกเขาเสียเลย