ทันทีที่ก้าวออกจากลิฟต์ ความมึนงงก็โถมเข้าใส่ไป๋ลู่ระลอกใหญ่ ขาเรียวสวยอ่อนยวบจนแทบทรงตัวไม่อยู่ เธอต้องกัดฟันใช้ไหล่พิงผนังทางเดินเอาไว้ พยายามเพ่งสายตาที่พร่ามัวมองหน้าจอโทรศัพท์ นิ้วเรียวกดโทรออกหา ‘พ่อเทพบุตร’ ยิกๆ จนในที่สุดก็กดติด
แต่ทว่า... สายไม่ว่าง!
ไป๋ลู่สะบัดหัวไล่ความมึนงงอย่างแรง มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์แน่น ส่วนอีกข้างหอบชายกระโปรงผ้าโปร่งพะรุงพะรัง พาร่างโซซัดโซเซเกาะผนังเดินกลับห้องพักอย่างทุลักทุเล
“คุณหนูไป๋คะ!”
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงเรียกจากด้านหลังก็รั้งสติเธอไว้
ไป๋ลู่ทิ้งตัวพิงผนังเต็มแรง ความวิงเวียนตีตื้นขึ้นมาจนโลกหมุนคว้าง ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด “เธอเป็นใคร?”
พนักงานสาวในชุดยูนิฟอร์มรีบเข้ามาประคองเธอไว้อย่างนอบน้อม “คุณหนูไป๋คะ เมื่อสักครู่เพื่อนของคุณโทรแจ้งล็อบบี้ว่าคุณเมามาก เลยกำชับให้ทางเราส่งพนักงานผู้หญิงขึ้นมาส่งคุณกลับห้องค่ะ”
“อาซุยนี่เอง! ต้องเป็นอาซุยแน่ๆ!” ไป๋ลู่ทิ้งน้ำหนักซบลงบนไหล่ของพี่สาวพนักงานทันที ใบหน้าสวยหวานระบายยิ้มกว้างจนแก้มแทบแตก ราวกับมีฟองสบู่สีชมพูลอยฟุ้งอยู่รอบตัว
“อาซุยของหนูเอาใจใส่เก่งที่สุดเลย ใช่ไหมล่ะคะ?”
พนักงานสาว: “............”
ไป๋ลู่ยัดโทรศัพท์ใส่มืออีกฝ่ายอย่างใจป้ำ “ฉันจะคุยกับอาซุย... รหัสปลดล็อกคือวันเกิดพ่อฉันเอง!”
พนักงานชะงักไปนิดหนึ่ง “เอ่อ... คุณหนูไป๋คะ แล้ววันเกิดคุณพ่อคือวันที่เท่าไหร่คะ?”
ไป๋ลู่ขยับเข้าไปกระซิบตัวเลขข้างหูพนักงานอย่างมีลับลมคมใน
พนักงานสาว: “............”
เดี๋ยวนะ… ถ้าจำไม่ผิด นั่นมันวันเกิดของราชาจอเงิน 'ลู่อี้ถิง' ไม่ใช่เหรอ?
ยังไม่ทันที่หน้าจอจะดับ เสียงเรียกเข้าก็ดังแทรกขึ้นมา
ไป๋ลู่คว้าโทรศัพท์มากดรับด้วยความเร็วแสง “อาซุย? นายเหรอ!”
“อืม พนักงานไปถึงหรือยัง?” น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังมาจากปลายสาย
“ถึงแล้ว... อาซุย นายมันแสนดีที่หนึ่งเลย ขอบใจนะ!” ไป๋ลู่พร่ำเพ้อด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ ลิ้นพันกันจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
ฮั่วเหยียนฟางวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงาน เปิดลำโพงค้างไว้
“คุณอย่าเพิ่งวางสายนะ”
“อื้อ! ...พี่สาวคะ เสี่ยวลู่ตัวหนักไหมคะ?” ประโยคหลังเธอหันไปอ้อนพนักงาน
พนักงานสาว: “............”
ตัวไม่หนักหรอกค่ะ แต่ถ้าเล่นทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งตัวแบบนี้... คุณไป๋ก็คือกระสอบข้าวสารดีดีนี่เอง!
ระยะทางสั้นๆ แค่ไม่กี่เมตร แต่กลับต้องใช้เวลาถูลู่ถูกังกันมาถึงเกือบสิบนาที
“คุณหนูไป๋คะ คีย์การ์ดอยู่ไหนคะ?”
สติสตางค์ของไป๋ลู่หลุดลอยไปไกลแล้ว เธอตอบเสียงงัวเงีย
“มะ... มือถือ...”
พนักงานสาวเข้าใจทันที เธอพลิกดูด้านหลังเคสโทรศัพท์แล้วเจอคีย์การ์ดเสียบอยู่จริงๆ
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด~~
เสียงปลดล็อกประตูสวรรค์ดังขึ้น
พนักงานสาวหิ้วปีกไป๋ลู่อย่างทุลักทุเล พาเดินเซถลาเข้าไปในห้อง มือข้างหนึ่งควานหาสวิตช์ไฟบนผนัง แต่ทว่า...
จู่ๆ เงาทะมึนของใครบางคนก็พุ่งพรวดออกมาจากหลังประตู! มันรวบตัวทั้งเธอและไป๋ลู่เข้าไปกอดรัดไว้แน่น!
“กรี๊ดดด——!” พนักงานสาวกรีดร้องสุดเสียงด้วยความตื่นตระหนก
“แกเป็นใคร! เข้ามาทำบ้าอะไรในห้องคุณหนูไป๋!”
ไอ้โจรโรคจิตชะงักกึก “เฮ้ย! ทำไมมีสองคนวะ?”
พนักงานสาวยังคงแหกปากไม่หยุด “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วย——”
หมับ!
มือหยาบหนาตะปบปิดปากเธอไว้แน่นทันควัน
“อื้อๆๆๆ!!!”
ส่วนไป๋ลู่น่ะเหรอ... ร่างบางร่วงผล็อยลงไปกองกับพื้น สลบเหมือดไปเรียบร้อยแล้ว!
.
.
“ถังสิง เตรียมรถ!”
ไม่ต้องรอให้ฮั่วเหยียนฟางสั่งซ้ำ ทันทีที่เสียงกรีดร้องและเสียงตุบตับผิดปกติดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ ถังสิงก็คว้ามือถือแล้วพุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนูหลุดจากคันศร
เขาวิ่งหน้าตั้งไปพลาง ตะโกนสั่งการใส่โทรศัพท์ไปพลาง
แจ้งฟรอนต์โรงแรมว่ามีผู้บุกรุกห้องพักไป๋ลู่ สั่งให้ รปภ. ชุดที่ใกล้ที่สุดขึ้นไปชาร์จตัวเดี๋ยวนี้!
แต่นั่นยังไม่พอ สมองอันชาญฉลาดของถังสิงประมวลผลเร็วจี๋ เขารู้ดีว่าโรงแรมนี้เต็มไปด้วยหูตาของพวกสื่อ ต่อให้ไป๋ลู่รอดมาได้ แต่ถ้าข่าวหลุดออกไปว่ามีผู้ชายบุกห้องดาราสาวกลางดึก ชื่อเสียงที่กำลังกอบกู้มีหวังพังพินาศ
เขาต่อสายตรงถึงผู้จัดการใหญ่โรงแรมทันที น้ำเสียงเย็นชาเฉียบขาด
“สั่งผู้จัดการเวรให้ขึ้นไปเคลียร์พื้นที่ชั้น 28 เดี๋ยวนี้ ห้ามให้ข่าวเรื่องไป๋ลู่หลุดรอดไปถึงหูนักข่าวแม้แต่ครึ่งคำ!”
ผู้จัดการใหญ่ที่รับสายถึงกับสะดุ้งโหยง พอรู้ว่าเป็นใครโทรมาก็ไม่กล้าชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขารีบโทรสั่งลูกน้องเสียงหลง วางสายปุ๊บก็กระโดดคว้ากุญแจรถบึ่งออกจากบ้านทันที
นี่คือคำสั่งจากผู้ช่วยถังเชียวนะ! มือขวาของท่านประธานฮั่ว! ใครกล้าเมินก็เตรียมจองศาลาวัดได้เลย!
ตอนที่ฮั่วเหยียนฟางก้าวขึ้นรถ ลำโพงโทรศัพท์ยังคงถ่ายทอดเสียงทุบประตูห้องดังสนั่นหวั่นไหว ปัง! ปัง! ปัง!
เหตุการณ์ระทึกขวัญทั้งหมดนี้... เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำ
เจ้าหน้าที่โรงแรมจำนวนมากกรูกันขึ้นไป ไม่นานประตูก็ถูกพังเข้าไปสำเร็จ
“คุณหนูไป๋! คุณหนูไป๋ปลอดภัยครับ! แค่หมดสติไป!”
“ปลอดภัยครับ! สลบไปทั้งคู่เลย!”
“มีคนกระโดดหน้าต่างหนีไปแล้วครับนาย!”
“เฮ้ย! นั่นมันชั้น 28 นะเว้ย! กล้าโดดก็ลงนรกไปเลยไป!”
“จะให้แจ้งตำรวจไหมครับ?”
ถังสิงรับโทรศัพท์คืนมาจากมือฮั่วเหยียนฟาง
“ได้ยินแล้วใช่ไหม?” คนตัวใหญ่เปรยเสียงเรียบ
ปลายสายวุ่นวายโกลาหล เสียงตะโกนโหวกเหวกดังลั่นจนกลบเสียงเรียกจากโทรศัพท์ของไป๋ลู่ไปจนหมด
ถังสิงกดวางสาย แล้วต่อสายหาผู้จัดการใหญ่อีกรอบ ใจจริงเขาอยากจะด่ากราดใส่ผู้จัดการเวรหน้างานโดยตรง แต่ติดที่เขาไม่ได้เมมเบอร์คนพวกนั้นเอาไว้... ไม่คู่ควรแก่สมุดโทรศัพท์ของเขา!
“ผมส่งแพทย์ประจำตระกูลไปแล้ว คุณคงรู้นะว่าต้องทำยังไงต่อ”
ผู้จัดการใหญ่ที่เหยียบคันเร่งจนมิดตอบกลับเสียงสั่น
“ผู้ช่วยถังวางใจได้ครับ! ผมเข้าใจ... แจ่มแจ้งเลยครับ! คืนนี้จะมีแค่ความเงียบ ไม่มีข่าวลือใดๆ เล็ดลอดออกไปแน่นอน!”
“ดี... ถ้ามีข่าวหลุดออกไปแม้แต่คำเดียว จุดจบของคุณจะเป็นยังไง ก็ไปนอนจินตนาการเอาเอง”
ถังสิงทิ้งคำขู่เสียงเหี้ยมเกรียมก่อนตัดสาย จากนั้นก็โทรประสานงานกับโรงพยาบาลในเครือฮั่วกรุ๊ป สั่งทีมแพทย์ฉุกเฉินให้บึ่งไปที่โรงแรมด่วนที่สุด
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ หัวใจของถังสิงยังคงเต้นรัวแรงจนแทบทะลุอก “ท่านประธานครับ... ผมไม่ได้โม้นะ แต่ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเครียดจนประสาทจะกินขนาดนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตจริงๆ!”
ฮั่วเหยียนฟางนั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองเลขาคู่ใจ แล้วเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
“ถังสิง... วันนี้ฉันอนุญาตให้นายเล่นได้เต็มที่”
ถังสิงแสยะยิ้มมุมปาก มือหนาถอดแว่นตากรอบทองที่ใช้สร้างภาพลักษณ์ 'สุภาพบุรุษ' ออก เผยให้เห็นแววตาดุดันอำมหิตที่ซ่อนอยู่
“ขอบพระคุณครับท่านประธาน... ผมจะไม่ทำให้ผิดหวัง”
แม้จะเป็นเวลากลางคืนที่ถนนโล่ง แต่ระยะทางจากคฤหาสน์ตระกูลฮั่วมาถึงโรงแรมใจกลางเมืองก็ยังต้องใช้เวลากว่าชั่วโมง
โชคดีที่แพทย์ประจำตระกูลมาถึงตั้งแต่สิบนาทีแรก เข้าตรวจเช็กอาการของทั้งไป๋ลู่และพนักงานสาวผู้โชคร้ายเรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่รถหรูจอดเทียบหน้าโรงแรม ผู้จัดการใหญ่ก็ถลันเข้ามาหาถังสิงราวกับสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองฮั่วเหยียนฟาง
“ผู้ช่วยถัง! คุณหมอแจ้งว่าคุณหนูไป๋น่าจะดื่มเหล้าผสมยานอนหลับครับ ตอนนี้ผมให้เปิดห้องใหม่แล้ว นอกจากคุณหมอ ผมยังสั่งให้ภรรยาของผมเข้าไปเฝ้าดูแลคุณหนูไป๋ด้วยตัวเอง รับรองว่าปลอดภัยและเป็นส่วนตัวที่สุด ส่วนพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ ผมคาดโทษไว้รายตัวแล้วครับ หายห่วงได้เลย!”
ถังสิงถามสั้นๆ น้ำเสียงห้วนจัด “ห้องเบอร์อะไร?”
พอได้เลขห้อง ถังสิงก็หันไปรายงานเจ้านาย “คุณไปอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูไป๋ที่ห้องเถอะครับ ทางนี้ผมจัดการเอง”
ฮั่วเหยียนฟางพยักหน้ารับนิ่งๆ ก้าวเดินอย่างสง่างามแยกตัวออกไป
เมื่อลับหลังเจ้านาย ถังสิงก็เริ่ม ‘แปลงร่าง’
เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออก ตามด้วยเสื้อกั๊กเข้ารูป แม้แต่เนกไทก็ถูกกระชากออกอย่างไม่ไยดี ผู้จัดการใหญ่รีบเข้าไปรับเสื้อผ้าเหล่านั้นมาพาดแขนไว้อย่างรู้งาน
ถังสิงค่อยๆ พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรง เส้นเลือดปูดโปนจากการระงับอารมณ์โกรธ เขาถามขึ้นลอยๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“คนร้ายล่ะ?”
ผู้จัดการใหญ่ก้มหน้าจนคางชิดอก “...ยังห้อยต่องแต่งอยู่นอกหน้าต่างครับ”
“รู้จักไหม?” ถังสิงเหยียดยิ้ม แววตาคมกริบวาวโรจน์
ผู้จัดการใหญ่ตอบเสียงอ้อมแอ้ม “......คนของตระกูลโหวครับ”
“ตระกูลโหวไหน?”
ผู้จัดการใหญ่ตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกตกน้ำ เหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก
จังหวะนั้นประตูลิฟต์เปิดออกพอดี
ถังสิงหัวเราะในลำคอ หึ ก่อนจะตบไหล่ผู้จัดการใหญ่เบาๆ แต่หนักหน่วงในความรู้สึกคนโดน
“เอาล่ะ... ต่อจากนี้ไม่ต้องถึงมือคุณแล้ว คุณทำได้ดีมาก ปฏิกิริยาว่องไว โดยเฉพาะเรื่องที่ให้ภรรยามาดูแลคุณหนูไป๋... ฉลาดมาก เตรียมรอรับหนังสือแจ้งเลื่อนตำแหน่งได้เลย”
ผู้จัดการใหญ่รีบโค้งคำนับปลกๆ จนหัวแทบโขกพื้น มองส่งแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายเดินจากไป
ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง เขาก็เข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หมดสภาพผู้บริหารโรงแรมหรู
เลื่อนตำแหน่งเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดฝันเรื่องนั้น ตอนนี้แค่รักษาชีวิตให้รอดไปได้ก็บุญหัวแล้ว!
กิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมของ 'ถังสิง' เป็นที่เลื่องลือแค่ไหน ใครๆ ก็รู้ โชคดีที่เมื่อกี้เขาไหวตัวทัน พอได้ยินชื่อไป๋ลู่ สมองก็สั่งการอัตโนมัติว่า
‘หายนะมาเยือนแล้ว’ ถึงได้รีบโทรปลุกเมียให้บึ่งรถมาที่โรงแรมด่วนจี๋
ถ้าคืนนี้เขาจัดการอะไรพลาดไปแม้แต่นิดเดียว...
ผู้จัดการใหญ่รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมผ่านกางเกงออกมา เขาหลับตาแน่น ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ให้ตายเถอะ... ทำไมเรื่องซวยๆ ต้องมาแจ็กพอตแตกที่เขาด้วย!
ความรู้สึกเมื่อกี้... มันเหมือนเพิ่งจะไปเดินเล่นรอบตำหนักพญายม แล้วรอดตายกลับมาได้อย่างหวุดหวิดชัดๆ!