บทที่ 18 คู่ปรับตัวฉกาจ
จริง ๆ แล้วเสิ่นเสี่ยวเยว่ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนักกับเงินห้าหยวนสามเหมานี้ ตอนที่เธอใช้ชีวิตก่อนตายในโลกก่อน เงินสำหรับเธอก็เป็เพียงแค่ตัวเลข แม้จะมีธนบัตรมากมายก็ยังมีค่าน้อยกว่าธัญพืชหนึ่งถุง
แต่ซุนหลานกลับตื่นเต้นมาก
ชาวบ้านในชนบทต้องขุดดินหาอาหาร ทั้งปีทั้งครอบครัวรวมกันก็หาเงินได้แค่สองสามร้อยหยวน และนี่ยังไม่ได้หักค่าเมล็ดพันธุ์และอย่างอื่นเลยด้วยซ้ำ
ถ้าเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเหตุร้ายขึ้นมา พวกเขาก็แทบจะไม่มีอะไรเหลือเลย
แต่วันนี้หาเงินได้กว่าห้าหยวนในหนึ่งวัน หนึ่งเดือนก็จะได้เป็ร้อย แล้วหนึ่งปีล่ะ จะได้เงินมากแค่ไหน!
"เสี่ยวเยว่ การค้าในครั้งนี้ทำเงินได้ดีจริง ๆ ถ้าได้กำไรแบบนี้ทุกวันก็คงดีนะ"
ซุนหลานในตอนนี้เต็มไปด้วยจินตนาการที่สวยงามเกี่ยวกับอนาคต
แต่เสิ่นเสี่ยวเยว่ยังมองเห็นความเป็จริง เธอวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียให้ซุนหลานฟังอย่างจริงจัง "แม่คะ วันนี้ที่ขายดีเพราะทุกคนรู้สึกว่ามันแปลกใหม่ อีกไม่กี่วันอาจจะมีคนเลียนแบบเราแล้วก็ได้ เพื่อรักษาลูกค้าเอาไว้ ต่อไปต้นทุนของพวกเราก็อาจจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ "
นั่นหมายความว่า นี่ไม่ใช่การค้าที่จะทำกำไรได้มากในระยะยาว
ซุนหลานก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว "แต่ถ้า่นี้เราสามารถทำกำไรได้มากหน่อย แค่นั้นก็น่าพอใจแล้ว"
เสิ่นเสี่ยวเยว่รู้สึกดีใจที่ซุนหลานเป็คนฉลาด ไม่ได้คิดแต่จะหาเงินจากการค้านี้อย่างเดียว
"แม่คะ พรุ่งนี้ยังไงฉันไปขายเองก็ได้นะคะ"
วันนี้ที่พวกเธอไปด้วยกันสองคน ส่วนหนึ่งเพราะซุนหลานเป็ห่วง อีกส่วนหนึ่งเพราะเสิ่นเสี่ยวเยว่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับเงินตราที่นี่ กลัวว่าจะวุ่นวายในการค้าครั้งแรก
แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเธอเข้าใจทุกอย่างแล้ว
ซุนหลานพยักหน้า ยื่นเงินในมือให้เธอ "เงินนี้ลูกก็เก็บเอาไว้ จะซื้อวัตถุดิบก็ต้องมีต้นทุนนะ"
"เงินพวกนี้แม่เก็บไว้เถอะค่ะ ที่หนูยังมีเงินอยู่อีกเยอะ"
พูดจบ เธอก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ซุนหลานที่อยู่ในห้องมองดูธนบัตรกองเล็ก ๆ นั้นราวกับเป็สมบัติล้ำค่า
นับแล้วนับอีก สุดท้ายก็เก็บไว้อย่างระมัดระวัง
เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นเสี่ยวเยว่ก็ลงมือจัดการกับขาหมูทั้งสองชิ้น ทำเป็ขาหมูตุ๋นถั่วเหลือง
แม้ว่าการกินอาหารจานนี้ในตอนเช้าจะดูแปลกไปหน่อย แต่เพราะครอบครัวสวี่กินแค่วันละสองมื้อ ดังนั้นแต่ละมื้อควรจะอิ่มท้องให้มากที่สุด
ถั่วเหลืองถูกแช่น้ำเตรียมไว้ั้แ่เมื่อคืน ขาหมูทั้งสองชิ้นนำไปล้างให้สะอาดแล้วสับเป็ชิ้น หลังจากต้มเอาเืออกแล้ว ก็ใส่ต้นหอม ขิง กระเทียมลงไป ปรุงด้วยซีอิ๊วนิดหน่อย รอจนใกล้สุกแล้วค่อยใส่ถั่วเหลืองลงไปอีกกำใหญ่
พอยกลงจากเตา ก็นุ่มและเปื่อยพอดี
สวี่หนิงจิ้งยืนดูพี่สะใภ้ทำอาหารอยู่ข้าง ๆ รู้สึกอยากจะตักถั่วเหลืองขึ้นมาชิมทันที แค่ได้กลิ่นก็น้ำลายไหลแล้ว
"พี่สะใภ้คะ คราวหน้าหนูจะลองทำอาหารดูบ้าง อาหารที่พี่ทำกลิ่นหอมมากเลย"
เสิ่นเสี่ยวเยว่ยินดีเป็อย่างมาก "เธอลองดูพี่ทำก่อนนะ แล้วค่อย ๆ เรียนรู้ไป"
น้องสามีและพี่สะใภ้ช่วยกันยกอาหารขึ้นโต๊ะ เนื้อขาหมูนั้นนุ่มเด้งดึ๋ง เป็สีน้ำตาลน่ากินชวนน้ำลายไหล
ขาหมูมีไม่มาก ผู้หญิงสามคนกินกันคนละสองชิ้น ส่วนสวี่หนิงอันและคุณพ่อสวี่กินกันคนละชิ้น
ต่างก็เป็ผู้ชายที่รักภรรยากันทั้งนั้น
ถั่วและน้ำซุปที่เหลือถูกราดบนหมั่นโถวกินจนหมด จานถูกขูดจนสะอาดเกลี้ยง
หลังจากทุกคนออกไปทำงานแล้ว เสิ่นเสี่ยวเยว่ก็เริ่มลงมือทำยำของตัวเอง
ครั้งแรกอาจยังไม่คุ้นเคย พอทำครั้งที่สองก็จะชำนาญขึ้น
เมื่อเสี่ยวเยว่มาถึงบริเวณโรงงานเหล็กเป็ครั้งที่สอง เพิ่งจะจัดร้านเสร็จก็มีคนเดินมาถามแล้ว
เห็นเธอหน้าตาสวย ทำงานคล่องแคล่ว กิริยาท่าทางก็สง่างาม คนอื่น ๆ จึงชอบที่จะมาซื้อของจากเธอ
"พวกนี้ก็เป็ยำทั้งหมดเหรอ?"
"ใช่ค่ะ วันนี้เตรียมมาหลายอย่างกว่าเมื่อวาน แต่ราคาเท่าเดิมนะคะ"
วันนี้เสี่ยวเยว่ทำเส้นมันฝรั่งกับถั่วเหลืองเพิ่มมา รวมเป็สี่อย่าง
ลูกค้าคนนั้นมองผักทั้งสี่อย่างอย่างลังเล รู้สึกอยากกินทุกอย่าง แต่ถ้าซื้อหมดก็จะแพงไปหน่อย
"งั้นขอแบบผสม เป็เส้นมันฝรั่งกับถั่วเหลืองนะ"
สุดท้ายก็ตัดสินใจลองเมนูใหม่
เสี่ยวเยว่รีบห่ออาหารและทอนเงินอย่างคล่องแคล่ว "ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ ถ้ามีโอกาสก็แวะมาใหม่ได้นะคะ"
หลังขายของให้ลูกค้าคนแรกไปแล้ว พนักงานยังไม่เลิกงาน เสิ่นเสี่ยวเยว่จึงนวดเอวตัวเองเบา ๆ คิดว่าจะนั่งพักสักครู่
ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงที่แสดงความประหลาดใจดังขึ้นที่หน้าแผง
"นี่ เสิ่นเสี่ยวเยว่นี่นา?!"
เสิ่นเสี่ยวเยว่เงยหน้ามอง เห็นเป็ผู้หญิงอายุพอ ๆ กันกับเธอ ดวงตาเรียวยาว ผมสั้นระดับหู โหนกแก้มนูนเล็กน้อย ดูเหมือนเป็คนที่เข้ากับคนอื่นได้ยาก
หลังจากนึกทบทวน ก็นึกขึ้นได้ว่านี่คือ หลินชุ่ย เพื่อนร่วมชั้นของร่างเดิมและถือว่าเป็คู่อริในโรงเรียนของร่างเดิมด้วย
"มีอะไรล่ะ?"
"ฮ่า! ฮ่า ๆ " หลินชุ่ยหัวเราะอย่างเกินจริง พลางกวาดตามองแผงขายของเล็ก ๆ นี้อย่างดูถูก
"ทีแต่ก่อนทำหยิ่งจองหองนักหนา เสิ่นเสี่ยวเยว่ตอนนี้กลับมาทำงานแบบนี้เนี่ยนะ? วิชาความรู้ที่เรียนมาเธอเอาไปไว้ไหนหมดแล้วล่ะ"
เธอไม่ชอบหน้าเสิ่นเสี่ยวเยว่มาั้แ่สมัยเรียนแล้ว ทั้งฐานะดีกว่า หน้าตาสวยกว่า เด็กผู้ชายในโรงเรียนต่างก็ชอบเสิ่นเสี่ยวเยว่กันทั้งนั้น แม้ว่าเธอจะเรียนเก่งกว่า แต่ก็ไม่มีใครสนใจ
เสิ่นเสี่ยวเยว่ทำหน้าเ็า "เธอตั้งใจมาหาเื่ใช่ไหม?"
"แน่นอนว่าไม่ใช่" หลินชุ่ยจ้องเสิ่นเสี่ยวเยว่ตาไม่กะพริบ พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "ฉันมาซื้อของจากเธอต่างหาก"
เมื่อวานแม่ของเธอมาซื้อยำจากที่นี่ไป ผลปรากฏว่าทั้งครอบครัวชอบกินกันมาก จึงให้เธอแวะมาซื้อหลังเลิกงาน
เสิ่นเสี่ยวเยว่ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ให้บริการด้วยท่าทีที่ดี "งั้นเลือกตามสบายเลย ราคาชุดละสิบห้าเฟิน ถ้าเพิ่มเป็ผักสองอย่างก็ยี่สิบเฟิน"
ช่วยไม่ได้ ลูกค้าคือพระเ้านี่นา
หลินชุ่ยไม่ใช่คนโง่ คิดคำนวณในใจนิดหน่อยก็รู้กำไรของเธอแล้ว
"ไม่เลวนี่ รายได้ก็ไม่น้อยกว่าฉันที่เป็ครูหรอก แต่ว่ามันก็ดูไม่ค่อยมีหน้ามีตาเท่าไหร่นะ"
หลินชุ่ยกอดอกพลางเชิดหน้าขึ้นสูง ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
เสิ่นเสี่ยวเยว่นั่งอยู่บนเก้าอี้เตี้ยไม่โต้ตอบอะไร เอามือเท้าคาง ดูท่าทางเบื่อหน่าย
เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของเธอ หลินชุ่ยก็รู้สึกอึดอัดใจ ราวกับเธอต่อยลงไปบนปุยนุ่น พูดไปก็ตั้งมาก แต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย นอกจากท่าทางเบื่อหน่ายเนี่ยนะ!
เกิดอะไรขึ้น?
ตามนิสัยของเสิ่นเสี่ยวเยว่ ป่านนี้คงลุกขึ้นมาทะเลาะกับเธอแล้ว แต่วันนี้กลับเงียบผิดปกติแบบนี้
ส่วนเสิ่นเสี่ยวเยว่ที่ตอนนี้อยากได้แต่เงิน จึงพูดอย่างรำคาญว่า
"เธอจะซื้อหรือไม่ซื้อกันแน่ ดูเธอพูดใหญ่โตแบบนี้ อย่าบอกนะว่าแค่ของนิดหน่อยก็ซื้อไม่ไหวแล้ว?"
วิธียั่วยุของเสิ่นเสี่ยวเยว่ได้ผลดีทีเดียว พอโดนพูดแบบนั้น หลินชุ่ยก็เริ่มโมโหขึ้นมา
"ใครบอกว่าฉันไม่มีเงินซื้อกัน มีสี่อย่างใช่ไหม? เอามาให้ฉันอย่างละชุด!"
โอ้โห!
ใจป้ำจริง ๆ
เสิ่นเสี่ยวเยว่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขทันที "ได้เลยค่ะ ใจกว้างแบบนี้ สมแล้วที่เป็คุณครู"
ก่อนที่หลินชุ่ยจะพูดอะไรต่อ เสิ่นเสี่ยวเยว่ก็ห่อของอย่างรวดเร็วส่งให้ถึงมือเธอแล้ว
พลางยื่นมือไปตรงหน้าหลินชุ่ย "รวมหกเหมาค่ะ"
หลินชุ่ย "..."
นี่กลัวเธอจะวิ่งหนีหรือไง ถึงได้ทำอะไรรวดเร็วขนาดนี้
เธอควักเงินออกมาอย่างไม่เต็มใจ "ฮึ จำไว้นะ นี่คือเงินที่ฉันให้เธอ"
เสิ่นเสี่ยวเยว่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่โดยไม่ตอบโต้อะไร หลินชุ่ยจึงกัดริมฝีปากอย่างโมโห ในใจรู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูก
รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เปรียบอะไรเลย แต่กลับต้องเสียเงินให้เสิ่นเสี่ยวเยว่ไปเปล่า ๆ !
"เฮ้ น้องสาว อาหารของเธอขายยังไง?"
พี่ชายคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ เบียดเข้ามา ทำให้หลินชุ่ยเซไปข้างหลังทันที
หลินชุ่ยรู้สึกโมโหมาก "นายไม่มีตาดูหรือไงว่ามีคนยืนอยู่?"
"โอ้ ขอโทษครับคุณผู้หญิง ผมก็แค่รีบน่ะ" พี่ชายคนนั้นควักเงินพลางมองไปข้างหลัง เห็นได้ชัดว่าเป็คนกลุ่มแรกที่ออกมาจากโรงงาน
เสิ่นเสี่ยวเยว่ขายของเสร็จแล้วก็หันมาพูดกับหลินชุ่ยสั้น ๆ "ตอนนี้ฉันไม่ว่างคุยกับเธอแล้ว ซื้อเสร็จก็ไปสิ"
"ฮึ!"
หลินฉุ่ยสะบัดหน้าด้วยความโกรธแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เธอไม่ควรมาที่นี่เลย!
เื่นี้ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับเสิ่นเสี่ยวเยว่ เธอยังคงขายยำของเธออย่างมีความสุขต่อไป และขายหมดอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
หลายคนยังบอกให้เธอเตรียมของมาขายมากกว่านี้หน่อยอีกด้วย
แต่เธอสามารถนำมาขายได้ในปริมาณจำกัดต่อวัน มากกว่านี้ก็ไม่ไหวแล้ว ด้วยเหตุนี้ทำให้อาหารของเธอกลายเป็สินค้าที่มีแต่คนอยากได้และต้องแย่งกันซื้อไปแล้ว
วันนี้เธอขายหมดเร็วกว่าเมื่อวาน เสิ่นเสี่ยวเยว่จึงปั่นจักรยานเที่ยวรอบเมืองอีกรอบ แวะซื้อเนื้อและผักเพิ่มเล็กน้อยก่อนจะกลับหมู่บ้าน
เธอฮัมเพลงเบา ๆ เพลิดเพลินกับสายลมที่พัดมาปะทะใบหน้า อารมณ์ดีไม่น้อย
แต่ความรู้สึกดี ๆ นี้ก็ถูกทำลายลงในชั่วพริบตา
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!"
เสียงกรีดร้องที่คุ้นเคยดังมาจากตรอกมืด เสิ่นเสี่ยวเยว่รีบเบรกจักรยานทันที
เธอเห็นหลินชุ่ยถูกวัยรุ่นชายหลายคนที่ดูท่าทางเกเรดักรออยู่ในตรอก เสื้อผ้าของเธอเกือบจะถูกฉีกขาดไปจนหมดแล้ว
หลินชุ่ยพยายามดิ้นรนสุดแรง เธอเพิ่งกลับถึงบ้านและทะเลาะกับพ่อแม่อย่างรุนแรง จึงวิ่งออกมาด้วยความโกรธ
ใครจะรู้ว่าจะมาเจอกับพวกนักเลงเหล่านี้พอดี!
"คุณครูหลิน อย่าส่งเสียงดังไปเลยนะ ถ้าเื่นี้แพร่ออกไป คุณจะสอนหนังสือต่อไปได้ไหมล่ะ?"
"ใช่แล้ว ให้พวกพี่ ๆ ได้สนุกกันหน่อย แล้วเราก็แยกย้ายกันดี ๆ "
"รสชาติของคุณครูต้องไม่เหมือนใครแน่ ๆ "
สายตาชั่วร้ายของชายคนนั้นทำให้หลินชุ่ยรู้สึกอับอายอย่างที่สุด แต่ด้วยความแตกต่างทางร่างกายระหว่างชายหญิงที่มีมาแต่กำเนิด ทำให้เธอรู้สึกสิ้นหวัง
เธอไม่เคยคบหาดูใจกับใครมาก่อน แม้แต่การจับมือก็ยังไม่เคย นี่เธอจะต้องมาเสียความบริสุทธิ์ของตัวเองที่นี่จริง ๆ หรือ?
ใครก็ได้ช่วยเธอด้วย...
หลินชุ่ยดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งจนแทบจะหมดแรง สายตาเริ่มพร่าเลือน
"ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!!"