หลังจากเราไล่กำจัด โปปุ กริซลี่ ไปทีละกลุ่ม เราก็สามารถจับโปปุ กริซลี่ เพศเมียได้ถึง 108 ตัว และในจำนวนนั้น 30 ตัวกำลังตั้งท้อง ซึ่งชั้นหวังว่า จะได้ โปปุ กริซลี่ รุ่นใหม่ในเร็ววัน
ตอนนี้ใกล้ฤดูหนาวมากแล้วเหลือเวลาเพียง 3เดือนกว่าๆก็จะหมดฤดูฝน ชั้นเริ่มวิตกกังวล เรื่องที่ต้องจัดการต่อไปเรื่องที่สอง แม้ว่าจะสามารถเคลียร์ปัญญาแรกลงได้ด้วยความช่วยเหลือของไรชิน กับอลิเซีย แต่ปัญหาเรื่องที่สองกลับใหญ่กว่า
ในขณะที่ชั้นวิตกกังวลอยู่นั้นเอง ไรชินก็เอา เสื้อเกราะขนคิงส์โปปุ กริซลี่มาให้ชั้น มันเป็นเกราะที่ดูแข็งแกร่งและยืดหยุ่นอย่างมาก ด้วยความสงสัยว่าไรชิน ถลกหนัง คิงส์โปปุ กริซลี่ได้ยังไงชั้นจึงถามออกไป
" นายทำยังไง ถึงแร่หนังคิงส์ โปปุ กริซลี่ได้ "
" หนังของคิงส์โปปุ กริซลี่ จะอ่อนแอลง เมื่อโดนน้ำของผลซัน พะยะค่ะ แลนเวียฮิเมะ" ไรชินตอบ
" ผลซัน? "
"ใช่แล้ว พะยะค่ะ ผลซัน มันเป็นผลที่มีรูปร่างคล้ายส้ม มีฤทธิ์ทำให้หนังคิงส์ โปปุ กริซลี่ อ่อนตัวลง เวลาแล่หนังของมันออกมา ซึ่งใช้ในปริมาณ 2ส่วน3ของปริมาณหนัง พะยะค่ะ "
หลังจากไรชินกล่าวจบ ลุงอามากันก็เดินเข้ามา พร้อมกับทหารสองนาย ที่เคยสู้รบกับสัตว์อสูรในฤดูหนาว พร้อมกับแม่ทัพอูกุส หลานชาย
" พวกเจ้าสองคน รายงานมาทีซิว่า สัตว์อสูร ในฤดูปีศฯาจน่ากลัวแค่ไหน " ชั้นถามพวกทหาร
ทหารสองคนทำหน้าตาเลิกลั่ก แล้วมองไปที่หน้า ไรชิน เหมือนไม่อยากบอกเรื่องนี้กับคนนอก
" ไม่ต้องห่วง ไรชินเขาเป็นคนกันเอง เชื่อใจได้ " ชั้นบอกพวกทหารไป พวกเขาจึงเบาใจลง และกล่าวออกมาว่า
" พวกสัตว์อสูรส่วนใหญ่ไม่เก่งมาก พะยะค่ะ เพียงใช้พลธนู ระดมยิงมันก็ตายแล้ว แต่ปัญหาคือ พวกมันมีเป็นจำนวนมากเป็นหมื่นๆตน ลำพังทหารในเมืองนี้แค่สองพันคน ไม่อาจรับมือมันได้ พะยะค่ะ
" แล้วมันมีแม่ทัพ หรือเปล่า " ชั้นถามด้วยความสงสัย
" ไม่ทราบ พะยะค่ะ เพราะทุกครั้งเราก็จะชิงถอยไปที่ป้อมเซดีนก่อน หลังจากประชาชนอพยพไปหมดแล้ว " ทหารทั้งสองพูดพร้อมกัน
" อืมพวกเจ้าไปได้แล้ว ข้ามีเรื่องจะปรึกษาไรชิน " ชั้นไล่ให้ทหารสองคนออกไป โดยไม่ลืมให้เงินรางวัล คนละ 1เหรียญทอง
" ไรชินเราจะสร้างกำแพง ขึ้นมาต้านพวกสัตว์อสูรได้รึป่าว จากการไปปราบ โปปุกริซลี่ คราวก่อน ชั้นเห็นมีกำแพงเก่าที่ยังสร้างไม่เสร็จเหลือเป็นโครงอยู่ถึง 3ด้าน มันค่อยๆสร้างมา 600 ปีแล้ว แต่ยังไม่เชื่อมต่อกัน แบบกำแพงเมืองจีนสมัย 7แคว้น "
" กำแพงเมืองจีน? " ไรชินทำหน้าตาสงสัยใคร่รู้แต่หลังจากเขาคิดสักพัก จึงกล่าวออกมาว่า
" การจะเชื่อมกำแพงทั้ง 3ด้าน ให้เชื่อมต่อกัน ต้องใช้กำลังคน 1หมื่นคน ทำงาน 3ปี พะยะค่ะ "
" ถ้าใช้คน 5หมื่นคน ทำงาน 3เดือน เสร็จ ได้หรือเปล่า " ชั้นถาม
"ถ้า 5หมื่นคน 10ปีก็ไม่เสร็จ พะยะค่ะ เพราะต่างคนก็ต่างเกี่ยงงาน ว่าตัวเองทำเยอะ คนอื่นทำน้อย ทำให้งานล่าช้ายิ่งกว่าเดิม และ องค์หญิงอย่าลืมว่า เดือนนี้มันเข้าฤดูฝนนะพะยะค่ะ จะหาวิธีสร้างกำแพงได้ยังไง ถ้าหินเปียกน้ำ" ไรชินตอบ
" ไรชินเจ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้าจะหาวิธีเอง " ชั้นไล่ไรชินให้ไปทำงานสร้างเสื้อเกราะต่อไป แล้วหันมาสนใจรายงานของ แม่ทัพอูกุส ที่ชั้นให้ไปสืบมา
จากรายงานที่แม่ทัพ อูกุสเอามาให้ชั้น สรุปว่า เมือง เอเซล มีเสบียงเยอะ โดยเฉพาะ ข้าวและมันฝรั่งอบแห้ง แต่ทหารน้อย มีประชากร หมื่นแปด แต่มีทหารเพียงแค่ 2พันคนเท่านั้นเอง และทุกครั้งที่ถึงฤดูหนาว ชาวเมืองก็ต้องอพยพทุกปี ทำให้ต้องขายเสบียงให้กับป้อมเซดีน ถูกๆ เพราะอุปทานเยอะ อุปสงค์น้อย แถมยังถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาทุกปี ทำให้ชาวเมืองเอเซล มีรายได้ต่ำ แต่ค่าครองชีพสูง เมื่อต้องเข้าไปพักอาศัยในที่พักของป้อมเซดีน ซึ่งถูกข้าหลวง เซน หน้าเลือด ขึ้นค่าเช่าทุกปี ช่างน่าโมโหนัก สงสัยชั้นต้องรีบลงมือจัดการทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวของชั้นเอง ซะแล้ว
****อีกด้านหนึ่ง ณ ท่าเรือ พอร์ต รอยัล เจ้าชายอาราเอล ผู้เป็นพี่ชายคนโต ของแลนเวีย ฮิเมะ ผู้หลงรักน้องสาวของตัวเอง เป็นซิสค่อนตัวยง จนใครๆต่างก็รู้จักเขาในฐานะ เจ้าชายซิสค่อน
" เจ้าชาย อาราเอล พะยะค่ะ มีข่าวจากเมืองหลวงพะยะค่ะ " คาโต้ สหายสนิทขององค์ชายรีบเอาจดหมายมาให้
หลังจากเจ้าชาย อาราเอลเปิดอ่านก็มีสีหน้าไม่ดีนัก เพราะน้องสาวสุดที่รัก อย่างแลนเวีย ฮิเมะ ถูกไล่ไปปกครองเมืองชายแดน สงสัยคงลำบากอยู่ไม่น้อย ไม่เหมือนเขาที่มาปกครอง พอร์ต รอยัล แห่งนี้ เขาคิดเสมอว่า เมื่อเขากลับไปถึงเมืองหลวง น้องสาวของเขา หรือก็คือ แลนเวีย ฮิเมะจะมากระโดดกอดคอเขา แล้วพูดกระซิบข้างหูเขาว่า " โอนี่จัง ไอเตรุ (รักนะพี่ชาย) " หลังจากนั้น เจ้าชาย อาราเอล ก็จินตนาการว่าได้หอมแก้มน้องสาว ซักหลายฟอด ให้หนำใจที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน อาจจะกอด จูบ ลูบไล้ไปตามประสาพี่ชาย ที่หวงน้องสาว ก็เป็นได้
" เจ้าชาย ทรงคิดอะไรอยู่หรือ พะยะค่ะ " คาโต้กล่าวเตือนสติองค์ชาย อาราเอล
" ข้ากำลังคิดจะพัฒนา พอร์ต รอยัลแห่งนี้ ด้วยการลดภาษี จากแต่เดิมเก็บ 10 เปอเซ็น ให้เหลือ 3เปอเซ็น จากราคาของทั้งหมด ข้าคิดว่า ไม่เพียงรายได้ของเราจะไม่ลดลงแล้ว กลับจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เพราะมันจะดึงดูดเรือสินค้า จากเมืองต่างๆ ให้มาจอดที่ พอร์ต รอยัล แห่งนี้ และเราจะนำกำไรมาสร้างกองทัพเรือ ให้แข็งแกร่ง เพื่อปราบปรามกลุ่มโจรสลัดต่างๆ ให้เส้นทางเดินเรือที่จะมาถึงที่นี่ปลอดภัย ในไม่ช้า เราจะเป็นมหาอำนาจ ทางราชนาวี " เจ้าชาย อาราเอล กล่าวอย่างภูมิใจ นี่ก็ผ่านมา 3ปีแล้วที่เขาไม่ได้เจอน้องสาว ถ้าน้องสาวมาเห็นเขามีพัฒนาการไปในทางที่ดีแบบนี้ อาจยอมเรียกเขาว่า พี่จ๋า ก็เป็นได้
" อืม ใกล้ฤดูหนาวของเมือง เอเซลแล้วสินะ คาโต้ เจ้าช่วยนำเงินจำนวน 50000 เหรียญทองนี่ลงเรือล่องตามแม่น้ำโปรอน ไปมอบให้ แลนเวีย ฮิเมะน้องสาวข้าด้วย เผื่อเธออยากจะใช้ " เจ้าชาย อาราเอลกล่าวกับคาโต้ สหายสนิท แล้วคิดเอาเองว่า น้องสาวจะยอมรับสินน้ำใจของตน
" พะยะค่ะ องค์ชาย " คาโต้ คำนับแล้วรีบลำเลียง เงินลงเรือ ไปส่งให้ แลนเวีย ฮิเมะ ตามคำสั่งของ เจ้าชาย อาราเอล
****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป