เมื่อบรรดาคนนอกพ้นไปจากเขาคุนหลุนแล้ว เล่าจื๊อก็เอ่ยชวนหยวนสื่อให้ไปพบทงเทียนด้วยกัน
ความจริงแล้วในใจของเล่าจื๊อนั้นมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่
ต่อหน้าผู้อื่น เล่าจื๊อมักประกาศตนว่ายึดถือวิถี ‘อู๋เหวย’*[1] ทว่าแท้จริงแล้ว การไม่แย่งชิงคือการแย่งชิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า
คำว่าอู๋เหวยหมายถึงอะไร? มันคือการอยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวงน่ะสิ
และการจะอยู่เหนือสรรพสิ่งได้ ย่อมต้องมีพลังฝีมือที่กล้าแกร่งหาใดเปรียบ เดิมทีเล่าจื๊อมั่นใจในตนเองยิ่งนัก เพราะเขามีพร์ที่ได้รับวาสนาจากฟ้าดินเหนือกว่าผู้ใด
ทว่ายามนี้ อย่าว่าแต่การอยู่เหนือสรรพสิ่งเลย แม้แต่น้องสามอย่างทงเทียน เขาก็ยังมิอาจเทียบติด เมื่อเห็นอีกฝ่ายแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ตนเองเดินบนวิถีตัดสามกิเลสซึ่งดูจะด้อยกว่าขั้นหนึ่ง
หากเป็เช่นนี้ต่อไป ในวันหน้าเขาจะมีหวังแซงหน้าทงเทียนได้อย่างไร? เื่นี้ทำให้เล่าจื๊อมิอาจทำใจยอมรับได้
ด้วยเหตุนี้ เล่าจื๊อจึงตั้งใจว่าการไปพบครั้งนี้ จะต้องลองเลียบเคียงถามถึงเคล็ดวิชาการบำเพ็ญของทงเทียนดูเสียหน่อย
ส่วนทางด้านหยวนสื่อนั้น ความคิดกลับเรียบง่ายกว่ามาก
เขาเพียงคิดว่าในเมื่อยามนี้ ทงเทียนแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ถึงเวลาแล้วที่สามวิสุทธิ์จะออกไปสำแดงพลังให้ใต้หล้าประจักษ์ และที่สำคัญที่สุดคือการทวงคืนศักดิ์ศรีจากตี้จวิ้นนั่นเอง
ภายในลานเต๋า สวีทงค่อย ๆ ปรับสมดุลกลิ่นอายหลังการทะลวงขั้น
เมื่อััถึงขุมพลังมหาศาลภายในร่าง สวีทงก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ไม่เลวเลย เมื่อมีเมล็ดพันธุ์มหาเต๋าแห่งพละกำลัง ความเร็วในการฝึกฝนก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เดิมทีข้าคิดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายร้อยปีถึงจะทะลวงขั้นได้ แต่นึกไม่ถึงว่าการศึกษาเมล็ดพันธุ์นี้จะทำให้ข้าก้าวข้ามขีดจำกัดได้ในเวลาอันสั้น
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาดีใจ ข้าต้องเร่งเวลาให้มากกว่านี้
ตาเฒ่าเ้าเล่ห์หงจวิน คราวนี้ใช้ปราณม่วงหงเิเล่นงานข้าไม่สำเร็จ คราวหน้าไม่รู้จะงัดไม้ไหนออกมาอีก ทางเดียวคือข้าต้องบรรลุขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าให้เร็วที่สุด ถึงจะพอมีกำลังในการปกป้องตนเองได้
ในขณะที่สวีทงกำลังครุ่นคิด เสียงสายหนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“น้องสาม เปิดประตูเถิด พี่ใหญ่กับพี่รองมาเยี่ยมเ้าแล้ว”
เสียงของเล่าจื๊อดังมาจากภายนอกลานเต๋า
สวีทงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงคนทั้งสอง
เ้าสองคนนี้เพิ่งจะได้ปราณม่วงหงเิมามิใช่รึ แทนที่จะรีบกลับไปตระหนักรู้สัจธรรม กลับดั้นด้นมาหาข้าทำไมกัน?
ทว่าพอนิ่งคิดครู่หนึ่งเขาก็เข้าใจ
การที่เขาเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นปลายเมื่อครู่ ย่อมต้องทำให้สองคนนี้ตื่นตระหนก และด้วยนิสัยของเล่าจื๊อ หากไม่สืบให้รู้ความคงไม่ยอมรามือแน่ อีกอย่างเมื่อเห็นว่าเขาแข็งแกร่งกว่า ในใจของเล่าจื๊อที่เคยสมดุลคงจะพังทลายกลายเป็ไหน้ำส้มสายชูที่หกเลอะเทอะไปหมดแล้ว
“น้องสาม เปิดประตูเถิด”
เสียงเรียกขานดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวีทงคาดเดาเจตนาของพวกเขาได้ จึงไม่คิดจะขวางกั้นไว้อีก
เขาสะบัดมือเปิดประตูถ้ำพำนัก ร่างของเล่าจื๊อและหยวนสื่อก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทันที
เมื่อได้พบหน้าสวีทงอีกครั้ง ทั้งสองต่างแสดงท่าทีเป็กันเองและกระตือรือร้นยิ่งนัก
“น้องสาม ยินดีด้วยที่พลังของเ้ารุดหน้าไปอีกขั้น น้องสาม ยามนี้เ้าอยู่ขอบเขตใดแล้ว? และเมื่อไหร่จะออกจากด่านเสียที?”
สวีทงเผยรอยยิ้มบาง ๆ
“พลังบำเพ็ญของข้า ยามนี้โชคดีที่ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นปลายแล้ว”
เฮือก!
สวีทงเอ่ยอย่างเรียบง่าย ทว่าเล่าจื๊อและหยวนสื่อกลับต้องสูดลมหายใจลึกด้วยความหนาวเหน็บ
นึกไม่ถึงว่าพลังบำเพ็ญของน้องสามจะบรรลุถึงขั้นที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
เดิมทีพวกเขาคิดว่าทงเทียนเข้าสู่กึ่งปราชญ์ขั้นกลางได้ ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว แต่ความจริงกลับเหนือกว่าที่คาดไว้ไกลโข
เล่าจื๊อจ้องมองสวีทงด้วยสายตาลึกล้ำ
“น้องสาม เ้าจงบอกความจริงกับพี่ใหญ่มาเถิด เ้าผลาญบุญบารมีเบิกฟ้าจนหมดสิ้นแล้วใช่หรือไม่?”
สวีทงได้ยินเช่นนั้นก็เพียงส่ายหน้าเงียบ ๆ ไม่เอ่ยคำใด
ทว่าเล่าจื๊อกลับไม่เชื่อนัก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่อยากพูด เขาก็ไม่จำเป็ต้องคาดคั้นต่อ
ส่วนหยวนสื่อนั้นไม่ได้คิดซับซ้อนเท่าเล่าจื๊อ เมื่อได้ยินว่าพลังบำเพ็ญของสวีทงพุ่งสูงถึงกึ่งปราชญ์ขั้นปลาย สิ่งแรกที่เขาคิดถึงคือการไปทวงคืนศักดิ์ศรีของตนเอง
“พี่ใหญ่ พี่รอง อย่ามัวแต่พูดเื่ของข้าเลย การไปฟังเต๋าคราวนี้ พวกท่านทั้งสองเองก็ได้รับวาสนามาไม่น้อยมิใช่หรือ”
ยามที่ได้พบหน้า สวีทงก็มองทะลุพลังของทั้งสองคนแล้ว ทั้งคู่อยู่ในขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นต้น บรรลุการตัดกิเลสออกไปได้หนึ่งส่วน
แม้จะเทียบกับสวีทงไม่ได้ แต่ก็นับว่าเป็ยอดฝีมือระดับแนวหน้าของหงฮวงแล้ว
เมื่อได้ยินคำของสวีทง ดวงตาของเล่าจื๊อก็ฉายแววประหลาดใจ
ยามนี้เขามั่นใจแล้วว่าการที่ทงเทียนบรรลุขอบเขตกึ่งปราชญ์ ย่อมมิใช่วิถีตัดสามกิเลสแน่นอน เพราะในมือของทงเทียนไม่มีสมบัติวิเศษมากพอจะทำเช่นนั้นได้
ส่วนวิถีใดจะแข็งแกร่งกว่ากันนั้น เขาก็ยากจะพรรณนา
เดิมทีเล่าจื๊อคิดจะถามถึงเคล็ดวิชาที่สวีทงใช้ แต่เมื่อนึกได้ว่านี่คือความลับส่วนตัว อีกทั้งตนเองก็ก้าวเข้าสู่วิถีตัดสามกิเลสไปแล้ว ต่อให้รู้ไปก็ฝึกตามไม่ได้ จึงล้มเลิกความตั้งใจนั้นไป
หยวนสื่อได้ยินสวีทงเอ่ยชมก็หัวเราะร่าออกมา
“ถูกต้อง ยามนี้ข้าและพี่ใหญ่ต่างก็บรรลุขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นต้นแล้วเช่นกัน น้องสาม ยามนี้หากพวกเราสามคนร่วมมือกัน ในพิภพหงฮวงแห่งนี้ย่อมไร้คู่ต่อสู้”
“มิสู้เ้ายอมออกจากด่าน แล้วพวกเราสามพี่น้องไปร่วมมือกันสั่งสอนเ้านกตี้จวิ้นและตงหวงนั่นให้รู้สำนึกเสียหน่อย ให้มันรู้ว่าทายาทที่แท้จริงของผานกู่นั้นไม่ใช่ผู้ที่ใครจะมารังแกได้!”
หยวนสื่อเอ่ยชักชวนอีกครั้ง
สวีทงได้ยินแล้วลอบกลอกตาอยู่ในใจ
ว่าแล้วเชียว มาหาทีไรไม่มีเื่ดีเลยสักครั้ง
หยวนสื่อผู้นี้คิดแต่จะไปหาเื่ตี้จวิ้นเพื่อกอบกู้หน้าตา แต่นั่นมันทางตันชัด ๆ จะไปหาเื่ใส่ตัวทำไมกัน
ยังไม่ทันที่สวีทงจะได้เอ่ยปาก เสียงของระบบก็ดังขึ้นได้จังหวะพอดี
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าหยวนสื่อและเล่าจื๊อพ่ายแพ้ให้แก่ตี้จวิ้น จึง้าทวงคืนศักดิ์ศรี และยามนี้กำลังชักชวนให้โฮสต์ออกไปร่วมล้างแค้น โปรดเลือกทางเลือกของท่าน]
[ทางเลือกที่ 1: ตกลงออกจากด่าน ลงมือเพียงลำพังเพื่อสยบตี้จวิ้นและตงหวง รางวัล: อภิญญาระดับมหาเต๋า ‘เก้ากระบวนท่าเบิกฟ้า’]
[ทางเลือกที่ 2: ตกลงออกจากด่าน ร่วมมือกับพี่น้องทั้งสามเพื่อสยบตี้จวิ้นและตงหวง รางวัล: ไม้บรรทัดวัดนภาหงเิ]
[ทางเลือกที่ 3: ปฏิเสธการออกจากด่าน และปิดด่านฝึกฝนต่อไป รางวัล: กิ่งอ่อนต้นโลกา]
ระบบมอบตัวเลือกให้อีกครั้ง
เมื่อเห็นรางวัลของสองข้อแรก สวีทงก็ได้แต่ก่นด่าในใจ
ไอ้ระบบสุนัข คิดจะทำร้ายข้าจริง ๆ ด้วย
ของรางวัลสองอย่างนั้นเขาอยากได้ใจจะขาด อภิญญาระดับมหาเต๋า ‘เก้ากระบวนท่าเบิกฟ้า’ คือวิชาของมหาเทพผานกู่ หากบำเพ็ญจนบรรลุขั้นสูงสุดจะสามารถเบิกฟ้าสร้างจักรวาลขึ้นใหม่ได้ ส่วนไม้บรรทัดวัดนภาหงเิก็เป็ยอดสมบัติโจมตีขั้นโกลาหล
ในยามนี้ที่เขาไม่ได้ไปฟังการบรรยายเต๋าที่วังจื่อเซียว ของล้ำค่าอย่างสี่กระบี่สังหารเซียนคงไม่ตกมาถึงมือเขาแน่ ซึ่งเขากำลังขาดแคลนสมบัติวิเศษสายโจมตีอยู่พอดี
ทว่าตัวเลือกทั้งสองนี้ หากเลือกไปก็เท่ากับรนหาที่ตายชัด ๆ
ยามนี้หงจวินแทบอยากจะลากเขาออกจากด่านใจจะขาดเพื่อดึงเข้าสู่มหันตภัยใหญ่ สวีทงกล้ารับประกันเลยว่า หากเขาโผล่หน้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของเผ่าอู๋และเผ่าปีศาจ หงจวินย่อมมีวิธีร้อยแปดที่จะโยนเผือกร้อนมาให้เขารับผิดชอบ
ตาแก่คนนั้นคือตัวแทนแห่งวิถี์เชียวนะ เื่พรรค์นี้เขาหลบได้เป็หลบ แต่ระบบกลับจงใจถีบเขาส่งไปหาเื่เสียอย่างนั้น
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สวีทงก็ตัดสินใจได้ในทันที
ระบบ ข้าเลือกข้อสาม ปิดด่านไม่ไปไหนทั้งนั้น
[1] อู๋เหวย (无为) คือ หลักการปกครองตามปรัชญาเต๋า เป็การปกครองโดยไร้การปกครอง (การกระทำโดยไร้การกระทำ)