บทที่12
“ อย่าเลย....มันไกล” คนตัวเล็กลากเสียง ยิ้มเขินๆ
“ มันก็ไม่ไกลสำหรับเรานะ” ว่านพูดออกไปตามตรงแต่เมื่อหันไปเห็นว่าอีกฝ่ายจนด้วยถ้อยคำและเริ่มใช้ความคิด
“เออ เอาไว้ค่อยดูตารางงานอะไรให้ชัวร์แล้วค่อยมาคุยกันอีกทีดีกว่า ” ว่านพูด
“ โอเค”
เกือบไป เขาออกตัวแรงจนเกือบพาตัวเองพุ่งลงเหว
เหวที่เขาขุดมันขึ้นมาด้วยการพยายามรุกให้เซนต้องจนมุมและถ้าเซนกระทืบเบรกใส่เขาแรงๆเขาก็คงช็อคน็อคเอาท์ไปแล้วเรียบร้อย
ยังดีที่ไหวตัวทัน
จู่ๆว่านก็เริ่มกลัวว่าจะเผลอทำให้อีกฝ่ายอึดอัดอีกความรู้สึกของคนแอบชอบมันอึดอัดก็จริงแต่มันก็แอบมีความสุขแต่ความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ไม่ได้ชอบและถูกรุกหนักๆ มันคงเป็่เวลาที่แสนอึดอัดน่ารำคาญ
เขาเผลอทำอะไรลงไป
“ว่านหิวยัง ”
“ ยังครับ” พูดเพราะใส่เซนไปอีก
“เซนเริ่มหิวแล้วอะ ถ้าข้าวกองยังไม่เสร็จไปหาซื้ออะไรกินกันมั้ย ”
“ไปสิไป นี่เราก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน ”
เซนขำออกมาทันที “ เมื่อกี้ยังบอกไม่หิวแหม็บๆ ”
“อ้าวเหรอ ก็พอเซนพูดถึงข้าวกองก็เริ่มหิวละเนี่ย ”
คำพูดและการวางตัวสบายๆของเซนทำให้เขาโล่งใจขึ้นเป็กอง
เหตุการณ์นี้มันจะคอยดึงสติว่านว่าอย่าเพิ่งไปดึงดันหวังไกลคิดไกลอย่าด่วนทำอะไรที่เป็การเพิ่มกำแพงระหว่างเขากับเซนให้ยิ่งสูงและแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกเด็ดขาด
ว่านกลับไปนึกถึงวันที่เขายังไม่ได้มาแคสและได้เซ็นสัญญาเป็นักแสดงในสังกัดเขาคอยติดตามดูเซนทุกผลงาน ทุกสื่อต่างๆที่จะได้เห็นข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเซนครั้งหนึ่งเคยได้เข้ามาถ่ายรูปกับเซนในฐานะแฟนคลับโดยมีออดี้เบิกทางให้แค่นั้นก็สุขจนล้น
แล้ววันนี้เซนมานั่งอยู่ข้างๆเขาตามลำพังสองคน ภายในรถที่เขากำลังขับ แค่นี้มันก็เกินกว่าที่เขาจะคิดฝันเขาควรจะมีความสุขกับนาทีนี้แค่นี้พอไม่ต้องหวังอะไรมากมายจนทำให้เซนลำบากใจดีกว่า
“เออ..ถ้าเซนง่วง จะนอนไปก่อนเลยก็ได้นะ เดี๋ยวถึงแล้วเราปลุกเอง ”
ว่านเห็นรถติดหนับขยับไปไม่กี่คันก็ติดแดงต่อเขาก็หันมาบอกคนข้างๆที่นั่งปรือตาอยู่ เซนส่งเสียงอือออ ในลำคอ แล้วเปลือกตาอันหนักอึ้งก็คล้อยปิดลง
แบบนี้แหละที่เขาควรทำว่านลอบมองใบหน้าหล่อน่ารักของเซนที่กำลังหลับพริ้ม นี่เขาเข้าขั้นโรคจิตไปแล้วรึเปล่าอยากนั่งมองเซนแบบนี้ทั้งวันเลยจริงๆ จะบ้าตาย เขารู้ว่าตัวเองอมยิ้มอยู่แน่ๆ
แล้วเมื่อคนตัวเล็กขยับพร้อมหรี่ตามาสบเข้ากับสายตาจิตๆคู่นั้นของเขา
ว่านสะดุ้งมือไวเอื้อมไปปรับแอร์ให้วุ่น
“หนาวมั้ย ถ้าหนาวบอกนะจะได้หันไปทางอื่น ”
“อืมไม่เป็ไรได้อยู่ ”
เซนว่าพลางตะแคงตัวหันมาทางว่านแอบยกยิ้มมุมปากเบาๆ ราวกับจงใจให้ว่านได้มองดูคนที่เขาปลื้มแบบถนัดชัดขึ้น
มื้อเช้าที่แม่ครัวจัดหามามีข้าว ไข่เจียวกับต้มเืหมูร้อนๆ เสิร์ฟไว้ให้นักแสดงแล้วเรียบร้อยเซนนั่งกินอยู่กับว่านและพี่บีที่มาถึงก่อนสักพักแล้ว ไม่นานออดี้ก็มาถึงเข้าร่วมวงมื้อเช้าด้วยกัน
เมื่อออดี้รู้ว่าเซนนั่งรถว่านมากองกันสองคนพระเอกหนุ่มของเราก็ยิ้มเ้าเล่ห์กับเพื่อนของเขาทันที
“มึงยังจะต้องกินอีกเหรอ ยังจำเป็อยู่อีกเหรอวะมื้อเช้าเนี่ยไม่ใช่ว่ามันอิ่มทิพย์ไปแล้วเรอะ ”
ว่านพยักหน้าตอบรับคำพูดเพื่อนใจอยากจะปรามให้มันเบาๆหน่อยแต่มันก็พูดถูกใจเขาจนเก็บกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่ไหว
“อิ่มใจอย่างเดียว ไม่ได้อิ่มท้องยังต้องกินข้าวอยู่เพื่อน ”ว่านตอบเบาๆอย่างเกรงใจเซนและพี่บี
“ออดี้ เราเป็คู่เซนเค้าน้า เราจะไปชงให้เพื่อนแบบนี้มันได้เหรอ ” พี่บีแซว
“ เอ้าไม่ได้เหรอ ” ออดี้ว่า
“ปล่อยให้เค้าไปก่อน ของผมยังไงก็เป็ตัวจริงอยู่แล้วเราไม่กลัว เซนไม่นอกใจไปหาเพื่อนเราหรอก..ใช่ปะ” ออดี้หันมาส่งมุกให้คู่จิ้นของเขา
“ก็ไม่แน่ ว่านก็น่ารักดี ”
“อุ๊ย! ” พี่บีอุทาน
“เฮ้ย? ” เสียงพี่คนนึงในกองที่อยู่แถวนั้น
เซนพูดสั้นๆแต่ทำเอาทุกคนในวงแตกตื่นกันหมดออดี้ทำหน้าเซ็งแอบเหล่ใส่เซนเบาๆเพราะนึกว่าเซนจะรับมุกแต่ดันไปเข้ากับว่านซะงั้น แต่ไม่หนักเท่าว่านที่เืกำเดาแทบพุ่งแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายแค่พูดขำๆ
ทุกคนดูจะเป็เอามากเซนรีบคว้าแขนออดี้มาซบกอดอย่างอ้อนๆ
“ ล้อเล่นจ้า” ทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเคย
เรียกเสียงหัวเราะได้ฮาใหญ่ในความเลี้ยวเก่งของเซน
มันไม่ตลกแน่ถ้าดาราที่ขายความเป็คู่จิ้นดันไปมีกระแสจิ้นกับคนอื่นแล้วเกิดดังขึ้นมาเซนกับออดี้ต่างก็รู้ดีถึงความจริงข้อนี้พวกเขาจึงต้องเก็บเื่อื่นใดที่จะมาทำลายกระแสคู่จิ้นของพวกเขาไว้ให้มิดชิด
ระหว่างที่รอเข้าฉากเซนอาศัยงีบหลับบนเก้าอี้นอนที่ทางกองเตรียมไว้ หลับไปนานแค่ไหนไม่รู้มารู้สึกตัวเพราะมีคนมาขยับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ถึงไหล่ จัดระเบียบผ้าห่มให้คลุมร่างคนตัวเล็กจนมิดชิดเรียบร้อยอย่างเบามือ
เซนรอให้ทุกอย่างนิ่งสนิทแอบมองดูก็เห็นว่านในชุดนักศึกษาเดินจากไป
เซนรับได้นะที่ว่านทำอยู่ตอนนี้ แค่ลอบมองอย่างห่วงๆพร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือถ้าหากเซน้าอะไรแต่พูดคุยเล่นอย่างเพื่อนทั่วไปมากกว่าเข้าหาด้วยความหลงใหลได้ปลื้มจนออกนอกหน้าเพราะถ้าเป็แบบนั้น เซนคงต้องใช้ความนิ่งเฉยมาทำลายความคาดหวังของว่าน
ความยากสำหรับเซนคือการรักษาระยะห่างด้วยความที่เซนเป็คน้าเพื่อน้าคนมาคอยซับพอร์ตทางความรู้สึก และเพื่อไม่ให้ตัวเองเคว้งคว้างเกินไปในบางสถานการณ์เซนก็จะฉวยคว้าเอาคนใกล้ตัวไว้ก่อนเสมอ
่เบรกกองออดี้กับว่านนั่งคุยกันถึงเื่ไปฟิตเนส เซนเข้าร่วมวงด้วย
“เราเห็นเหมือนเซนเคยไปเรียนที่คล้ายๆเทควันโดหรืออะไรซักอยางที่เป็ศิลปะการป้องกันตัวของญี่ปุ่นน่ะ ”
ว่านหันมาถามเซนจำไม่ได้ว่าเขาหมายถึงอันไหนเพราะเข้าคอร์สเรียนมาสารพัดสารเพจนเขาเองก็จำได้ไม่หมด
“ที่เซนเคยโพสต์ลงไอจีนานแล้วอะ ” แล้วว่านก็เปิดเลื่อนหาโพสต์ในไอจีเซน
“อยากรู้ว่าเซนไปเรียนอะไรเพราะเราก็สนใจเหมือนกัน ตอนนี้เข้าบ๊อกซิ่งยิมอยู่ ”
“มวยเซนก็เคยเรียนนะ เคยเข้าไปครั้งสองครั้งนานละ ” เซนว่า
เลื่อนจนเจอโพสต์นั้นของเซนเมื่อเ้าของโพสเห็นเขาก็ร้องอ๋อ
“มันเป็ศิลปะต่อสู้ญี่ปุ่นโบราณแต่ชื่อมันเรียกยากอะ จูจุสึ..ยูยิตสูอะไรเนี่ย ”
เซนกดเข้ากูเกิลเซิสหาก็เจอเลยส่งให้ว่านดู ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า
‘ จูจุสึ ’
“เคยเรียนตอนม.ต้นแม่ให้เลือกเรียนพวกศิลปะป้องกันตัวเซนเห็นอันนี้มันแปลกดีก็เลยเรียน ”
“มันเป็ยังไง ไหนเล่า ” ออดี้สนใจขึ้นมาบ้าง
“จำได้ว่าหลักการมันจะเป็การตอบกลับด้วยแรงของคู่ต่อสู้เอง..”
เซนอ่านรายละเอียดข้อมูลในกูเกิลไปพร้อมกับว่าน
“จูจุสึ ศิลปะแห่งความนุ่มนวล ” ว่านอ่านความหมายของชื่อ
“ใช่ มันจะเป็การเรียนเพื่อใช้กำลังของคู่ต่อสู้ให้เกิดประโยชน์ เรียนรู้จุดอ่อนเพื่อหาวิธีการสู้กลับอันเนี้ยถ้าเก่งๆคนตัวเล็กก็ล้มคนตัวโตๆได้นะ ”
“อ๋อ มิน่าล่ะเซนถึงได้เรียน ” ออดี้แซว
“ ไม่” เซนหัวเราะ “ แต่ตอนตัดสินใจเรียน เซนไม่ได้สนใจอะไรตรงนี้เลยนะแค่อยากเรียน มันแปลกดี”
“ดันตรงกับตัวเราพอดีงี้ ” ออดี้ว่า
“ยังพอจำได้อยู่มั้ย อยากลองวิชาอะ ” ว่านหยั่งเชิงท้าประลองเซน คนตัวเล็กส่ายหน้าช้าๆเขากวาดตามองบริเวณโดยรอบของห้องพักที่มีข้าวของคนในกองถ่ายเต็มไปหมด
“ยาก สถานที่มันไม่ได้ เซนไม่ค่อยได้ฟิตร่างกายด้วย่นี้น่าจะต้องไปเข้าฟิตเนสก่อนสักอาทิตย์นึง ”
“ต้องใช้ที่กว้างเหรอเดี๋ยวเคลียร์ที่ให้ ช่วยสอนเราสักท่าให้เป็บุญตาหน่อยเถอะนะๆอยากเห็น ” ว่านตื๊อ
เซนอิดออดอย่างไม่ค่อยแน่ใจแต่มีเสียงออดี้คอยเชียร์อีกเสียงเลยลุกมาลากเก้าอี้ หอบข้าวของหลบมุมไปนิดหน่อย
“ลองดูก็ได้ ” เซนว่า
ว่านเดินมายืนประจันหน้ากับเซนด้วยความตื่นเต้นเซนมองสบตากับเขาเช่นกัน พอมายืนมองกันตรงๆแบบนี้ยิ่งรู้สึกว่าเซนน่ารักน่ากอดมาก
เดี๋ยวนะนี่จะบอยๆสู้กันทำไมในหัวยังมีแต่...ว่านพยายามดึงสติ
“ แต่ว่าว่านจะเข้ามาจู่โจมเซนท่าไหนอะต้องลองทำให้ดูก่อนนะ ” เซนยิ้มอย่างนึกสนุกขึ้นมาเหมือนกันความที่ไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มานานแล้ว
“เอาท่ากระชากคอเสื้อละกัน เบสิกเบาๆ ” ว่านเอื้อมไปคว้าคอเสื้อ
“ท่านี้นะ ” เซนหยุดคิด วิธีต่อกร
“โอเค! มา! ” เซนประกาศแล้วสูดหายใจเฮือกเรียกความมั่นใจ
ว่านเริ่มจู่โจมใช้มือขวาคว้าคอเสื้อเซน
คนถูกจับไม่รอให้คู่ต่อสู้เข้าประชิดตัวเซนยึดมือที่กุมคอเสื้อนั้นไว้ให้แน่นด้วยมือซ้ายแล้วใช้ศอกขวาฟันลงไปที่ข้อพับทำให้ว่านเสียหลักทรุดย่อลง เมื่ออีกฝ่ายเผลอ มือซ้ายของเซนที่ยึดมือว่านอยู่ก็ง้างบิดมือเขาให้หงายออกเป็นางรำ
“โอ๊ะๆ ”
ว่านร้องซี้ดออกมาพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าด้วยแขนขวาที่ยังถูกเซนจับงัดบิดไปด้านหลังอย่างผิดรูป
เซนปล่อยว่านแล้วสปริงตัวลุกขึ้นดวงตาของเขายังวาวโรจน์เป็ประกาย
“สุดยอด! ” ออดี้ตบมืออย่างอึ้งทึ่งและเสียวแทนเพื่อน
“เซนไวมากอะ นี่ตั้งตัวไม่ทันเลย ” ว่านยังสะบัดมือข้างที่ถูกดัดอยู่ป้อยๆ
เซนเข้ามาจับมือว่านดูด้วยความเป็ห่วง
“เจ็บเหรอ นี่บิดยั้งๆแล้วนะ...ต้องเอายาทามั้ยอะ ”
เซนรีบบีบนวดที่มือและที่แขนของว่านใจเขากลัวว่าถ้าเกิดาเ็ขึ้นมาจะทำงานกันต่อลำบากแถมจะโดนพี่บีด่าเพราะความซนไม่เข้าเื่ของพวกเขาด้วยนี่สิ
แต่ที่เซนมาบีบนวดมายืนใกล้ๆว่านได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวเซนชัดเจนมาก เส้นผมเงาสวยของเซนที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก มันทำให้ว่านหัวใจพองฟูแทบะเิออกมาร่างกายหลั่งสารแห่งความเปี่ยมสุขจนกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหว
“ ถ้าไม่งั้นต้องประคบเย็นนี่ดีขึ้นยัง ”
เซนเงยหน้ามาด้วยความกังวลแต่พอเห็นหน้าอีกฝ่ายแล้ว เขาก็ต้องยิ้มขำอย่างเสียอาการเซนเดินหนีว่านมานั่งกับออดี้ที่นั่งหัวเราะคิกคักๆมาสักพักแล้ว
“ขำอะไรออดี้ ” เซนแกล้งทิ่มเอวคู่จิ้นของเขาด้วยความหมั่นไส้
“ ขำดินั่งดูคนสู้กันคนาเ็แม่งยิ้มเรี่ยราด เจ็บแขนแล้วก็เป็บ้าด้วยมั้ง ”
“ เอ้ยสนใจๆเซนเก่งว่ะ ” ว่านพูดอย่างตื่นเต้น เมื่อสติเขากลับคืนมา
“อยากลองท่าอื่นบ้างเลยเนี่ย ” เขายังไม่หยุดแค่เจ็บแขน
“พอแล้ว เดี๋ยวเป็ไรขึ้นมาซวยอีก ” เซนร้องห้าม
“เออ มึงอยากาเ็แหละกูดูออก ” ออดี้ว่า
ก็เลยหัวเราะกันสนุกสนาน
“เซนจำไม่ค่อยได้หรอกเอาจริงๆถ้าเกิดโดนจู่โจมจริงๆมันชั่วเสี้ยววินาทีเซนอาจจะคิดไม่ทันตอบโต้อะไรไม่ทันเลยก็ได้ของแบบนี้มันต้องฝึกอยู่ตลอดฝึกบ่อยๆ”
“ ทำเป็ถ่อมตัว” ออดี้แกล้งว่า
“ แต่อยากเรียนอะทำไงถึงจะได้เรียนแบบนี้บ้าง ” ว่านนั่งลงตรงหน้าเซนกับออดี้
“ ว่านลองเซิสหาดูเลยที่เซนเรียนมันนานแล้วั้แ่สมัยม.ต้นจำไม่ค่อยได้แล้วว่าอยู่ที่ไหนยังไง ”
“เซนก็สอนให้ว่านมันเลยซี้ ” ออดี้ไม่ทิ้งมาดกวนจริงๆ
“เซนสอนไม่ด้ายย...มึงนี่ยังไงนะออดี้ ” เซนเข้ามาทิ่มเอวทิ่มตามตัวออดี้อย่างหมั่นเขี้ยว
“ ทีอย่างนี้ละชงเก่งจังพอบอกว่านน่ารักดีก็มาทำเป็นอย ”
พระเอกหนุ่มสะดุ้งไปมาจนต้องลุกมาวิ่งไล่สู้เป็เด็กๆกับเซน
เซนกลับหอพักมาด้วยความเหนื่อยอ่อนแต่เมื่อเดินผ่านห้องโยชิก็อดแวะไม่ได้ เข้าไปแกล้งป่วนเล่นสักหน่อยเดี๋ยวชีวิตพี่ชายของเขาจะน่าเบื่อเกินไป
คนพี่เปิดประตูให้เข้าห้องมาด้วยสีหน้าไม่ได้ประหลาดใจนัก
“ ไงเพิ่งกลับมาจากกองถ่ายสิ ”
“ใช่ ”
“เหนื่อยเลยสิ เล่นวิ่งไล่จับกับคู่จิ้นมึงอะ ” โยชิพูดยิ้มๆ
“เอ้ย! อ้าว พี่โยรู้ได้ไง ตามไอจีเซนเหรอ ”
หลายๆช็อตที่เล่นกันมีพี่ในกองถ่ายเอาไว้แล้วลงไอจีสตอรี่ ออดี้เอาไปลงต่อ เซนไม่ได้ลงตอนที่มีเกี่ยวกับว่านด้วยเขาลงแค่ตอนที่ถ่ายบรรยากาศในกองกับตอนวิ่งเล่นไล่จับสู้กับออดี้
ดีนะไม่มีใครอยู่ถ่ายตอนที่เซนออกท่าฟันแขนว่านเสร็จแล้วก็มายืนบีบนวดให้กัน ช็อตนั้นโคตรอาย
“เออ กดติดตามมาสักพักละ วินมันทำให้ ”
“ไหนไอจีพี่โยชื่ออะไร ” คนน้องเตรียมจะพิมพ์ค้นหา
“ไม่ต้องหาอะ กูไม่เคยโพสต์อะไร ”
“เอ้า ก็อยากรู้ ” เซนโวย
“กูไม่บอก ” เขาลงนั่งเก้าอี้หยิบเอกสารขึ้นมาทำต่อ
“ไม่บอก? ทำไม เอาไว้แอบส่องทำอะไรใช่มั้ย ”
“เออ กูเอาไว้ส่อง เป็แฟนคลับมึงไง ”
“น่ากลัว...แล้วนี่ทำอะไรอีกล่ะ” เซนว่า
“เตรียมเอกสารที่จะไปสัมภาษณ์วันเสาร์นี้ ”
“เฮ้ย..ไปวันเดียวกับปาร์ตี้วันเกิดออดี้เลย ”
“ วันเกิดออดี้?....มึงก็ซบเก่งอ้อนเก่งเนาะน่ารักชิบหายเล้ย ” โยชิแซวแกมประชดยังคงสาละวนกับเอกสารในมือ
“เออก็น่ารักน่ะสิ ”
เซนพุ่งเข้าไปกอดทั้งๆที่คนพี่กำลังก้มหน้าก้มตาวุ่นกับเอกสารโยชิเงยหน้าหลบคนน้องแทบไม่ทัน
แว่วเสียงเคาะประตูดังทีนึงเบาๆ
“ไม่งั้นพี่โยจะรักเซนเหรอ ” คนน้องกอดคนพี่ไว้แล้วเอ่ยคำอย่างยั่วยวนโทสะ
ประตูถูกเปิดเข้ามาอย่างเงียบเชียบเบามือ พร้อมกับชายวัยกลางคนปรากฏตัวขึ้น
เซนดีดตัวออกจากโยชิทันที คนพี่หันหมุนเก้าอี้มาดูด้วยความใ
ชายปริศนายืนนิ่งงันอยู่ตรงประตูเขามองหน้าเหวอๆของเซนสลับกับมองหน้าตื่นๆของโยชิ ด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก