เหล่าผู้าุโที่กำลังจ้องมองอยู่ข้างสนามก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า พวกเขาสามารถมั่นใจได้ว่าเมื่อทั้งสองปะทะกัน พัดัสีครามของจางหลินคงจะถูกฟันราวกับมีดร้อนผ่าเนย
ต้องเข้าใจว่าแม้พลังยุทธ์ของจางเจียหยูจะอยู่เพียงแค่ขอบเขตขัดเกลา แต่กระบี่ของนางเป็ถึงศาสตราวุธระดับ 3 แค่พัดโลหะธรรมดาคงจะไม่สามารถต้านทานความเฉียบแหลมของกระบี่ที่ถูกปกคลุมด้วยจิติญญายุทธ์ได้
เชร้ง!
เสียงสั่นพ้องของอาวุธสองประเภทกระทบกันดังกังวาน และสิ่งทำให้ใครหลายๆคนตกตะลึงก็คือ พัดัสีครามของจางหลินกลับดูเหมือนจะไม่ได้รับความเสียหายเลย และแรงสะท้อนที่จางเจียหยูปลดปล่อยออกมาก็ไม่สามารถผลักจางหลินให้ถอยหลังไปได้แม้แต่ก้าวเดียว
จะเห็นได้ว่าการยืนของจางหลินยังคงมั่นคง นั่นหมายความว่าต่อให้อีกฝ่ายมีการใช้พลังปราณ แต่มันก็ไม่สามารถชิงความได้เปรียบเหนือเขาได้!
“เ้า…” จางเจียหยูตกตะลึงจนพูดไม่ออก เมื่อมองไปยังพัดัสีครามที่ยับยั้งกระบวนท่าของนางได้อย่างไม่เสียเปรียบ
ขณะที่จางเจียหยูชะงักไป จางหลินจึงได้ฉวยโอกาสนี้ในการฟาดพัดัสีครามไปยังใบหน้าของจางเจียหยูด้วยการตอบสนองที่ปราดเปรียว!
นางหลุดพ้นออกจากภวังค์ ทันใดนั้นนางก็รีบดึงกระบี่กลับคืนเพื่อที่จะป้องกันการโจมตีจากจางหลิน
เชร้ง!
แม้จางเจียหยูจะปัดป้องการโจมตีของพัดัสีครามได้ แต่จางหลินก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาโยนพัดัสีครามไปที่มืออีกข้าง พร้อมกับฟาดไปที่ร่างของจางเจียอยู่จากทางด้านซ้ายที่เป็ช่องโหว่
ผัวะ!
ร่างของเจียหยูถูกผลักกลับไปสองก้าวด้วยสีหน้าไม่เชื่อ ดวงตาของนางเริ่มเย็นลงเมื่อนางกำกระบี่ในมือแน่นและฟาดฟันออกไปอย่างดุเดือด
พรึ่บ!
จางหลินก้มลงหลบโดยการเบี่ยงขาออก ก่อนจะใช้เท้าขวาฟาดที่ต้นขาของจางเจียหยูเป็จังหวะตอบรับ
ชั่วพริบตาที่จางเจียหยูเสียการทรงตัว จางหลินจึงได้ตวัดแขนขึ้นฟาดพัดัสีครามใส่ร่างของนางอย่างรวดเร็ว
ผัวะ!
ร่างของจางเจียหยูถูกส่งกลับไปอีกครั้ง จากนั้นจางหลินก็ทะยานขึ้นมาพลันฟาดพัดัสีครามอย่างต่อเนื่อง
ผัวะ!
ผัวะ!
ผัวะ!
ผัวะ!
ขณะนี้จะเห็นได้ว่าจางหลินกำลังโหมกระหน่ำฟาดพัดัสีครามอย่างบ้าคลั่งซึ่งเป็ตำแหน่งที่ผู้ใช้กระบี่ยากที่จะป้องกัน ราวกับว่าเขาสามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวล่วงหน้าของจางเจียหยูได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ใครหลายๆคนต่างก็อ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อ เพราะั้แ่ที่จางเจียหยูเสียการทรงตัว นางก็ไม่มีจังหวะและโอกาสที่จะตอบโต้กลับไปได้อีกเลย
“เ้า!” จางเจียหยูที่มีเืไหลจากมุมปากก็พูดไม่ออก
[เ้าจำเป็ต้องดุเดือดขนาดนั้นเลยหรือ?]
[เป็ไปได้ไหมว่าเ้ากำลังกระทำสิ่งนี้เพื่อที่จะแสดงผลงานเพื่อต่อยอดไปถึงพิธีแต่งงานของเ้า?]
เนื่องด้วยความขุ่นเคืองใจต่อจางหลิน นางจึงไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าจุดชีพจรของนางเริ่มที่จะส่องประกายทีละจุดๆประหนึ่งดวงดาราที่เจิดจ้า ก่อนที่จู่ๆนางจะััได้ถึงการดูดซับครั้งใหญ่ราวกับว่าพลังปราณจิติญญาจากภายนอกกำลังกระแทกจุดชีพจรภายในอย่างดุเดือด!
รูม่านตาของจางเจียหยูหรี่ลง เมื่อตระหนักได้ถึงความอึดอัดที่เกิดขึ้นกับจุดชีพจรทั้งห้าสิบสอง และทันใดนั้นจุดชีพจรของนางก็เกิดการปะทุครั้งใหญ่!
ซู่!
รัศมีปราณวายุพวยพุ่งราวกับกระแสน้ำวน มันแผ่ขยายออกเป็วงกว้างก่อนจะผลักร่างของจางหลินให้ถอยหลังกลับไปถึงสิบก้าว
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันที่เกิดขึ้นกับจางเจียหยูทำให้ทุกคนที่กำลังมองดูการต่อสู้ก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นพรวด เพราะในตอนนี้กงล้อิญญายุทธ์ของนางมีแสงดาราดวงที่ห้าปรากฏขึ้นรอบๆวงโคจร!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบัดนี้จางเจียหยูได้กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลา 5 ดาวโดยสมบูรณ์แล้ว!
จางหลินยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ เขาสะบัดข้อมือและรวบพัดัสีครามเข้าด้วยกัน ก่อนจะหันหลังลงจากเวทีภายใต้สายตาที่มึนงงของฝูงชน “ข้ายอมรับความพ่ายแพ้”
“เอ๊ะ!?” เสียงอุทานนับสิบดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย
พวกเขาสงสัยว่าเหตุใดจู่ๆจางหลินถึงได้ยอมรับความพ่ายแพ้เช่นนี้?
หากลองมองการต่อสู้เมื่อครู่นี้ดีๆจะเห็นได้ชัดว่าต่อให้ความแข็งแกร่งของจางเจียหยูจะเพิ่มขึ้น แต่นั่นอาจจะไม่ได้ทำให้สถานการณ์ถูกพลิกกลับ แล้วเหตุใดเขาจึงได้ถอนตัวกะทันหันอย่างไม่มีสาเหตุ?
จางเจียหยูก็งุนงงเฉกเช่นเดียวกัน จิติญญาวิหควายุก็ค่อยๆสูญสลายเข้าสู่หว่างคิ้วของนางพร้อมกับแรงกดดันที่หายไป
จางหลินที่เดินลงมาจากสนามมาหยุดลงตรงหน้าของจางหยูเซิง ก่อนที่เขาจะยกมือทั้งสองขึ้นมาประสาน “หมดหน้าที่ของข้าแล้ว ข้าขอตัวก่อน”
เขาพูดเพียงแค่นั้น ก่อนจะเดินกลับไปยังตำหนักของเขาโดยไม่ได้สนใจสายตาของฝูงชนที่กำลังจับจ้องด้วยความตกตะลึงและมึนงงในเวลาเดียวกัน
ด้วยความสงสัยจางเจียหยูะโลงมาจากลานประลอง และรีบเข้าไปเอ่ยถามจางหยูเซิงด้วยความสับสน “ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้น?”
จางหยูเซิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น “ก่อนหน้าที่ข้าจะพาเขามาที่นี่ เขาได้ให้สัญญาไว้ว่าจะช่วยเ้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขตการขัดเกลา 5 ดาว คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะทำได้อย่างที่พูดไว้จริงๆ”
แม้แต่จางหยูเซิงที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้มาเนิ่นนานก็ยังไม่สามารถเข้าใจตรรกะและการกระทำของจางหลินได้
ในความเป็จริงการโจมตีในแต่ละกระบวนท่าของจางหลินพุ่งตรงไปยังตำแหน่งจุดชีพจรของจางเจียหยูที่ยังคงมิอาจทะลวงได้จนครบรอบ หลังจากโจมตีที่จุดชีพจรซ้ำๆ ปราณจิติญญาจากภายนอกก็ได้ถูกดูดซับเข้าสู่จุดชีพจรภายใน ทำให้นางทะลวงเข้าสู่ขอบเขตขัดเกลา 5 ดาวได้อย่างง่ายดาย
นั่นคือจุดประสงค์ที่จางหลินเลือกที่จะขึ้นสู่ลานประลองในครั้งนี้
“ที่แท้เขาก็พยายามช่วยข้าให้ทะลวงผ่านคอขวด” จางเจียหยูมองไปยังแผ่นหลังของจางหลินในระยะไกลด้วยแววตาที่ซับซ้อน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมานางมองจางหลินเป็เพียงขยะมาโดยตลอดแม้ว่าเขาจะสามารถปลุกจิติญญายุทธ์ได้ก่อนผู้ใดในตระกูลจางก็ตาม แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สามารถเปิดจุดชีพจรได้ นั่นเท่ากับว่าการมีอยู่ของจิติญญายุทธ์ก็จะไร้ประโยชน์
ใครจะคาดคิดว่าวันนี้จู่ๆชายหนุ่มที่นางคิดว่าจะเป็เพียงขยะ กลับช่วยให้นางทะลวงผ่านคอขวดที่นางพยายามฝ่าฟันมาเนิ่นนาน และเขายังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่ยากจะคาดเดาแม้ว่าเขาจะไม่มีพลังปราณก็ตาม
นางรีบหันไปเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ “ท่านพ่อ ท่านรู้ถึงความแข็งแกร่งของจางหลินอยู่แล้วหรือไม่?”
จางหยูเซิงเพียงส่ายหน้าและยิ้มออกมาจางๆ “ข้าเองก็เพิ่งรู้เมื่อครู่นี้พร้อมกับทุกคน หากจะให้ข้าคาดเดา ลักษณะนิสัยของเขาคงจะเหมือนกับหยินเซียว ชอบความสงบและรักสันติ เขาคงไม่อยากจะแสดงอะไรที่เอิกเริกเกินไปในการดึงดูดความสนใจ… แต่เมื่อถึงเวลาสำคัญเขาจำเป็ต้องเปิดเผยความสามารถออกมา เมื่อรับรู้ว่าสถานการณ์ของตระกูลจางไม่ได้สงบอย่างที่เห็นบนพื้นผิว”
ดูเหมือนว่าแม้แต่จางหยูเซิงก็เข้าใจดีถึงสถานการณ์ที่ตระกูลจางกำลังประสบอยู่ แต่เขาก็ไม่มีวิธีการแก้ปัญหาในเื่นี้นอกเสียจากโอกาสที่ถูกหยิบยื่นให้โดยสำนักจักรพรรดิดาราเท่านั้น