ณ.สถานที่จัดงานบางกอกแฟชั่นโชว์ต้อนรับฤดูหนาวซึ่งจัดขึ้นอย่างใหญ่โตสมกับเป็แฟชั่นไฮไลท์ประจำปีนี้กวินกับดนัยซึ่งเป็ทั้งญาติสนิทและผู้จัดการส่วนตัวมาถึงสถานที่จัดงานเร็วกว่ากำหนดเล็กน้อยกวินเลยมีเวลานั่งพักผ่อนอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็หนังสือโปรดของเขาขณะรอความพร้อมของสถานที่จัดงาน
“เฮ้ยไอ้วิน มาซะเร็วเชียว จะมาเปิดงานรึไงวะ”ภัสกรทักทายเพื่อนสนิท
“ก็ไม่ได้คิดจะมาปิดงานแน่ละเว้ยว่าแต่ฉันแกละมาเร็วผิดปกตินะวันนี้” กวินสวนกลับเพื่อนรัก
“ก็แน่สิวะงานนี้ฉันต้องเตรียมตัวดีๆ อย่าลืมสิว่างานนี้มีสองสาวพี่น้องมาดูด้วยนะเว้ย”ภัสกรพูดถึงกัลจารีและขวัญข้าวซึ่งจะมาเป็ตัวแทนคุณวิศาลร่วมบริจาคใน่การกุศลปิดท้ายโชว์ครั้งนี้
“สองสาวพี่น้อง ใครกันวะ” กวินถามเพราะตอนที่ภัสสกรคุยกับสองสาว กวินเดินไปหยิบน้ำดื่มในครัว เลยไม่รู้ว่าสาวสวยที่เจอและรู้สึกสนิทใจด้วยเป็ครั้งแรกจะมางานนี้เขาไม่คิดว่าจะได้เจอขวัญข้าวอีกครั้งในระยะเวลาที่เร็วขนาดนี้คิดแล้วก็อดดีใจไม่ได้ ‘เอ๊ว่าแต่ทำไมเขาต้องดีใจด้วยล่ะมันชักจะยังไงแล้วนะเนี่ย’
“ก็ยัยจากับน้องขวัญลูกสาวของคุณลุงวิศาลไงละวะแกนี่ไม่รู้อะไรเลย ไปด้วยกันมาเป่าเนี่ย”ภัสกรด่าเพื่อนเพราะลืมไปว่าตอนนั้นตัวเองเป็คนขอให้เพื่อนเดินไปเอาน้ำให้แท้ๆ
“เดี๋ยวก็โดนตื๊บหรอกไอ้กร ฉันว่าแกต้องคุยกันตอนใช้ชั้นไปเอาน้ำให้แน่ๆ”กวินแน่ใจเลยละ เพราะเขาไม่เคยได้ยินเื่นี้จริงๆ
“อ้าวเหรอวะ โทษทีวะเพื่อนแฮะๆ”
“ไม่ต้องมาตลกเลยแล้วคุณขวัญกับคุณจาจะมากันยังไงละเนี่ย” กวินถามด้วยความเป็ห่วง
“แหมไม่ต้องห่วงหรอกสองสาวนั่นเขาอยู่กรุงเทพมาแต่เด็กคุณขวัญก็คนกรุงเทพแท้ๆ ยัยจาเองก็เรียนที่นี่มาั้แ่มัธยมไงก็ขับรถมาถูกแน่นอน”
ขณะเดียวกันทางด้านกัลจารีและขวัญข้าวก็กำลังแต่งหน้าทำผมเตรียมตัวไปงานแฟชั่นโชว์โดยเฉพาะ
“ยัยขวัญจาสวยรึยังจ้ะ”กัลจารีที่วันนี้สวมเดรสสีดำสวยเรียบหรูสั้นแค่เข่าและสวมเครื่องประดับซึ่งทำจากทองคำขาวฝังเพชรเม็ดเล็กๆเข้าคู่กับสร้อยข้อมือและต่างหูชุดเดียวกัน พร้อมกับรวบผมมวยหลวมๆปล่อยผมกรุยกรายลงมาเล็กน้อยแบบเก๋ไก๋ทำให้ดูเป็สาวหวานที่สวยเก๋มีสไตล์เหมาะกับการเข้าร่วมงานแฟชั่นวันนี้นัก
“สวยมากมายเลยจ้ะ เผลอๆนักข่าวจะคิดว่าเป็นางแบบหน้าใหม่มาเดินในงานนะเนี่ย”ขวัญข้าวแซวเพราะวันนี้เพื่อนรักสวยมากจริงๆ อย่างกับตั้งใจแต่งไปให้ใครดูงั้นล่ะ
“แหมเว่อร์ยะ นางแบบนะต้องหล่อนเลยคุณเพื่อนสวย สูงยาวเข่าดีขนาดนี้ฉันว่ามีแมวมองมาทาบทามแกไปเป็ดาราหรือนางแบบแหงๆ”กัลจารีพูดกับขวัญข้าวและมองด้วยความชื่นชมเพราะวันนี้เพื่อนเธอสวมชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มที่ช่วยขับเน้นผิวขาวให้ดูผ่องใสสวยกระจ่างไปทั้งตัวสวมเครื่องประดับเป็สร้อยทองคำขาวพร้อมจี้เพชรรูปหัวใจเข้าชุดกับต่างหูและสร้อยข้อมือทองคำขาวแซมด้วยเพชรเม็ดเล็กๆฝีมืองานละเอียดลออเข้าชุดกันมองดูแล้วเพื่อนเธอนี่เหมาะจะเป็ดารามากกว่าเ้าของโฮมสเตย์กลางหุบเขาอีกนะเนี่ยเพราะดูมุมไหนๆก็เด่นสะดุดตาไปหมด ถ้าลองเพื่อนเธอไปอยู่ท่ามกลางดารานางแบบวันนี้คงแยกไม่ออกแน่ว่าเธอเป็แค่สาวน้อยธรรมดาๆไม่ใช่คนในวงการ
“มากไปยะ ชมแบบนี้หวังอะไรรึเปล่าเนี่ย”
“ฉันพูดจริงๆ นะขวัญแกไม่คิดเปลี่ยนใจไปเป็ดารานางแบบกับเขาบ้างเหรอ รับรองรวยเละแน่เลยเดี๋ยวฉันเป็ผู้จัดการให้ เก็บตังค์ได้เยอะๆ แล้วค่อยกลับไปทำโฮมสเตย์ก็ได้แม่นวลไม่ว่าอะไรหรอก”กัลจารีแนะนำเพื่อนรักด้วยหัวทางด้านบริหารเริ่มทำงานเดินหน้าเต็มที่
“ไม่ต้องเลยยะจำไม่ได้เหรอที่เราเคยแสดงละครมหาลัยด้วยกันคราวก่อนขวัญเกือบทำจาหน้าแตกหกล้มบนเวทีไปแล้วดีนะที่จาคว้าเสาบนเวทีไว้ทันไม่งั้นได้อายเขาแย่”ขวัญข้าวนึกถึงตอนที่อาจารย์ขอให้ช่วยแสดงละครเป็นางเอกในงานครบรอบยี่สิบปีของมหาลัยครั้งนั้นขวัญข้าวซุ่มซ่ามเหยียบกระโปรงตัวเองบนเวทีจนเกือบล้มดีที่กัลจารีที่แสดงเป็เพื่อนอยู่ข้างๆ พอดีเลยกู้สถานการณ์ไว้ได้ทัน
“เออจำได้ ฉันนี่ไม่น่าลืมเลยนะว่าแกซุ่มซ่ามแค่ไหนแต่จริงๆ เป็ดาราถ้าหกล้มเค้าก็ถ่ายซ่อมได้นี่นาจะลองดูเป่างานนี้ฉันฟันธงได้เลยว่ามีคนมาทาบทามแกชัวร์”กัลจารียังคงไม่ล้มเลิกความคิด
“พอๆ เลยยัยจามัวพูดอยู่นั่นละเดี๋ยวก็ไปสายหรอกไปเถอะๆ ถ้ามีแมวมองมาทาบทามสักสิบคนแล้วฉันจะพิจารณาดูใหม่แล้วกัน” ขวัญข้าวตัดบทแล้วรีบเดินหนีเพื่อนรักไปเตรียมตัวทำหน้าที่คนขับทันที
“โอเคๆไปก็ได้แต่แกต้องรับปากนะว่าถ้ามีคนมาทาบทามแกนับสิบแล้วก็จะลองดู”กัลจารียังคงรุกต่อ
“จ้ะๆๆ ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวก็สายหรอก”ขวัญข้าวตัดบทอีกครั้งโดนไม่นึกว่าตัวเองจะมีคนสนใจเยอะขนาดนั้นจริงๆแล้วสุดท้ายเธอจะรู้ว่าคิดผิดไปถนัดไม่น่าพูดตัดรำคาญเพื่อนรักแบบนั้นเลย
“ได้เลยเพื่อนเลิฟ”กัลจารียิ้มกริ่มเพราะมั่นใจว่างานนี้เพื่อนเธอได้เข้าวงการชัวร์
“ป่านนี้แล้วทำไมยัยจายังไม่มาอีกน้ามัวไปทำอะไรกันอยู่เนี่ย” ภัสกรเดินวนไปวนมาอยู่ด้านหน้าทางเข้างานพร้อมกับกวินหลังจากที่แต่งเติมหน้าตาผมเผ้าเรียบร้อยแล้วเหลือแค่เปลี่ยนชุดก็พร้อมเดินแบบได้วันนี้ทั้งสองคนมาในลุคการแต่งหน้าและทรงผมแบบสโนว์แมนมาดเท่ทั้งโทนหน้าสีผมออกไปทางสีเงินบลอนด์ ทรงผมตั้งขึ้นมามีลักษณะชี้ไปมาเหมือนไม่ตั้งใจแต่กลับถูกเซ็ทเอาไว้ได้อย่างเหมาะเจาะลงตัวกับใบหน้าใสคมเข้มของกวินที่เป็หนุ่มไทยแท้แต่ไปอยู่ต่างประเทศนานจนออกจะคล้ายๆลูกครึ่งฝั่งตะวันตกและภัสกรที่ใบหน้าขาวตี๋ค่อนไปทางหนุ่มเกาหลีที่กำลังเป็ที่นิยมอยู่ตอนนี้ทั้งสองคนดูโดดเด่นจนใครๆ ไม่ว่าหญิงหรือชายพากันมองจนต้องเหลียวหลังกลับ
“นี่นายกร นายวินมัวมาทำอะไรอยู่แถวนี้วะเข้าไปหลังเวทีได้แล้ว งานกำลังจะเริ่มแล้วนะเจ๊ซินดี้ชะเง้อคอมองหาพวกนายสองคนจนคอยาวเป็ยีราฟแล้ว”ดนัยออกมาตามสองหนุ่มเพราะใกล้จะได้เวลาขึ้นโชว์บนเวทีแล้ว
“อีกแป๊บหนึ่งน่าดนัย ฉันกับไอ้วินรอสาวอยู่สองคนนั้นไม่ค่อยได้ออกงานแบบนี้บ่อยๆ เดี๋ยวได้งงกันพอดี” ภัสกรพูดถึงสองสาวโดยที่ดนัยทำหน้างงหันไปทางกวินเป็เชิงซักถาม
“สองพี่น้องลูกคุณลุงวิศาลที่เล่าให้ฟังไงไอ้กรมันเป็ห่วงกลัวน้องเขาจะเดินเข้างานไม่ถูก ทั้งๆ ที่มีบริกรกับ พนักงานต้อนรับคอยพาเข้าไปอยู่แล้วน่ะ”กวินอดกัดเพื่อนไม่ได้ ทั้งๆที่ตัวเองก็อยากเจอสองสาวโดยเฉพาะสาวสวยร่างสูงโปร่งคนนั้นเหมือนกันเลยออกมารอด้วย
“น้อยหน่อยไอ้วิน ว่าแต่ฉันแล้วนายตามมาทำไมไม่ทราบห๊าาโธ่อยากเจอคุณขวัญก็บอกมาเถอะไม่ต้องมาฟอร์มว่าชั้นหรอกโว้ย” ภัสกรเอาคืน
“โหสาวสองคนนั้นอยู่สังกัดไหนวะ สวยบาดใจเลยคนหนึ่งสวยสูงโปร่งหน้าตาคมเข้มอย่างกับนางแบบอีกคนก็สวยหวานซึ้งหุ่นกลมกลึงได้มาตรฐานสาวไทยเลย น่าจีบมาอยู่สังกัดแฮะ”ดนัยมองเห็นสองสาวซึ่งก็คือขวัญข้าวและกัลจารีเดินเด่นสะดุดตามาแต่ไกลทุกคนในที่นั้นไม่เว้นแม้แต่บรรดาดารานางแบบที่มาในงานก็อดมองสองสาวไม่ได้ก็เธอเล่นสวยสมเป็ช้างเผือกเมืองกรุงซะอย่างนั้นพวกแมวมองต่างพากันจ้องสองสาวตาไม่กะพริบต่างคนต่างสงสัยว่าพวกเธออยู่สังกัดไหน
“อ้าวยัยจาน้องขวัญมากันแล้วเหรอจ๊ะรู้ไหมพี่รอพวกเราตั้งนานแน่ะไปๆ เข้าไปข้างในกันงานใกล้จะเริ่มแล้ว”ภัสกรเดินเข้าไปหาสองสาวทันทีนั่นทำให้ผู้คนทั้งหลายรวมทั้งนักข่าวต่างพากันมองไปทางเดียวกันพวกสื่อก็เริ่มเตรียมตัวชักภาพเขียนข่าวเพราะทั้งสองสาวและสามหนุ่มเด่นสะดุดตาไม่แพ้ใครทั้งฝ่ายชายหนุ่มก็ดังระดับประเทศทั้งพระเอก นายแบบและอดีตนายแบบระดับต้นๆของประเทศงานนี้ไม่มุงไม่ได้แล้ว ต่างคนเริ่มชักภาพและเตรียมเข้าไปสัมภาษณ์ทันทีแต่ดนัยไหวตัวทันรีบหันกลับมาดักคอนักข่าวทั้งหลายไว้ก่อน
“เอ่อพี่ๆทั้งหลายครับเดี๋ยวเลิกงานเราค่อยสัมภาษณ์แล้วกันนะครับผมขอพาสองหนุ่มเข้าไปเตรียมตัวหลังเวทีก่อนแล้วงานเลิกเมื่อไหร่เชิญพี่ๆ นักข่าวสัมภาษณ์ให้จุใจไปเลยนะครับ”ดนัยว่าพลางหันมาพยักหน้าให้สองหนุ่มซึ่งเตรียมพร้อมอยู่แล้ว
“พวกเธอสองคนมาช้านะเนี่ย รีบเข้าไปในงานได้แล้วคุณหญิงกรกนกกำลังรอพวกเธอสองคนอยู่นะรู้ไหม”ภัสกรเอ่ยอ้างถึงมารดาซึ่งเป็หนึ่งในเ้าภาพหลักในงานทำให้พวกนักข่าวไม่กล้าขัดขวางพร้อมกับหลีกทางให้อย่างง่ายดายส่วนสองสาวเองก็รับมุขรีบพากันจ้ำอ้าวตามภัสกรไปทันทีโดยมีกวินและดนัยตามปิดท้าย
“แหมไวนะคะพี่กร เื่ทางหนีทีไล่นี่ไม่ต้องห่วงเลยถนัดจริงๆ” กัลจารีเอ่ยแซวชายหนุ่มที่เดินนำอยู่ข้างหน้า
“น้อยๆ หน่อยยัยจานี่ได้พี่ช่วยหรอกนะถึงหลุดจากกลุ่มนักข่าวมาได้น่ะ รู้งี้ปล่อยทิ้งไว้ก็ดีแทนที่จะขอบคุณกันสักคำไม่มีล่ะ”
“โอ๋ๆ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าพี่กรขี้น้อยใจจาขอบคุณก็ได้คะขอบคุณมากๆ เลยนะคะพี่กรสุดหล่อดูสิแต่งหน้าแต่งผมซะเท่เชียวคุณวินก็เหมือนกันนะคะ หล่อมากมายเลยค่ะวันนี้จริงไหมยัยขวัญ”กัลจารีหันไปพูดกับขวัญข้าวที่เดินตามมาติดๆ
“จริงจ้ะ วันนี้พี่กรกับคุณกวินดูแปลกตาไปเลยนะคะเหมือนไม่ใช่คนที่เพิ่งเจอกันเมื่อสามวันก่อนเลย”ขวัญข้าวพูดกับเพื่อนรักพร้อมกับหันไปยิ้มให้กับชายหนุ่มที่ขยับขึ้นมาเดินเคียงข้างทิ้งดนัยไว้เดินปิดท้ายคอยระแวดระวังคนที่จะเข้ามาถ่ายรูปหรือสัมภาษณ์หนุ่มสาวสองคู่นี้
“วันนี้พวกผมดูแปลกมากเลยเหรอครับ”กวินถามสาวสวยที่อยู่เคียงข้าง ‘แปลก กับคนที่เพิ่งเจอกันไม่นานทำไมกลับทำให้เรารู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เจอนะ’ ชายหนุ่มนึกในใจ
“ไม่หรอกค่ะขวัญว่าเท่ดีออก จริงๆขวัญกับจาก็เห็นคุณกวินกับพี่กรแบบนี้ตามสื่อบ่อยๆแค่ไม่ชินเวลาที่ต้องมาเจอตัวเป็ๆ นะคะแถมยังเจอพวกนักข่าวรุมขนาดนั้นเลยรู้สึกได้ถึงความต่างว่าพวกคุณสองคนเนี่ยเป็ซุปสตาร์จริงๆ” ขวัญข้าวกล่าวชมจากใจจริงแต่กวินกับไม่รู้สึกดีใจกับคำชมนั้น เพราะสะดุดกับความต่างที่ขวัญข้าวพูดถึง
“ต่างยังไงกันครับผมมันก็นายกวินคนเดิมคนเดียวกับคนที่คุณขวัญเจอที่เชียงใหม่นะครับไม่เห็นจะต่างกันสักนิด”กวินแย้งเพราะไม่อยากให้มีอะไรมาคั่นขวางกับความรู้สึกแปลกๆ ที่กำลังเกิดขึ้นแล้วตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่ามันคืออะไร
“ก็พวกคุณดังจริงๆ นี่คะ ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกสาวๆพากันซื้อตั๋วราคาแพงเข้ามาดูแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้เยอะแยะไปหมด”ขวัญข้าวพูดพร้อมกับหันไปมองบรรดาสาวๆ ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ที่ตอนนี้ทั้งแอบมองชำเลืองมองบางคนก็มองดูพวกเธอกับสองหนุ่มอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะหญิงสาวที่อยู่ใกล้ๆกับเวทีคนนั้นขวัญข้าวจำได้ว่าเธอเป็ดารานางแบบชื่อดังที่กำลังเป็ที่นิยมอยู่ในตอนนี้วินนี่ หรือวินิดา วรวินิชกำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆเหมือนกับหล่อนเกลียดเธอมาสิบๆ ชาติงั้นแหละ
“เอาเถอะครับ คนพวกนั้นมองแล้วก็ชื่นชมพวกผมก็จริงแต่ก็แค่ภายนอกเท่านั้นละครับ แต่กับคุณผมว่าเรารู้จักกันมากกว่านั้น จริงไหมครับ”กวินพูดพร้อมจ้องมองดวงตาคู่สวยของหญิงสาวตรงหน้า
“เอ่อ ขวัญว่าน่าจะใกล้เวลาเดินแบบแล้วมั๊งคะผู้จัดการของคุณกวักมือเรียกอยู่ด้านนู้นแน่ะค่ะ” ขวัญข้าวชี้ไปยังทางที่ดนัยรอกวินและภัสกรอยู่โดยเลี่ยงที่จะตอบคำถามที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแปลกๆกวินเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่ส่งยิ้มให้สาวสวยทั้งสองที่ขณะนี้มาถึงที่นั่งของพวกเธอแล้วหลังจากนั้นกวินก็เดินไปหาดนัยและภัสกรเพราะใกล้เวลาเริ่มงานแล้วแต่ยังไม่ทันถึงจุดที่ดนัยรออยู่วินนี่ดารานางแบบสาวสวยที่มีผลงานละครเื่ล่าสุดที่เพิ่งถ่ายทำจบไปไม่นานกับเขาเดินเข้ามาทักทายแถมถือวิสาสะคล้องแขนชายหนุ่มพร้อมทำท่าทางออดอ้อนเต็มที่
“สวัสดีค่ะวิน มัวทำอะไรอยู่คะทำไมมาแต่งตัวช้าจังรู้ไหมวินนี่รอวินตั้งนานแน่ะ แล้วเมื่อครู่วินนี่เห็นวินคุยอยู่กับใครคะนางแบบสังกัดไหนน่ะหน้าตาไม่คุ้นเลย”วินนี่ถามชายหนุ่มพร้อมหันไปมองตรงที่กัลจารีและขวัญข้าวนั่งอยู่พลอยให้กวินต้องมองตามไปด้วย
“เพื่อนของผมกับนายกรนะครับ ไม่ใช่นางแบบที่ไหนหรอก” กวินตอบพร้อมกับแกะแขนหญิงสาวออกแล้วรีบเดินเข้าไปหลังเวทีทันที
“วิน วินคะรอวินนี่ด้วยสิคะ”
“เฮ้ยไอ้วิน นี่ยายวินนี่มาเดินงานนี้ด้วยเหรอวะทำไมฉันไม่เคยเห็นคุณเธอมาซ้อมเลยอ่ะ”ภัสกรถามเพื่อนสนิทเพราะกวินรับงานเดินแบบครั้งนี้เพราะส่วนหนึ่งเป็งานกุศลและเขาคิดว่างานนี้ไม่มีวินนี่มาร่วมด้วยเพราะเธอติดถ่ายแบบที่ต่างประเทศเขาเองก็แปลกใจไม่น้อยที่เจอหญิงสาววันนี้ เพราะหลังจากได้ถ่ายละครคู่กับหญิงสาวเ้าหล่อนก็คอยตามติดเขาตลอดขนาดว่ามีชื่อเสียง งานเข้าเยอะแยะไปหมดไม่รู้ว่าเธอเอาเวลาไหนมาคอยตามตอแยเขานัก
“ไม่รู้” กวินเพียงตอบสั้นๆแค่นั้นภัสกรก็รู้แล้วว่าเพื่อนรักกำลังหงุดหงิดจะไม่ให้หงุดหงิดได้ไงล่ะในเมื่ออยู่ๆยัยตัวป่วนอย่างวินนี่ที่คอยตามเกาะแข้งเกาะขากวินั้แ่แสดงละครด้วยกันครั้งแรกจนถึงตอนนี้ทั้งยังคอยเช็คตารางเวลาของกวินทั้งงานต่างๆ แล้วก็เวลาส่วนตัวหลังจากนั้นก็ตามไปแจมด้วยตลอดปกติกวินเองก็ค่อนข้างจะรักความสงบผิดจากอาชีพที่ทำอยู่แล้วยังต้องมาเจอกับยัยตัวป่วนนี่อีก คิดแล้วก็น่าสงสารเพื่อนรักนักแต่ภัสกรก็จนปัญญากับผู้หญิงคนนี้จริงๆใช่ว่าเขาจะไม่เคยช่วยเพื่อนรับมือยัยตัวป่วนนี่นะ ถึงขนาดยอมเสียชื่อยอมปลอมเป็คู่ควงหลอกๆให้นายกวินก็มีแต่จนแล้วจนรอดยัยตัวแสบนี่ก็หาทางพิสูจน์จนเขากลับงานเข้าต้องตามแก้ข่าวเื่เป็เกย์ไม่หวาดไม่ไหวแต่กวินกับรอดทุกกรณีเพราะฝีมือยัยวินนี่ นี่ล่ะ คิดแล้วน่าโมโหจริงๆสงสัยต้องจัดการให้นายกวินมีแฟนจริงๆ จังๆ ซะแล้วยัยนี่จะได้เลิกกวนใจเพื่อนเขาซะทีแล้วตอนนี้ภัสกรก็เจอเป้าหมายที่เหมาะสมสุดๆแล้วด้วยคงต้องวางแผนกันต่อกับยัยจาหน่อยล่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเริ่มมันซะคืนนี้ละวะแล้วภัสกรก็ยกมือถือกดหากัลจารีทันที
“โห ชุดสวยๆ ทั้งนั้นเลยนะขวัญ นางแบบนายแบบก็สวยๆหล่อๆ ทั้งนั้นดูแล้วเจริญหูเจริญตาดีจัง”กัลจารีเอ่ยกับเพื่อนรักที่กำลังเพลินกับแฟชั่นบนเวทีเช่นกัน
“อื้มสวยมากเลยล่ะจา ดีไซเนอร์คนนี้เก่งมากเลยนะออกแบบชุดแต่ละคอลเล็คชั่นเสร็จ ออกขายได้ไม่ถึงเดือนคนก็รีบไปซื้อจนสินค้าขาดตลาดทุกที” ขวัญข้าวเอ่ยชมดีไซเนอร์ชื่อดังที่อายุยังน้อยแต่สามารถขยับขึ้นมาอยู่แถวหน้าได้อย่างรวดเร็วคงเป็เพราะความใส่ใจในรายละเอียดของชิ้นงานที่ออกแบบและคัดสรรเนื้อผ้ามาทำผลงานได้อย่างเหมาะเจาะและงดงามอีกทั้งงานที่ออกแบบมายังสวมใส่ได้หลายโอกาส ทำให้เป็ที่นิยมกันมากในขณะนี้ทั้งในกลุ่มวัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน ขวัญข้าวเองก็เป็แฟนคลับดีไซเนอร์คนนี้เพราะจริงๆ แล้วเป็คนรู้จักของครอบครัวขวัญข้าวมานานแล้วขวัญข้าวเองก็เพิ่งรู้ว่าดีไซเนอร์ชื่อดังซึ่งก็คือตฤณ อินทรลักษณ์พี่ชายที่เธอเคารพนับถือกลับมาจากฝรั่งเศสเมื่อเดือนที่แล้วหลังจากไปศึกษาต่อและทำงานที่ฝรั่งเศสเป็เวลาสี่ปีตฤณเป็เพื่อนรุ่นพี่ที่จัดว่าสนิทที่สุดของขวัญข้าวคนหนึ่งแต่ต้องห่างกันไปนานถึงสี่ปีเพราะต้องไปเรียนต่อ จนกระทั่งเดือนที่แล้ว อยู่ๆก็มีอีเมลแปลกๆ ส่งเข้ามาหาขวัญข้าว พอเปิดอ่านถึงรู้ว่าเป็พี่ตฤณของขวัญนั่นเองพอรู้ว่างานนี้มีพี่ชายเป็หนึ่งในดีไซเนอร์ที่เข้ามาโชว์ผลงานด้วยแล้วขวัญข้าวก็ยิ่งอยากมาชื่นชมฝีมือตฤณให้เต็มตาสักครั้ง