บทที่ 17 ผมสนใจแค่ผลลัพธ์
อันโหรวเดินเข้ามาและเตือนด้วยความหวังดี “การถูกซื้อกิจการคือทางรอดที่ดีที่สุดค่ะ”
ผู้จัดการไม่สามารถทนต่อไปได้อีก ขาทั้งสองข้างสั่นเทา ร่างกายทั้งหมดถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ในตอนนั้นเอง เสียงหญิงสาวที่อ่อนหวานก็ดังขึ้น “พี่โอวหยาง โรงงานหยกเป็แบบนี้เองเหรอคะ”
อันโหรวหนังตากระตุกอย่างรุนแรง พี่โอวหยาง...หัวใจของเธอสั่นไหวในชั่วพริบตา มองไปข้างหน้าตามเสียงของหญิงสาว
เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยแต่แปลกตา หัวใจของเธอก็จมดิ่งลงไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่คิดว่าห้าปีต่อมา เธอจะได้พบกับโอวหยางลี่ในสถานการณ์แบบนี้
และผู้หญิงที่เกาะแขนเขาไม่ใช่เลี่ยวเวย ผู้หญิงคนนี้ดูอ่อนเยาว์ พูดจาแบบเด็ก ๆ รู้สึกเหมือนยังเป็นักเรียนอยู่
“กลุ่มบริษัทโอวหยางก็้าซื้อกิจการของบริษัทเฮ่อด้วยเหรอ” เสียงของผู้ชายที่เ็าดังขึ้น อันโหรวจับสังเกตความเ็าในดวงตาของจิ่งเป่ยเฉินได้อย่างรวดเร็ว
ความเ็านั้นไม่ใช่ความเย็นธรรมดา แต่เป็ความเย็นเฉียบเข้ากระดูก เหมือนมีดที่ชุบน้ำแข็ง กรีดิัผู้คนครั้งแล้วครั้งเล่า
โอวหยางลี่สลัดแขนของหญิงสาวที่เกาะแขนเขาออก เดินมาข้างหน้า ยิ้มอย่างเป็ทางการ แม้แต่เสียงก็มีกลิ่นอายของความเป็ทางการมากขึ้น
“ไม่คิดว่าคุณจิ่งจะอยู่ที่นี่ด้วย ผมขอพูดตามตรงนะครับ กลุ่มบริษัทโอวหยางยุโรป-เอเชีย มีแผนที่จะซื้อกิจการของบริษัทเฮ่อจริง ๆ”
“เมื่อเจอบริษัทจิ่ง แผนการของกลุ่มบริษัทโอวหยางจะยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นอยู่อีกเหรอ” น้ำเสียงของจิ่งเป่ยเฉินเต็มไปด้วยการข่มขู่
ผู้หญิงที่มากับโอวหยางลี่มีสีหน้าใกลัวอย่างยิ่ง
เธอรีบเดินเข้ามาเกาะแขนโอวหยางลี่อีกครั้ง “พี่โอวหยาง คนนี้เป็ใคร เขาดูดุร้ายจัง ฉันกลัว”
โอวหยางลี่ลูบมือเธออย่างอ่อนโยน พร้อมกับยิ้มให้อย่างอบอุ่น “ไม่ต้องกลัวนะ ฉันกำลังคุยธุระอยู่ เดี๋ยวจะมาอยู่เป็เพื่อนเธอ”
อันโหรวมองความอ่อนโยนของเขาอย่างเต็มตา เขาจำเธอไม่ได้
ก็ใช่อยู่หรอก เธอแต่งตัวเหมือนผู้หญิงขี้เหร่ เสียงก็แหบแห้ง เขาจะจำเธอได้ยังไง
ห้าปีก่อน เธอไม่มีทางเลือก ได้แต่หนีไปให้ไกล
แต่ตอนนี้...
อันโหรวกำมือแน่นแล้วคลายออก ที่มุมปากมีรอยยิ้ม เธอเดินไปข้างหน้าอีกก้าว “คุณโอวหยาง คุณไม่ได้แต่งงานกับคุณหนูตระกูลเลี่ยวหรอกเหรอคะ แล้วตอนนี้…”
เธอจงใจมองไปที่ผู้หญิงหน้าอ่อนคนนั้น ถึงแม้จะพูดอย่างสุภาพ แต่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนเป็คนฉลาด ย่อมได้ยินน้ำเสียงเสียดสีของเธอ
ผู้หญิงข้าง ๆ โอวหยางลี่เข้าใจความหมายในคำพูดของอันโหรว ใบหน้าของเธอดำคล้ำลงในทันที เงยหน้าขึ้นมองอันโหรวด้วยสายตาดูถูก
“เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย คุณโอวหยางชอบฉัน ผู้หญิงแก่อย่างเธอจงใจทำแบบนี้เพื่อจะดึงดูดความสนใจของคุณโอวหยางใช่ไหม”
อันโหรวหัวเราะเบา ๆ “เขามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เธอก็แค่เมียน้อยเท่านั้นแหละ เมียน้อยนี่นะ สมัยโบราณก็เหมือนกับนางบำเรอ ไม่สิ แย่กว่านางบำเรอซะอีก อย่างน้อยนางบำเรอยังได้อยู่ในบ้าน แต่เมียน้อยต้องเลี้ยงไว้ข้างนอก เธอว่าฉันพูดถูกไหม น้องสาว”
“ผู้หญิงแก่ แกชื่ออะไร” สุดท้ายเธอก็ยังเด็กอยู่ แค่คำพูดไม่กี่คำก็ทำให้เธอเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาได้ จะมาทำเป็อ่อนแอไร้พิษภัยได้ที่ไหนกัน
“เหอะ เธอว่าใครเป็เมียน้อย! ตอนนี้โอวหยางลี่กับเลี่ยวเวยแยกกันอยู่! ทั้งคู่ไม่มีความรักให้กันเลย!”
จิ่งเป่ยเฉินโบกมือ ดึงตัวอันโหรวมาไว้ข้างหลังเขา
“เธอเป็พนักงานของบริษัทจิ่ง” ประโยคเดียวก็บอกชัดถึงสถานะของเธอ
โอวหยางลี่ดึงตัวเหอเหมียวไว้ แม้จะมีการตำหนิในคำพูด แต่สายตาและสีหน้ายังคงอ่อนโยนอยู่
“เหอเหมียว อารมณ์เด็ก ๆ ของเธอกำลังกลับมาอีกแล้ว อย่าลืมสิ่งที่เธอสัญญากับฉันนะ” โอวหยางลี่พูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เหอเหมียวยื่นปากน้อย ๆ มองอันโหรวด้วยสายตาเคียดแค้น จำใจต้องยอมแพ้และกระทืบเท้า “ได้ ฉันจำทุกคำที่พี่พูดได้”
พูดจบ เธอก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วหันไปสังเกตโรงงานของตระกูลเฮ่อด้วยตัวเอง
โอวหยางลี่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความเสียใจ มองไปทางอันโหรว “ผมขอโทษแทนเธอด้วย หวังว่าคุณจะไม่ถือสา”
เขาพูดด้วยท่าทางสุภาพ เต็มไปด้วยบุคลิกของสุภาพบุรุษ ดวงตาเป็ประกายอ่อนโยน
ก่อนหน้านี้ เธอถูกดึงดูดด้วยท่าทางแบบนี้ของเขา
แต่ตอนนี้ สิ่งที่แผ่ซ่านทั่วร่างกายมีเพียงความหนาวเหน็บถึงกระดูก
โอวหยางลี่ได้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเธอแล้ว ไม่ใช่คนรัก ไม่ใช่เพื่อน แม้แต่คนแปลกหน้าก็ไม่ใช่ เขาคือศัตรูของเธอ
จิ่งเป่ยเฉินสังเกตการกระทำทุกอย่างของเธออยู่ แม้จะรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ไม่ได้ถามเธอโดยตรง
ทุกคนล้วนมีอดีต บางทีคนตรงหน้าอาจมีความเกี่ยวพันกับโอวหยางลี่ก็เป็ได้
คิดถึงตรงนี้ สีหน้าของจิ่งเป่ยเฉินก็เปลี่ยนไป ผู้หญิงที่มีความเกี่ยวพันกับโอวหยางลี่ นอกจากอันโหรวแล้ว จะมีใครอีก หรือว่า...?
จิ่งเป่ยเฉินพิจารณาเธออย่างละเอียด แววตาค่อย ๆ ลึกล้ำขึ้น
นอกจากดวงตาคู่นั้นแล้ว ส่วนที่เหลือแทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย เขาคิดมากไปหรือเปล่านะ?
โอวหยางลี่เลื่อนสายตาจากตัวเธอ มองไปที่จิ่งเป่ยเฉิน แล้วยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “บริษัทจิ่งไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับหยกมาก่อน ทำไมครั้งนี้ถึงต้องซื้อกิจการของตระกูลเฮ่อด้วย?”
“ก็เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยยุ่ง ตอนนี้ถึงอยากยุ่ง เหตุผลนี้ ประธานโอวหยางพอใจไหม?”
เมื่ออันโหรวได้ยินคำว่า ‘ประธานโอวหยาง’ สี่คำ ถึงได้รู้ว่าโอวหยางลี่ได้เข้าควบคุมบริษัทโอวหยางอย่างสมบูรณ์แล้ว และกลายเป็ผู้นำของกลุ่มโอวหยาง
ห้าปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงเขาโดยสิ้นเชิง ตอนนั้นเขายังค่อนข้างอ่อนต่อโลก เป็แค่เด็กหนุ่มที่ทำอะไรวู่วามหุนหันพลันแล่น
แต่หลังจากผ่านการดำดิ่งในวงการธุรกิจมาหลายปี ตอนนี้เขาโตขึ้นมาก พูดจามีกลิ่นอายของข้าราชการ แม้กระทั่งไม่เว้นที่จะใช้กลยุทธ์ลับหลัง
โอวหยางลี่ชะงัก เมื่อได้สติก็มีรอยยิ้มมั่นใจที่มุมปาก “กลุ่มโอวหยางเริ่มยุ่งเกี่ยวกับหยกมาั้แ่ห้าปีก่อน ใน่ห้าปีมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ก็เป็ผู้นำในอุตสาหกรรมหยกแล้ว บริษัทจิ่งในด้านนี้ถือว่าเป็แค่เด็กใหม่ ด้านอื่นผมไม่กล้าพูดมาก แต่ประธานจิ่งทำแบบนี้ จะเสี่ยงเกินไปหรือเปล่า?”
อันโหรวมองเขา ในใจอดที่จะอุทานไม่ได้ การเปรียบบริษัทจิ่งเป็เด็กใหม่ เขามั่นใจเกินไป หรือหยิ่งผยองเกินไป?
“ผมไม่สนใจกระบวนการ ผมสนใจแค่ผลลัพธ์ ในเมื่อประธานโอวหยางมั่นใจขนาดนี้ งั้นเราก็มารอดูผลลัพธ์กันดีกว่า” จิ่งเป่ยเฉินไม่ค่อยมีความอดทน คิ้วและตาของเขาเ็า ไม่อยากจะเสียเวลาพูดกับโอวหยางลี่มากนัก จึงหันหลังกลับไปตรวจโรงงานต่อ
อันโหรวรีบตามไปทันที
เหอเหมียวที่ไม่ได้พูดอะไรมองตามหลังทั้งสองคนที่จากไป ก่อนจะถ่มน้ำลายทิ้ง จากนั้นก็เกาะแขนโอวหยางลี่ หัวเราะอย่างน่ารัก “พี่โอวหยาง ผู้ชายคนนั้นต้องสู้พี่ไม่ได้แน่ ๆ ในใจหนู พี่เก่งที่สุด!”
เสียงหัวเราะราวกับกระดิ่งเงิน ฟังดูไพเราะมาก เธอช่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทำให้ใจของโอวหยางลี่อ่อนลงไปด้วย
เขายกมือขึ้นบีบแก้มอันอวบอิ่มของเธอ “ตอนนี้ยังมาซนกับฉันอีก อยากโดนจัดการสินะ”
ได้ยินคำว่า ‘จัดการ’ สองคำ ใบหน้าของเหอเหมียวพลันแดงก่ำ เธอซบอยู่ข้างกายเขาอย่างออดอ้อน “น่ารำคาญ รู้แล้วว่าจะจัดการฉัน พี่รู้ไหมว่าเมื่อคืน…”
เธอเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่กลับหน้าแดงซ่าน
โอวหยางลี่ลูบศีรษะของเธอ ก้มลงใกล้ใบหูของเธอ ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์เย้าหยอก “ต่อไปฉันจะเบามือขึ้น”
ภาพอิงแอบกันอย่างอบอุ่นนี้ อันโหรวบังเอิญหันกลับมาเห็นพอดี ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเ็า
ขณะเดียวกัน แขนของเธอก็ถูกบีบแน่น
ดวงตาสีดำสนิทของชายหนุ่มดูลึกลับ น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนกำลังทดสอบ “คุณรู้จักโอวหยางลี่เหรอ”
อันโหรวใ หรือว่าเธอแสดงออกชัดเจนเกินไป?
“ไม่รู้จัก แต่ฉันรู้จักเขา กลุ่มบริษัทโอวหยางถือเป็กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ ในฐานะบริษัททีอี ฉันต้องรู้เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประธาน”
อย่างนั้นเอง ไม่แปลกใจที่เธอรู้ ผู้หญิงที่ชื่อเหอเหมียวไม่ใช่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของโอวหยางลี่
เพียงแต่เขาสงสัยมาก จากการสืบของเธอ โอวหยางลี่เป็คนแบบไหน
ในตอนนั้นเอง อันโหรวก็ตบแขนเขาเบา ๆ “ประธานจิ่ง ฉันได้กลิ่นเหล้า”
จิ่งเป่ยเฉินหลับตา สูดดมอย่างตั้งใจ ก่อนจะพบว่าในอากาศมีกลิ่นเหล้าลอยอยู่จริง ๆ
ตระกูลเฮ่อผลิตหยก ทำไมถึงมีกลิ่นเหล้า?
“จมูกฉันไวมาก ตามกลิ่นเหล้านี้ ฉันจะรู้ได้เลยว่าพวกเขาเก็บเหล้าไว้ที่ไหน” เธอกระซิบเบา ๆ จากนั้นก็ขยิบตาให้เขาเป็เชิงบอกใบ้ว่า ถ้าจะหาที่นี่ ต้องแอบไปเท่านั้น ไม่ใช่ไปอย่างเปิดเผย
บางทีสถานที่แห่งนี้อาจซ่อนความลับบางอย่างไว้
“วันนี้ดูแค่นี้ก่อนแล้วกัน” จิ่งเป่ยเฉินตัดสินใจอย่างเด็ดขาด แล้วเดินกลับไป
อันโหรวสงสัย ในเมื่อเป็เวลาเหมาะสมที่จะเข้าซื้อกิจการแล้ว ก็ควรตรวจสอบให้ถี่ถ้วน
ทำไมโรงงานผลิตหยกถึงเก็บเหล้าไว้ด้วย ถ้าเก็บทองคำไว้ยังพอเข้าใจได้ เพราะทองกับหยกเข้าคู่กันนี่นา!
แต่ในเมื่อบอสใหญ่สั่งแล้วว่าไม่ต้องตรวจ เธอก็ต้องหยุดมือตามคำสั่ง
เมื่อทั้งสองเดินออกมาถึงด้านนอก สิ่งแรกที่เห็นคือรถเฟอร์รารีสุดเท่ที่จอดอยู่
รถสปอร์ตสะดุดตาสุด ๆ แต่สิ่งที่เ้าของรถกำลังทำอยู่นั้น ยิ่งเป็ที่สะดุดตามากกว่า
โอวหยางลี่ดันร่างของเหอเหมียวแนบติดกับตัวรถ มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวของเธอ อีกข้างประคองท้ายทอยของเธอ จูบเธออย่างดูดดื่มโดยไม่สนใจสายตาใคร
ทั้งสองจูบกันอย่างเร่าร้อน มือของโอวหยางลี่ค่อย ๆ เลื่อนลงต่ำ แม้กระทั่งสอดเข้าไปในเสื้อผ้าของเธอ
ภาพที่เห็นช่างร้อนแรงและเร้าใจ