“จะฮันนี่ไหนมันก็น่ารำคาญเหมือนกันนั่นแหละ!! ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้าง ๆ คู ๆ ทำเอามธุรดาต้องแอบกลอกสายตามองขึ้นบน
คนพาล.. ยังไงก็คือคนพาลวันยังค่ำ! มธุรดาถอนหายใจ ขณะที่อัลเบิร์ตมีท่าทางโมโหลูกชายมากขึ้น
“แกจะอะไรนักหนา” ชายสูงวัยขึ้นเสียง
“เอ้อ! ชื่อฮันนี่ก็ต้องเรียกฮันนี่สิวะ” ปิแอร์รีบเอ่ยขึ้นห้ามาระหว่างสองพ่อลูก
“เห็นไหม? 3 เสียงเห็นด้วย คราวนี้แกพอใจหรือยังลูกบังเกิดเกล้าของฉัน” ชายสูงวัยส่ายศีรษะ พยักพเยิดหน้าไปหาปิแอร์
“ลุงดีใจนะที่แกยังคบลูกชายลุงเป็เพื่อน”
ปิแอร์ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะขำ เขาเองเห็นสถานการณ์เริ่มแย่ลงไปเรื่อยๆ จึงตัดสินใจรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที
“ผมก็ดีใจครับ! ” คนผมยาวกล่าวเสียงร่างเริงขึ้นอย่างไม่มีความจำเป็
“ที่ยังเป็เพื่อนไอ้แซม และที่สำคัญได้รู้จักชื่อของคุณ” ชายหนุ่มหันไปยิ้มหวานให้กับมธุรดา เขาสังเกตว่าาหยุดระหว่างอัลเบิร์ตและแซมเมอร์ได้หยุดชะงัก
“เนี่ยคุณลุงครับ บังเอิญมากเลย...” เขาหันไปหาอัลเบิร์ต ก่อนจะเริ่มเล่าเื่ที่ได้เจอกับมธุรดาโดยบังเอิญ โดยที่ไม่ลืมหันไปขยิบตาให้เพื่อนรัก แซมเมอร์ยอมนั่งลงบนโต๊ะอาหารอย่างเซ็ง ๆ แต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ
อัลเบิร์ตนั่งฟังเื่ของปิแอร์และมธุรดาอย่างสนอกสนใจ เนื่องจากไม่มีแขกหน้าใหม่มาที่บ้านนานแล้ว นอกจากนี้เขายังแนะนำหญิงสาวให้ปิแอร์รู้จักอย่างเป็ทางการ ขณะที่แซมเมอร์นั้นจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง
ฮันนี่.. เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา.. เขาไม่รู้แม้แต่ชื่อของหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามแม้แต่น้อย..
ไม่ได้สนใจ..
ไอ้ผีหัวฟักทอง!! เสียงเล็กดังขึ้นภายในห้วงความคิด..
หรือว่ายายนี่.. แซมเมอร์ส่ายหน้า ไม่อยากจะยอมรับในสิ่งที่ตัวเองกำลังคิด.. เขาจำได้ว่าตอนเด็กๆ เคยส่งจดหมายหาเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อฮันนี่..
เสียงเรียกชื่อจากอัลเบิร์ตดึงแซมเมอร์ให้หลุดออกจากห้วงความคิด
“รู้จักกันก็ตั้งนานแล้วล่ะ ตอนเด็ก ๆ เ้าแซมยังช่วยเขียนจดหมายอยู่เลย”
จดหมาย.. แซมเมอร์มองหน้าผู้เป็พ่อ ขณะที่มธุรดาเฝ้ามองปฏิกิริยาของแซมเมอร์..
ั์ตาดำขลับเคลื่อนมองมธุรดา แซมเมอร์รู้ทันทีว่าสิ่งที่เขาสงสัยนั้นเป็เื่จริง..
ตึกตัก.. ตึกตัก.. มธุรดาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นดังขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ เส้นเืบนใบหน้าหวานสูบฉีดแรงขึ้นอย่างที่เ้าตัวห้ามเอาไว้ไม่ได้..
“จดหมายอะไร ผมจำไม่ได้ ไร้สาระ” เสียงทุ้มกล่าว ใบหน้านิ่ง ไม่้าพูดถึงเื่ในวัยเด็ก ั์ตาคมนิ่งเย็นราวกับว่าเขารู้สึกรำคาญกับเื่ที่ได้ฟังจริงๆ
เพี้ยะ!
ปิแอร์ตบบ่าเพื่อนรักจนแซมเมอร์ต้องถลึงตาใส่อีกฝ่าย ปิแอร์ยิ้มให้เพื่อนรัก
“ไอ้…@# (^) $ ” ไอ้เวรปิแอร์.. นั่นคือสิ่งที่เขาก่นด่าอยู่ภายในใจ เจ็บชะมัด..
“นายมีเพื่อนตอนเด็กน่ารักขนาดนี้ ทำไมไม่เคยเล่าให้ฉันฟังวะ” ปิแอร์กระซิบกระซาบใส่หูเพื่อน ไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายกำลังโมโห
ขณะที่ทั้งคู่กำลังเถียงกันนั้นมธุรดาก็นั่งก้มหน้าก้มตารับประทานอาหาร รอยแดงระเรื่อบนใบหน้าจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินสิ่งที่แซมเมอร์กล่าว
ผมจำไม่ได้ ไร้สาระ.. เธอคงให้ความสำคัญกับจดหมายพวกนั้นมากไปคนเดียว
เขาจำมันไม่ได้ด้วยซ้ำ.. ร่างบางคิด ขณะที่ตั้งใจตักอาหารรับประทานมากกว่าปกติ
“เฮอะ! ทำมาเป็จำไม่ได้” อัลเบิร์ตกล่าวขึ้น มธุรดาชะงักมือเล็กน้อย เธอตั้งใจฟังเขา แต่ก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาบนโต๊ะอาหาร
ชายสูงวัยเอื้อมมือตักอาหารจานกลางวางมันลงข้างข้าวสวยในจานของเขา
“ตอนเด็กๆ ไอ้เ้านี่น่ะ ขอฉันไปเที่ยวประเทศไทยทุกคริสต์มาสบอกว่าอยากเจอเพื่อนในจดหมาย” เขาพูดกับปิแอร์ ก่อนจะพยักพเยิดไปยังลูกชายคนเดียว
คนถูกพูดถึงใบหน้าตึงเรียบ.. แซมเมอร์ขบกรามแน่น
มธุรดารู้สึกถึงความร้อนข้างแก้มที่เพิ่มระดับขึ้น..
“ตอนเด็กๆ .. สิ่งเดียวที่ผมจำได้คือมีแค่แม่กับผมฉลองวันคริสต์มาสเท่านั้น” เสียงทุ้มกล่าวเสียงเย็น สีหน้านิ่ง
อัลเบิร์ตได้ยินคำพูดของลูกชายก็ได้แต่นิ่งเงียบ.. เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดสิบกว่าปี เขาทำงานหนัก ไม่ได้หยุดแม้แต่วันหยุดสำคัญๆ สำหรับครอบครัว..
ตอนนี้แซมเมอร์นั่งเงียบ นิ่งจมอยู่ในห้วงความทรงจำที่เงียบเหงา.. เขาเฝ้าถามมารดาปีแล้วปีเล่า เฝ้าถามถึงสัญญาที่จะได้ฉลองคริสต์มาสกับพ่อ.. จนในที่สุดเมื่อโตขึ้นเขาก็ได้เข้าใจและเลิกถามเื่นั้นไปในที่สุด..
เขาเลิกฉลองคริสต์มาสไปในที่สุด..
ปิแอร์เหล่สายตามองเพื่อนรัก สลับกับชายสูงวัยที่เขานับถือ.. าเย็นเกิดขึ้นอีกครั้ง
“แกแน่ใจ๊” เขาถามเสียงสูงผ่านความเงียบบนโต๊ะอาหาร ั์ตาทุกคู่จับจ้องไปยังปิแอร์
“แน่ใจอะไร” แซมเมอร์ถามน้ำเสียงนิ่งเช่นเดิม
“แน่ใจว่าจำไม่ได้” ปิแอร์ถาม ขยับสายตาไปมองมธุรดา ที่ตอนนี้ก้มหน้าก้มตาตักอาหารอีกครั้ง
“เออ” แซมเมอร์ตอบอย่างรวดเร็ว
ไอ้นี่มันตอแหล! ปฏิเสธข้างๆ คูๆ .. ปิแอร์ะโอยู่ในใจ เขารู้จักท่าทางนิ่งๆ เก๊กขรึมของเพื่อนรักดี..
ไม่ได้แล้ว! ถึงสองคนนี้จะรู้จักกันั้แ่เด็ก.. แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่มีโอกาส!!
“จำไม่ได้ก็ดี๊” ปิแอร์พูดทับเพื่อนรักเสียงสูง.. แซมเมอร์รู้ว่าอีกฝ่าย้าอะไร
ไอ้บ้าผู้หญิง.. เขาก่นด่าเพื่อนรักในใจ แม้จะรู้ดีว่าที่จริงแล้วปิแอร์ไม่ใช่คนเช่นนั้น เขาเองออกจะประหลาดใจด้วยซ้ำที่จู่ ๆ เพื่อนรักก็เกิดสนใจผู้หญิงขึ้นมา.. ั้แ่รู้จักกันมาเกือบสิบปี.. มธุรดาน่าจะเป็ผู้หญิงคนที่สองที่ปิแอร์ให้ความสนใจ ส่วนใหญ่สิ่งมีชีวิตเพศตรงข้ามที่เพื่อนรักเขาสนใจนักสนใจหนามักจะเป็สัตว์ในศูนย์อนุรักษ์เสียมากกว่า.. จิงโจ้เอย จระเข้เอย โคอาล่าเอย..
อัลเบิร์ตนั่งเงียบ ตักอาหารรับประทานโดยไม่กล่าวอะไรอีก.. ชายสูงวัยนิ่งเงียบเสียจนมธุรดาเริ่มใจไม่ดี
“คุณลุงลองกินนี่สิคะ” เธอตักแกงกะทิขาไก่ให้อีกฝ่าย อัลเบิร์ตยิ้มให้เธอก่อนจะกินมันเช่นกัน
คุณลุงคงเสียใจเื่ที่แซมเมอร์พูดแน่ๆ .. หญิงสาวคิด พลางมองชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามเธออย่างคาดโทษ แซมเมอร์สบตาอีกฝ่ายเช่นกัน..
ก่อนทั้งสี่คนจะรับประทานอาหารเย็นเกือบเสร็จเรียบร้อย ปิแอร์ก็ชวนมธุรดาคุยเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นอีกครั้ง
“คุณฮันนี่.. อืม.. ผมเรียกฮันนี่เฉยๆ ได้มั้ยครับ” ปิแอร์เอ่ยถาม
“ได้สิคะ” มธุรดาพยักหน้ารัวๆ
“ฮันนี่มาที่นี่ทั้งที.. มีที่ไหนสนใจอยากไปเที่ยวบอกผมได้นะครับ” รอยยิ้มจริงใจที่เปื้อนบนใบหน้าทำให้หญิงสาวยิ้มไปกับเขา
“ขอบคุณนะคะ” เธอกล่าว แต่ไม่ยอมตอบอีกฝ่ายตรงๆ .. จริงๆ เธอมีหลายที่ที่อยากจะไป แต่ก็เกรงใจอัลเบิร์ตที่อุตส่าดูแลเธอทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก เธอไม่อยากทิ้งอีกฝ่ายไปเที่ยวเสียเฉยๆ
“นั่นสินะ ั้แ่หนูมาก็อยู่บ้านเฉยๆ กับฉันทั้งวัน ควรจะไปเปิดหูเปิดตาหน่อย ไหนก็มาถึงที่นี่แล้ว” อัลเบิร์ตกล่าวต่อ ราวกับอ่านใจของมธุรดาได้
แซมเมอร์นั่งฟังไม่พูดอะไร.. เขารู้ถึงความตั้งใจเกี้ยวพาราสีของเพื่อนรักอย่างแจ่มแจ้ง
“อยู่บ้านกับคุณลุงก็สนุกดีนะคะ” มธุรดายิ้มตอบยิงฟัน ขณะที่อัลเบิร์ตส่ายหน้าให้เธอ
“อย่ามาพูดให้ลุงดีใจหน่อยเลย” คนสูงวัยกล่าว
“ไม่มีอะไรที่อยากทำเลยเหรอครับ” ปิแอร์คะยั้นคะยอถาม หญิงสาวทำท่าครุ่นคิดก่อนจะตอบเขินๆ
“จริงๆ ฉันฝันมานานแล้วว่าอยากอุ้มโคอาล่าค่ะ” เสียงหวานตอบในที่สุด
ปิแอร์ฉีกยิ้มกว้างยืดหน้าอกอย่างผึ่งผาย ก่อนตบไปอีกหน้าอกตัวเองหนึ่งครั้ง
“ผมขออาสาเป็คนทำความฝันนั้นให้เป็จริงฮะ”
แซมเมอร์เปรยสายตามองหน้าเพื่อนรัก ปิแอร์ยักคิ้วตอบกลับอีกฝ่าย เขาเคลื่อนสายตามองไปยังมธุรดาที่ตอนนี้ยิ้มจนตาแทบจะปิด.. รอยยิ้มนั่นทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดนัก
ความจริงที่ว่าผู้หญิงตรงหน้าเคยเป็เพื่อนทางจดหมายยังคงสร้างความประหลาดใจให้เขาไม่น้อย..
“เธอไปแล้วใครจะดูแลพ่อฉัน” คนนั่งเงียบพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ปิแอร์มองหน้าเพื่อนรักอย่างที่อยากจะฟาดอีกฝ่ายอีกสักปัง ขณะที่อัลเบิร์ตหลิ่วตามองลูกชายที่พูดอะไรไม่เหมือนในยามปกติ
มธุรดาพูดไม่ออก.. เขาจี้ใจดำเธอ
“แกจะไม่หาเื่สักนาทีจะได้ไหม ก็ฉันอนุญาตให้ฮันนี่ไปเอง” อัลเบิร์ตเอ็ดลูกชายเมื่อเห็นมธุรดาหน้าเสียเล็กน้อย
แซมเมอร์ผงกศีรษะลงเล็กน้อย เป็เชิง ‘รับคำสั่ง’ ก่อนจะปรายสายตามองมธุรดาราวกับจะพูดว่า ‘ดีใจด้วย คุณได้ไปต่อ’
เขาตั้งใจกวนประสาททั้งอัลเบิร์ตและมธุรดา
“นี่ก็เย็นมากแล้ว ยังไงผมน่าจะต้องขอตัวกลับก่อนนะครับคุณลุง” ปิแอร์หันไปบอกอัลเบิร์ต ขณะที่นาโอมิเดินมาเก็บจานข้าวของเขา อัลเบิร์ตพยักหน้ารับ ปิแอร์หันไปหามธุรดา
“งั้น.. พรุ่งนี้เช้าผมมารับฮันนี่ดีไหมครับ” เขาหันไปมองอัลเบิร์ตเป็เชิงขออนุญาตเช่นกัน ชายสูงวัยไม่คัดค้านอะไร มธุรดามสบสายตากับอัลเบิร์ตที่ยิ้มให้กับเธอเป็เชิงให้ตอบรับ
หญิงสาวยิ้มตอบปิแอร์
“รบกวนด้วยนะคะ”
ปิแอร์กำหมดส่งเสียง ‘เยส’ ให้กับตัวเองเบาๆ ขณะที่แซมเมอร์มองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก