บทที่ 14: ปราณกระบี่ปลิดิญญา
แววตาดูถูกเหยียดหยามของหลี่หู่ฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ ในสายตาของเขา เด็กหนุ่มผมเงินตรงหน้าก็ไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่งดงามแต่เปราะบาง การดำรงอยู่ของอีกฝ่ายราวกับเป็สิ่งที่ท้าทายสถานะนายน้อยผู้ยิ่งใหญ่ของเขา
หลี่หู่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวข้ามถนนมาหาหลิงเซียวอย่างช้าๆ พวกลูกน้องรีบเดินตามมาสมทบราวกับฝูงหมาป่าที่ได้กลิ่นเหยื่อ
"เ้าเด็กหน้าสวย" หลี่หู่เดินวนรอบตัวหลิงเซียว สายตาประเมินอย่างเปิดเผย "มาจากเผ่าิญญาขี้ขลาดสินะ? ไม่รู้หรือว่าที่นี่ไม่ใช่ป่าสวยๆ ให้เ้าวิ่งเล่น ที่นี่คือเมืองเมฆาชายป่า! สถานที่สำหรับตุ๊กตาบอบบางเช่นเ้า...มีไว้ให้คนเหยียบย่ำเท่านั้น!"
หลิงเซียวยังคงยืนนิ่ง ดวงตาสีม่วงของเขาสงบราบเรียบราวกับผืนน้ำในบ่อลึก ปราศจากความกลัว, ความโกรธ หรืออารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เขามองหลี่หู่ราวกับมองก้อนหินข้างทางก้อนหนึ่ง
ความเงียบสงบของหลิงเซียวกลับยิ่งราดน้ำมันลงบนกองไฟแห่งความริษยาของหลี่หู่! เขาเกลียดแววตาคู่นั้น! แววตาที่มองมาราวกับเขาเป็เพียงตัวตลกที่ไร้ค่า!
"บังอาจ!" หลี่หู่คำรามเสียงต่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว "เ้ากล้ามองข้ารึ! ดี! ข้าจะสอนบทเรียนให้เ้าเอง!"
เขาหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องที่ตัวใหญ่ที่สุดสองคน "หักแขนมันซะ! ให้มันรู้ว่าใครคือผู้คุมกฎของที่นี่!"
"ขอรับนายน้อย!" ลูกน้องทั้งสองแสยะยิ้มอย่างอำมหิต พวกมันปลดปล่อยพลังลมปราณขอบเขตหลอมรวมลมปราณออกมาทันที ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หลิงเซียวจากสองทิศทาง หมายจะจับแขนทั้งสองข้างของเขาไว้!
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ไกลๆ ต่างเบือนหน้าหนีด้วยความสงสาร เด็กหนุ่มรูปงามผู้นี้ช่างโชคร้ายที่มาเจอกับนายน้อยแห่งตระกูลหมาป่าโลหิตเข้า คงไม่แคล้วต้องพิการกลับไปเป็แน่
ทว่า ท่ามกลางเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น หลิงเซียวกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ก้าวเดียว...
ในวินาทีที่มือของลูกน้องทั้งสองกำลังจะััถึงตัวเขา...
หลิงเซียวก็ยกมือขวาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า นิ้วชี้และนิ้วกลางเหยียดตรงประกบกันแน่นราวกับเป็ใบกระบี่ จากนั้น...เขาก็สะบัดนิ้วออกไปเบื้องหน้าเบาๆ ราวกับกำลังปัดฝุ่นที่มองไม่เห็น
ฟึ่บ!
เกิดเป็เสียงแหวกอากาศที่เบาและแหลมคมจนแทบไม่ได้ยิน!
ร่างของลูกน้องทั้งสองที่กำลังพุ่งเข้ามาพลันหยุดชะงักค้างอยู่กับที่ รอยยิ้มอำมหิตยังคงประดับอยู่บนใบหน้า แต่แสงสว่างในดวงตาของพวกมันกลับดับวูบลง
หนึ่งลมหายใจผ่านไป...
ตุ้บ! ตุ้บ!
ร่างของทั้งสองล้มลงกระแทกพื้นพร้อมกัน ที่กลางหน้าผากของแต่ละคน ปรากฏรูเล็กๆ ขนาดเท่าเข็มเพียงรูเดียว ไม่มีเืไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว!
ถนนทั้งสายพลันตกอยู่ในความเงียบงัน!
เสียงจอแจเมื่อครู่หายไปในพริบตา ทุกคนต่างเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง มองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา พวกเขาไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น! เด็กหนุ่มผมเงินเพียงแค่ยกนิ้วขึ้นมา...แล้วยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมลมปราณสองคนก็ล้มลงตาย!
ลูกน้องที่เหลือของตระกูลหมาป่าโลหิตตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็หิน ความโอหังบนใบหน้าของหลี่หู่แปรเปลี่ยนเป็ความตกตะลึง, ความสับสน และสุดท้ายคือความหวาดกลัวอย่างสุดขีด!
หลิงเซียวค่อยๆ ลดมือลง เขาหันไปสบตากับหลี่หู่ที่บัดนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษด้วยแววตาที่เ็าดุจน้ำแข็งหมื่นปี
จากนั้น เขาก็เอ่ยปากขึ้นเป็ครั้งแรกด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
"ไสหัวไปซะ"
"ขยะอย่างเ้า...ยังไม่มีค่าพอให้ข้าชักกระบี่"
พูดจบ หลิงเซียวก็หันหลังให้กับหลี่หู่ที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความกลัวและความอัปยศ เขาเดินตรงไปยังร้านขายอาวุธที่บัดนี้เ้าของร้านกำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความยำเกรงราวกับมองเทพเซียน ทิ้งไว้เพียงร่างไร้ิญญาสองร่างและความเงียบงันที่น่าอึดอัดไว้เื้ั