การฝึกอบรมพนักงานเก่าเป็นโครงการใหญ่ คังอิงมีหลักการเดียวในแผนฝึกอบรมคือ ขยันมากได้มาก ใครทำมากก็ได้มาก พร้อมกันนี้ยังใช้วิธีสร้างแรงจูงใจด้วยสิทธิ์การซื้อหุ้นอีกด้วย
นี่เป็นรูปแบบธุรกิจที่ไม่เคยเห็นในอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ แต่คังอิงกล้าเป็นผู้นำมันมาใช้กับการบริหารห้างสรรพสินค้ามิตรภาพของเธอ
สัญชาตญาณของสือเจียงหย่วนบอกว่านี่ต้องเป็นรูปแบบที่ดี เพราะรูปแบบนี้จะทำให้ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพกลายเป็นศูนย์การค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่โดดเด่นในอำเภอหลี่ว์ได้อย่างแน่นอน
สือเจียงหย่วนเคยไปต่างประเทศ เขารู้ว่าในต่างประเทศมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่ทำธุรกิจเจริญรุ่งเรืองมานานหลายแห่ง บางแห่งเปิดกิจการมานานกว่าร้อยปีแล้ว หากไม่ได้ทำธุรกิจร่วมกับคังอิง สือเจียงหย่วนคงไม่มีความคิดที่จะสร้างธุรกิจร้านค้าให้คงอยู่ยาวนานเป็นร้อยปีเช่นนี้
หากต้องการให้ธุรกิจร้านค้าคงอยู่ยืนยาวนานเป็นร้อยปี พนักงานต้องมีสำนึกในองค์กร แล้วจะทำอย่างไรให้พนักงานเห็นว่าองค์กรนี้เป็นดั่งบ้านของตนเองได้?
เพียงแค่อาศัยการให้ความรู้และการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ย่อมไม่เพียงพอ ยังต้องทำให้ผลประโยชน์ของพนักงานกับผลประโยชน์ขององค์กรเชื่อมโยงกันโดยตรง นั่นก็คือ ระบบการให้รางวัลด้วยสิทธิ์การถือหุ้น
สถานะของสือเจียงหย่วนนั้น เป็นทั้งผู้มีส่วนร่วมและผู้สังเกตการณ์…
เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มมีคนมาที่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพทีละคนสองคน
คนที่มาก่อนใครเพื่อนก็คือกวนเสี่ยว พอเธอเห็นคังอิงกับสือเจียงหย่วน ก็รีบยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา โชคดีที่ยังไม่เกินแปดโมงครึ่ง
เมื่อคืนนี้ประธานคังบอกให้ทุกคนมาถึงก่อนแปดโมงครึ่ง กวนเสี่ยวโล่งอก เธอรู้อยู่แล้วว่าคังอิงไม่ชอบคนมาสาย ตัวประธานคังเองก็มักจะมาถึงก่อนเวลาที่นัดหมายเอาไว้เสมอ
แต่ประธานคังก็เป็นคนที่ใจกว้าง ขอแค่มาไม่เกินเวลาที่นัดเอาไว้ก็ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องที่ว่าเธอจะมาก่อนเวลามากแค่ไหน นั่นเป็นเรื่องของเธอ เธอจะไม่นำเรื่องนี้มาบังคับพนักงาน
กวนเสี่ยวอยู่กับคังอิงมาระยะหนึ่งแล้ว เธอก็ค่อยๆ มองนิสัยของคังอิงออก เพราะแบบนี้ พอเห็นว่าตัวเองไม่ได้มาสายก็รู้สึกผ่อนคลาย เธอจึงกล่าวทักทายคังอิงและสือเจียงหย่วน
“เป็นไงบ้างคะ? ตอนนี้การตกแต่งห้างสรรพสินค้าของเราก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว ประธานคังคิดว่ายังไงบ้าง?”
คังอิงมีความสุขที่มีคนร่วมแบ่งปันความสำเร็จครั้งนี้กับเธอ
กวนเสี่ยวมองไปรอบๆ พลางยิ้มกล่าวว่า “เมื่อคืนนี้ตอนที่ฉันกลับไป งานตกแต่งยังไม่เสร็จเรียบร้อยเลย ตอนนี้เสร็จหมดแล้ว ช่างแตกต่างจริงๆ เลยค่ะ ฉันเชื่อว่าเมื่อห้างของเราเปิดกิจการจะต้องโด่งดังไปทั้งอำเภอแน่ๆ ความครึกครื้นจะต้องดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อยสามวันเลยค่ะ”
เมื่อคังอิงได้ฟังเช่นนั้น เธอก็ยิ้มพลางบอกว่า “หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ ฉันหวังว่าพวกเราจะประสบความสำเร็จ”
“แล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าล่ะคะ? สินค้าของพวกเรายังไม่มาส่งเลย” กวนเสี่ยวกล่าว
กวนเสี่ยวเป็นคนที่ทำตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด เธอจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องที่คังอิงสั่ง แต่ครั้งนี้เธออดไม่ได้ที่จะถาม
“กำลังเดินทางมา เดี๋ยวก็คงทยอยมาส่งแล้วล่ะ ฉันไม่ได้บอกให้คุณแจ้งทุกคนให้มาดูสถานที่ทำงานใหม่ในช่วงเช้าเหรอ? พอสินค้ามาส่ง พวกเราก็ต้องเริ่มทำงานแล้ว
ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เป็นระเบียบ อีกสามวันพวกเราจะจัดพิธีเปิดงาน ตอนนั้นจะมีผู้นำของอำเภอมาร่วมงานด้วย” คังอิงกล่าว
จนกระทั่งตอนนี้กวนเสี่ยวก็เพิ่งจะรู้ข่าวนี้ ทำให้เธอรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าการเปิดห้างสรรพสินค้าที่ดำเนินการโดยเอกชนเช่นนี้ จะมีผู้นำของอำเภอมาร่วมงานด้วย นั่นหมายความว่า ผู้นำของอำเภอสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ
ประธานคังคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
ในใจของกวนเสี่ยวพลันเกิดความคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับคังอิง ท่าทางของเธอดูมีความเคารพนับถือมากยิ่งขึ้น
จริงๆ แล้วที่คังอิงเพิ่งจะมาบอกเรื่องนี้กับกวนเสี่ยว ก็เพราะสือเจียงหย่วนเพิ่งจะบอกเธอ ว่าจะมีผู้นำของอำเภอมาร่วมพิธีตัดริบบิ้นเปิดงาน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ปิดบังเรื่องนี้กับกวนเสี่ยว เพราะมันไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร
“แบบนี้ พวกเราต้องจัดเตรียมเรื่องพิธีตัดริบบิ้นเปิดงานใหม่อีกครั้งหรือเปล่าคะ? ทำให้มันดูยิ่งใหญ่กว่าเดิมไหม?” กวนเสี่ยวเอ่ยถามอย่างกังวลใจ
“ไม่ต้องหรอก เหมือนเดิมก็แล้วกัน แค่เปลี่ยนเป็นฉันกับผู้นำของอำเภอเป็นคนตัดริบบิ้นเปิดงานก็พอแล้ว” คังอิงกล่าว
กวนเสี่ยวพยักหน้ารับพลางจดจำเอาไว้ “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”
ตอนนี้กิจกรรมการตัดริบบิ้นนั้นมีมากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตอนเริ่มงานก่อสร้าง ตอนสร้างเสร็จ การเปิดห้างสรรพสินค้า เป็นต้น เพราะแบบนี้ในสังคมจึงมีทีมงานมืออาชีพคอยจัดการเรื่องพวกนี้ กวนเสี่ยวมีความเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้มาก ก่อนหน้านี้คังอิงมอบหมายให้เธอเป็นคนจัดการ ไม่แปลกที่กวนเสี่ยวจะเอ่ยถามขึ้นมา
คังอิงถามกวนเสี่ยวว่า “แล้วพนักงานของห้างสรรพสินค้าของเราล่ะ? มาถึงกันแล้วหรือยัง?”
“ฉันบอกให้ทุกคนมาถึงตอนแปดโมงครึ่ง อืม... อีกห้านาทีก็ถึงเวลาแล้วค่ะ” กวนเสี่ยวมองดูนาฬิกาอีกครั้ง
คังอิงชอบมาถึงก่อนเวลานัดหมาย กวนเสี่ยวจึงได้รับอิทธิพลจากเธอ เธอมาถึงก่อนเวลาที่นัดหมายกับคังอิงเอาไว้ถึงสิบนาที
ระหว่างที่พวกเธอกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา
“ว้าว! ห้างสรรพสินค้าของพวกเราเปลี่ยนไปมากจริงๆ ตั้งแต่ตอนฉันออกไปจากห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้ามาที่นี่ มันช่างแตกต่างจากภาพเดิมๆ ที่ดูทรุดโทรม”
“พอเห็นเคาน์เตอร์กับสภาพแวดล้อมแบบนี้ ฉันก็ชอบที่นี่ขึ้นมาทันที เยี่ยมไปเลย มันช่างดูหรูหราเหมือนกับห้างสรรพสินค้าในฮ่องกง ปีที่แล้วฉันเพิ่งจะไปเยี่ยมญาติที่ฮ่องกง การตกแต่งที่นั่นก็เป็นแบบนี้แหละ”
“คิดไม่ถึงเลยว่าประธานคังของพวกเราจะลงทุนมากขนาดนี้ ช่างน่าทึ่งจริงๆ การได้ทำงานที่นี่ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนเหนือกว่าคนอื่นไปเลย”
“ผิดแล้ว นายพูดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นไม่ได้นะ ลูกค้าคือพระเจ้า พวกเขาต่างหากที่เหนือกว่าเรา!”
มีคนรีบแก้ไข ทำเอาทุกคนหัวเราะกันลั่น
คนที่พูดคือพนักงานเก่าของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพที่กำลังทยอยเดินเข้ามา
ตอนแรกพวกเขาพูดคุยกันอย่างผ่อนคลาย แต่พอเดินมาถึงกลางห้างแล้วเห็นคังอิงกับสือเจียงหย่วนยืนอยู่ตรงนั้น พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะลดเสียงลง สีหน้าร่าเริงก็จางหายไป แม้แต่ท่าทางการเดินก็ยังดูระมัดวังขึ้น สีหน้าของพวกเขาดูสุขุมขึ้นมาก
หนึ่งเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมานี้ คังอิงได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดูใจดี แต่ก็ไม่อาจดูถูกได้
เธอมีความรู้มากมายและพูดจาฉะฉานจนทำให้พวกเขาได้เปิดหูเปิดตา
ด้วยความสามารถและความกล้าหาญเช่นนี้ ต่อให้พวกเขาจะดื้อรั้นดั่งหินแข็ง แต่ตอนนี้ที่ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยความรู้ หินก็กลายเป็นหินที่รู้จักพัฒนาเติบโต
เพราะฉะนั้นความเคารพที่มีต่อคังอิง จึงเป็นความเคารพนับถือที่มาจากใจ นี่เป็นการยอมรับในความรู้ความสามารถของคังอิงอย่างแท้จริง
“เอาละ ทุกคนมาครบแล้วใช่ไหม?” คังอิงถามขึ้น “ถ้ามาครบแล้วก็เข้าแถว หวงเหวินเหล่ย คุณมาเป็นหัวหน้าแถว แล้วเช็กชื่อทุกคน”
หวงเหวินเหล่ยก็คือคนที่ได้รับเลือกให้เป็นพนักงานดีเด่นในระหว่างการฝึกทหารเมื่อครั้งก่อน ทันทีที่ถูกเรียกชื่อ หวงเหวินเหล่ยก็รู้สึกดีใจ นี่แสดงว่าประธานคังให้ความไว้วางใจเขา ดังนั้นเขาจึงรีบเดินออกจากกลุ่มคน แล้วก็ให้ทุกคนเข้าแถวและรายงานตัว เหมือนกับตอนที่ทำตอนฝึกทหาร
หลังจากรายงานตัวแล้ว ก็พบว่าพนักงานทั้งสามสิบเอ็ดคนมาครบทุกคน คังอิงพอใจมาก เธอเห็นว่าทุกคนต่างก็มีสีหน้าเบิกบาน ดูสดใสกระปรี้กระเปร่า ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกยินดีมาก
ครึ่งเดือนที่ผ่านมา ทีมนี้ได้รับการฝึกฝนอย่างหนักและเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวฉุกเฉินตอนกลางดึก การรวมพลฝึกซ้อมที่สนามอย่างตอนนี้ หรือการวิ่งระยะทางสามกิโลเมตร พวกเขาก็ทำได้สำเร็จ
อาจกล่าวได้ว่า จากทีมที่ไร้ระเบียบและเกียจคร้านในอดีต ได้เปลี่ยนโฉมกลายเป็นทีมที่เปี่ยมไปด้วยขวัญกำลังใจและจิตใจอันฮึกเหิม