“เ้าปีศาจ!! โกหก” เอียนจื่อทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเมื่อสามวันก่อนมีเถ้าแก่จากเหมืองขุดพลอยมาติดต่อท่านพ่อเพื่อหาแรงงานชายไปทำงาน ชาวบ้านมากมายที่สู้ไหวต่างตอบตกลงทันทีพร้อมกับรับเบี้ยมาก่อนแล้ว เป็ดังเช่นนางกล่าวว่าพี่ชายเขาก็เป็หนึ่งในแรงงานนั้น เด็กชายวิ่งหันหลังจากไปพร้อมรอยน้ำตา
เจียวหนิงอันลืมตาขึ้นมองตามไป ชีวิตของเด็กชายไม่ค่อยดีนัก ที่บ้านยากจนมารดาชอบขุดคุ้ยเศษอาหาร ไม่เว้นแม้แต่ของแก้บน ของเซ่นไหว้มาให้ทุกคนในครอบครัวเพื่อยังชีพ บิดาเป็คนไม่เอาไหนนอนรอเพียงโชคชะตาที่ไม่มีอยู่จริง แต่ทุกอย่างที่นางกล่าวเป็เพียงการชี้แนะและอยู่ที่ว่าเขาจะเดินไปทางใดก็เท่านั้น ภาพอนาคตที่มากกว่านี้ในอีกสองปีนางยังคงมองไม่เห็นและไม่อยากจะมอง
“คุณหนูเจียว พวกข้าอยู่ด้านหลังหากมีสิ่งใดให้ช่วยเหลือบอกได้ทุกเมื่อ” ทหารหญิงที่อยู่ด้วยกันกับแม่หมอตามคำสั่งของเ้าเหนือหัวดังขึ้นด้านหลัง ทหารทุกคนในที่นี้รับรู้ว่าหลานสาวของแม่หมอมีความพิเศษไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งแต่นั่นไม่ใช่หน้าที่ที่พวกเขาต้องรับรู้
“ไม่มีเ้าค่ะท่านอาหญิง” นางหลีกเลี่ยงที่จะมองทุกคนที่มาเฝ้าอยู่รอบๆ กระท่อมและสอบถามนางเพราะมันไม่เป็ผลดีกับตัวเอง…หากท่านยายกลับมานางคงต้องพูดอะไรบางอย่างแล้ว ‘เ้าปีศาจ’ คำด่าทอนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัว
๑------------------------------๑
หนึ่งชั่วยามต่อมา (2ชั่วโมง)
แม่หมอเจียวจินเดินทางกลับมาถึงกระท่อมด้วยตัวคนเดียว นางเข้าไปหาหลานสาวตัวน้อยที่นางรักที่สุด
“หนิงเอ๋อร์”
เจียวหนิงอันนั่งมองกระจกเงาที่สะท้อนภาพตัวเองออกมา ดวงตางดงามไม่คล้ายผู้ใดแต่กลับดูประหลาดในชาติภพนี้ นางหันมองท่านยายของตนเอง “ท่านยายเ้าคะ” กอดเอวอวบของสตรีที่เลี้ยงดูตนเองมาอย่างดี
“อยากบอกอะไรกับยายหรือไม่” เมื่อครู่ที่นางเดินทางไปบ้านของสตรีนางนั้นพร้อมกับตรวจวันเวลาตกฟาก จึงรู้ว่านางมีชีวิตที่ไม่ยืนยาวนักเพราะแอบลักกินขโมยกิน บาปกรรมหนักหนา ถึงแม้ครั้งนี้จะบอกให้นางไปขอขมาป้ายบรรพชนทุกป้ายแล้วหายจากการเ็ป นางก็ยังไม่อาจจะพ้นเคราะห์กรรมอยู่ดี ที่ยังติดใจไม่ใช่เื่กรรมหนักของผู้อื่นแต่นางติดใจกับหลานสาวของตนเองมากกว่า หลานสาวที่ไม่เคยไปไกลเกินกว่าท้องนาแต่กลับรับรู้ว่าสตรีปวดท้องนั้นเคยไปทำสิ่งใด
เจียวหนิงอันเงยหน้ามองท่านยาย นางรู้ว่าท่านยายหมายถึงเื่ใดและนางคิดเอาไว้แล้วว่านางจะบอกความจริงทุกอย่าง “ข้าเห็นเื่ราวของคนที่ข้าสบตาหรือรู้นามของพวกเขา”
ท่านยายมีท่าทางใ “จริงรึ?”
ผู้ถูกถามผงกหัวขึ้นลง “และข้าจะปวดหัวทุกครั้งที่ภาพเ่าั้ไหลวนเข้ามาในหัวข้า ทำอย่างไรดีเ้าคะ?” อดีตดาราสาวในคราบเด็กน้อยถามหาความช่วยเหลือเพราะนางไม่รู้จะแก้ไขมันอย่างไรแล้ว
ท่านยายลูบผมหลานสาวพร้อมกับครุ่นคิดถึงคำพูดของนาง “เช่นนั้นเ้ารู้เื่ราวของยายหรือไม่?”
เจียวหนิงอันผงกศรีษะ “รู้ทุกเื่ รู้จนไม่เ็ปสิ่งใดแล้วเ้าค่ะ” เพราะท่านยายอยู่กับนางทุกวัน นานจนไม่มีสิ่งใดที่นางจะต้องรู้อีก
ผู้ฟังยิ้มออกมาอ่อนๆ “แล้วรู้เื่ในภายหน้าของตนเองหรือไม่”
หนิงอันส่ายหน้า “นั่นคือเื่เดียวที่หลานไม่รู้เ้าค่ะ”
ดวงตาของสตรีวัยชราหลุบลงมองหลานอย่างเข้าใจ “เพราะมันคือชะตาเ้า หากเ้ารู้จะเรียกว่าชะตาได้อย่างไร”
คำแนะนำจากท่านยายทำให้นางต้องคิดตาม ซึ่ง ‘มันก็จริง’ ซบหน้าลงกับหน้าท้องของท่านยาย “แล้วหลานจะทำอย่างไรต่อดีเ้าคะ”
“หลานควรฝึกฝน กำหนดจิตให้แยกแยะให้เป็ ฝึกกำหนดการปิดกั้นการหยั่งรู้เื่ราวของผู้คนที่ผ่านเข้ามา และที่สำคัญ” มองหลานสาวแล้วนึกไปถึงเด็กชายอายุแปดหนาวที่วิ่งกลับบ้านของตนเองเมื่อครึ่งชั่วยามก่อนที่ปากจะร้องะโดังลั่นว่าพบเจอปีศาจดวงตาสีเขียวมรกต “หลานควรปกปิดดวงตาอันงดงามนี้เสียก่อน”
เจียวหนิงอันก็คิดว่าเป็เื่ดี ที่ท่านยายกล่าวออกมาเช่นนี้ก็แสดงว่าเด็กชายผู้นั้นต้องวิ่งไปป่าวประกาศให้ผู้อื่นรู้เป็แน่ วันหน้าถ้าหากเื่ของนางโด่งดังไปไกล ใครต่อใครก็ต้องพากันมาดูนางซึ่งนางไม่ชอบเลยสักนิด “หลานก็คิดเช่นนั้นเ้าค่ะ ขอผ้าผืนบางที่หลานสามารถมองเห็นภายนอกได้เรือนรางนะเ้าคะ เพราะหลานกลัวหกล้ม”
☺️ “ย่อมได้อยู่แล้ว”
“ขอบคุณท่านยายมากเ้าค่ะ”
“หลังจากนี้ให้เ้าหมั่นเพียรฝึกฝนมันให้ดีเล่า ไม่แน่ในภายภาคหน้าการหยั่งรู้ของเ้าจะช่วยผู้คนได้อีกมากมาย”
“เ้าค่ะหลานจะพยายาม” เพราะนางไม่อยากจะปวดหัวจากเื่ราวของผู้อื่นอีกแล้ว
หลังจากนั้นผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ เด็กชายที่เคยกล่าวหาว่าเจียวหนิงอันเป็ปีศาจได้เดินทางเข้ามาพบสองยายหลานพร้อมกับร่ำไห้และกล่าวคำขอโทษ
เด็กชายกล่าวว่ายามนี้พี่ชายของเขาได้เดินทางไปขายแรงงานในเหมืองแล้ว กำหนดสัญญาว่าจ้างจะสิ้นสุดในอีกสามปีข้างหน้า ราคาค่าตัวเพียงตั๋วแลกเงินสองใบและท่านพ่อได้นำเงินทั้งหมดมาใช้จ่ายซื้อสินค้าจนเกือบจะหมด เขาเริ่มรู้แล้วว่าวันข้างหน้าท่านพ่อจะต้องขายเขาไปอีกคนแน่ หนทางหลังจากนี้เด็กชายก็ไม่รู้จะหาที่พึ่งจากใครได้อีกในห้วงความคิดนึกถึงเด็กหญิงตาสีเขียวที่มีผ้าปิดตาตรงหน้า เด็กหญิงอายุน้อยกว่าที่ทำนายดวงชะตาของเขาไว้เมื่อหลายวันก่อน
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่?” ท่านยายเป็ผู้เอ่ยขึ้นอย่างสงสาร เจียวหนิงอันรู้ว่าท่านยายจะขอซื้อตัวเด็กชายคนนี้มาอยู่ที่นี่แต่ทุกสิ่งล้วนอยู่ที่การตัดสินใจของเด็กชายแล้ว “ยายจะไปขอซื้อตัวเ้ามาอยู่ด้วยกันที่นี่และวันหน้าเ้าต้องติดตามยายออกไปต่างแคว้นเพื่อช่วยเหลือผู้คนเ้ายินดีหรือไม่”
ความดีใจเอ่อล้นอยู่ในดวงตาคู่น้อยของเด็กชาย “ขอรับท่านยาย ข้าเอียนจื่อจะติดตามท่านยายไปช่วยเหลือผู้คน”
“เช่นนั้นก็ดี” แม่หมอเจียวจินลุกขึ้นยืนพลางบอกแก่หลานสาว “ยายจะไปพูดคุยกับพ่อและแม่ของเอียนจื่อสักครู่ หนิงอันหลานยายเข้าไปนั่งสมาธิในห้องเถอะ ด้านนอกมีทหารเฝ้าดูอยู่แล้วเ้าอย่าได้กังวล”
“เ้าค่ะ” เด็กหญิงที่มีผ้าปิดตาลุกขึ้นเดินเข้าบ้านไปอย่างว่าง่าย ใจนางยินดี ‘ที่เด็กชายเลือกทางนี้’ อย่างน้อยหากเขาอยู่ที่นี่ก็ไม่ต้องถูกขายไปเป็ทาสที่อื่น
ระหว่างทางเดินไปบ้านของเอียนจื่อ เด็กชายวัยแปดหนาวมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด แม่หมอรู้ดีว่าเอียนจื่อไม่มีทางให้เลือกมากนัก ตัวอย่างนั้นมีให้เห็นเฉกเช่นพี่ชายของเขาที่ถูกส่งไปขุดเหมืองไม่รู้วันรู้คืนและอีกไม่นานก็คงจะถึงตาของตนเองบ้าง เื่นี้เอียนจื่อคงจะรู้ดี
“ท่านยายขอรับ”
“ว่าอย่างไร”
“ที่คุณหนูเจียวต้องปิดตา ส่วนหนึ่งมาจากข้าใช่หรือไม่” เขาจำได้ว่าเผลอเรียกนางว่า ‘ปีศาจ’ ความรู้สึกผิดท่วมท้นออกมาทั้งๆ ที่นางเป็ผู้ชี้ทางสว่างให้แก่เขาแท้ๆ