ธามิณีมาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบไฟนอลที่ห้องสมุดแทนที่จะเป็หอพัก หลายสัปดาห์มาแล้วที่เธอรู้สึกเหมือนถูกใครจ้องมองจนบางคืนต้องไปขอนอนกับกัลยาเพื่อความสบายใจ แต่เธอยังคงรู้สึกว่าถูกมองมาตลอด ถ้า‘เขา’ คนนั้นสามารถโทรหาได้ เธอคงโทรหาเพื่อปรึกษาเื่นี้ไปแล้วคนลึกลับที่เธอไม่รู้ชื่อของเขา ไม่รู้เบอร์โทรไม่รู้อะไรเลยนอกจากเขาจะมาช่วยทุกครั้งในยามที่เธออยู่ในอันตราย
ธามิณีมองนาฬิกาพอเห็นว่าใกล้ 2 ทุ่มแล้ว จึงรีบรวบรวมหนังสือที่หยิบมาไปยังชั้นหนังสือเพื่อช่วยเก็บเข้าที่เดิมเพราะห้องสมุดใกล้จะปิดแล้วเธอเดินผ่านชายชราซึ่งกำลังงกๆ เงิ่นๆ ประคองหนังสือเหมือนจะนำไปเก็บก็อดไม่ได้ที่จะอาสาช่วยเพราะว่าตอนนี้แทบไม่เหลือใครในห้องสมุดแล้ว พี่บรรณารักษ์คงไปเข้าห้องน้ำกระมังเธอไม่เห็นนั่งตรงที่นั่งประจำ
“หนูช่วยเก็บหนังสือให้ไหมคะคุณลุงห้องสมุดใกล้ปิดแล้วด้วย พอดีว่าหนูกำลังจะเอาหนังสือไปเก็บพอเลยดีค่ะ” ธามิณีเอ่ยพลางยิ้มให้ชายชราที่ยิ้มกลับมาทันที
“ขอบใจหนูมากนะช่างมีน้ำใจจริงๆ”
ธามิณีเลื่อนหนังสือของลุงคนนั้นมารวมกับหนังสือที่เธอกำลังจะนำไปเก็บ
“ไม่เป็ไรค่ะหนูกำลังจะเอาหนังสือไปเก็บอยู่พอดีเหมือนกัน”
ชายชราลุกขึ้นเก็บของใส่กระเป๋าแล้วเดินตามธามิณีมาเธอหันมายิ้มให้คิดว่าเขาคงเดินเลี้ยวไปที่ประตูทางออกแต่กลายเป็ว่าลุงคนนั้นยังเดินตามมา เธอรู้สึกแปลกๆ แต่ยังคิดว่าไม่น่ามีอะไรจึงก้าวขึ้นบันไดเพื่อนำหนังสือขึ้นไปเก็บยังชั้นบนสุดความจริงแล้วงานนี้จะรอให้เ้าหน้าที่มาทำก็ได้แต่เธออยากช่วยเพราะเคยมาทำงานพิเศษที่นี่งานนิดหน่อยหากไม่เกินกว่าแรงก็ช่วยกันได้
“โอ๊ะ! นี่มันอะไรกัน...”
ธามิณีเห็นแสงบางอย่างออกมาจากหนังสือเล่มที่กำลังจะเก็บเข้าชั้นจึงเปิดออกดูแต่แล้วในวินานั้นเองตัวของเธอกลับถูกพลังบางอย่างดูดเข้าไปในหนังสือ!
แต่ร่างของธามิณียังไม่ถูกดูดเข้าไปโดยง่ายเพราะเกิดการต่อสู้กันของพลังงานสองทางทางหนึ่งจากกำไลที่เกิดแสงสีม่วงล้อมรอบตัวเธอไว้กับพลังที่มาในรูปแบบของแสงสีแดงเธอรู้สึกหายใจได้ในตอนแรกแต่ครู่ต่อมาเธอกลับรู้สึกว่าแสงสีม่วงที่ล้อมรอบกลับบีบเข้ามาเรื่อยๆจนเธอกำลังจะหายใจไม่ออก
ทำยังไงดี?!?
ธามิณีขยับพยายามจะลงมาจากบันไดแต่ร่างของเธอเหมือนกับถูกตรึงไว้ด้วยแสงสีแดงที่แทรกซึมเข้ามาในวงล้อมของแสงสีม่วงเธอรู้สึกพร่างพรายและหน้ามืดกำลังจะเป็ลม จนต้องสะบัดหน้าแรงๆพร้อมกับยื่นมือออกไปหาแสงสีม่วง แต่แสงสีแดงกลับฟาดใส่ข้อมือของเธอจนเืไหลซิบทำไมถึงเป็แบบนี้ล่ะ ทำยังไงดี เธอจะหมดสติไม่ได้ แต่สุดท้ายต่อให้ฝืนเท่าไหร่ เธอก็พ่ายแพ้จึงไม่ทันได้รู้คำตอบว่าการต่อสู้นี้พลังจากแสงสีม่วงหรือแสงสีแดงที่ชนะ
หนังสือเล่มที่ธามิณีเปิดได้ปิดลงแล้วพร้อมกับแสงที่ค่อยๆเลือนรางและกำลังจะหล่นลงพื้น แต่แล้วชายชราที่มีเรียวแรงทันตากลับคว้าไว้ก่อนจะนำหนังสือเล่มนั้นขึ้นไปแทรกในชั้นหนังสือแถวบนสุด แล้วฉับพลันร่างของเขาก็วาร์ปหายเข้าไปในหนังสือที่สร้างจากมนตราซึ่งต่อให้เทพยดาก็ใช่ว่าจะหาที่ซ่อนแห่งนี้พบ
ร่างกายที่ขยับไม่ได้มาสักพักแล้วของธามิณีค่อยๆมีกำลังพอจะขยับมือที่กำแน่นให้คลายออกหญิงสาวหายใจแรงเพื่อกอบโกยอากาศให้ได้มากที่สุดแล้วสะบัดแขนออกไปทั้งสองข้างก่อนจะพยายามลุกขึ้นยืนแล้วหยั่งกำลังขาของตัวเองทั้งสองข้างว่าพอจะมีแรงวิ่งได้ไหมแต่เธอจะวิ่งไปที่ใดเพราะที่นี่มันแปลกอย่างไรชอบกล ไม่เหมือนบ้านคนแต่เหมือนอะไรกันนะ
ระหว่างที่รอให้ตัวเองมีแรงธามิณีมองไปที่ประตูหน้าตาประหลาดๆ คล้ายประตูในนิทานเขม็ง ถ้าประตูบานนั้นเปิดออกเธอจะวิ่งไปทันทีหรือไม่หากมีแรงมากพอแล้ว เธอจะเปิดประตูบานนั้นเองแล้วออกไปจากที่นี่
วินาทีนั้นเองประตูบานนั้นพลันเปิดออก!
ธามิณีมองแล้วตัดสินใจตอนนี้มีแรงเท่าไหร่เธอจะใช้ให้หมดหญิงสาววิ่งไปแทบกระโจน แต่ร่างกายของเธอกลับไม่พร้อมมากพอจะวิ่ง ทำให้กองฟุบหลังจากวิ่งไปแค่ไม่กี่ก้าวชายคนที่เข้ามาในห้องเข้ามาช่วยประคอง ไม่มีความโกรธเคืองมุ่งร้ายซ้ำยังยิ้มให้ธามิณีอย่างมีไมตรีอีกด้วย
“คุณเป็ใคร”ธามิณีถามไม่ได้รู้สึกดีต่อรอยยิ้มที่ได้รับเลยสักนิด
ใบหน้าของชายคนนี้ทำไมดูคุ้นตาเธอนักคิ้วเข้มและจมูกที่โด่งพองาม ริมฝีปากคล้ายกับกำลังแย้มยิ้มถ้าเขามีอายุมากกว่านี้คงมีใบหน้าคล้ายกับลุงที่เธอพบในห้องสมุด
ใช่แล้ว! เขาคือลุงคนนั้น
เวฬาประคองธามิณีให้กลับมานั่งที่เก้าอี้ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้แขกคนสำคัญที่เขาใช้เวลาเป็เดือนกว่าจะสบโอกาสลงมือจนพาตัวมาที่นี่ได้หมอกบังตาจะอำพรางพลังของเขาไว้ แม้กำไลของพระเสาร์จะยังอยู่ เขาไม่สามารถทำลายหรือถอดออกจากข้อมือของธามิณีได้แต่ในเขตมนตราแห่งนี้ มันจะไม่สามารถสำแดงพลังได้
“เปลี่ยนชุดเสียสิ”
เวฬาส่งชุดที่เขาเตรียมไว้ให้ธามิณีแต่ธามิณีมองมาอย่างระแวง ทำให้เขาเอ่ยต่อไปอย่างเป็มิตรที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มซึ่งที่ผ่านมามันได้ผลดีเสมอ
“ไม่ต้องกลัวผมหรอกนะคุณก็เคยเจอผมมาก่อนแล้วนี่ จำไม่ได้หรือ”
ธามิณีนิ่งไปเพราะเธอพบลุงคนนั้นวันนี้แต่ถ้าคิดย้อนไปหน้าตาของชาย คนนี้ก็ยิ่งคุ้นมากขึ้นไปอีกการที่เธอรู้สึกว่าถูกตามและจ้องมอง คำตอบก็เพราะชายคนนี้ใช่ไหมแต่เขามองอยู่ห่างๆ ไม่ได้เข้ามาหาอย่างในวันนี้
“คุณเคยมาในที่ห้องสมุดมาในรูปลักษณ์นี้ไม่ใช่ลุงที่ฉันเพิ่งเจอ คุณตามฉันมาสักพักแล้วใช่ไหม”
เวฬาเลิกคิ้วไม่นึกว่าธามิณีจะปะติดปะต่อเื่ราวได้แล้วแต่ก็ไม่ได้เป็ปัญหาสำหรับเขาเพราะเธอไม่มีทางออกไปจากที่นี่ได้ เหมือนคนก่อนๆที่พยายามทำ แต่ก็ล้มเหลวมาตลอด
“ดีจริงๆ นึกแล้วเชียวว่าคุณจะต้องจำผมได้”เวฬายิ้มพอใจ เธอคนนี้อาจจะเหมาะสมกับเขาที่สุด ไม่เหมือนคนก่อนๆ “เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อนเถอะแล้วผมจะอนุญาตให้คุณออกไปจากห้องนี้”
ธามิณีไม่อยากทำตามที่ชายคนนี้บอกนักแต่หากได้ออกไปจากห้องนี้คงทำให้เธอได้คำตอบว่าตัวเองถูกพามาอยู่ที่ไหนหลังจากนั้นการหนีไปน่าจะพอเป็รูปเป็ร่างบ้าง แต่มันน่าแปลกเธอรู้ตัวครั้งสุดท้ายตอนเปิดหนังสือที่มีแสงประหลาดพอตื่นขึ้นมาทำไมทุกอย่างรอบตัวไม่เห็นมีตรงไหนที่เหมือนกับห้องสมุดแม้แต่อย่างเดียว
“ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนทำไมมันแปลกๆ เหมือนฉันเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” ธามิณีถามระหว่างรับชุดที่เธอเคยเห็นในนิทานหรือไม่ก็เอาไว้ใส่ตอนวันเด็กมันเป็กระโปรงสุ่มยาวรุ่มร่ามอย่างกับชุดแต่งงาน
“บ้านของผมน่ะสิส่วนด้านนอกคือห้องโถงงานแต่งงานของเราสองคน” เวฬาตอบไม่เห็นความจำเป็ใดที่จะต้องปิดบังอย่างไรเสียธามิณีก็ไม่มีทางหนีออกไปจากที่นี่ได้อยู่แล้ว
“อะไรนะฉันไม่แต่งงาน ฉันจะกลับบ้าน”
ธามิณีอยากจะคิดว่าอีตาคนนี้พูดเพ้อเจ้อแต่สีหน้าของเขาดูจริงจัง อีกทั้งสิ่งต่างๆรอบตัวที่เธอเห็นก็แทบบอกได้ว่าสิ่งที่ดำเนินอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ความฝันแต่มันก็บอกยากว่ามีความจริงอยู่ตรงไหน
“ไม่ได้หรอกเพราะเราสองคนจะอยู่ที่นี่ตราบชั่วนิรันดร์”เวฬายิ้มพลางยื่นมือมาจะแตะแก้มของธามิณี แต่หญิงสาวกลับปัดมือเขาออกรอยยิ้มพอใจหายวับเป็ยิ้มหยันแทน “หรือไม่ คุณคงต้องตายเพราะผมอยากได้ผลึกนั่นแต่ผมก็อยากได้คุณด้วย ผมคงต้องใช้เวลาสักพักหากต้องเลือก ตอนนี้ผมเลือกคุณแต่ต่อไปผมคงเลือกผลึกแทน คุณควรดีกับผมไว้ ถ้าไม่อยากให้ผมตัดสินใจเร็วเกินไป”
“ผลึกอะไร”ธามิณีเอะใจเพราะชีวิตที่เต็มไปด้วยเื่ราวประหลาดๆอาจมีสาเหตุผลมาจากผลึกที่เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไรเขาคนนั้นไม่เคยบอกให้เธอรู้ว่าทำไม
เวฬาขมวดคิ้วมองธามิณีด้วยสีหน้าค่อนข้างแปลกใจแต่เหมือนเธอจะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมีสิ่งที่ทั้งเทพและิญญาร้ายต่าง้าทั้งนั้น
“เตรียมตัวเอาไว้อีกประเดี๋ยวผมจะมาพาตัวคุณไปงานแต่งงานของเรา”
ธามิณีกำลังจะบอกว่า‘ไม่’ แต่กลับเหมือนถูกทำให้ชาไปทั้งตัวจนขยับไม่ได้จนกระทั่งประตูปิดลง บางสิ่งที่ตรึงร่างของเธอไว้ก็ราวกับคลายออกหญิงสาวรีบวิ่งไปที่ประตู แต่มันกลับปิดแ่า ทั้งที่ไม่มีกลอน ไม่มีลูกบิดแต่มันล็อคแน่น เธอควรทำอย่างไรดีถึงจะออกไปจากที่นี่ได้ป่านนี้แล้วทำไมเขายังไม่มาช่วยเธอออกไป ทุกครั้งที่เธอตกอยู่ในอันตรายเขาบอกว่าจะถูกดึงตัวมาหาเธอเสมอตอนนี้เธอยังไม่อยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายมากพอหรือไงนะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี