Chapter8
Exile
หลังจากที่เฮลิออสโคเลียส เหล่าทหารและชาวเอลฟ์แห่งวารีในป่าเสียงสะท้อนหลบหนีออกมาสำเร็จได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพของแม่ทัพไลโอเดนที่ชายป่าฝั่งตะวันตกหน้าอ่าวคริสทัลพวกเขาถูกพาไปรักษาที่โรงยาของชาวเอลฟ์แห่งวารีอยู่ใกล้กับมหาวิหารวารีสงบในนครลอยน้ำวีเรียป่าเสียงสะท้อนถูกยึดโดยกองกำลังศัตรูลึกลับที่พวกเขาไม่เคยรับมือมาก่อนชาวเอลฟ์แห่งวารีล้มตายเป็จำนวนมากรวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในป่าเบลธิออนและาาเบรเธลสังหารอสูรร้ายบาซิลิสได้แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับสตรีนักเวทย์แห่งดวงดาวมรณะนครวีเรียคือสถานที่สุดท้ายของชาวเอลฟ์แห่งวารีที่ยังเหลือรอดอยู่บนอาณาจักรเวนูอาร์
บรรยากาศในนครลอยน้ำเต็มไปด้วยความโศกเศร้าจากหายนะที่เกิดขึ้นหลายครอบครัวสูญเสียคนที่ตนรักเลดี้ซิลลิเอนรู้สึกเสียใจกับทุกชีวิตที่สูญเสียนางได้เพียงแต่คิดว่าหากนางสามารถออกจากวีเรียไปช่วยทุกคนในป่าเสียงสะท้อนได้หลังจากการสิ้นพระชนม์ของาาเลดิอาสนางผนึกเวทย์มนตร์วารีเข้ากับกระจกแห่งวารีเต็มตัวทำให้นางไม่สามารถออกจากวีเรียเพิ่มพลังเวทย์มนตร์แห่งวารีให้กับตนเองอย่างมหาศาลแต่แลกมาด้วยอิสรภาพที่จะเดินทางออกจากนครลอยน้ำมันคือหน้าที่และพรจากเทพีอันดีนมอบให้แก่ผู้ผนึกวารี เอสทีเรีย แต่เดิมกระจกแห่งวารีเคยตั้งอยู่ในใจกลางป่าเสียงสะท้อนแต่เอสทีเรียในยุคโบราณเป็ผู้ย้ายมันมายังนครลอยน้ำวีเรียด้วยเหตุผลที่ว่าวีเรียเป็มากกว่านครลอยน้ำมันสามารถเปลี่ยนนครลอยน้ำเป็พาหนะขนาดใหญ่เสมือนเรือที่ออกแล่นในมหาสมุทรมรดกจากยุคโบราณจึงจะถูกปกป้องได้ง่ายกว่าหากอยู่ในวีเรีย
ไซราเนียรีบไปดูแลโคเลียสพี่ชายของนางและเฮลิออสที่ได้รับาเ็รวมถึงคนอื่นๆนางพาเหล่านักบวชจากมหาวิหารไปช่วยรักษาผู้รอดชีวิตทุกคนที่รอดออกมาจากป่าเสียงสะท้อนรวมถึงสัตว์ต่างๆกวางคาเลียอาส นกเรว่า บทเพลงอาลัยถูกขับขานไปทั่วนครวีเรียแด่ทุกคนที่พยายามปกป้องป่าเสียงสะท้อนขับขานเป็ภาษาเอลฟ์
แสงสว่างยืนหยัดท้าทายความมืด
เหล่านักรบผู้เปี่ยมด้วยความกล้าหาญ
ผืนพิภพแห่งพระมารดาถึงคราดับสูญ
ดวงตาแห่งลุ่มน้ำมิอาจหวนคืนสู่วันวาน
ไข่มุกสีขาวแห่งเวนูอาร์ส่องสว่างเจิดจรัสเป็คราสุดท้าย
ครั้นเวลามาถึงทุกชีวิตล้วนต้องจากโลกนี้
เทพีอันดีนโปรดนำทางพวกเขาสู่ห้วงนทีอันเป็นิรันดร์
เทพีแอสเทรีโปรดให้หมู่ดาวนำทางดวงจิตของผู้วายชนม์แห่งเราและทุกสรรพสิ่ง
ข้ามทะเลนิรนามสู่ประตูแห่งเซ็นทราเรีย
เทพีฟอสโปรดรับพวกขาสู่เอเทอนิตี้
White Pearl Lament, Aquarius Elf’ sLamentation
ม่านป้องกันวารียังคงมีพลังเวทมนตร์คุ้มกันนครลอยน้ำอย่างหนาแน่นนักเวทย์แห่งวารีคอยผลัดเวรกันตามหอคอยรอบๆ เมืองทุกคราที่มองไปยังป่าเสียงสะท้อนความเ็ปและความเสียใจแล่นผ่านข้างในใจเลดี้ซิลลิเอนทุกครั้งนางจ้องมองป่าเสียงสะท้อนที่มีไอความมืดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างเงียบงัน
เราได้เพียงแต่รอตั้งรับพวกมันเยี่ยงนั้นหรือ?
ทำไมพวกมันถึงสามารถใช้แบล็กเมนาราได้อย่างไร้ขีดจำกัดขนาดนี้?
เผ่าพันธุ์นั้นยังคงดำรงอยู่อีกหรือ?
ไรเซลา นางกำนัลของนางเดินเข้ามาที่ด้านหลังนางเป็นางกำนัลที่คอยดูแลเ้าชายมาทีอุสบุตรชายของเลดี้ซิลลิเอน
“อาการของท่านมาทีอุสทรุดลงจากไอความมืดอีกแล้วเพคะ” ไรเซลารายงานหลังจากป้อมปราการเพิรล์วอลล์แตกความมืดจากบาซิลิสและแบล็กเมนาราส่งผลกับเด็กๆชาวเอลฟ์แห่งวารีอย่างรุนแรงเพราะแสงสว่างและพลังเวทมนตร์ในร่างกายของพวกเขายังเติบโตไม่เต็มที่พอจะต้านทานได้อุปราชโอเบเลียสเดินขึ้นมาที่หอคอยอีกคน
“ถึงเวลาแล้วสินะพวกเราคงต้องละทิ้งเวนูอาร์จริงๆหากชาวเรายังคงอยู่ความสูญเสียนับไม่ถ้วนจะตามมาเรื่อยๆ ข้าไม่มั่นใจจริงๆ ว่าเราจะชนะศึกกับศัตรูเหล่านี้”เลดี้ซิลลิเอนกล่าว มองนครวีเรียจากหอคอยสูงของมหาวิหารวารีสงบ
“โอเบเลียสท่านแจ้งโรเดซาร์ให้เหล่านักเวทย์แห่งวารีปลดผนึกเวทมนตร์เอพฟีเซียน (Ephesian)ที่ใต้เมืองเปลี่ยนนครลอยน้ำวีเรียเป็เรือแห่งทะเลดวงดาววีเรีย (VeriaThe Ethereal Trireme) สั่งให้แม่ทัพไลโอเดนปลดสะพานทิ้งจากชายหาดสีขาวในทันทีเสบียงในเมืองของเราน่าจะพอไปอีกหลายปีจนกว่าเราจะหาที่เทียบท่าใหม่เราต้องรักษาเ้าหญิงลิโนเลียร์และทุกคนให้หายก่อนที่จะหาวิธีต่อกรกับพวกมัน”เลดี้ซิลลิเอนออกคำสั่งแก่โอเบเลียส นางต้องพาทุกคนในวีเรียออกไปให้ไกลที่สุดห่างจากเวนูอาร์ไม่เช่นนั้นจุดจบของเอลฟ์แห่งวารีคงมาถึงในไม่ช้าโอเบเลียสค้อมตัวก่อนจะรีบเดินลงจากหอคอยไปยังอารามผู้วิเศษแห่งวีเรียของโรเดซาร์การปลดผนึกเอพฟีเซียนต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเลดี้ซิลลิเอนรีบเดินนำไรเซลาและเอสเม่ไปยังห้องนอนของมาทีอุสก่อนที่เรือแห่งทะเลดวงดาวจะพร้อมออกเดินทางนางจะต้องควบคุมมันด้วยกระจกแห่งวารีในการบังคับทั้งนครลอยน้ำออกเดินทางสู่มหาสมุทร
“เป็อย่างไรบ้างมาทีอุส” เลดี้ซิลลิเอนลูบหน้าผากบุตรชายของตนอย่างอ่อนโยนมาทีอุสนอนอยู่บนเตียงไร้เรี่ยวแรงเพราะผลกระทบจากไอมืดของป่าเสียงสะท้อน
“ข้าไม่เป็อะไรครับท่านแม่” มาทีอุสกล่าวอย่างอ่อนแรงพลันเอามือน้อยๆ ขึ้นมาจับมือของเลดี้ซิลลิเอนนางยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับมาทีอุสก่อนจะจุมพิตลงที่หน้าผากของเ้าชายตัวน้อยผู้เป็ที่รักนางต้องปกป้องเผ่าพันธุ์ของนางให้ดีที่สุดนั่นคือสิ่งที่าาเลดิอาสเคยกระทำมาตลอดรัชสมัยของพระองค์
โรเดซาร์ในตอนนี้อยู่ที่ใต้เมืองนครลอยน้ำวีเรียพร้อมด้วยโอเบเลียสณ ห้องโถงขนาดใหญ่พื้นสีขาวมีเสารอบๆ ห้องเป็วงกลมสลักด้วยรูปปั้นเทพีฟอสเทพีอันดีน และเทพีแอสเทรี กำแพงของห้องสามารถมองเห็นใต้ท้องทะเลถูกสร้างจากคริสทัลเวทมนตร์ใจกลางคือผนึกเวทมนตร์รูปวงกลมพร้อมด้วยอักขระภาษาเอลฟ์และภาษาเทพโบราณส่องแสงสีขาวเรืองรองภายในห้องนักเวทย์แห่งวารีอีกประมาณสิบห้าคนยืนล้อมรอบผนึกเวทมนตร์นั้นก่อนจะเริ่มร่ายคาถาเพื่อปลดผนึกเอพฟีเซียน
เสียงระฆังวารีเริ่มดังขึ้นอีกคราทั้งนครลอยน้ำวีเรียรอบๆนครมีปีกสีขาวขนาดมหึมาทำจากคริสทัลเวทมนตร์โบราณทั้งหมดสิบสองปีกเป็เสมือนหางเสือของนครลอยน้ำโผล่ขึ้นมาจากใต้ท้องทะเลแสงสีขาวปรากฏขึ้นเหนือวีเรียหลอมรวมกันจนกลายเป็ผนึกเวทมนตร์ขนาดใหญ่ปกคลุมทั่วนครลอยน้ำเลดี้ซิลลิเอนประจำอยู่ที่แท่นกระจกวารี ในตอนนี้กระจกวารีเปลี่ยนรูปร่างเหมือนกับพวงมาลัยของเรือโบราณแผนที่ขนาดใหญ่ของโลกถูกกลายร่างจากน้ำในกระจกวารีเปล่งแสงสีฟ้าอยู่เบื้องหน้าของนาง
“ออกเดินทางได้เรือแห่งทะเลดวงดาววีเรีย!”ดวงตาสีของเลดี้ซิลลิเอนกลายเป็สีฟ้าครามส่องแสงออกมานางจ้องมองออกไปยังท้องทะเลสีครามไร้ที่สิ้นสุดตัดกับท้องฟ้าที่ส่องสว่างปีกทั้งสิบสองรอบๆ นครลอยน้ำเริ่มทำงานมันสลับขึ้นลงพานครลอยน้ำวีเรียเคลื่อนตัวสู่มหาสมุทรโดมเวทมนตร์วารียังคงถูกร่ายมนตร์จากหอคอยต่างๆนครลอยน้ำวีเรียหรือเรือแห่งทะเลดวงดาวเคลื่อนตัวสู่มหาสมุทรสีครามนำพาชาวเอลฟ์แห่งวารีหลบหนีจากบ้านเกิดของพวกเขาเกือบพันปี