หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 104 ตอน วางแผน 8

            เด็กหญิงตรงหน้าคือใครกันแน่?

            นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบเจอสถานการณ์แบบนี้ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเพลงเมฆหมอกเหนือลำน้ำเซียวเซียงขึ้นมา

            เขาสงสัยว่าท้ายที่สุดแล้วประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่?

            ท่านอ๋องที่อยู่บนสรวงสวรรค์จะสบายดีหรือเปล่า?

            โจวเซียงลุกขึ้นทันที เขาคลำหากู่ฉินท่ามกลางกองฟางสีเหลืองแห้งๆแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ในเมื่อเจ้ากล้าเข้ามาที่นี่ เหตุใดไม่ฟังชายชราผู้นี้เล่นกู่ฉินสักเพลงล่ะ?”

            หลังจากพูดจบเขาก็เริ่มเล่นทันที

            เสียงกู่ฉินที่ฟังดูหนักแน่นดังก้องห้องขังที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับนี่เป็นครั้งแรกที่ชิงซีเห็นภาพเช่นนี้

            โจวเซียงใจเย็นจริงๆ

            ถึงแม้จะอยู่ในห้องขังที่สกปรกเขาก็ยังไม่สนใจ

            ช่างน่าสะเทือนใจนัก

            บุคคลเช่นนี้ควรค่าแก่การเป็นพันธมิตร

            เพลงนี้เศร้ามาก ชิงซีจำได้ว่านักบวชชุดขาวของศาลาน้ำแข็งหิมะมักเล่นเพลงนี้อยู่บ่อยครั้งเนื้อเพลงจึงผุดขึ้นในใจของนางทันที

            “น่าเสียดายที่ข้าแก่ลงทุกวันแก่ลงอย่างกะทันหันไม่อาจย้อนเวลากลับไปได้

            ปีนขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงสง่าผ่านภูผาและดวงอาทิตย์ ไปให้ไกลจากบ้าน

            เหม่อมองหวงเหอแยงซี[1]ที่คดเคี้ยวไปมา ห่างไกลจากความเวิ้งว้างของทะเลทั้งสี่

            ปีนขึ้นไปบนภูเขาสูงแล้วสูดอากาศเพื่อเติมเต็มความว่างเปล่า

            นกสีแดงชาดบินนำทาง รถม้าวิ่งอย่างมั่นคง

            มังกรอยู่ทางซ้าย เสือขาวอยู่ทางขวา

            สุริยันจันทราเป็นหลังคาเทพธิดาผู้สง่างามนั่งอยู่บนรถม้า

            บินไปในความมืดพักผ่อนในซากปรักหักพังของคุนหลุน[2]

            ข้ามีความสุขมากและไม่เคยเบื่อเลยข้าอยากปราบเหล่าทวยเทพ

            ควบม้าผ่านตั้นสุ่ย[3] เฝ้าดูมรดกยิ่งใหญ่ทางขวามือ

            หงส์สยายปีกบินสูงเสียดฟ้ามองเห็นขุนเขาและสายน้ำแลดูคดเคี้ยว

            เฝ้ามองสรวงสวรรค์และผืนดิน

            มองลงมาเห็นสรรพสัตว์ในที่ราบลุ่มภาคกลาง

            เมื่อมาถึงถิ่นทุรกันดารเขาเห็นต้นสนแดงข้างถ้ำอมตะ

            สิ่งมีชีวิตบนท้องฟ้าโอบกอดกันข้าชื่นชอบเพลงกลองราชวงศ์ชิงอันไพเราะ

            ข้ารู้สึกสงบและมีความสุขข้าทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า

            ข้าคิดว่าจะมีชีวิตอยู่ตลอดกาลและเป็นอมตะข้าจะไม่มองย้อนกลับไปที่บ้านเกิด

            หงส์ไม่สามารถเดินทางไปยังแดนสวรรค์ได้ทันเวลามันถูกทำร้ายโดยฝูงนกฮูก

            มังกรอาศัยอยู่บนบกและถูกมดกัดกิน

            ในเมื่อหงส์และมังกรยังมีชะตากรรมเช่นนี้ไม่ต้องพูดถึงนักปราชญ์ในกลียุคเลย

            แก่ชราและแขนขาอ่อนเปลี้ย เวลาไหลเร็วเหมือนน้ำและไม่เคยหยุดนิ่ง

            ผู้คนลอยไปตามกระแสน้ำความชั่วร้ายทั้งหมดรวมตัวกันเพื่อรังแกคนมีคุณธรรม

            บางคนรวมตัวกันเพื่อหวังอำนาจบางคนอยู่อย่างสันโดษลึกเข้าไปในภูเขา

            สิ่งที่น่ากังวลคือดวงตาที่มืดบอดและการไม่รู้จักแยกแยะ

            บางคนชอบยกยอและประจบสอพลอในขณะที่บางคนกลับซื่อตรงและกล้าพูดความจริง

            ฮ่องเต้แยกไม่ออกระหว่างความดีและความชั่วระหว่างผ้าไหมและผ้าขาดๆ

            โง่เขลาและมืดมน ไม่แยกแยะถูกผิด

            ทิ้งหยกไว้ในสระน้ำลึกบนภูเขาแต่กลับยกย่องกรวดว่าเป็นสมบัติ

            เม่ยป๋อ[4]คอยตำหนิและเตือนสติครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ในที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ให้แก่คนที่ชอบยกยอ

            น่าเศร้าที่คนมีอุดมการณ์สูงส่งและซื่อสัตย์ต้องถูกป้ายสีอย่างเลือดเย็น

            ปี้ก่าน[5]ชี้แจงด้วยเหตุผล แต่โอรสสวรรค์แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

            เมื่อปราศจากต้นน้ำ แม่น้ำย่อมเหือดแห้งเมื่อปราศจากราก ต้นไม้ย่อมไม่อาจเติบโต

            ไม่ใช่หวาดกลัวหายนะแต่เสียใจที่แม้จะต้องสละชีพก็กลับไม่เกิดผลดีใดๆ

            ลืมเรื่องราวเหล่านั้นเสีย!

            ข้าไม่เห็นหงส์และห่านโบยบินเพราะมันรวมตัวกันอยู่ในป่า

            เหาะเหินไปทั่วโลก เมื่อเห็นผู้ที่มีคุณงามความดีจึงยอมปรากฏตัว

            เหล่านักปราชญ์ล้วนมีความสามารถพิเศษพวกเขารู้จักเอาตัวรอดจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก

            หากกิเลนถูกขังอยู่ในกรงมันจะต่างจากสุนัขและลูกแกะได้อย่างไร?”

            ชิงซีจำไม่ได้ว่านานแค่ไหนแล้วที่นางไม่ได้ยินเพลงนี้

            ตอนนี้นางตกใจมาก

            อันที่จริงคนอย่างโจวเซียงไม่เพียงถูกกักขังโดยกบฏเท่านั้นเขายังกักขังตัวเองไว้เพราะความภักดีต่อผู้อื่น

            ในที่สุดเสียงกู่ฉินก็เงียบลง

            ชิงซีกล่าวเบาๆ ว่า“ถ้าข้าบอกเจ้าว่าข้าต้องการให้องค์หญิงเหวินฮวากลับไปยังตำหนักเหวินฮวาหรือแม้กระทั่งพระราชวังจินหลวนเจ้าจะร่วมมือกับข้าหรือไม่?”

            โจวเซียงคุกเข่าลงอย่างตื่นเต้นและพูดว่า“ถ้าเป็นเช่นนั้นชายชราผู้นี้ก็เต็มใจที่จะบุกน้ำลุยไฟ”

            ชิงซีพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ“เอาล่ะ วันนี้เป็นวันที่เจ้ากับข้าเป็นพันธมิตรกัน จำไว้ว่าข้าคือประมุขตระกูลมู่”

            หลังจากกล่าวจบชิงซีก็โยนปิ่นหยกสีเขียวที่ทำจากหยกเนื้อดีให้โจวเซียง

            โจวเซียงหยิบปิ่นหยกขึ้นมาและถามว่า“นี่คือ…”

            ชิงซีกล่าวว่า“คนของข้าจะหาทางพาเจ้าออกจากที่นี่ ถ้าเจ้าออกไปได้แล้วให้นำปิ่นหยกนี้ไปยังร้านค้าใดก็ได้ของตระกูลมู่แล้วเจ้าจะได้พบข้า”

            โจวเซียงพยักหน้า เขาเก็บปิ่นหยกไว้ในอกเสื้อและกล่าวขอบคุณ

            ชิงซียิ้มเล็กน้อย“เจ้าไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าตอนนี้ ไว้ขอบคุณในภายหลังก็ยังไม่สาย”

            ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าของผู้คุมก็ใกล้เข้ามา

            ชิงซีหายตัวไปในพริบตา

            เมื่อผู้คุมเดินมาถึงและเห็นโจวเซียงกำลังยืนเหม่อลอยด้วยท่าทีงุนงงเขาก็บ่นพึมพำว่าชายผู้นี้ทำตัวไม่มีชีวิตชีวาอีกแล้ว

            หลังจากนั้นผู้คุมก็นำอาหารมาให้

            โจวเซียงไม่พูดอะไร

            ตอนนี้เขาปราศจากความกังขาโดยสิ้นเชิง

            เขาทานอาหารช้าๆ และทำตัวแทบไม่ต่างจากปกติ

            แต่ในความเป็นจริงมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าตอนนี้ตนเองแตกต่างจากก่อนหน้านี้มาก

            ในที่สุดสิ่งที่ท่านอ๋องได้วางแผนมาหลายปีก็สำเร็จแล้ว

             

            ------------------------

            [1] หวงเหอแยงซีหมายถึง แม่น้ำหวงเหอและแม่น้ำแยงซี

            [2] คุนหลุนหรือเทือกเขาคุนหลุน มักถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งในตำนานปรัมปราของจีนเชื่อกันว่าเป็นแดนสวรรค์ของนักบวชในลัทธิเต๋า

             [3] ตั้นสุ่ย คือชื่อแม่น้ำในสมัยจีนโบราณตั้งชื่อตามปลาสีแดงที่แหวกว่ายในแม่น้ำดังกล่าว มีต้นกำเนิดอยู่ที่ซ่างหลัวปัจจุบันกลายเป็นภูเขาเฟิ่งหวงในเขตซางโจวเมืองซ่างหลัว

            [4] เม่ยป๋อหรือจื่อเม่ยป๋อเป็นขุนนางตงฉินในรัชสมัยของโจวฮ่องเต้ เขาเป็นคนซื่อตรงและกล้าพูดความจริงเมื่อเห็นว่าฮ่องเต้ไม่อยู่ในกรอบศีลธรรม เขาก็กล่าวตำหนิออกไปตามตรง ขุนนางคนอื่นมักเตือนให้เขาปฏิบัติตัวดีๆเพราะการหมิ่นเบื้องสูงจะทำให้เขาอายุสั้น แต่เม่ยป๋อกลับกล่าวว่า “ถ้าขุนนางทุกคนไม่กล้าพูดแล้วราชสำนักต้องการให้พวกเราทำสิ่งใด?” ฮ่องเต้หมดความอดทนจึงสั่งฆ่าเม่ยป๋อและหั่นร่างของเขาโยนลงในหม้อน้ำแกง

            [5] ปี้ก่านหรือโจวปี้ก่านเป็นขุนนางคนสำคัญของราชวงศ์ซาง มีผลงานโดดเด่นด้านส่งเสริมการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์การถลุงแร่และการหล่อโลหะ รวมถึงการเสริมกำลังกองทัพ ในยุคนั้นดินแดนได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อมาในยุคจักรพรรดิซินเกิดสงครามครั้งใหญ่ แต่กองทัพกลับอ่อนแอลงมาก ปี้ก่านสั่งให้กองทัพเดินทางช้าลงเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของทหารแต่เมื่อจักรพรรดิซินทราบข่าวก็โกรธมากและสั่งลงโทษปี้ก่าน

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774