รุ่งอรุณของวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความสดใสและเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานและกลิ่นอายความรัก หลีเฮงขยับตัวบิดขี้เกียจอย่างเชื่องช้าบนเตียงกว้างที่ยับยู่ยี่ ร่างกายของเขารู้สึกเบาสบายและเปี่ยมไปด้วยพลังงานหยางที่หมุนเวียนอย่างสมดุล หลังจากค่ำคืนอันยาวนานของการฝึกฝนบำเพ็ญคู่ เขารู้สึกเหมือนตัวเองได้เกิดใหม่ในทุกๆ เช้า
ติ๊ง!
[รายรับประจำวันจากหุ่นเทพจำแลงที่วังเหมันต์: บวก 3,000 แต้ม]
เสียงของระบบเทพแมงดาดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า หลีเฮงยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นตัวเลขแต้มแมงดาที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง หุ่นเทพจำแลงที่เขาทิ้งไว้ให้หลินเสวี่ยเหยาดูเหมือนจะทำงานได้ดีเกินคาด มันไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บของนางในยามที่เขาไม่อยู่ แต่ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องปั๊มแต้มชั้นเลิศให้กับเขาอีกด้วย
"อืม... เช้านี้ช่างดีเหลือเกิน" ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง พลางลูบไล้พื้นที่ว่างเปล่าข้างกาย มู่ชิงหลานคงลุกออกไปจัดการธุระของหอการค้าตั้งแต่เช้าตรู่ตามประสาหญิงเก่งผู้บ้างาน
แต่ความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน...
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าเกราะเหล็กนับร้อยคู่ดังกึกก้องมาจากด้านนอกคฤหาสน์หอการค้าตระกูลมู่ ตามมาด้วยเสียงตะโกนสั่งการที่เฉียบขาดและดุดัน พื้นดินสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อม คลื่นพลังปราณอันหนักหน่วงและกดดันแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำเอาบ่าวไพร่และองครักษ์ในคฤหาสน์ต่างหน้าถอดสี
หลีเฮงดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที สัญชาตญาณเตือนภัยในร่างกายทำงานอย่างเต็มกำลัง เขารีบสวมเสื้อผ้าและพุ่งทะยานออกไปยังหน้าต่างเพื่อสังเกตการณ์ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาเขาต้องขมวดคิ้วมุ่น
ภายนอกกำแพงคฤหาสน์หอการค้าที่เคยหรูหราและสงบเงียบ บัดนี้ถูกปิดล้อมไปด้วยกองกำลังทหารนับร้อยนาย พวกเขาล้วนสวมชุดเกราะสีดำทมิฬที่สลักลวดลายอสูรคำราม แต่ละคนถืออาวุธหนักครบมือ ทั้งหอก ดาบ และโล่ขนาดใหญ่ กลิ่นอายคาวเลือดและจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากกองกำลังนี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาไม่ใช่ทหารยามธรรมดา แต่เป็นทหารผ่านศึกที่ผ่านการอาบเลือดในสนามรบมานับไม่ถ้วน
"กองกำลังปราบอสูร..." หลีเฮงหรี่ตาลง เขารู้จักชื่อเสียงของกองกำลังนี้ดี พวกเขาคือหอกทะลวงฟันที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้น มักจะถูกส่งไปประจำการที่ชายแดนเพื่อต่อกรกับสัตว์อสูรระดับสูง การที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ กลางเมืองหลวง และมาปิดล้อมคฤหาสน์ของเขา ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
ตระกูลฉู่!
ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของชายหนุ่มทันที หลังจากเหตุการณ์ที่เขาสังหารมือสังหารของตระกูลฉู่ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน พวกมันคงโกรธแค้นจนแทบคลั่ง และเมื่อลอบกัดไม่สำเร็จ พวกมันจึงใช้อำนาจและเงินทองติดสินบนฝ่ายเสนาธิการทหารและขุนนางกังฉิน เพื่อยืมมือทางการมากำจัดเขาอย่างชอบธรรม!
ณ บริเวณหน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์ มู่ชิงหลานในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ากองทหาร ใบหน้างดงามของนางเชิดขึ้นอย่างหยิ่งผยองและเยือกเย็น แววตาคมกริบราวกับพญาหงส์ที่พร้อมจะปกป้องรังของตน ด้านหลังของนางคือกลุ่มองครักษ์ระดับสูงของหอการค้าที่ชักอาวุธเตรียมพร้อมปะทะ สถานการณ์ตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด
ผู้ที่ยืนประจันหน้ากับมู่ชิงหลาน คือหญิงสาวร่างสูงโปร่งผู้หนึ่ง นางสวมชุดเกราะรัดรูปสีเงินยวงที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าและกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลัง ใบหน้าของนางคมเข้มและดุดัน คิ้วเรียวพาดเฉียงขึ้นราวกับดาบ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันอย่างเคร่งขรึม เส้นผมสีดำขลับถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างทะมัดทะแมง ในมือของนางกำทวนยาวเล่มยักษ์ที่มีไอหมอกสีดำจางๆ แผ่ออกมาตลอดเวลา
ฉินเยว่หง! แม่ทัพหญิงระดับ SSS ผู้กุมบังเหียนกองกำลังปราบอสูร เจ้าของฉายา 'พยัคฆ์สาวเกราะเหล็ก' นางคือสตรีที่ทรงพลังและเด็ดขาดที่สุดในกองทัพ!
"ประมุขมู่ ข้าขอแนะนำให้ท่านหลีกทางไป" เสียงของฉินเยว่หงดังกังวานและหนักแน่น ทรงพลังราวกับเสียงกลองศึก "ข้าได้รับคำสั่งโดยตรงจากเบื้องบน ให้มาจับกุมตัวหลีเฮง ในข้อหาบ่อนทำลายความมั่นคงของแคว้นและสมคบคิดกับกบฏ หากท่านขัดขวาง ข้ามีสิทธิ์ที่จะถือว่าหอการค้าตระกูลมู่มีส่วนรู้เห็นและเป็นภัยต่อความมั่นคงเช่นกัน!"
มู่ชิงหลานแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ข้อหาบ่อนทำลายความมั่นคง? สมคบคิดกับกบฏ? ช่างเป็นข้อกล่าวหาที่ไร้สาระสิ้นดี! แม่ทัพฉิน ท่านเป็นถึงแม่ทัพผู้เกรียงไกร เหตุใดจึงยอมลดตัวไปเป็นเครื่องมือให้พวกขุนนางชั่วและตระกูลสุนัขลอบกัดอย่างตระกูลฉู่หลอกใช้? หลีเฮงคือสามีของข้า คือคนของตระกูลมู่ หากท่านต้องการจะเอาตัวเขาไป ก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน!"
สิ้นคำประกาศของมู่ชิงหลาน องครักษ์ของหอการค้าก็ปลดปล่อยพลังปราณออกมาพร้อมกัน คลื่นพลังกดดันปะทะเข้ากับจิตสังหารของกองกำลังปราบอสูรจนอากาศรอบด้านเกิดเสียงลั่นเปรี๊ยะ สถานการณ์บานปลายจนถึงขีดสุด หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลงมือ สงครามกลางเมืองในเมืองหลวงจะต้องปะทุขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผลที่ตามมานั้นเกินกว่าที่ใครจะประเมินได้ หอการค้าตระกูลมู่กุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจเอาไว้ หากพวกเขาถูกกวาดล้าง เศรษฐกิจของแคว้นจะต้องพังพินาศในพริบตา!
ขณะเดียวกัน หลีเฮงที่ลอบสังเกตการณ์อยู่บนหลังคาคฤหาสน์ก็กำลังใช้ 'เนตรวิเศษ' ของเขาเพ่งมองไปยังร่างของฉินเยว่หงอย่างละเอียด เขาไม่ได้มองดูสัดส่วนอันเย้ายวนของนาง แต่มองลึกเข้าไปถึงกระแสพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย
"หืม..." หลีเฮงหรี่ตาลง เมื่อภาพกระแสพลังในร่างของแม่ทัพสาวปรากฏชัดเจนในคลองจักษุ
เขาพบว่าบริเวณช่วงล่างของนาง ตั้งแต่สะโพกกลมกลึง ต้นขาที่แน่นตึง ไปจนถึงปลายเท้า มีกลุ่มก้อนพลังงานสีดำเข้มข้นเกาะติดอยู่หนาแน่น พลังงานนั้นไม่ได้เป็นเพียงปราณธรรมดา แต่มันคือ 'ไอปราณดีบัฟ' ที่แฝงไปด้วยพิษร้ายแรง!
'พิษอสูรฝังกระดูก...' ระบบเทพแมงดาวิเคราะห์ข้อมูลและส่งเข้าสู่สมองของเขา 'พิษชนิดนี้เกิดจากการสะสมของปราณมารจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสูงเป็นเวลานาน มันมีลักษณะของธาตุดินและสายฟ้าผสมผสานกัน...'
หลีเฮงพยักหน้าเบาๆ เขาเข้าใจแล้ว ธาตุดินทำให้พิษนั้นจับตัวเป็นก้อนแข็ง หนาทึบ และอุดตันตามเส้นชีพจร ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณสะโพกและท่อนล่างของนางแข็งเกร็ง ไร้ความยืดหยุ่น ในขณะที่ธาตุสายฟ้าทำให้เกิดอาการเจ็บปวด แสบแปลบ ชาด้าน และสูญเสียความรู้สึกไปทีละน้อย
'นางต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสทุกครั้งที่เคลื่อนไหว' หลีเฮงคิดในใจ 'ด้วยสภาพแบบนี้ หากปล่อยทิ้งไว้อีกไม่เกินครึ่งปี นางจะต้องกลายเป็นคนพิการท่อนล่างถาวร ไม่สามารถลุกขึ้นยืนหรือเดินได้อีกต่อไป...'
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว แม้ฉินเยว่หงจะมาเพื่อจับกุมเขา แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกนับถือในความอดทนของสตรีผู้นี้ นางต้องแบกรับความเจ็บปวดแสนสาหัสขนาดไหน ถึงยังสามารถยืนหยัดและแผ่รังสีอำมหิตข่มขวัญผู้คนได้ถึงเพียงนี้?
"เอาล่ะ ถึงเวลาที่พระเอกต้องออกโรงแล้ว" หลีเฮงยิ้มกริ่ม ก่อนจะกระโจนลงจากหลังคา ร่างของเขาลอยละลิ่วลงมาเบื้องหน้ากองกำลังปราบอสูรอย่างนุ่มนวล ราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่นลงบนผิวน้ำ
ตุบ!
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของชายหนุ่ม ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างชะงักงัน
"สามี!" มู่ชิงหลานร้องเรียกด้วยความตกใจ นางรีบก้าวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ "ท่านออกมาทำไม! รีบกลับเข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้!"
"ภรรยาที่รัก ขอบคุณที่ปกป้องข้า แต่ข้าเป็นลูกผู้ชาย จะปล่อยให้สตรีออกหน้ารับแทนได้อย่างไร?" หลีเฮงขยิบตาให้นาง ก่อนจะค่อยๆ ดันร่างบางของมู่ชิงหลานไปด้านหลังอย่างนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ
จากนั้น เขาก็หันไปเผชิญหน้ากับฉินเยว่หงโดยตรง รอยยิ้มกวนประสาทยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา
"สวัสดี แม่ทัพฉินผู้เลอโฉม" หลีเฮงประสานมือคารวะอย่างขอไปที "ข้าคือหลีเฮง บุรุษรูปงามที่พวกท่านกำลังตามหาตัวอยู่ ได้ยินว่าท่านต้องการจับกุมข้าด้วยข้อหาบ่อนทำลายความมั่นคง? แหม... ข้าเป็นแค่อดีตหมอนวดตกอับ จะเอาปัญญาที่ไหนไปบ่อนทำลายความมั่นคงของแคว้นได้เล่า? หรือว่าการที่ข้านวดเก่งเกินไป ทำให้พวกขุนนางแก่ๆ อิจฉาจนต้องส่งกองทัพมาจับตัวข้า?"
"บังอาจ!" ทหารนายหนึ่งตวาดลั่น พร้อมกับชี้หอกมาทางเขา "ต่อหน้าท่านแม่ทัพ เจ้ายังกล้าสามหาว!"
ฉินเยว่หงยกมือขึ้นห้ามลูกน้อง แววตาของนางจ้องมองหลีเฮงอย่างเย็นชา ราวกับกำลังมองดูมดปลวกที่ไร้ค่า "ปากเก่งนักนะหลีเฮง ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะเป็นใคร หรือตระกูลมู่จะคุ้มครองเจ้าอย่างไร ในเมื่อมีคำสั่งลงมา ข้าก็ต้องปฏิบัติตาม ทหาร! จับกุมตัวเขา!"
"ช้าก่อน!" หลีเฮงตะโกนสวนขึ้นมาทันควัน "แม่ทัพฉิน ท่านไม่อยากรู้หรือว่า ทำไมข้าถึงกล้าออกมาเผชิญหน้ากับท่านเพียงลำพัง โดยไม่เกรงกลัวกองทัพเกราะเหล็กของท่านเลยแม้แต่น้อย?"
ฉินเยว่หงขมวดคิ้ว "เจ้ามีลูกไม้อะไรอีก?"
หลีเฮงเดินเข้าไปใกล้นางอีกสองก้าว สายตาของเขาจงใจกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าคมเข้ม เลื่อนต่ำลงมายังยอดอกที่ชูชันดันเกราะเงิน หน้าท้องที่แบนราบ และหยุดนิ่งอยู่ที่บริเวณสะโพกและต้นขาที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของนาง
"สายตาของเจ้ากำลังมองไปที่ใด!" ฉินเยว่หงตวาดด้วยความโกรธจัด จิตสังหารพุ่งทะยานจนแทบจะจับต้องได้ ทวนยาวในมือของนางสั่นสะท้าน เตรียมพร้อมที่จะแทงทะลุร่างของชายหนุ่มผู้ไร้มารยาทตรงหน้า
แต่หลีเฮงกลับไม่สะทกสะท้าน เขายิ้มบางๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ดังพอที่จะให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยินชัดเจน
"ข้ากำลังมองดู 'ความตาย' ที่กำลังกัดกินท่อนล่างของท่านอยู่อย่างไรเล่า แม่ทัพฉิน"
คำพูดของเขาเปรียบเสมือนอสนีบาตที่ฟาดผ่าลงมากลางวง ทุกคนต่างตกตะลึงจนเบิกตาค้าง โดยเฉพาะฉินเยว่หงที่ใบหน้าเปลี่ยนสีไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิมอย่างรวดเร็ว
"เจ้าพูดพล่อยๆ เรื่องอันใด!" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน
"ข้าพูดพล่อยๆ อย่างนั้นหรือ?" หลีเฮงเลิกคิ้วขึ้น "งั้นท่านลองตอบข้ามาสิ ว่าทุกคืนยามที่อากาศเย็นลง ท่านรู้สึกปวดร้าวที่จุดกวนหยวน (ใต้สะดือ) ราวกับมีเข็มน้ำแข็งนับพันทิ่มแทงใช่หรือไม่? เวลาที่ท่านควบม้าหรือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สะโพกและท่อนขาของท่านจะแข็งเกร็งราวกับท่อนหิน ขยับไม่ได้ดั่งใจนึกใช่ไหม? และที่สำคัญที่สุด... ตอนนี้ ขาซ้ายของท่านตั้งแต่หัวเข่าลงไป แทบจะไม่มีความรู้สึกใดๆ เหลืออยู่เลย มันชาด้านและหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยเหล็กกล้า!"
ยิ่งหลีเฮงพูด ใบหน้าของฉินเยว่หงก็ยิ่งซีดเผือดลงเรื่อยๆ ดวงตาคู่คมของนางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและเหลือเชื่อ
เขา... เขารู้ได้อย่างไร?!
อาการเหล่านี้คือความลับสุดยอดที่นางปิดบังเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ แม้แต่หมอหลวงที่เก่งกาจที่สุดในวังก็ยังวินิจฉัยไม่ได้ พวกเขาบอกเพียงว่านางทำงานหนักเกินไปและให้ยาบำรุงมาทาน แต่นางรู้ตัวดีว่าร่างกายของนางกำลังเสื่อมสภาพลงทุกวัน พิษร้ายที่นางได้รับจากการสู้รบกับราชันย์อสูรดินและอสูรสายฟ้าเมื่อหลายปีก่อน มันกำลังฝังรากลึกเข้าสู่กระดูกและเส้นประสาทของนาง
"ท่าน... ท่านต้องการอะไร?" น้ำเสียงของฉินเยว่หงสั่นพร่าเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งและดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดหวั่นของสตรีผู้หนึ่งที่กำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป นั่นคือ 'การยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง'
หลีเฮงยิ้มกว้างขึ้น เขารู้ว่าเขาจับจุดอ่อนของเสือสาวตัวนี้ได้แล้ว
"ง่ายมาก" ชายหนุ่มยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "ข้ามีวิธีรักษาพิษอสูรฝังกระดูกให้ท่านได้ ข้าสามารถขจัดไอพิษธาตุดินที่อุดตันเส้นชีพจร และฟื้นฟูเส้นประสาทที่ถูกทำลายจากธาตุสายฟ้า ให้กลับมามีความรู้สึกดั่งเดิมได้ภายในเวลาไม่นาน ด้วย 'ทักษะหมอนวด' ขั้นเทพของข้า"
"เจ้า... เจ้าเป็นแค่ผู้มีพรสวรรค์ระดับ F จะมีความสามารถรักษาพิษที่หมอหลวงระดับสูงยังหมดปัญญาได้อย่างไร!" ทหารคนสนิทของฉินเยว่หงท้วงขึ้น
"ฮ่าๆๆ ระดับ F แล้วอย่างไร? หมอหลวงของพวกเจ้าเก่งนัก ก็ให้พวกเขารักษาท่านแม่ทัพสิ เหตุใดท่านแม่ทัพถึงยังมีสภาพเช่นนี้เล่า?" หลีเฮงหัวเราะเยาะ "ปราณหยางในร่างของข้า มีคุณสมบัติพิเศษในการปลุกเร้าธาตุไม้แห่งการเยียวยา มันสามารถทะลวงเข้าไปถึงจุดที่ลึกที่สุดของเส้นชีพจร เพื่อสลายตะกรันพิษและฟื้นฟูเซลล์ที่ตายแล้วให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง!"
เขาหันไปสบตากับฉินเยว่หงอย่างจริงจัง "ข้อเสนอของข้าคือ ข้าจะนวดรักษาท่อนล่างให้ท่าน เพื่อแลกกับการที่ท่านต้องถอนกำลังทหารทั้งหมดกลับไป และยกเลิกข้อหาความมั่นคงบ้าบอนั่นซะ อ้อ... และท่านต้องรับปากว่า จะไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้ตระกูลฉู่มาแว้งกัดข้าอีก ว่าอย่างไรล่ะ แม่ทัพฉิน? จะยอมเสี่ยงดวงกับหมอนวดระดับ F อย่างข้า หรือจะยอมกลับไปรอวันกลายเป็นคนพิการท่อนล่าง นั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต?"
ฉินเยว่หงนิ่งอึ้งไป นางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความคิดในหัวตีกันวุ่นวาย นางรู้ดีว่าหากถอนกำลังกลับไปโดยพลการ นางจะต้องถูกไต่สวนและอาจถูกลงโทษทางทหาร แต่นั่นก็ยังดีกว่าการต้องสูญเสียขาทั้งสองข้างไปตลอดกาล นางคือแม่ทัพ หากไร้ซึ่งกำลังวังชา นางก็ไม่ต่างอะไรกับเศษขยะ
แววตาของแม่ทัพสาวจ้องมองบุรุษตรงหน้าอย่างค้นหา หลีเฮงดูเป็นเพียงชายหนุ่มเจ้าสำราญ กะล่อน และไร้ความน่าเชื่อถือ แต่ลึกลงไปในดวงตาของเขา กลับมีความมั่นใจและพลังบางอย่างที่ทำให้นางเผลอรู้สึกโอนอ่อนตาม
หลังจากเงียบไปพักใหญ่ ในที่สุด ฉินเยว่หงก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
"ทหาร... ถอนกำลัง"
"ท่านแม่ทัพ!" เหล่าทหารร้องอุทานพร้อมกัน
"ข้าบอกให้ถอนกำลัง!" นางตวาดเสียงกร้าว "ใครกล้าขัดคำสั่ง ข้าจะสั่งตัดหัวมันเดี๋ยวนี้!"
เมื่อเห็นความเด็ดขาดของแม่ทัพ กองกำลังปราบอสูรก็จำต้องล่าถอยกลับไปอย่างไม่เต็มใจนัก ทิ้งไว้เพียงฉินเยว่หงที่ยืนเผชิญหน้ากับหลีเฮงเพียงลำพัง
"ข้าทำตามเงื่อนไขของเจ้าแล้ว" นางกล่าวเสียงเย็น "หวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูด หากเจ้าหลอกลวงข้า ข้าจะใช้ทวนเล่มนี้ แทงทะลุหัวใจเจ้าด้วยมือของข้าเอง!"
หลีเฮงยิ้มกริ่ม พลางผายมือเชื้อเชิญ "แน่นอน ข้าเป็นคนรักษาคำพูดเสมอ เชิญท่านแม่ทัพเข้ามาด้านในเถิด ห้องนวดบำบัดของข้า... พร้อมต้อนรับท่านเสมอ"
ติ๊ง!
[ระบบตรวจพบเป้าหมายคู่พันธะคนที่หก: ฉินเยว่หง (ระดับ SSS)]
[สถานะ: พิษอสูรเกาะกินจุดกวนหยวนและชีพจรสะโพกส่วนล่าง (ความเสียหายระดับวิกฤต)]
[แจ้งเตือน: การยุ่งเกี่ยวกับแม่ทัพหญิงระดับสูง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโชคชะตา]
[แต้มวิบัติสะสม: บวก 2 แต้ม (สะสมรวม 12 แต้ม)]
[แต้มแมงดาสะสมคงเหลือรวม: 40,030 แต้ม]
[คำประเมินจากระบบ: ช่างหาเรื่องใส่ตัวได้เก่งกาจเสียจริงโฮสต์! ริอ่านจะไปนวดบั้นท้ายของแม่ทัพเสือสาวเกราะเหล็กผู้พกทวนยาวระดับ SSS ระวังเถอะ... หากนวดไม่ดี ทวนนั่นอาจจะเปลี่ยนเป้าหมายมาเสียบ 'มังกรน้อย' ของโฮสต์แทนก็เป็นได้! ฮี่ๆๆ]
หลีเฮงมุมปากกระตุกเล็กน้อยกับคำแซวของระบบ แต่เขาก็ไม่สนใจ เขารู้ดีว่าภารกิจครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยคลี่คลายวิกฤตของหอการค้า แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่การพิชิตใจแม่ทัพหญิงผู้แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นอีกด้วย!
สงครามบนเตียงนวด... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!