“ตายซ้าาาาาาาาา”
เสียงคล้ายเสียงร้องะโของใครบางคนลอยออกมาจากตรงไหนซักที่
“นั่นมัน เสียงอะไรน่ะ ดังมาจากตรงไหนกัน เหมือนอยู่ใกล้ๆเลย ผมไม่ได้ยินไปคนเดียวใช่มั๊ย อาซามิซัง”
“เหมือนเสียงแช่งให้ตายเลยนะ นี่...อย่าบอกนะว่าจะไปดูน่ะ นี่นายเคยดูหนังแนวสยองขวัญมั้ยเนี่ย อย่าได้คิดจะเข้าไปเด็ดขาดเลยนะ"
“ไม่อะ ผมเกลียดหนังสยองขวัญเป็ที่สุด แต่สถานการณ์แบบนี้มันต้องไปหาต้นเสียงไม่ใช่เหรอ เผื่อจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับที่นี่เพิ่มด้วย”
ฮายาโตะมองไปรอบๆ เพื่อหาที่มาของเสียง
[ตอนนี้เราอยู่ตรงทุ่งโล่ง ด้านนึงมีป่า กับอีกด้านมีถ้ำ]
จากนั้นก็มีหน้าต่างระบบโผล่ออกมาหน้าทั้งสองคน เขียนอยู่ว่า
<ระบบแนะนำให้เข้าไปXXXในถ้ำ>
<ปล.XXXจะเป็ตัวอักษร3ตัว จะออกมาเป็รูปแบบไหนก็ได้ขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้เห็น>
“หน้าต่างบอกมาละ ถึงจะไม่รู้หรอกนะว่าระบบมายังไง แต่เข้าไปในถ้ำกันเถอะ”
“นะ นี่นาย!? จะบ้าไปแล้วเหรอ ให้เกียรติผู้หญิงหน่อยสิยะ นี่เราเพิ่งเจอกันนะ จะ จะให้ทำเื่แบบนั้นกันในถ้ำจริงๆเหรอ ไอ้โรคจิต”
“เอ้า แล้วจะให้ไปในป่าเรอะ ในหน้าต่างก็บอกให้ไปในถ้ำไม่ใช่หรอกเหรอ จะอายอะไรครับ?”
“ไอ้หมอนี่ รสนิยมเป็แบบนี้เหรอ แย่ที่สุดเลย! เพราะงี้ไงชั้นถึงได้เกลียดผู้ชาย ลาล่ะ! ชั้นจะไม่ไปกับนายเด็ดขาด ในหัวคิดได้แต่เื่จะสืบพันธุ์เนี่ย ผู้ชายมันก็เป็ซะแบบนี้!!”
มาอิตวาดใส่ฮายาโตะอย่างรุนแรง ก่อนจะเดินไปทางป่าอย่างเร็ว
“ดะ เดี๋ยวสิ ผมก็แค่ทำตามที่ระบบมันบอกเองนะ ก็มันบอกให้ไป <ตาม> ในถ้ำไม่ใช่เหรอ ทำไมผมถึงโดนด่าแบบนี้ล่ะเนี่ย ระ หรือว่า ที่เธอเห็นมันจะไม่ใช้คำนี้?”
“มะ มันจะเป็อย่างนั้นได้ยังไงละก็ของฉันมันขึ้นว่า ซะ….”
อยู่ๆมาอิก็หยุดพูดกลางคันราวกับเป็คำพูดที่ไม่ควรจะพูดออกมา เหงื่อเริ่มไหลออกมาจากใบหน้าของเธอ ใบหน้าของเธอเริ่มแดงระเรื่อ ท่าทางของเธอตอนนี้เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน
“ซะ?”
ฮายาโตะเอียงหัวเล็กน้อยเหมือนเขาจะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่มาอิพูดซักเท่าไหร่นัก
“นี่นายจะให้ผู้หญิงพูดคำน่าไม่อายแบบนั้นออกมาหรือไงละ ไอ้โรคจิต”
[ซะ งั้นหรอ อืม….อะ หรือว่า]
เหมือนว่าอยู่ๆฮายาโตะจะเริ่มเข้าใจคำที่มาอิกำลังจะพยายามอธิบายอยู่ เขาจึงเผลอหันหลังให้กับมาอิที่กำลังอายอยู่ด้านหน้าเพื่อปกปิดใบหน้าที่กำลังอายในสิ่งที่เขาพยายามบังคับให้เธอพูดในสิ่งที่น่าอายออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ขอโทษครับผมไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น ผมไม่ได้พยายามจะทำอะไรแบบนั้นหรอกนะ”
“โกหกชัดๆเลยไม่ใช่รึไงละ ตั้งใจจะพาฉันเข้าถ้ำพอถึงจังหวะเหมาะก็จะถอดเสื้อผ้าฉันแล้วก็ทำเื่อย่างว่าใช่มั้ยละ”
“ก็บอกอยู่ไงละครับว่าภารกิจของผมมันบอกให้ <ตาม>เข้าไปในถ้ำ”
“แอ๊ะ”
เหมือนว่ามาอิจะได้สติและหยุดโวยวาย
“เดี๋ยวก่อนนะนี่ระบบมันบอกเราทั้งสองคนไม่เหมือนกันหรอ”
หลังจากปรับความเข้าใจกันแล้วดูเหมือนว่าสิ่งที่ฮายาโตะพูดนั้นจะไม่ได้โกหก มาอิจึงเริ่มที่จะเชื่อใจฮายาโตะมากขึ้นเล็กน้อย
“เฮ้อ ช่วยไม่ได้นะ ถึงจะไม่ค่อยอยากเชื่อก็เถอะ แต่ท่าทางถ้ำนั่นน่าจะมีอะไรอยู่จริงๆด้วยสิ...”
“ถ้าอย่างนั้นลองไปดูกันมั้ยละครับ ต..แต่ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปก็ได้นะครับ”
มาอิครุ่นคิดอยู่ซักครู่หนึ่ง การที่เธอจะไปกับคนแปลกหน้าที่พึ่งจะเจอกันได้ไม่ถึง 10 นาทีคงจะเป็เื่ที่ไม่สมควรซักเท่าไหร่ แต่ว่าการที่อยู่ดีๆเธอก็มาโผล่ในที่ๆไม่รู้จัก แบบนี้การที่มีคนอยู่ช่วยก็คงจะดีไม่น้อย อีกทั้งอีกฝ่ายยังดูเป็คนที่ดูเป็สุภาพบุรุษไม่น้อย
“ฉะ ฉันก็จะไปด้วย แต่อย่าทำอะไรแปลกๆไม่เข้าเื่ละ ไม่งั้นแม่จะซัดให้ไปใช้งานต่อไม่ได้ซะเลย”
แล้วทั้งสองคนก็ค่อยๆเดินเข้าไปในป่า….
¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤¤
หลังจากที่ยาไคสังหารหมูป่าไปได้เขาก็ค่อยๆเดินไปนอนบนพื้นที่มีหินขรุขระ ก่อนที่จะค่อยๆทบทวนกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า หมูป่าปกติขนาดไม่ใหญ่ขนาดนี้แน่นอน ประกอบทั้งอยู่ดีๆตัวเองก็โผล่มาอยู่ในป่า มันดูคล้ายกับอนิเมะที่เขาเคยดูผ่านๆอยู่เื่หนึ่งที่อยู่ดีๆพระเอกก็ถูกเคลื่อนย้ายไปยังโลกอื่น ก่อนที่จะได้ความสามารถพิเศษต่างๆและผจญภัยไปยังที่ต่างๆ
“เอาจริงหรอเนี่ย ต่างโลกเนี่ยนะ”
<ระบบยืนยันว่านี่ไม่ใช่โลกที่เพลเยอร์อยู่อย่างแนนอน>
“เพลเยอร์? เหมือนเกมน่ะเหรอ?”
<ที่นี่คือโลกแห่งความเป็จริง>
“สรุปที่นี่ก็คือโลกที่ฉันไม่รู้จักสินะ”
ไร้เสียงตอบรับจากระบบ ในระหว่างที่ยาไคกำลังทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเอง ก็มีเสียงชายหญิงสองคนกำลังทะเลาะกันดังมาจากด้านหน้าถ้ำ
[มีคนอยู่แถวนี้ด้วยเหรอเนี่ย อยู่ในนี้ก่อนแล้วกัน พวกนั้นอาจจะเป็โจร...]
<คนเ่าั้เป็คนดี ระบบแนะนำให้เข้าหา>
“จะให้ฉันเชื่อใจแกแล้วไปหาพวกนั้นรึไง?”
ทันใดนั้นหน้าต่างประหลาดก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกันกับที่เ้าของเสียงทั้งสองได้มาถึงปากถ้ำแล้ว
<บังคับแอคทีฟ เดอะ ราธ(โทสะ)ชั่วคราว>
<ร่างกายของคุณจะอาละวาดและฆ่าทุกสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งโดยรอบจนกว่าร่างกายจะโอเวอร์โหลด>
“อ๊ะ ดะ”
แต่ก่อนที่จะคิดอะไรสติของยาไคก็ดับวูบไป ดวงตาของเขากลายเป็สีแดงราวกับเืแล้วร่างของเขาพุ่งไปหาเ้าของเสียงทั้งสองพร้อมกับกำหมัดแน่น
“ถึงแล้ว...นี่ เข้าใจใช่ไหม ห้ามทำอะไรเด็ดขาดเลยนะ!”
“ครับๆ...”
มาอิพูดกับฮายาโตะที่เดินนำหน้าอย่างหวาดระแวง กลับกันฮายาโตะกลับหันมาตอบด้วยท่าทีสบายๆ
ปึก!
เกิดเสียงดังมาจากในถ้ำ พร้อมกับร่างชายที่มีแววตาแดงฉานราวกระหายเืกำหมัดแน่นพุ่งเข้ามาหา
ทันทีที่เห็นดังนั้น มาอิก็คว้าคอเสื้อของฮายาโตะจากด้านหลังสุดแรง จนทำให้หลบหมัดของยาไคได้หวุดหวิด กระนั้นหมัดก็ยังรุนแรงพอจะสร้างแรงลมเบาๆได้เลยที่เดียว
“เหวอ?! เดี๋ยวสิ คุณอาซามิ อย่าดึงคอเสื้อ มะ มันหายใจไม่ออกนะ”
“ไม่สนล่ะ อีแบบนี้ชั้นจะหนีก่อนล่ะ!”
เธอออกวิ่งสุดแรงพร้อมกับลากฮายาโตะไปด้วย เพื่อหนีจากเด็กหนุ่มที่กระโจนเข้ามา
“เดี๋ยวสิครับ! แค่ก เขาอาจจะไม่ได้มาทำร้ายก็ได้นะ! แล้ววิ่งไปลากผมไปแบบนี้ คุณแข็งแรงขนาดไหนเนี่ย?!”
"เสื้อเปื้อนเืแบบนั้น คิดว่าทำอะไรมาล่ะ!"
ทันใดนั้นเอง ก็มีหน้าต่างเด้งขึ้นมาที่หน้ามาอิ
<ค่าความเร็วเพิ่มขึ้น>
<ค่าแรงกายเพิ่มขึ้น>
---------------------
<ได้รับพาสสีฟความเร็วเลเวล 1>
<ได้รับพาสสีฟแรงกายเลเวล 1>
<จะทำการแอคทีฟความเร็วเลเวล 1 หรือไม่ Y/N>
<จะทำการแอคทีฟแรงกายเลเวล 1 หรือไม่ Y/N>
“ฉันได้สกิลมาแหละ”
“หา?!”
“เยส เปิดใช้สกิลเลย”
<แอคทีฟแรงกายเลเวล 1>
<แอคทีฟความเร็วเลเวล 1>
ทันใดนั้น มาอิก็รู้สึกได้ว่าวิ่งเร็วขึ้นเล็กน้อย และน้ำหนักของฮายาโตะก็ไม่ค่อยเป็ปัญหาเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
“เหวอ ไหงจู่ๆวิ่งเร็วขึ้นล่ะ ไอ้นี่คือสกิลเรอะ?!”
มาอิวิ่งลากคอเขาเข้าไปในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากร่างกายแบบสาวนักกีฬาวอลเลย์บอลที่มีความคล่องแคล่วสูง ทำให้พวกเขาหลบสิ่งกีดขวางได้อย่างรวดเร็ว
แต่ทางยาไคเองก็ไม่ได้ช้าเลย ด้วยผลจากสกิล <ราธ(โทสะ) > ร่างกายของเขาได้รับการบูสต์การทำงานเกินขีดจำกัดชั่วคราว ความเร็วนั้นไม่ได้ช้ากว่าเลย แถมยังสามารถลดระยะเข้ามาได้ทีละน้อยอีกด้วย
“อึ๋ย นี่ขนาดเร็วขึ้นแล้วยังย่นระยะเข้ามาได้อีก คุณอาซามิ หาที่ซ่อนเถอะครับ!”
”ตรงนั้นมีถ้ำอยู่ หนีไปซ่อนในนั้นเถอะ”
มาอิใช้มือที่ยังว่างอยู่ชี้ไปที่ถ้ำ ซึ่งอยู่ห่างไปอีกราว100เมตร
[สุดท้ายก็เข้าถ้ำจริงๆสินะ แต่ไหงรอบนี้อาซามิซังเป็คนลากเข้าไปล่ะ หรือเ้าตัวจะลืมไปแล้วว่าระบบมันสั่งให้ทำอะไร ถ้าจริงก็อย่าให้นึกออกเลยละกัน ไม่งั้นซวยแน่]
“อ่า ครับ จ จริงๆปล่อยผมวิ่งเองก็ได้นะ โดนผู้หญิงลากคอแบบนี้รู้สึกสมเพชตัวเองยังไงไม่รู้ แค่ก”
“ーーーー!!!!”
เสียงร้องไม่เป็ภาษาของเด็กหนุ่มดังขึ้นจากระยะใกล้เรื่อยๆ ถึงจะมองไม่เห็นเพราะมีพุ่มไม้ในป่าบังอยู่บ้าง แต่ก็รู้ได้ว่าเข้ามาใกล้แล้ว
“ถ้าปล่อยแล้วนายจะวิ่งหนีทันหรือไง ทนๆหน่อยสิจะเข้าถ้ำแล้ว หาที่หลบด่วนๆเลยนะ”
“อ้าก แสงอะไรเนี่ย จ้าเกินไปแล้ว คุณอาซามิ รีบวิ่งเลยครับ”
ทันทีที่ทั้งสองเข้าไปในถ้า มาอิก็โยนฮายาโตะไปตรงเสาหินย้อย ก่อนที่จะเข้าไปหลบที่อีกฝั่ง
[ในถ้ำมืดๆแบบนี้ น่าจะซ่อนได้ซักพักแหละนะ จะบอกว่าเลือกได้ดีจะถูกมั๊ยนะ ไม่สิ เมื่อกี๊มัน!]
“ฟู่ว รอดแล้วมั้ง อย่างน้อยก็ได้ที่ซ่อนแล้วล่ะนะ รอจนกว่าจะมืดแล้วค่อยหนีต่อดีม๊ยนะ”
มาอิไม่ได้รู้เลย ว่ายาไคได้เข้ามาในถ้ำแทบจะพร้อมกันกับทั้งสองคน แต่เขาได้ใช้สกิล <ผู้คุมความเงา>ลดความเงาของตัวเองลงเพื่อให้กลมกลืนไปกับความมืดในถ้ำ
แกรก เสียงหินขยับดังมาจากข้างหลังมาอิ
“------------”
“กรี้ดดดดดด”