ตอนที่7
แต่ละวันที่ผ่านไป
ประเทศไทย
บนรถ
จันทร์เ้านั่งกอดอกมองวิวนอกรถด้วยท่าทางเหม่อลอยใบหน้านิ่งเฉยกำลังครุ่นคิดถึงเื่ราวเมื่อวานตอนที่เธอโทรศัพท์ไปหาผู้ชายคนนั้นมันยังทำให้รู้สึกเ็ปใจทุกครั้งที่นึกถึงข้อเสนอของเขา
“ไอ้บ้าเอ๊ย!!” จู่ๆเธอก็สบถออกมาอย่างลืมตัวพร้อมทั้งแสดงสีหน้ากรุ่นโกรธ…
ความจริงตอนนั้นเธอน่าจะด่าเขาไปอีกสักยกเพราะยังไงเราก็คงไม่ได้เจอกันอีก
เหอะ!!
“จันทร์เ้า…เป็อะไรหรือเปล่าลูก” เสียงของป๊าดึงสติหญิงสาวกลับมา…ลืมไปเลยว่าอยู่บนรถ…
เธอกระแอมเสียงเบาเพื่อกลบเกลื่อน
“อะแฮ่ม…คือ…คือหนูอ่านนิยายเื่หนึ่งมารู้สึกอินไปหน่อยหนูก็เลยโมโหน่ะค่ะ
“แสดงว่า น้องจันทร์เ้าอินกับบทพระเอกหรือนางเอกคะ เล่าให้พี่ฟังบ้างสิ” หมวยหันมาถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น แต่ดูเหมือนจะมีสายตาของผู้ชายอีก3 คน กำลังจ้องมองมาที่เธอด้วย
“คือ…คือ…นางเอกกับพระเอกมีวันไนท์สแตนด์กันค่ะจากนั้นทั้งคู่ก็…”
“อะไรกันคะวันไนท์สแตนด์เหรอ”
“เื่แนวนี้พี่ชอบนักแล้วทั้งคู่รู้จักกันไหมคะ”
“ไม่ค่ะ หลังจากตื่นมานางเอกก็ออกมาก่อนที่พระเอกจะตื่น”
“หลังจากนั้นล่ะคะได้เจอกันตอนไหน”
“คือ…”
“ไม่เอาดีกว่าน้องจันทร์เ้าอ่านจบแล้วพี่ขอยืมหน่อยนะคะ พี่ว่าน่าจะสนุก”
“อ่อ…ก็ได้ค่ะ” เธอก้มหน้า เม้มปากแน่นเพื่อปกปิดแววตาบางอย่าง ป้องกันไม่ให้ใครรู้ว่าเื่ที่เธอเล่ามันเป็เื่จริงไม่ใช่นิยาย…
เมื่อทุกคนกลับมาถึงที่บ้านก็ต่างแยกย้ายกันไปเก็บของ ส่วนเธอก็รีบวิ่งไปหาแม่ที่ยืนรออยู่หน้าบ้านก่อนจะเข้าไปโผกอดด้วยความคิดถึง
“เป็ยังไงบ้าง ได้เื่ไหม”
“ได้สิคะ ป๊าทั้งคน”เธอยิ้มด้วยความภาคภูมิใจและหันไปมองป๊าที่กำลังกอดอกเชิดหน้าอย่างภูมิใจ
“จริงเหรอ”
“จริงสิโรงงานไวน์ของเราได้โกอินเตอร์แล้วที่รัก”
“เยี่ยมมาก!!”
“เฮียซะอย่างไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้หรอกค่ะพี่หญิง” หมวยเอ่ยสมทบ
“งั้นวันนี้ ฉันจะเลี้ยงหมูกระทะทุกคนเอง อยากกินอะไร ให้จดมาเลย”
“พี่หญิงพูดจริงเหรอคะ”หมวยถามด้วยดวงตาเป็ประกาย หมูกระทะคือของโปรดของพวกเราที่นี่
“แน่นอนสิ หนูล่ะอยากกินอะไร เดี๋ยวไปจ่ายตลาดเป็เพื่อนแม่ด้วยไม้ก็ไปช่วยด้วยนะ”
“ได้ครับพี่หญิง”
“ไอ้แช่มไอ้ไม้เดี๋ยวเอ็งไปบอกข่าวกับพี่น้องเรา วันนี้ข้าจะเลี้ยงหมูกระทะทุกคน!!”
“ครับเฮีย!!”
หลังจากที่เธอเดินทางมา 16 ชั่วโมง ั้แ่ ตี2 จนตอนนี้ บ่าย 4 โมงแล้ว กว่าจะนั่งเครื่องบินกลับมากระบี่ก็ใช้เวลานานพอสมควรแต่ก็ยังต้องไปตลาดกับแม่เพื่อหาซื้อเนื้อผักและวัตถุดิบต่างๆที่จะทำกินเลี้ยงใน่เย็นวันนี้
เมื่อซื้อทุกอย่างครบแล้วไม้ก็ขับรถกลับมาที่บ้านและยกของเข้าไปในครัว หมวยช่วยล้างผัก แม่หั่นหมูและจันทร์เ้านั่งหั่นกระเทียมอยู่บนพื้นเพื่อเตรียมทำน้ำจิ้ม
ขณะที่เธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่อย่างตั้งอกตั้งใจก็ได้ยินเสียงหวานของแม่เรียกขึ้น
“จันทร์เ้า”
“ค่ะแม่”
“หนูไปต่างประเทศกลับมารอบนี้แม่ว่าแปลกไปนะ”
“แปลกยังไงคะ”
“ไม่รู้สิแม่ก็บอกไม่ถูก”
“ใช่ค่ะหมวยก็ว่าน้องจันทร์เ้าดูแปลกไป แต่แปลกไปในทางที่ดีนะคะแบบสวยขึ้นมีน้ำมีนวลขึ้น”
“ใช่ แม่ก็ว่างั้น”
“เปล่าค่ะ หนูไม่ได้ไปทำอะไรสักหน่อยทุกคนมั่วใหญ่แล้ว หนูอาจจะแค่โตขึ้นก็เลยสวยขึ้น”
เธอยังคงก้มหน้าหั่นกระเทียมไม่ได้เงยหน้าสบตากับผู้เป็แม่
“แล้ว่นี้ ได้ติดต่อเพื่อนบ้างหรือเปล่า”
“อื้อ คุยแล้วค่ะ”
“เธียเตอร์เป็ยังไงบ้างล่ะ”
“หนูยังไม่ได้โทรหาเลยค่ะ”
“ว่างๆ ไปกรุงเทพหาเพื่อนบ้างก็ได้นะแม่จะคุยกับป๊าให้”
“ค่ะแม่”
“แล้วนึกไว้หรือยังว่าอยากจะทำงานด้านไหน ป๊าจะได้ช่วย”
จันทร์เ้าเคยคิดถึงเื่นี้อยู่เหมือนกันเธออยากจะหาประสบการณ์ในการทำงานก่อน แล้วค่อยกลับมาช่วยครอบครัวเพราะตอนนี้เธอแทบไม่มีความรู้อะไรเลย ไม่เคยัักับการทำงานจริงๆ ด้วยซ้ำ
“แม่คะ…” เธอหยุดหั่นกระเทียม เงยหน้าขึ้นไปมองแม่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ “หนูอยากไปลองทำงานที่กรุงเทพ”
คำตอบของลูกสาวทำให้หญิงหันไปมองหมวยด้วยความงุนงงจู่ๆลูกสาวมาบอกว่าอยากไปทำงานในกรุงเทพ ใครจะไม่ใ
“หนูอยากทำงานอะไร”
“หนูยังไม่รู้เลยค่ะหนูอยากหาประสบการณ์ที่กรุงเทพก่อน แล้วค่อยกลับมาช่วยป๊าที่นี่”
“ทำไมต้องเป็กรุงเทพด้วยล่ะ”
“แม่คะ กรุงเทพมีหลากหลายบริษัทให้เลือกแต่ละที่ก็มีวิธีทำงานแตกต่างกันหนูแค่อยากลองหางานอื่นทำดูหรือไม่ก็ลองหางานทำเกี่ยวกับการตลาดบางอย่างที่ได้เรียนรู้อาจจะมีประโยชน์กับพ่อก็ได้นะคะ”
หญิงเอียงคอมองลูกสาวที่รักอย่างเอ็นดูไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ลูกไปเจอโลกภายนอก แต่มันอันตรายเกินไป อีกอย่างั้แ่ไปอยู่หอ 4 ปี กลับมาที่บ้านแค่ปีละเดือนนั่นก็ทรมานแล้วนะ ถ้าลูกสาวคนเดียวของครอบครัวต้องไปอยู่ที่กรุงเทพอีก…ไม่อยากจะนึกภาพเลย
“แม่คะ หนูรู้ว่าแม่เป็ห่วง แต่แม่อย่าลืมว่าหนูมีเรียวอยู่ที่โน่นอีกอย่าง หนูตั้งใจจะไปแค่ปีเดียว ปีเดียวจริงๆ หลังจากนั้นหนูจะกลับมาที่บ้าน…”จันทร์เ้ากะพริบตาปริบๆ มองแม่อย่างอ้อนๆ “แม่คะหนูแค่อยากมีประสบการณ์การทำงานที่อื่นดูบ้าง…แม่ให้หนูไปกรุงเทพได้ไหมคะ”
“พ่อกับแม่เป็ห่วง…”
“หนูรู้…แต่หนูไปอยู่กับเรียว เรียวเขาจะดูแลหนูอย่างดีเลยนะคะ แม่ก็รู้”
“แม่รู้ เฮ้อ…หนูโตแล้ว หนูคิดเองได้แล้ว แม่ไม่ว่าหรอกถ้าหนูจะไปอยู่ที่กรุงเทพแต่ต้องสัญญากับแม่ ว่าต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าทำให้แม่กับป๊าเป็ห่วง”
“ค่ะ!!”
“ส่วนเื่คุยกับป๊า แม่จะจัดการให้”
“รักแม่ที่สุดในโลกเลย”จันทร์เ้าส่งจูบไปให้แม่ตัวเองเหมือนเด็กน้อยเพราะมือของเธอยังคงเปื้อนและมีกลิ่นกระเทียบอบอวล
20.21 น.
“น้องจันทร์เ้าอิ่มแล้วเหรอคะ”
“ค่ะ อิ่มมากเลยด้วย”
“พี่ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่”
“พี่หมวยกินให้อิ่มเลยไม่ต้องห่วงหนูหรอก”
“งั้นเดี๋ยวพี่มานะคะขอไปตักหมูก่อน” หมวยพูดจบก็ยกจานเปล่าลุกขึ้นและเดินไปตักหมูที่ถูกจัดวางไว้ด้านข้าง
จันทร์เ้ามองไปรอบๆ ก็เห็นพนักงานที่ทำงานอยู่ที่นี่หัวเราะยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างมีความสุขเธอก็เลยรู้สึกดีไปด้วย
ทุกคนทำงานอยู่ที่นี่ั้แ่ตอนที่คุณตายังอยู่จนกระทั่งคุณตาเสียไป ป๊ากับแม่ถึงได้กลับมาที่นี่เพื่อสานต่อกิจการแทน
“ไอ้แช่ม เฮียไปไหน”
“เห็นเข้าไปในบ้านกับพี่หญิง”
เธอหันไปมองหน้าประตูบ้านที่ตอนนี้ปิดสนิทไม่รู้ว่าพ่อกับแม่มีเื่อะไรให้คุยกันหรือจะคุยเื่ของเธอ…
จันทร์เ้าลุกขึ้นและเดินเข้าไปในบ้านมองหาและพยายามฟังเสียงพ่อของเธอ
‘คุณจะให้ลูกไปหรือไง!!’
‘ฉันอยากให้ลูกมีประสบการณ์’
‘ไม่ต้องทำอะไรผมก็เลี้ยงได้แค่ลูกคนเดียว ประสบการณ์อะไร ไร้สาระ!!’
‘คุณคะ’
‘อีกอย่างจำตอนที่ลูกอยู่กรุงเทพ่เรียนมหาลัยได้ไหม ตอนนั้นคุณกับผมเป็ยังไง!!’
‘ฉันเข้าใจแต่ลูกขอเวลา 1 ปี’
‘จะกี่ปีผมก็ไม่ให้!!’
‘คุณคะ ลูกเราโตแล้วนะ 22แล้ว ทุกอย่างเกี่ยวกับอนาคตของลูก ก็ควรให้ลูกเป็คนเลือกนะคะ’
‘แต่ผมจะเลือกให้ลูกเอง’
‘คุณเข้าใจลูกหน่อยได้ไหมแค่ปีเดียว ลูกจะกลับมาแล้วจะไม่ไปอีก ฉันอยากให้ลูกมีความสุขฉันไม่อยากให้เราบังคับลูกจนเกินไป ฉันรู้ว่าคุณเป็ห่วงลูกมากและก็รักลูกมากแต่การรักลูกก็ควรมีขอบเขตบ้างนะคะ ให้อิสระลูกในการตัดสินใจ’
จันทร์เ้ายืนฟังอยู่หน้าประตูห้องครัวได้ยินเสียงที่ป๊ากับแม่คุยกันเื่ของเธอก็พลอยทำให้รู้สึกแย่ที่ทั้งคู่ต้องมาทะเลาะกัน
ความจริงเธอก็ทำใจไว้อยู่แล้วว่าป๊าคงไม่ให้ไปนึกไปถึงสมัยตอนเรียนมัธยม ป๊ากับแม่อยู่ที่กรุงเทพ ทำงานอยู่ในบริษัทชื่อดังจนเธอเรียนจบเตรียมขึ้นมหาลัย ป๊าก็มารู้ทีหลังว่าแม่ถูกผู้จัดการบริษัทลวนลามถึงได้ให้ลาออกเพื่อมาเป็แม่บ้านเต็มตัว และตอนนั้นดันมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันพอดีคือคุณตาเสีย ป๊ากับแม่ก็เลยเดินทางไปกระบี่และตัดสินใจจะสานต่อกิจการของครอบครัวแต่เพราะเธอสอบเข้ามหาลัยที่กรุงเทพได้เธอก็ต้องย้ายไปอยู่คอนโดกับเรียวและอยู่ที่กรุงเทพ 4 ปี มีเวลากลับไปกระบี่แค่ปีละเดือนเท่านั้น
และคราวนี้ถ้าเธอตัดสินใจไปอยู่ที่กรุงเทพเพื่อไปหางานทำป๊าคงกลัวจะเกิดเื่ขึ้นเหมือนแม่แน่ๆ
‘คุณยังจำได้ไหม ว่าไอ้หัวหน้าหื่นกามคนนั้นมันทำอะไรกับคุณบ้าง!! แล้วถ้าเกิดลูกสาวของเราเข้าไปทำงานบริษัทแล้วถูกไอ้พวกบ้าที่ไหนลวนลามเข้าจะทำยังไง!!’
‘ที่รักคะฉันเข้าใจคุณนะ แต่เื่นั้นมันอาจจะไม่เกิดขึ้นกับลูกเราก็ได้’
‘แล้วถ้ามันเกิดล่ะ!!ยิ่งลูกไปอยู่คนเดียวที่นั่น!!’
‘ลูกไปอยู่กับเพื่อนเรียวกับเธียเตอร์ก็อยู่’
‘เป็ผู้หญิงเหมือนกันทั้งนั้นให้ตายสิ!!’
‘ที่รักคะ…คุณให้โอกาสลูกหน่อยได้ไหม ฉันเชื่อว่าเธอดูแลตัวเองได้’
‘ผม…’
‘ฉันขอร้องคุณนะคะให้ลูกได้ไปเถอะนะ แค่ปีเดียว’
‘…’
เธอได้ยินเสียงแม่พูดประโยคนั้นแต่กลับไม่ได้ยินเสียงป๊าตอบกลับมา ไม่รู้ว่า…
‘แค่ปีเดียว…ปีเดียวเท่านั้น…และผมจะเป็คนไปรับลูกกลับมาที่บ้านจะไม่มีเพิ่มเติม 1 ปีคือ 1 ปี’
‘ค่ะ ได้ค่ะขอบคุณนะคะที่รัก’
จันทร์เ้าได้ยินเสียงป๊าตอบกลับแม่ก็เผลอยิ้มออกมา เธอไม่นึกว่าป๊าจะตอบตกลง
วันต่อมา
จันทร์เ้าตื่นมาแต่เช้าเพื่อช่วยป๊าเก็บองุ่นในสวนพร้อมกับพนักงานคนอื่นๆตอนบ่ายก็อาบน้ำและไปช่วยดูรีสอร์ตให้แม่มันเป็ปกติของทุกวันใน่นี้ที่เธออยู่ที่นี่อยู่แล้ว
ขณะที่จันทร์เ้ากำลังพิมพ์รายชื่อของลูกค้าลงคอมพิวเตอร์อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงระฆังหน้าประตูดังขึ้น
กริ๊ง
มันคือเสียงที่ประตูถูกเปิดเข้ามาแสดงว่ามีลูกค้า…
“สวัสดีค่ะ รีสอร์ตจันทร์เ้ายินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่าจะเข้าพักกี่คนคะ”
“คนเดียวครับ”
“จะเข้าพักกี่วันคะ”
“3 วันครับ”
เธอยังคงก้มหน้าจดข้อมูลลงสมุดก่อนจะหยิบกุญแจบ้านที่ยังว่างอยู่แล้วยื่นส่งให้เขา
“นี่ค่ะ”
“ขอบคุณครับ…เอ่อ…ผมรู้สึกว่าเหมือนจะเคยเจอคุณที่ไหนมาก่อน…”
จันทร์เ้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งผิวขาว จมูกโด่ง ริมฝีปากกำลังยกยิ้มอย่างมีเสน่ห์อยู่ ทุกส่วนของเขาเพอร์เฟคไปหมดคล้ายเหมือนกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน…
“เอ่อ…”
“ใช่จันทร์เ้าหรือเปล่า…จันทร์เ้าใช่ไหม”
“โนอาห์เหรอ…”