ผ่านไป 12 ชั่วยาม หลิวจื้อโหยว ลืมตาขึ้นมา เสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่ม คราบสกปรกสีดำไหลออกมาตามรูขุมขน และระเหยหายไปในอากาศ ผิวกายของเขาขาวนวลราวสตรี แต่ก็มีมวลกล้ามเนื้อที่แข็งแรงราวกับเหล็กกล้า เส้นผมสีดำเข็ม หน้าตาหล่อเหลา ทำให้คนอื่นทั่วไปมองเหมือนกับเด็ก 10 ปี
หลังจากสำรวจร่างกายตัวเองแล้ว หลิวจื้อโหยว ก็กล่าวขึ้น “สามารถเปิดจุดได้ 56 จุด ขาดไป 44 จุด เราก็ทะลุผ่านขั้นตอนสำคัญ สามารถดูดซับลมปราณฟ้าดินได้ “
พลังลมปราณเพิ่มขึ้นมา 20 ปี เราสามารถต่อสู้กับรุ่นพี่ในตระกูลได้และสามารถเอาชนะได้อย่างสบายๆ บวกกับวิชาประจำตระกูลหลิว เราน่าจะเป็อันดับต้นๆของรุ่นเยาว์ได้
เด็กน้อยเกิดความภูมิใจในตัวเองเป็อย่างมาก เนื่องจาก เขาสามารถอดทนต่อความเ็ปมาได้ 12 ชั่วยาม เหมือนกับตกนรกทั้งเป็ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว สลับกันไป ร่างกายเหมือนจะแตกสลาย จากการขัดเกลาของบัวเพลิงฟ้า
จากนั้นเขาลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เตรียมตัวออกจากห้องลับ เพื่อแสดงให้ท่านพ่อท่านแม่เห็นในความก้าวหน้าของตนเอง โดยไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น
ทันทีที่ออก หลิวจื้อโหยว หน้าขาวซีด สายตาเย็นซา พร้อมเสียงที่สั่นสะท้าน “เกิดอะไรขึ้น” ท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านอยู่ที่ไหน
เด็กน้อยะโขึ้นด้วยความใ สิ่งที่เขาเห็น มีเพียงซากศพของคนจำนวนมาก เืที่แห้งกัง กับสัตว์ร้ายที่กำลังแทะกินซากศพ
เขาโกรธเป็อย่างมาก กระโจนขึ้นฟ้าและเหินลงใกล้ๆกับ สัตว์ร้ายตัวนั้น เขาเก็บอาวุธขึ้นมาได้และฟาดฟันที่ลำตัวจนขาดกระเด็น อาจเป็ความบังเอิญ สัตว์ร้ายตัวที่ถูกสังหารเป็จ่างูง ทำให้ตัวอื่นๆเห็นเข้าจึงใกลัว รีบะโหนีหายไป “เ้าพวกสุนัขป่า พวกเ้าต้องตาย” หลิวจื้อโหยว ะโขึ้นมาด้วยความเสียใจ เขาวิ่งไล่ฆ่าโดนไม่รู้สึกตัว ผ่านไปไม่นานเขาก็สงบจิตสงบใจได้ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเป็ไปได้ หากเด็กคนอื่นมาเจอเหตุการณ์แบบเขา น่าจะเสียสติไปแล้ว