ตอนที่ 3 โลกเซียนช่างโหดร้าย
“เ้ารู้หรือไม่ว่าถึงปีนี้พวกเราจะเก็บเกี่ยวได้มาก แต่ตระกูลสวีกลับบอกว่าอาจจะขึ้นค่าเช่าที่ดินอีกสามส่วน! ทั้งยังมีการเก็บล่วงหน้าด้วย”
“ว่าไงนะ ต่อให้ปีนี้พวกเราจะเก็บเกี่ยวได้ดี แต่ก็ไม่ได้มีจำนวนมากขนาดนั้นหรอกนะ อีกทั้ง่นี้ก็มีศัตรูพืชระบาด หลายคนสูญเสียเงินไปมากมายเลยนะ”
“ช่วยไม่ได้ ตระกูลสวีกับจักรพรรดิสัตว์ร้ายตระกูลโจวอาจกำลังต่อสู้เพื่อแย่งแหล่งจับปลา ทำให้พวกเขาใช้ข้ออ้างนี้ในการรีดไถหินิญญาเพื่อซ่องสุมกำลังพลก็ได้”
“นี่ ทำไมพวกเขาถึงต้องทะเลาะกันด้วย ไม่รู้หรือไงว่ามันทำให้พวกเราลำบาก”
“ทุกคนต่างทราบอยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ของจักรพรรดิสัตว์ร้ายตระกูลโจวกับตระกูลสวีไม่สู้ดี ด้วยเหตุนี้จึงมีการเตรียมหินิญญาเพื่อจ่ายค่าเช่า ซึ่งแคว้นตะวันออกได้เรียกเก็บค่าเช่าที่ดินล่วงหน้าแล้ว ข้ายังได้ยินมาว่ามีหลายครอบครัวที่จ่ายไม่ไหวจนถึงขั้นถูกขับออกจากเมือง!”
“โเี้ยิ่งนัก พวกเราผู้มีขอบเขตการฝึกตนต่ำย่อมไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ แล้วข้างนอกนั่นก็ยังมีสัตว์อสูรกับโจรอยู่เต็มไปหมด...”
“จริงหรือเนี่ย เฮ้อ ไม่คิดจะเหลือทางรอดให้คนอื่นเลยหรือ”
ที่แผงขายของแห่งหนึ่ง สวี่หยางรู้สึกวิตกขณะฟังบทสนทนาของผู้บำเพ็ญที่อยู่รอบข้าง
น่าแปลกที่มีการเรียกเก็บค่าเช่าที่ดินล่วงหน้า
แม้ว่าบ้านของเขาจะเป็มรดกที่ตกทอดมาจากครอบครัว แต่ที่ดินก็ยังต้องเช่า หากไม่สามารถจ่ายค่าเช่าได้ ตามกฎของตระกูลสวีแล้ว แม้แต่บ้านก็ต้องถูกยึด
ค่าเช่าที่ดินหนึ่งหมู่ต่อปีอยู่ที่หินิญญาสิบก้อน ส่วนเขามีที่ดินสองหมู่ หากราคาเพิ่มขึ้นสามส่วน หมายความว่าต้องจ่ายหินิญญาถึงยี่สิบหกก้อน!
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น หากต้องจ่ายทั้งค่าเช่าและซื้อค่ายกลป้องกัน หินิญญาในมือย่อมไม่เพียงพอ!
ระหว่างทางกลับบ้าน เขาเห็นผู้ปลูกถ่ายิญญาหลายคนโชกไปด้วยเหงื่อ บ้างกำลังซื้อยาฆ่าแมลง บ้างก็ขอให้ยอดฝีมือที่รู้จักกันช่วยกำจัดแมลงให้
เมื่อเดินผ่านบ้านของเหล่าหวัง เขาก็พบหลานชายกับสหายอีกสองคนกำลังร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในบ้าน
เหล่าหวังและภรรยามนุษย์อาศัยอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีโดยไม่มีทายาท ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงตกทอดมาสู่หลานชาย แน่นอนว่าหญ้าหลิงซวีซึ่งอยู่ในที่ดินก็กลายเป็ของเขาเช่นกัน
…
ไม่ช้าสวี่หยางก็มาถึงทางเข้าจวนสูงตระหง่าน
ที่นี่คือเรือนของนักเล่นแร่แปรธาตุที่ขายยาฆ่าแมลง
แม้คะแนนพิเศษในตอนนี้จะสามารถทำให้ต้นิญญาเติบโตได้ แต่หนอนผีเสื้อิญญาก็ยังคงต้องได้รับการแก้ไข หาไม่แล้วเมล็ดิญญาจะถูกพวกมันกัดกินในการปลูกครั้งต่อไป
หากไปร้านใหญ่ก็ต้องซื้อยาฆ่าแมลงในราคาแพง
ถึงอย่างไรเขาก็เคยซื้อจากที่นี่มาก่อน เนื่องจากผลของมันใกล้เคียงกับที่ขายในร้านใหญ่ เพียงแต่บางครั้งมันก็ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
แต่นักเล่นแร่แปรธาตุกับเขา รวมถึงชาวบ้านกว่าครึ่งนับว่าเป็เพื่อนบ้าน ทำให้ไม่ขาดแคลนสินค้าเงินทอง ต่างฝ่ายต่างไม่หลอกลวงกัน
ประตูเปิดอยู่ก่อนแล้ว ภายในลานบ้านมีพี่น้องคู่หนึ่งยืนอยู่ พวกเขามีร่างสูงใหญ่ เสื้อผ้าที่ใส่เป็ชุดคลุมราคาแพงซึ่งมีผลในการป้องกัน ทนน้ำทนไฟ
นักเล่นแร่แปรธาตุไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพี่ชาย ส่วนน้องสาวของเขาเป็ผู้ช่วย ซึ่งทั้งสองมีกลิ่นหอมของยาอบอวลทั่วกาย
พวกเขาต่างเป็ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเจ็ด นับว่าเป็หนึ่งในยอดฝีมือสูงสุดในพื้นที่นี้
เมื่อเห็นสวี่หยางเข้ามา ใบหน้าของทั้งสองก็สงบจนดูเ็า
สวี่หยางเห็นจนชินตาแล้ว ถึงอย่างไรสองคนนี้ก็เป็ยอดฝีมือขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเจ็ด ส่วนเขาเป็เพียงผู้บำเพ็ญมนุษย์ระดับต่ำที่ไม่แม้แต่จะสามารถสบตาอีกฝ่ายได้
นับว่าดีแค่ไหนแล้วที่อีกฝ่ายมีของพอที่จะขายให้เขา
สวี่หยางเดินเข้ามาแล้วเอ่ยด้วยความสุภาพ "ผู้าุโเกาหยวน"
“อืม สหายเต๋าสวี่ เ้า้าซื้อยาฆ่าแมลงอย่างนั้นหรือ?” เกาหยวนเงยหน้าทักทายสวี่หยางพร้อมกล่าวถึงจุดประสงค์การมาของอีกฝ่ายทันที
สวี่หยางพยักหน้าเล็กน้อย “ผู้าุโทราบด้วยหรือขอรับ?”
“อื้ม เมื่อเช้านี้มีผู้ปลูกถ่ายิญญาที่เหมือนกับเ้าหลายคนบอกว่ามีแมลงรบกวน พวกเขาจึงมาหาข้าเพื่อซื้อน้ำยาฆ่าแมลง”
ขณะเอ่ย น้องสาวของเกาหยวนก็หยิบขวดยาออกมาแล้วมองไปทางสวี่หยาง "หินิญญาสี่ก้อน"
สวี่หยาง “…”
“แค่ก ๆ ก่อนหน้านี้ราคาหนึ่งขวดอยู่ที่หินิญญาสามก้อนไม่ใช่หรือ?” สวี่หยางหัวเราะแห้ง
“่นี้ราคาวัตถุดิบขึ้นน่ะ” เกาหยวนอธิบายอย่างใจเย็นราวกับไม่สนว่าอีกฝ่ายจะซื้อหรือไม่
น้องสาวของเกาหยวนเอ่ยว่า "ที่บ้านพวกข้าก็เหลือเพียงไม่กี่ขวดแล้ว หากเ้าไม่ซื้อ เดี๋ยวก็โดนคนอื่นมาซื้อจนหมดหรอก!"
เมื่อไม่มีทางเลือก สวี่หยางจึงทำได้เพียงกลั้นใจหยิบหินิญญาสี่ก้อนออกมา
บัดนี้เขาไม่เหลือเงินติดตัวแล้ว!
…
ทางเข้ากระท่อมปิดสนิท
หลินอวี้ขยับสะโพกเล็กน้อยยามใช้ขวานตัดฟืนในลานบ้าน ทำให้ศีรษะของนางเต็มไปด้วยเหงื่อเพราะความเหนื่อยล้า
หลังจากสวี่หยางออกไป หลินอวี้ก็ไม่ทราบว่าจะทำอะไร แต่ในอดีตผู้เป็พ่อเคยบอกว่าหากแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝาแล้ว นางต้องเริ่มหางานและขยันขันแข็งให้มากเพื่อที่ครอบครัวฝั่งสามีจะได้มีความสุขและปฏิบัติต่อตนเป็อย่างดี
ดังนั้นเมื่อเห็นฟืนกองอยู่ในลานบ้าน นางก็เริ่มผ่าพวกมัน
แต่นางในฐานะมนุษย์ยังไม่เคยฝึกวิชายุทธ์ ร่างกายจึงอ่อนแอมาก ดังนั้นหลังจากผ่าฝืนไปได้เพียงชั่วครู่ก็หมดแรง บนมือเล็กทั้งสองเริ่มปรากฏรอยแตก
ก๊อก ๆ! ก๊อก ๆ! ก๊อก ๆ ๆ!!!
นางรีบหันไปทันทีที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น และทราบว่าคนที่เคาะประตูจะต้องเป็สวี่หยางแน่นอน เพราะเมื่อคืนอีกฝ่ายบอกว่า่นี้นอกเมืองค่อนข้างอันตราย หากกลับถึงบ้านจะเคาะประตูสั้นสองครั้งและยาวหนึ่งครั้งเพื่อเป็การสื่อว่าเขากลับมาแล้ว
หากผิดไปจากนี้อย่าได้เปิดประตูเป็อันขาด
ด้วยค่ายกลป้องกันอันเรียบง่ายในลานบ้าน ขอเพียงนางไม่เปิดประตู ผู้บำเพ็ญมนุษย์ระดับต่ำก็ไม่สามารถทำอันตรายได้
นางรีบเปิดประตูก่อนจะพบใบหน้าอันคุ้นเคย จึงเผยรอยยิ้มผ่อนคลายขณะที่ใบหน้าสะสวยเต็มไปด้วยความยินดี “สามี เ้ากลับมาแล้ว”
นางรับของในมือสวี่หยางก่อนจะปิดประตูแล้วสวมกอดอีกฝ่าย
"เกิดอะไรขึ้น?"
เมื่อเห็นพฤติกรรมที่แปลกประหลาดของภรรยา สวี่หยางจึงลูบหลังของนางแ่เบา
“ตอนข้าอยู่ที่ประตูได้ยินเสียงคนเดินผ่านมาบอกว่ามีโจรฆ่ายกครัวอยู่ที่นี่ ข้าก็เลยกลัวน่ะ”
“ไม่ต้องห่วง ข้าอยู่นี่แล้ว คนที่ตายคือครอบครัวของเหล่าหวัง ค่ายกลป้องกันของครอบครัวเขาเพิ่งพังไปได้ไม่นาน ส่วนของพวกเรายังไม่พัง”
หลินอวี้ผละออกจากอ้อมแขนอีกฝ่ายเมื่อได้ยินเช่นนี้ ก่อนจะเอ่ยอย่างแ่เบา "โล่งอกไปที แล้วเ้าซื้ออะไรมาบ้างหรือ?"
“ข้าซื้อข้าวิญญากับไก่ิญญามาเพื่อเติมเต็มพลังงานให้เ้าโดยเฉพาะ!”
ไก่ิญญาสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับผู้ที่กินมันเข้าไปได้
“งั้นเดี๋ยวข้าทำอาหารให้” หลินอวี้แย้มยิ้มและเตรียมที่จะจากไป
“เดี๋ยวนะ เ้าเพิ่งไปผ่าฟืนมาหรือ?”
เขาเหลือบมองฟืนบนพื้น จากนั้นก็มองมือเล็กที่มีรอยแตกของหลินอวี้
“ข้าไม่มีอะไรทำก็เลยอยากช่วยแบ่งเบาภาระให้เ้า”
“หลังจากนี้อย่าทำงานหนักอีก ส่วนอันนี้ของเ้า”
สวี่หยางหยิบหนังสือวิชายุทธ์ออกมา "วิชายุทธ์นี้มีผลในการเสริมกำลังและหล่อเลี้ยงร่างกาย มันเป็สิ่งที่มนุษย์สามารถฝึกฝนได้ หากเ้าฝึกฝนวิชานี้ ร่างกายและกระดูกจะต้องดีขึ้นจนสามารถให้กำเนิดลูกชายอ้วนจ้ำม่ำได้แน่นอน”
"ขอบคุณนะ"
หลินอวี้รับหนังสือวิชายุทธ์มาอ่านด้วยความรู้สึกยินดี เพราะร่างกายอ่อนแอจึงทำให้นางวิตกมาตลอด ต่อให้ภายภาคหน้าจะมีทายาท ก็กลัวว่าลูกที่เกิดมาจะมีร่างกายอ่อนแอไม่ต่างกัน
บัดนี้นางมีวิชายุทธ์อยู่กับตัว นอกจากทำให้ชีวิตดีขึ้นแล้ว ยังสามารถยืดอายุและช่วยรักษารูปร่างหน้าตา ไม่ทำให้ถูกสามีรังเกียจในอนาคตได้ด้วย
ขณะกำลังอ่านอย่างจริงจัง หลินอวี้ก็ส่งเสียงร้องแ่เบาออกมาก่อนจะตระหนักว่าร่างของตนถูกอุ้มขึ้น
“สามีคิดจะทำอะไรน่ะ?” เมื่อเห็นสายตาประหนึ่งหมาป่าของสวี่หยาง หลินอวี้ก็รู้สึกไร้เรี่ยวแรง
“กลับเข้าไปในบ้านก่อน”
ยามสวี่หยางสูดดมกลิ่นตัวของหลินอวี้ก็รู้สึกเสียววูบในช่องท้อง เขาจึงอุ้มนางเข้าไปในบ้านทันที
“สามีเพิ่งจะกลับมา พวกเรา...”
หลินอวี้ไม่อาจเอ่ยได้ทันเวลา แล้วนางก็ส่งเสียงครวญครางหวานปานน้ำผึ้งออกมา
หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป*[1] หลินอวี้ก็หน้าแดงก่ำขณะมองสวี่หยางอย่างอ่อนโยน "สามีดูแลผู้อื่นเก่งเหลือเกิน เ้าเหนื่อยมามากแล้ว เดี๋ยวข้าไปทำอาหารมาให้"
สิ้นคำ หัวใจของหลินอวี้ก็พองโตขณะเดินไปเตรียมอาหารที่ห้องครัว
สวี่หยางเปิดหน้าจอขึ้นมา เมื่อไม่พบข้อความแจ้งเตือนใด ๆ เขาจึงคาดเดาว่ามันอาจจะปรากฏขึ้นในวันถัดไป
จากนั้นเขาก็ตรงไปฉีดยาฆ่าแมลงในที่ดิน
แม้หญ้าหลิงซวีที่เหลือจะปลอดภัยดี แต่ก็ยังมีวัชพืชบางชนิดเติบโต และแย่งชิงปราณิญญาที่กักเก็บอยู่ข้างในจนไม่เอื้อต่อการเติบโตของต้นหญ้า
สวี่หยางเริ่มกำจัดวัชพืช หลังจากทำไปสักระยะ เขาก็ตรวจสอบซ้ำก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ยังมีหญ้าหลิงซวีแปดสิบแปดต้นที่เหลืออยู่ หลังจากเก็บเกี่ยวพวกมันแล้ว เขาก็คิดว่าจะปลูกพืชิญญาที่ดีกว่าอย่างเสาวรส เพื่อจะได้หินิญญามากขึ้น
เสาวรสเป็ผลไม้ชนิดหนึ่ง หลังจากกินเข้าไปแล้วจะมีผลในการฟื้นฟูพลังิญญา บำรุงเืลมปราณ ทั้งยังสามารถใช้เป็ยาได้ด้วย
พวกผู้บำเพ็ญมนุษย์ระดับต่ำที่ไม่สามารถซื้อยารักษาได้จะกินผลไม้เหล่านี้เพื่อประหยัดเงิน ซึ่งนับว่าเป็ของที่ขายดีมากในตลาดขนาดใหญ่
"แต่ว่า..."
สวี่หยางคิ้วขมวด ตามประสบการณ์ของร่างเดิม เมื่อใดที่พืชผลบนที่ดินของผู้ปลูกถ่ายิญญาโตเต็มที่ ทั้งโจรและนกจะบุกเข้ามากินพวกมัน
เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยปลูกเสาวรสไว้บ้าง แต่น่าเสียดายที่พวกมันถูกขโมยไประหว่างเก็บเกี่ยว ส่งผลให้ในปีนั้นเขาสูญเสียเงินไปมหาศาล หลังจากจ่ายค่าเช่าแล้วก็ทำให้เงินเก็บเหลืออยู่น้อยนิด
ซึ่งมีสองวิธีในการแก้ปัญหานี้
วิธีแรกคือนอนเฝ้าทั้งวันทั้งคืนใน่เก็บเกี่ยว
วิธีที่สองคือติดตั้งค่ายกลหรือหุ่นเชิด
ขณะครุ่นคิด ชายหนุ่มก็ใช้งานเคล็ดปลูกถ่ายิญญาเพื่อถ่ายปราณิญญาเข้าสู่หญ้าหลิงซวี ผ่านไปสักพัก หญ้าหลิงซวีซึ่งอยู่ตรงหน้ายิ่งเจิดจ้า ส่วนกิ่งก้านใบก็ยิ่งเงางาม
"อื้ม ผลของเคล็ดปลูกถ่ายิญญาในสภาพสมบูรณ์ดีขึ้นเยอะ"
“สามี อาหารพร้อมแล้ว”
"โอ้ กำลังไป"
สวี่หยางปัดมือแล้วกลับไปพักผ่อนที่บ้าน
ตกกลางคืน
ลมหายใจอันถี่เร็วของหลินอวี้สงบลงอย่างเชื่องช้า นางค่อย ๆ เลื่อนตัวออกจากร่างของสวี่หยางพลางห่มผ้าให้ จากนั้นสวมกอดอีกฝ่าย "สามี ครั้งหน้าช่วยสอนวิธีทำนาให้ที ข้าจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระบางส่วนให้เ้าได้"
“อื้ม ไม่ต้องห่วง เ้าควรฝึกฝนวิชายุทธ์ก่อน”
แม้มนุษย์จะไม่มีรากฐานิญญา แต่ก็ยังสามารถฝึกฝนวิชายุทธ์ได้เร็วขึ้นในโลกเซียนแห่งนี้
…
ไม่กี่วันต่อมา สวี่หยางยังคงทดสอบระบบนิ้วทองของตนก่อนจะได้ข้อสรุป
แก่นแท้ของระบบนี้คือการส่งเสริมให้คู่รักอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง
ไม่ว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองใน่กลางวันหรือกลางคืนก็จะได้รับคะแนนพิเศษเมื่อคุณตื่นขึ้นในวันถัดไป
ซึ่งคะแนนพิเศษจะถูกกำหนดตามความชอบและความสุขของภรรยา
เช่นเมื่อสามวันก่อน ความชอบของภรรยาอยู่ที่หนึ่งร้อย เมื่อทำให้นางพึงพอใจมาก วันต่อมาก็จะได้รับสามสิบแต้ม
เมื่อสองวันก่อน เนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย จึงได้รับเพียงสิบเอ็ดแต้ม
เมื่อวาน เขาไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับภรรยา ทั้งสองคนฝึกตนเพียงลำพัง ด้วยเหตุนี้จึงได้รับคะแนนพิเศษมาเพียงสามแต้มในตอนเช้า ทำให้เขารู้สึกหดหู่นัก
เช้าวันต่อมา หลินอวี้ตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหาร เมื่ออาหารถูกวางบนโต๊ะ นางก็พบว่าสวี่หยางไปที่ทุ่งนาอีกครั้ง
“สามีขยันเหลือเกิน แต่ว่า...”
นางครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนที่ใบหน้าจะแดงก่ำ ตนในฐานะภรรยาใหม่รู้สึกว่าสามีค่อนข้างทำกิจกรรมนั้นบ่อยครั้ง ถึงแม้จะเป็เื่น่ายินดี แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการฝึกตนของอีกฝ่าย
โชคดีที่สามีมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ซึ่งเขามักจะตรงไปที่ทุ่งนาทุกเช้า
นางตักข้าวิญญาจนเต็มชามพลางวางผักไว้้า จากนั้นจึงนำมันใส่ในตะกร้าแล้วมุ่งหน้าสู่ทุ่งนาเพื่อส่งอาหาร
…
[ชื่อ: สวี่หยาง]
[คะแนนพิเศษ: 24 แต้ม]
[ขอบเขตพลัง: ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสอง]
[วิชายุทธ์: เคล็ดหล่อเลี้ยงลมปราณของตระกูลสวี่ขั้นเชี่ยวชาญ: 0/40]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายิญญาขั้นชำนาญ: 0/20]
[พลังวิเศษ: ความเป็ะ]
[ความชอบของภรรยาหลินอวี้: 100]
ในสามวันที่ผ่านมา หลังจากคะแนนพิเศษทะลุไปถึงสี่สิบสี่แต้ม เขาก็เพิ่มแต้มให้กับเคล็ดหล่อเลี้ยงลมปราณจนบรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญ
ด้วยยี่สิบสี่แต้มที่เหลือ เขาวางแผนจะเก็บเกี่ยวหญ้าหลิงซวีที่เหลือเพื่อให้ได้รับหินิญญามากขึ้น ก่อนจะนำไปซื้อเคล็ดวิชาเพื่อปกป้องวิถีของตนเอง
สวี่หยางพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเพิ่มปราณเข้าไปในต้นหญ้าอีกเล็กน้อย
ผ่านไปสักพัก หญ้าหลิงซวีอายุหนึ่งปีจำนวนยี่สิบสี่ต้นก็ถูกเก็บเกี่ยว
เขาสามารถนำสิ่งนี้ไปแลกเปลี่ยนเป็หินิญญาได้สามสิบก้อน
“รวยแล้ว รวยแล้ว!”
เขารีบมองรอบข้าง หลังจากแน่ใจว่าไม่มีใคร ชายหนุ่มก็ถอดเสื้อและห่อหญ้าหลิงซวีจำนวนมากไว้ข้างใน
หัวใจของเขายิ่งเต้นระรัว หินิญญาสามสิบก้อนย่อมเป็เงินจำนวนมหาศาล ถึงอย่างไร ร่างเดิมต้องทำงานหนักถึงหนึ่งปีจึงจะพอเก็บหินิญญาได้ประมาณสามสิบก้อน แต่เพียงหนึ่งอึดใจ ตนกลับสามารถหาได้เป็จำนวนมาก
หากเพื่อนบ้านทราบเื่ขึ้นมา ตนคงจะลำบากไม่น้อย ทั้งยังมีโอกาสดึงดูดโจรที่เต็มไปด้วยความละโมบมาด้วย
หลังจากดูหญ้าหลิงซวีที่เหลือ เขาก็ลอบตัดสินใจว่าจะซื้อค่ายกลป้องกันมือสองหลังจากขายต้นหญ้าแล้ว
สำหรับค่ายกลป้องกันใหม่ ต่อให้เป็อันที่ถูกที่สุดก็มีราคาเท่ากับหินิญญาห้าสิบก้อน แต่ถ้าเป็ของมือสองก็มีราคาเพียงไม่กี่สิบก้อนเท่านั้น
ตอนนี้เองที่เขาเห็นหลินอวี้กำลังเดินมาหา ชายหนุ่มจึงจับมืออีกฝ่ายเดินกลับบ้าน
…
“สามีเกี่ยวหญ้าหลิงซวีได้เยอะอีกแล้ว แต่ละต้นเติบโตงดงามถึงเพียงนี้ ข้าคิดว่าพวกมันดีกว่าที่คนอื่นปลูกแน่นอน”
หลังจากเข้าไปในบ้าน หลินอวี้ก็หยิบหญ้าหลิงซวีต้นหนึ่งขึ้นมาอย่างระมัดระวังแล้วอดไม่ได้ที่จะสูดกลิ่น ฉับพลันนั้นนางทั้งรู้สึกประหลาดใจและยินดี
“เ้าััได้สินะ!”
สวี่หยางหัวเราะ
“อื้ม ถึงแม้ข้าจะไม่รู้วิธีทำนา แต่ก็เคยเห็นคนขายหญ้าหลิงซวีมาก่อน เลยพอรู้ว่าต้นไหนมีคุณภาพดี”
ก๊อก ๆๆ!!!
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
สวี่หยางรีบขอให้หลินอวี้ซ่อนของในห้องนอน นางเข้าใจก่อนจะเข้าห้องพร้อมของในมือ
จากนั้นสวี่หยางจึงเดินไปเปิดประตู เ้าของเสียงเคาะเมื่อครู่ก็คือหลี่ต้าต่งผู้เป็เพื่อนบ้านเรือนเคียง
“พี่สวี่ หลานชายของเหล่าหวังและภรรยาเชิญไปกินข้าวเย็น พวกเราทุกคนต่างเป็เพื่อนบ้าน ไปด้วยกันเถอะ”
[1] 1 ก้านธูป เท่ากับ 20-30 นาที