ค่ำคืนที่ผ่านมาเป็ดั่งพายุโหมกระหน่ำในจิตใจของซูซิน นางนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน พลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกระสับกระส่าย ร่างกายที่ตอบสนองอย่างรุนแรงต่อกลิ่นหอมของใต้เท้าหลี่ทำให้ความสับสนในใจของนางยิ่งทวีคูณ อาการคัดตึงที่ทรวงอก ยอดปทุมถันที่ชูชัน และความชุ่มฉ่ำที่ร่องรักเป็สิ่งที่นางไม่เคยประสบมาก่อน มันเป็ความรู้สึกที่ทั้งน่าอับอาย น่าหวาดกลัว และน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน
นางลุกขึ้นนั่งบนเตียง มือสั่นเล็กน้อยขณะที่ปัดเส้นผมที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อออกจากหน้าผาก ความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างยังคงอยู่ ทำให้นางรู้สึกเหมือนมีไฟลุกไหม้อยู่ภายใน นางพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ มีเพียงความรู้สึกผิดบาปต่อนายท่านเหวินเซี่ยน คู่หมั้นของนางที่กัดกินจิตใจ
"เกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะที่มองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์ยังคงส่องแสงเย็นเยียบ แต่ในใจของนางกลับร้อนรุ่มราวกับเตาไฟ
ใต้เท้าหลี่เฝ้าสังเกตการณ์ซูซินอย่างใกล้ชิด เขารู้ดีว่าเหยื่อของเขากำลังติดกับอย่างสมบูรณ์ ความสับสนในแววตาของนางคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าแผนการของเขากำลังดำเนินไปอย่างที่คาดไว้ และถึงเวลาแล้วที่จะต้องรุกคืบไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการััใกล้ชิดที่แเีและยากจะปฏิเสธ
เขานั่งอยู่ในห้องทำงานของตน ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์ ขณะที่จิบชาและวางแผนขั้นตอนต่อไป สารกระตุ้นที่เขาใช้นั้นมีฤทธิ์สะสม ยิ่งใช้นาน ร่างกายของเหยื่อก็จะยิ่งเคยชินและ้ามากขึ้น ซูซินตอนนี้กำลังเข้าสู่่ที่อ่อนไหวที่สุด
วันรุ่งขึ้น ซูซินยังคงทำหน้าที่อาจารย์สอนคุณหนูหลี่เหมยตามปกติ แต่นางรู้สึกประหม่าและไม่เป็ตัวของตัวเองทุกครั้งที่ใต้เท้าหลี่ปรากฏตัวในห้องเรียน เขายังคงมา "สังเกตการณ์" การสอนของนาง และยังคงเอ่ยชมนางบ่อยๆ ด้วยถ้อยคำที่ชวนให้ใจเต้น
นางพยายามมุ่งความสนใจไปที่การสอน แต่กลับพบว่าตัวเองไม่สามารถจดจ่อได้เหมือนเดิม เสียงของนางสั่นเล็กน้อยขณะอธิบายบทเรียน และมือของนางก็สั่นเวลาถือพู่กัน คุณหนูหลี่เหมยสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่ก็ไม่กล้าถาม
"อาจารย์ซูซิน" ใต้เท้าหลี่กล่าวในขณะที่ซูซินกำลังอธิบายบทกวีบทหนึ่ง "ความเข้าใจในบทกวีของอาจารย์นั้นลึกซึ้งยิ่งนัก ราวกับว่าอาจารย์ได้ใช้ชีวิตอยู่ในบทกวีนั้นจริงๆ"
คำชมของเขาทำให้ใบหน้าของซูซินแดงก่ำ นางก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเขินอาย แต่ในใจของนางกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ความรู้สึกนี้แตกต่างจากเมื่อนายท่านเหวินเซี่ยนชมนาง มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและร่างกายร้อนผ่าว
"ใต้เท้าหลี่กล่าวเกินไปแล้วเ้าค่ะ" ซูซินตอบด้วยเสียงที่แ่เบา "ข้าเพียงแต่พยายามทำให้เหมยเอ๋อร์เข้าใจบทกวีให้ดีเท่านั้น"
ใต้เท้าหลี่เริ่มสร้างโอกาสบังเอิญที่ทำให้ใกล้ชิดแบบััเนื้อตัวมากขึ้น วันหนึ่ง ในขณะที่ซูซินกำลังก้มลงเก็บตำราที่ตกพื้น ใต้เท้าหลี่ก็เดินเข้ามาใกล้และก้มลงช่วยเก็บ ตำราเล่มหนึ่งถูกเก็บขึ้นมาพร้อมกับมือของทั้งสองที่ัักันโดยบังเอิญ เพียงชั่วครู่ แต่กระแสไฟฟ้าก็แล่นไปทั่วทั้งร่างของซูซิน นางรีบชักมือกลับด้วยความใ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก
ิัที่ถูกััยังคงรู้สึกร้อนผ่าวและซู่ซ่า นางมองไปที่มือของตนเองด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมการััเพียงเล็กน้อยถึงทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนี้ มันเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านจากปลายนิ้วไปจนถึงหัวใจ
"ขออภัยอาจารย์ซูซิน" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูสำนึกผิด "ข้าไม่ได้ตั้งใจ"
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะใต้เท้าหลี่" ซูซินตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา กลัวว่าเขาจะเห็นความสับสนและความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในดวงตาของนาง
เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็การที่ใต้เท้าหลี่ "บังเอิญ" เดินชนนางเล็กน้อยในทางเดิน การที่เขา "บังเอิญ" ยื่นมือมาช่วยพยุงนางเมื่อนางเกือบจะสะดุด หรือแม้แต่การที่เขา "บังเอิญ" ปัดเศษฝุ่นออกจากเส้นผมของนาง ทุกครั้งที่เกิดการัั ซูซินก็จะรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นไปทั่วทั้งร่าง และความรู้สึกร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นภายใน
การััแต่ละครั้งทำให้ซูซินรู้สึกเหมือนร่างกายของนางกำลังตื่นตัวขึ้นในแบบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ิัของนางไวต่อการััมากขึ้น แม้แต่ลมเบาๆ ที่โชยผ่านก็ทำให้นางรู้สึกซู่ซ่า หน้าอกของนางรู้สึกตึงและอ่อนไหว และความรู้สึกร้อนรุ่มก็แผ่ซ่านลงไปเบื้องล่างอย่างต่อเนื่อง
ใต้เท้าหลี่พยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดี อบอุ่น และเอาใจใส่กับซูซิน เขาจะคอยสอบถามความเป็อยู่ของนาง คอยให้คำแนะนำในการสอน และคอยช่วยเหลือในเื่เล็กๆ น้อยๆ ที่นางไม่ทันได้สังเกต เขาจะทำทุกอย่างอย่างแเี โดยไม่ให้ฮูหยินและลูกสาวรับรู้ ราวกับว่าความเอาใจใส่ที่เขามีให้นางนั้นเป็ความลับระหว่างเขากับนางเท่านั้น
เขาจะจดจำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับนาง เช่น สีที่นางชอบ อาหารที่นางชื่นชม หรือแม้แต่ท่าทางเล็กๆ ที่นางทำเมื่อกำลังคิดอะไรอยู่ ความใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ทำให้ซูซินรู้สึกพิเศษและได้รับการดูแลอย่างที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน
วันหนึ่ง ซูซินกำลังเดินอยู่ในสวนด้วยความเหม่อลอย นางยังคงคิดถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นและอาการประหลาดของตัวเอง ความคิดของนางวนเวียนอยู่กับใบหน้าของใต้เท้าหลี่ เสียงพูดที่นุ่มนวลของเขา และความรู้สึกอบอุ่นที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้เขา จู่ๆ นางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังจะตกลงมาจากต้นไม้้า นางเงยหน้าขึ้นมองและเห็นกิ่งไม้แห้งขนาดใหญ่กำลังจะร่วงหล่นลงมา
เสียงแตกหักของกิ่งไม้ดังขึ้นอย่างน่าใ ซูซินยืนนิ่งด้วยความใ ไม่รู้ว่าควรจะหลบไปทางไหน ใต้เท้าหลี่ที่ "บังเอิญ" เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี ก็รีบพุ่งเข้ามาคว้าตัวนางไว้ และดึงนางให้พ้นจากอันตราย กิ่งไม้แห้งร่วงลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นและใบไม้แห้งกระจัดกระจายไปทั่ว
"อาจารย์ซูซิน! อาจารย์ไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยอย่างแท้จริง แขนของเขายังคงโอบรอบเอวของนางไว้แน่น ทำให้ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกัน กลิ่นหอมที่เข้มข้นขึ้นโชยมาแตะจมูกของซูซิน ทำให้ร่างกายของนางอ่อนระทวย
ความใกล้ชิดนี้ทำให้ซูซินรู้สึกถึงความแข็งแรงของร่างกายใต้เท้าหลี่ ความมั่นคงจากผิวกายของเขาที่แผ่ผ่านเสื้อผ้า และเสียงหายใจที่สม่ำเสมอของเขาที่โชยมาใส่ใบหู นางรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น ขณะเดียวกันก็รู้สึกปลอดภัยในอ้อมแขนของเขาอย่างประหลาด
"ข้า...ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะใต้เท้าหลี่ ขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้าไว้" ซูซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ นางรู้สึกถึงความปลอดภัยและความเข้มแข็งในอ้อมแขนของเขา และความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นภายในก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ร่างกายของนางสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็เพราะความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยที่กำลังไหลเวียนอยู่ในเื
ใต้เท้าหลี่ยิ้มอย่างมั่นใจ "ไม่เป็ไรอาจารย์ซูซิน ข้าดีใจที่อาจารย์ปลอดภัย" เขาค่อยๆ คลายอ้อมแขนออก แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของนาง ราวกับ้าจะอ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น มือของเขาเลื่อนไปแตะไหล่ของนางเบาๆ เพื่อตรวจดูว่านางได้รับาเ็หรือไม่
การัันั้นทำให้ซูซินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน นางสั่นเล็กน้อยและก้าวถอยห่างออกมาเล็กน้อย แต่สายตาของนางยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเขา ในใจของนางเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ระหว่างความรู้สึกผิดที่มีต่อคู่หมั้น กับความรู้สึกที่กำลังเติบโตขึ้นต่อใต้เท้าหลี่
เหตุการณ์นี้ทำให้ซูซินรู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของใต้เท้าหลี่เป็อย่างมาก นางเริ่มมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความสับสนและความหวาดระแวง เริ่มกลายเป็ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มันเป็ความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความชื่นชม ความไว้วางใจ และความปรารถนาที่นางไม่เข้าใจ
ในใจของนาง เสียงเล็กๆ เริ่มกระซิบว่า บางทีใต้เท้าหลี่อาจจะไม่ใช่เพียงแค่นายของนาง แต่เขาอาจจะเป็คนที่เข้าใจนางมากกว่าใครๆ เขาเอาใจใส่นาง ปกป้องนาง และทำให้นางรู้สึกพิเศษ สิ่งเหล่านี้เป็สิ่งที่นางไม่เคยได้รับจากนายท่านเหวินเซี่ยนมาก่อน
ใต้เท้าหลี่ไม่เพียงแต่สร้างโอกาสในการััใกล้ชิดเท่านั้น เขายังเริ่มยกชาและอาหารที่ผสมสารกระตุ้นอารมณ์แบบอ่อนๆ มาให้นางใน่ที่นั่งกินด้วยกัน การกระทำนี้เขาทำอย่างแเี โดยอ้างว่าเป็การดูแลสุขภาพของนาง
"อาจารย์ซูซิน" ใต้เท้าหลี่กล่าวในขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งจิบชาและรับประทานขนมในห้องรับรอง "ชานี้เป็ชาสมุนไพรที่ช่วยบำรุงร่างกายและคลายความเหนื่อยล้า ข้าเห็นอาจารย์ทำงานหนัก จึงอยากให้อาจารย์ได้พักผ่อนบ้าง"
เขาเทชาใส่ถ้วยด้วยท่าทางที่สง่างามและมั่นใจ ไอน้ำร้อนลอยขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมของสมุนไพรที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ซูซินมองดูการเคลื่อนไหวของเขาด้วยความหลงใหล ไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังจ้องมองอยู่ ท่าทางของเขาแสดงถึงความเป็ผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์และความเข้มแข็งที่พึ่งพาได้
ซูซินรับถ้วยชามาจิบ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาสมุนไพรทำให้ร่างกายของนางรู้สึกผ่อนคลาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง เริ่มจากท้องน้อย แล้วค่อยๆ แผ่ขึ้นไปที่หน้าอกและลงไปที่ร่องรัก นางไม่รู้ว่ามันเป็เพราะฤทธิ์ของชา หรือเป็เพราะความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ใต้เท้าหลี่
"รสชาติหวานหอมดีค่ะ" ซูซินกล่าวด้วยเสียงที่นุ่มขึ้น "ข้ารู้สึกผ่อนคลายมากเลย"
"ข้าดีใจที่อาจารย์ชอบ" ใต้เท้าหลี่ยิ้มด้วยความพอใจ "ชานี้ข้าสั่งมาจากเมืองไกล เป็สูตรโบราณที่ช่วยบำรุงสตรี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและร่างกายแข็งแรง"
อาหารที่ใต้เท้าหลี่ยกมาให้นางก็เช่นกัน มันเป็อาหารที่ปรุงรสอย่างพิถีพิถัน มีกลิ่นหอมเย้ายวน และเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ก็ทำให้ร่างกายของนางรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความรู้สึกซ่านสยิวที่เกิดขึ้นภายใน
ความรู้สึกเหล่านี้ยิ่งทำให้นางเอกหวั่นไหวมากขึ้น นางเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในวังวนแห่งความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน นางพยายามบอกตัวเองว่ามันเป็เพียงความรู้สึกชั่ววูบ แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองอย่างตรงไปตรงมา หน้าอกของนางรู้สึกตึงและอ่อนไหว ยอดปทุมถันชูชันจนเห็นได้ชัดผ่านเสื้อผ้า
นางพยายามปรับท่านั่งให้ปกปิดอาการของตนเอง แต่ใต้เท้าหลี่ที่เฝ้าสังเกตอยู่ก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เขายิ้มในใจอย่างพอใจ แผนการของเขากำลังดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
ซูซินเริ่มลดการระวังตัวลง นางไม่ได้รู้สึกหวาดระแวงใต้เท้าหลี่เหมือนเมื่อก่อน แต่กลับรู้สึกสบายใจและปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้เขา นางเริ่มมองเห็นเขาในมุมที่แตกต่างออกไป จากชายผู้สูงศักดิ์ที่น่าเกรงขาม กลายเป็ชายผู้เข้มแข็ง มั่นคง และเอาใจใส่
ในใจของนาง ภาพของเหวินเซี่ยนเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยใบหน้าของใต้เท้าหลี่ที่ดูใกล้ชิดและเข้มแข็งกว่า นางเริ่มเปรียบเทียบทั้งสองคน และพบว่าใต้เท้าหลี่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ซูซินกำลังนั่งเขียนพู่กันอยู่ในสวน ใต้เท้าหลี่ก็เดินเข้ามาหา เขานั่งลงข้างๆ นางอย่างใกล้ชิด และเริ่มสนทนาเื่ต่างๆ
"อาจารย์ซูเขียนตัวอักษรสวยมาก" เขากล่าวขณะมองดูงานเขียนของนาง "ลายมือนี้แสดงถึงจิตใจที่บริสุทธิ์และงดงาม"
"ใต้เท้าหลี่กล่าวเกินไปแล้วค่ะ" ซูซินตอบด้วยความเขินอาย "ข้าเพียงแต่ฝึกฝนมาั้แ่เด็ก"
"ไม่เลย" เขายืนยัน "ลายมือสะท้อนถึงบุคลิกภาพของคนเขียน และลายมือของอาจารย์บอกข้าได้ว่าอาจารย์เป็คนที่มีจิตใจสวยงาม"
คำชมเหล่านี้ทำให้หัวใจของซูซินเต้นแรง นางรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันแตกต่างจากความรู้สึกที่มีต่อนายท่านเหวินเซี่ยนอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเวลาผ่านไป ซูซินพบว่าตนเองเริ่มคิดถึงใต้เท้าหลี่ตลอดเวลา นางคิดถึงเขาตอนเช้าเมื่อตื่นนอน คิดถึงเขาตอนกลางวันขณะสอนหนังสือ และคิดถึงเขาตอนค่ำก่อนเข้านอน ภาพของเขาติดตรึงอยู่ในใจของนางอย่างแแ่
นางเริ่มรอคอยการพบกันในแต่ละวัน และรู้สึกผิดหวังเมื่อเขาไม่ปรากฏตัว นางเริ่มแต่งตัวให้สวยงามมากขึ้น หวังว่าจะดึงดูดความสนใจของเขา และเริ่มใส่ใจในรูปลักษณ์ของตนเองมากกว่าเดิม
ใต้เท้าหลี่พยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ดูเข้มแข็ง มั่นคง และเป็ผู้ใหญ่ที่พึ่งพาได้ กับซูซิน เขาจะคอยสอบถามความเป็อยู่ของนางด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด คอยให้คำแนะนำในการสอนอย่างมั่นใจ และคอยช่วยเหลือในเื่เล็กๆ น้อยๆ ที่นางไม่ทันได้สังเกตด้วยความเข้มแข็ง เขาจะทำทุกอย่างอย่างแเี โดยไม่ให้ฮูหยินและลูกสาวรับรู้ ราวกับว่าความเอาใจใส่ที่เขามีให้นางนั้นเป็ความลับระหว่างเขากับนางเท่านั้น
ในค่ำคืนนั้น ซูซินนอนอยู่บนเตียง ดวงตาของนางจ้องมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไปหมด นางคิดถึงใบหน้าของใต้เท้าหลี่ คิดถึงคำพูดที่เด็ดขาดของเขา คิดถึงััที่ดูเหมือนจะบังเอิญ แต่กลับทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้าน
ร่างกายของนางยังคงตอบสนองต่อกลิ่นหอมที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำ หน้าอกของนางคัดตึง ยอดปทุมถันชูชัน และร่องรักของนางก็ยังคงชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำใส นางรู้สึกถึงความปรารถนาที่ไม่รู้จักที่มาที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในตัวนาง
"ข้ากำลังเป็อะไรไปกันแน่?" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ ความสับสนและความปรารถนาที่เกิดขึ้นทำให้จิตใจของนางว้าวุ่น นางไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ๆ คือ นางไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของนางได้อีกต่อไปแล้ว