สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาในยามวิกาล ชะล้างคราบเืที่นองอยู่บนพื้นดินและใบไม้
ลึกเข้าไปในป่ารกร้างทางทิศตะวันตก ห่างจากค่ายเหมืองราวห้าสิบลี้ (ประมาณ 25 กม.) ภายในโพรงต้นไม้ใหญ่ที่แห้งสนิท ร่างผอมโซของเซี่ยฟานนั่งพิงผนังไม้ หอบหายใจอย่างโรยแรง
ยาเม็ดสีแดงที่เขากลืนเข้าไปเมื่อครู่เริ่มออกฤทธิ์เต็มที่ ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วจุดชีพจร าแที่หัวไหล่ซ้ายซึ่งถูกกระบี่แทงทะลุเริ่มหยุดเื เนื้อเยื่อสมานตัวกันด้วยความเร็วที่ตามองเห็น แม้จะไม่หายสนิท แต่ก็พ้นขีดอันตราย
"รอดมาได้..."
เซี่ยฟานพึมพำกับตัวเอง สายตามองออกไปนอกโพรงไม้สู่ความมืดมิด นี่เป็ครั้งแรกในรอบสิบปีที่เขานอนหลับโดยไม่มีโซ่ตรวนล่ามขา และไม่มีเสียงแส้คอยปลุก
เขาก้มลงมอง 'ถุงเฉียนคุน' (ถุงมิติ) ใบเล็กสีน้ำเงินที่ยึดมาจากศพของไป๋ลู่ เขาเคยเห็นพวกผู้คุมใช้มันใส่ของ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ัั เซี่ยฟานลองส่งกระแสจิตเข้าไปตามสัญชาตญาณ... โชคดีที่ไป๋ลู่ตายไปแล้ว ตราประทับิญญาจึงสลายไป ทำให้เขาสามารถเปิดมันได้อย่างง่ายดาย
วูบ!
ข้าวของภายในถุงถูกเทออกมาองบนพื้นดิน สำหรับศิษย์สายนอกของสำนักใหญ่ นี่อาจเป็สมบัติพื้นฐาน แต่สำหรับอดีตทาสอย่างเซี่ยฟาน... นี่คือคลังสมบัติ!
หินิญญาระดับต่ำ 50 ก้อน: ก้อนหินเรืองแสงสีฟ้าอ่อน ค่าเงินหลักของโลกผู้ฝึกตน แค่ก้อนเดียวก็พอให้คนธรรมดาอยู่กินได้สบายไปทั้งเดือน
ตำราเคล็ดวิชา 'กระบี่เมฆาพลิ้วไหว': ตำราระดับมนุษย์ขั้นกลาง
ชุดเปลี่ยน 2 ชุด: เนื้อผ้าไหมอย่างดี
เสบียงอาหารแห้งและน้ำดื่ม: เนื้อตากแห้งและเหล้าชั้นดี
เซี่ยฟานหยิบเนื้อแห้งขึ้นมากัดกินอย่างตะกละตะกลาม รสชาติของเครื่องเทศและความเค็มทำให้เขาน้ำตาซึม เขาไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานเท่าไหร่แล้วนะ?
เมื่อท้องอิ่ม เขาหยิบ 'หินิญญา' ขึ้นมาหนึ่งก้อน "ถ้าข้าดูดซับพลังจากหินนี่ ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นไหม?"
เขาทดลองโคจรลมปราณแบบงูๆ ปลาๆ ที่เคยแอบจำมาจากพวกผู้คุม พลังปราณบริสุทธิ์จากหินเริ่มไหลเข้าสู่ฝ่ามือ...
กริ๊ก!
ทันใดนั้น อีเต้อ ที่วางอยู่ข้างกายก็สั่นะเื มันไม่ได้สั่นแรง แต่มันเหมือน 'แม่เหล็ก' ที่ทรงพลังมหาศาล
วูบ!
พลังปราณสีฟ้าที่กำลังจะไหลเข้าสู่ร่างของเซี่ยฟาน ถูกอีเต้อดูดกลืนไปจนหมดสิ้นในพริบตา! หินิญญาในมือของเขากลายเป็ผงแป้งสีขาวร่วงกราวลงพื้น
"เฮ้ย! เ้าทำอะไร!?" เซี่ยฟานร้องลั่น จ้องมองอาวุธสีดำทึบด้วยความโมโห "นั่นของข้านะ!"
อีเต้อนิ่งเงียบ แต่ที่ด้ามจับไม้ไหม้เกรียมนั้น มีลวดลายสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นคล้ายเส้นเื มันดูดซับพลังเข้าไป แล้วส่งคลื่นความรู้สึกบางอย่างกลับมาสู่สมองของเซี่ยฟาน
...ไม่พอ... ...ข้าหิว... ...เหล็กธรรมดาฟื้นฟูด้วยไฟ... แต่ข้าฟื้นฟูด้วยิญญา...
เซี่ยฟานกัดฟันกรอด "เ้าไม่ได้แค่กินเื แต่เ้ากินเงินข้าด้วยเรอะ!" แต่เขาไม่มีทางเลือก เขาเป็เ้านายมัน... หรืออาจจะเป็ทาสของมันกันแน่ก็ไม่รู้ เขาจำใจหยิบหินิญญาก้อนต่อไปส่งให้อีเต้อ
10 ก้อน... 20 ก้อน... 40 ก้อน...
จนกระทั่งก้อนที่ 50 หมดลง หินิญญาทั้งหมดที่ไป๋ลู่สะสมมา หายวับไปกับตา! เซี่ยฟานแทบอยากจะเอาหัวโขกกำแพง แต่ทว่า การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้สูญเปล่า
แกรก...
สนิมเขรอะที่เกาะอยู่ตรงส่วนปลายแหลมของอีเต้อ กะเทาะหลุดออกไปเล็กน้อย เผยให้เห็นเนื้อในที่เป็ 'โลหะสีนิลกาฬ' (Black Obsidian) ที่มีความมันวาวและดูคมกริบกว่าเดิม และที่สำคัญ... น้ำหนักของมันที่เคยหนักอึ้งจนไหล่เขาแทบหลุด ตอนนี้กลับเบาลงเล็กน้อย (แม้จะยังหนักมากสำหรับคนทั่วไป) ทำให้เขาถือได้คล่องมือขึ้น
พร้อมกันนั้น ข้อมูลชุดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวของเขา ไม่ใช่ท่าวรยุทธ์ ไม่ใช่เพลงกระบี่ แต่เป็... 'เนตรศิลา' (Stone Vision)
ทันทีที่เซี่ยฟานเพ่งสมาธิไปที่อีเต้อ ดวงตาของเขาพลันเปลี่ยนเป็สีเทาหม่น ภาพที่เขามองเห็นเปลี่ยนไป... ต้นไม้ ผนังถ้ำ พื้นดิน ทุกอย่างกลายเป็ภาพโครงสร้างสีขาวดำ แต่สิ่งที่โดดเด่นคือ 'เส้นสีแดง' และ 'จุดสีดำ' ที่ซ่อนอยู่ในวัตถุเ่าั้
...จุดสีดำ คือ 'จุดเปราะบาง' (Structural Weakness)... ...เส้นสีแดง คือ 'ชีพจร' (Vein) ของวัตถุ...
เซี่ยฟานมองไปที่ก้อนหินใหญ่หน้าปากถ้ำ ในสายตาคนทั่วไปมันคือหินแกร่ง แต่ในสายตาของ 'เนตรศิลา' เขาเห็นรอยร้าวเล็กๆ ภายในเนื้อหินที่เชื่อมต่อกันเป็จุดเดียว
เขาลุกขึ้น เดินไปที่หินก้อนนั้น แล้วเหวี่ยงอีเต้อเบาๆ... ย้ำว่าเบาๆ ปลายแหลมสีนิลกาฬเจาะเข้าไปที่ 'จุดสีดำ' นั้นอย่างแม่นยำ
เพล้ง!
ก้อนหินขนาดเท่าตัวคน แตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ ราวกับกระจกเงาที่ถูกทุบ ไม่ต้องใช้แรงมหาศาลเหมือนตอนสู้กับไป๋ลู่ เพียงแค่ 'เคาะ' ให้ถูกจุด ทุกอย่างก็พังทลาย
"นี่สินะ... วิธีการของนักขุด" เซี่ยฟานแสยะยิ้มมุมปาก คนอื่นมองหาจุดตายของร่างกาย (หัวใจ, คอหอย) แต่เขามองหา 'จุดร้าว' ของทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็เกราะ โลหะ หรือแม้แต่... กระบวนท่าของศัตรู
"คุ้มค่า..." เซี่ยฟานลูบหัวอีเต้อเบาๆ แม้จะเสียดายเงิน แต่สิ่งที่ได้มาคืออาวุธสังหารที่น่ากลัวกว่าเดิม
แต่ทว่า ความสงบอยู่ได้ไม่นาน เสียงนกแสกกรีดร้องดังมาจากทิศทางที่เขาเพิ่งหนีมา พร้อมกับแสงไฟคบเพลิงจำนวนมากที่ส่องสว่างวูบวาบในป่าไกลๆ
"พวกมันตามมาแล้ว..." เซี่ยฟานเก็บข้าวของทั้งหมด รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดของคนธรรมดา แล้วแบกอีเต้อขึ้นพาดบ่า เขาจะไม่หนีไปเรื่อยๆ... ป่าตะวันตกคือแดนเถื่อนที่มีสัตว์อสูรชุกชุม ที่นั่นคือที่ที่ดีที่สุดสำหรับการ 'ล่า' เพื่อหาหินิญญามาป้อนปีศาจในมือของเขา
"รอข้าก่อนเถอะ... สำนักกระบี่เมฆา..." "เมื่อข้าขุดจนถึงรากของพวกเ้าเมื่อไหร่... พวกเ้าจะไม่มีแม้แต่หลุมฝังศพ!"
ร่างเงาของเด็กหนุ่มหายวับเข้าไปในความมืดมิดของป่าทึบ มุ่งหน้าสู่เส้นทางแห่งโลหิตที่ยาวไกลอีกนับพันลี้