แต่จะน่ามองแค่ไหนกันนะถ้าจับมาแต่งตัวยั่วสายตาเขาเหมือนเลขาและสาวๆ ในออฟฟิศ ด้วยการนุ่งกระโปรงสั้นจู๋ ถุงน่องสีเนื้อคลุมขาเรียวๆ ไว้ เสื้อเป็ผ้าบางๆ มองเห็นบรารางๆ ว่าใส่สีอะไร
คอคว้านลึกหน่อยๆ มีสร้อยเพชรเส้นเล็กๆ ประดับไว้ท่าจะดี ผมที่รวบไว้ครึ่งหัวก็ปล่อยลงมาให้หมดเพราะเขาชอบแบบนั้นเซ็กซี่กว่าแยะ แต่งหน้าแม่เข้มจัดอย่างนี้ดีแล้วสำหรับเขา
แต่ต้องใส่ตุ้มหูเสริมไปอีกนิดไม่ใช่ปล่อยให้โล่งอย่างนี้ ใบหน้าสวยๆ ก็ควรจะยิ้มบางๆ ให้เขาสักนิด ไม่ใช่เฉยเมยหรือออกไปทางบึ้งแบบนี้ ไม่น่ารักเลยในความคิด
“เราจะไปไหนคะ”
มือบางกดประตูลิฟต์ให้เปิดค้างไว้แล้วหันไปถามเขา เพราะไม่มีทีท่าว่าจะขยับกายไปไหนทั้งๆ ที่ลงมาถึงชั้นล่างแล้ว
“รถคุณจอดอยู่ไหน”
เขาเอ่ยทันควันเมื่อเสียงแม่ถั่วงอกเรียกสติล่องลอยให้กลับเข้าตา การถามครั้งที่สองยังคงไม่ได้คำตอบจากเขา แต่อาทิตยาก็ชี้บอกไปทันควันไม่แพ้กัน
พอถึงเขาก็เข้าไปนั่งคู่กับคนขับหน้าตาเฉย อีกคนก็เข้าไปนั่งด้วยท่าทีงุนงงไม่หายเพราะไม่รู้ว่าเขาจะให้พาไปไหนกันแน่ ไม่นานเขาก็ยื่นกระดาษส่งมาให้
“ผมจะไปนี่ ช่วยพาไปที บ้านเมืองเปลี่ยนไปมาก ไม่รู้ได้รถมาแล้วจะต้องหลงกี่รอบต่อกี่รอบถึงจะจำทางได้หมด”
อาทิตยาก้มดูแผนที่จากมือเขาไม่นานก็ยิ้มน้อยๆ ออกมา แล้วรีบออกรถโดยเร็ว จิณณวัตรรีบคาดเข็มขัดด้วยความไม่ไว้ใจในฝีมือผู้หญิงขับรถ แม้จะเคยนั่งมาแล้วแต่ก็ปลอดภัยไว้ก่อน แต่เขาก็เบาใจที่แม่ถั่วงอกคล่องแคล่วไม่น้อย
“ขับเก่งดีนี่ รู้ทางลัดซอกแซกๆ ด้วยไปหัดมาจากไหน”
“คุณผู้หญิงให้ออกมาทำธุระบ่อยค่ะ เลยต้องรู้ถนนหนทางเป็อย่างดี” แม้ในใจอยากจะบอกว่าถูกใช้บ่อยมากกว่า แต่ก็ยั้งปากเอาไว้ได้ทัน
“จะบอกว่าคุณแม่จิกหัวใช้ว่างั้น”
ทว่าอีกคนกลับรู้ทันและสวนทันควัน แทนการตอบอาทิตยาเปลี่ยนเป็เร่งความเร็วขึ้นขับแซงซ้ายขวาและให้ความสนใจกับถนนข้างหน้าแทน จิณณวัตรเลิกคิ้วอย่างไม่ติดใจนักแล้วก็จ้องมองสภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนไปแทนการเอ่ยปากคุย
เมื่อเห็นว่าแม่ถั่วงอกไม่อยากเปิดปาก ไม่นานก็มาถึงโชว์รูมรถอันหรูหราซึ่งเมื่อเช้าเ้าตัวมาแล้วหนหนึ่ง พนักงานขายสาวสวยนุ่งสั้นเ้าเดิมที่เคยมองอาทิตยาด้วยสายตาดูิ่น้อยๆ
เพราะคงจะอ่านออกว่าน้ำหน้าอย่างเธอคงไม่มีปัญญาจะซื้อรถราคาแพงๆ แบบนี้ได้แน่ แปลกแต่จริง! เมื่อมีจิณณวัตรเดินคู่เข้าไปด้วย แม่คุณแทบจะวิ่งเข้ามาอุ้มให้ไปนั้งชุดรับแขกด้วยซ้ำ
“ไม่ทราบสนใจรุ่นไหนเป็พิเศษหรือเปล่าคะ ่นี้ทางเรามีโปรโมชั่นหลายแบบให้ลูกค้าเลือกนะคะ เริ่มั้แ่...”
อาทิตยากลอกตาไปมาด้วยความรำคาญในน้ำเสียงสีหน้าและท่าทางออดอ้อนออเซาะเอาอกเอาใจจนเกินงามของแม่พนักงานขายเต็มประดา แต่กับอีกคนคงไม่รู้สึกแบบนี้เป็แน่
เพราะเห็นตั้งใจฟังซะเหลือเกิน แล้วก็ขยันเดินตามเรียวขางามมีถุงน่องสีนู๊ดหุ้มไว้ไปอย่างไม่ยอมขัดศรัทธาสักนิด สายตามองไปยังแม่คุณก็กรุ้มกริ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่เลิกรา
ยิ่งตอนเ้าหล่อนพาว่าที่ลูกค้าหนุ่มเข้าไปนั่งในรถเพื่ออธิบายรายละเอียดด้วยแล้ว ขอบกระโปรงแทบจะร่นขึ้นไปถึงไหนๆ ด้วยแล้ว อาทิตยายิ่งเห็นสายตาเสือหนุ่มยิ่งจ้องไม่กะพริบด้วยซ้ำ
และไม่เพราะสนใจรถหรือขาขาวๆ ที่โผล่พ้นชายกระโปรงสั้นกันแน่ เขาถึงได้นั่งถามนั่นนี่อยู่ได้เป็นานกว่าจะออกมา
“ผมตกลงเอารุ่นนี้ เื่การจ่ายเงินคุณผู้หญิงคนนี้จะจัดการให้นะครับ”
ในที่สุดเขาก็สรุปด้วยใบหน้ายิ้มน้อยๆ ขณะหันไปหาเลขาแม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ พนักงานขายสาวอีกคน และนั่นทำให้สองสาวนุ่งสั้นที่ช่วยกันต้อนลูกค้าหนุ่มยิ้มออกมาอย่างยินดีปรีดายิ่ง
“ว่าแต่ได้เมื่อไหร่ครับทันอาทิตย์หน้าหรือเปล่า”
เขาไม่ลืมจะหันไปถามอีกด้วยกลัวจะทำแผนแม่ล่ม ที่อุตส่าห์จะเซอร์ไพรส์ในงานสักหน่อย
“ขอเบนซ์เช็กก่อนสักครู่นะคะคุณจิณ”
พนักงานสาวสวยโปรยยิ้มมาให้ แล้วผละไปตรวจในระบบคอมพิวเตอร์ ทิ้งให้ลูกค้าหนุ่มมองตามตาเป็มันก่อนจะหันมาหาเลขาสาวแล้วยักคิ้วให้
“ชื่อน่าขับซะด้วย ทำไมคุณไม่เปลี่ยนเป็แบบนี้บ้างล่ะน่ารักกว่า ‘ตะวัน’ แยะเลย”
อาทิตยาหลีกหนีสายตากวนประสาทของเขาด้วยกันหันไปสนใจเ้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ML 250 DCI BlueEFFICIENCY Sports AMG ในราคาย่อมๆ แค่ห้าล้านครึ่ง คือรถที่เขาตัดสินใจเลือก
ซึ่งผิดจากความคาดเดาไปคนละเื่ เพราะโบว์ชัวร์ที่หยิบไปให้เขาเลือกนั้น ล้วนแล้วแต่เป็สปอร์ตแทบทั้งสิ้น แถมราคาก็เลยหลักสิบล้านไปแทบทุกคัน
“บังเอิญผมเบื่อสปอร์ตแล้วน่ะ ขับอยู่เมืองนอกมาตั้งหลายปี แต่ยังไงผมก็จะเก็บพวกนี้เอาไว้ก่อนก็แล้วกันนะ เผื่ออยากจะซื้ออีกคันเอาไว้ขับโฉบพาสาวๆ เที่ยว ได้ข่าวว่าสาวบ้านเราชอบนั่งรถราคาแพงๆ ใช่มั้ยแล้วคุณล่ะชอบด้วยหรือเปล่า”
จิณณวัตรเหมือนจะเดาใจคนข้างๆ ที่นั่งควบรถนิ่งๆ ไม่พูดไม่จาั้แ่ออกจากโชว์รูมแล้ว เขาจึงตัดสินใจบอกเหตุผลให้รู้ ด้วยกลัวเ้าหล่อนจะน้อยใจที่อ่านทางเขาผิดถนัด
“ต้องดูจุดหมายของรถราคาแพงๆ ด้วยค่ะว่าจะพาฉันไปไหน ถ้าไปทำเื่ดีๆ ฉันก็ไปด้วย แต่ถ้าจะพาไปทำมิดีมิร้ายฉันคงพอใจที่จะขับเ้าอันติ้ดคันนี้เท่านั้นล่ะค่ะ คุณจะให้ไปส่งออฟฟิศใช่หรือเปล่าคะ”
อาทิตยารีบตัดบทในทันที ด้วยเบื่อจะนั่งอยู่ใกล้ๆ คนหลงตัวเองอย่างที่สุด แต่อีกคนกลับยิ้มร่าออกมาด้วยความขำกับน้ำคำเหน็บแนม แถมเกิดอาการหมั่นไส้น้อยๆ ขึ้นมาตงิดๆ จนอยากจะแกล้งเล่นๆ ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ได้ไงล่ะ คุณติดหนี้ผมนะหนนี้ ต้องพาผมไปเลี้ยงข้าวร้านอาหารดีที่สุด หรูที่สุด ราคาแพงที่สุด และอร่อยที่สุดด้วย นี่จะบ่ายสองอยู่แล้ว ผมหิวจนตาลายคล้ายจะเป็ลมแล้วนะ ถ้าไม่ยอมเย็นนี้ผมจะไปบอกความจริงทั้งหมดกับคุณแม่เองเลย ว่าไงตกลงหรือเปล่า”
“ได้เลยค่ะ”
ไม่ใช่จะกลัวคำขู่ของเขาอะไร แต่ด้วยท้องไส้ของตัวเองก็ปั่นป่วนเพราะหิวไม่แพ้กัน เมื่อเช้าได้กาแฟแก้วโตเท่านั้น
“ไหงรับปากง่ายจังล่ะ และจะผิดฟอร์มคุณไปสักนิด” ทำเอาเขาอดสงสัยไม่ได้
“ก็ไม่มีอะไรนี่คะ บังเอิญว่าฉันหิวเหมือนกันแค่นั้นเอง”
คนขับหันมายิ้ม จากนั้นก็หักพวงมาลัยไปทางซ้าย ลัดเลาะไปมาสองสามซอย ไม่นานก็มาถึงจุดหมาย ซึ่งทำให้คนร้องขอมองคนขับตาขวาง แถมไม่ยอมเปิดประตูลงไปด้วยซ้ำ
“คุณให้ฉันเลี้ยงเองนะคะ เร็วๆ เถอะค่ะฉันต้องรีบกลับไปทำงานอีกหลายอย่าง คุณก็มีเอกสารกองเต็มโต๊ะอยู่ไม่ใช่เหรอคะ”
เขาถึงได้ยอมออกมาแล้วเดินตามร่างผอมบางด้วยอาการเคืองไม่น้อย แต่ไม่นานอาการนี้ก็หายไป เมื่อได้ข้าวเหนียวร้อนๆ ส้มตำ ลาบ น้ำตก เนื้อย่างหอมกรุ่นเข้าไปอยู่ในท้อง พร้อมกับมีอาการซี้ดซ้าดเข้ามาแทนที่ เพิ่มระดับความอาฆาตเอาไว้ในใจว่าสักวันเขาจะหาทางเอาคืนยัยถั่วงอกให้เข็ดเลย
“เฮ้อ!!! ดีใจจังได้กินของอยากกินมาหลายปี จะตกรางวัลเลขาคุณแม่ยังไงดีน้า”
อาทิตยาไม่อยากจะมองสายตายียวนกวนประสาทของเขาสักเท่าไหร่นัก เลยเลี่ยงไปขึ้นรถแล้วไม่รอเอาเงินทอนตั้งร้อยกว่าบาทซะงั้น
“คุณตะวันคะ ดอกไม้มาส่งแล้วจะให้เอาไว้ตรงไหนคะ”
“คุณตะวันคะ เวทีกับเครื่องเสียงมาแล้ว เขาอยากให้ไปชี้จุดตั้งค่ะ”
“คุณตะวันคะ คุณผู้หญิงให้มาถามว่า ชุดสำหรับคืนนี้จะได้เมื่อไหร่”
“คุณตะวันคะ คุณผู้หญิงบอกว่าจะมีแขกเพิ่มมาอีกกลุ่มสักสามสิบคน ต้องทำอาหารเพิ่มอีกหน่อยมั้ยคะ ป้ากลัวจะไม่พอค่ะ”
และอีกเป็ร้อยคำถามจากคนในบ้าน ต่างก็วิ่งตรงมายังเลขาสาวจนหัวหมุนมาั้แ่เช้า นับจากก้าวแรกที่เหยียบบ้านเข้ามาด้วยซ้ำ โชคดีเป็คนใจเย็น รอบคอบ คล่องงาน และเคยผ่านงานแบบนี้มาเยอะแล้ว
จึงค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละเปลาะๆ ตอบคำถามแต่ละคนด้วยสติแทนการใช้อารมณ์หรือท่าทีฉุนเฉียวหงุดหงิด แม้ในใจจะเอือมระอากับความไม่รู้งานของคนในบ้านอยู่บ้าง
เพราะเคยผ่านงานมาด้วยกันแล้ว แต่ก็ไม่คิดจะเอ่ยปากบ่นออกมาให้เสียเครดิตตัวเองเปล่าๆ
“วันนี้ผมว่าง คุณหญิงป้าเลยสั่งให้ล่วงหน้ามาช่วยงานคุณตะวันก่อนน่ะครับ มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ตามสบายไม่ต้องเกรงใจครับ”
นนนทีมาถึงั้แ่บ่ายแก่ๆ รีบออกตัวและเอาป้ามาบังหน้า
“ขอบคุณค่ะ แต่เกรงใจจังเลยไม่กล้าใช้คุณทีหรอกค่ะ หรือถ้าจะช่วยจริงๆ ก็ฝากดูพวกไวน์กับเด็กๆ ให้ทีค่ะ ว่าอันไหนต้องแช่หรือไม่ต้อง โน่นค่ะ กำลังพากันยกตู้แช่ออกไปไว้ใต้เต็นท์แล้ว”
“ได้เลยครับถึงไม่เก่งแต่ผมก็พอช่วยเื่นี้ได้อย่างแน่นอนครับ”
ว่าแล้วหนุ่มนักเรียนนอกก็เดินตามร่างอรชรในชุดกางเกงยีนสีซีดเล็กน้อย ขาดหน่อยๆ ตรงต้นขากับหัวเข่าทว่าเข้ากับเสื้อยืดรัดรูปเล็กน้อยปักเลื่อมด้านหน้า เวลายกแขนขึ้นจะเห็นขอบกางเกงกับผิวขาวๆ ตรงหน้าท้องแบนราบ ดูแล้วเย้ายวนใจไม่หยอก
“คุณทีดูหนุ่มๆ อยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวตะวันขอตัวไปดูในครัวก่อนและจะให้เด็กๆ ยกเครื่องดื่มเย็นๆ มาให้ด้วยค่ะ”
พอส่งแขกที่สนามแล้วก็ต้องรีบกลับไปหางานของตัวเองต่อ และไม่มีเวลาได้ออกมาพูดคุยด้วยมากนัก เมื่อทุกอย่างทุกคนวิ่งตรงมาหาเลขาเพียงคนเดียว นานเป็ชั่วโมงถึงนึกขึ้นได้เลยยกเบียร์เย็นๆ ออกมาให้ด้วยตัวเอง ก็บังเอิญเ้านายกับลูกสาวขับรถเข้ามาบ้านมาพอดี เลยเดินตรงไปหาแขกหนุ่มพร้อมกัน
“ขอโทษด้วยนะคะคุณที ตะวันมัวแต่ยุ่งจนลืมยกเบียร์มาให้ค่ะ”
“แต่มาตอนนี้ดีกว่าเป็ไหนๆ ครับกำลังร้อนเชียว”
นนนทีรับแก้วไปจิบอย่างคนอารมณ์ดี หลังจากยกมือไหว้ชมจันทร์แล้ว
“พ่อทีไม่ต้องช่วยอะไรหรอกจ้ะ เข้าไปนั่งในบ้านตากแอร์เย็นๆ กับป้ากับน้องแอ๊ฟดีกว่า ปล่อยให้ตะวันจัดการคนเดียวก็เอาอยู่แล้วจ้ะ รายนี้คล่องไปทุกเื่"
ชมจันทร์รีบเสนอ เพราะััได้ไม่อยากว่าชายหนุ่มน่าจะพึงพอใจในเลขาตัวเองไม่มากก็น้อย ถึงได้ตามมาแบบนี้ บวกกับเห็นหน้าเลขาเจื่อนลงด้วยคงจะอึดอัดเมื่อมีคนมาคอยตามแจจนอาจจะกลายเป็ภาระด้วยซ้ำ
อีกอย่างก็อยากจะให้หนุ่มนักเรียนนอกได้ใกล้ชิดกับลูกสาวเอาไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดยังไงจะได้ลองจับคู่กันในอนาคต แม้นนนทีจะยังไม่ใช่เป้าหมายใหญ่ของชมจันทร์ก็ตามที
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ



















