แล้วท่านอาจารย์พยัคฆ์เมฆาก็ออกจากเทือกเขาลิงคลั่งไปตามหาเซียนอสูรที่คุ้นเคยกับวิถีชีวิตของมนุษย์เพื่อที่จะนำมาสอนวิถีการใช้ชีวิตแบบมนุษย์ให้กับอสูรลิงน้อยปิงปิง
สำหรับบิดาและมารดาของปิงปิงนั้นเมื่อรับรู้ว่าปิงปิงได้ท่านเทพอสูรพยัคฆ์เมฆามาเป็อาจารย์คอยดูแลปิงปิงแล้ว ทั้ง 2 สามี-ภรรยาก็พากันออกเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไร
ตอนนี้..ปิงปิงจึงต้องอยู่ในถ้ำของเขาแต่เพียงลำพัง
ปิงปิงจัดการถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด จะเรียกให้ถูกต้องบอกว่าเขาฉีกเสื้อผ้าออกทั้งหมด เพราะเขาถอดไม่เป็
ปิงปิงรู้สึกว่ามันเกะกะ จะเคลื่อนไหวตัวก็ไม่สะดวก ไม่ใส่อะไรเลยแบบตอนเป็ร่างอสูรสบายกว่ากันเยอะ
แล้วเวลาก็ผ่านไป 2 วัน ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆาก็กลับมาพร้อมกับเซียนอสูรเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง 2 ตัว เป็ชาย 1 หญิง 1
เซียนอสูรทั้ง 2 ตัวกำลังอยู่ในร่างเเปลงของมนุษย์
คนผู้ชายนั้นมีรูปร่างอ้วน ตัวไม่สูงมาก อายุประมาณ 35 ปี มีชื่อว่า *อันจง* ส่วนคนผู้หญิงมีรูปร่างผอมสูง อายุประมาณ 30 ปี มีชื่อว่า *อันเหมย*
เซียนอสูรทั้ง 2 ตัวนี้เป็พี่น้องกันและเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับพวกมนุษย์มา่ระยะเวลาหนึ่ง
ถ้าจะถามว่าอสูรเผ่าพันธุ์ไหนใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด ก็ต้องบอกว่าอสูรเผ่าพันธุ์จิ้งจอก 9 หางนี่แหละที่ยืนหนึ่ง
"เอาล่ะ..พวกเ้าทั้ง 2 ตัวจงสอนให้ศิษย์ของข้าใช้ชีวิตในเเบบพวกมนุษย์ให้ได้โดยเร็ว แล้วข้าจะมีรางวัลให้กับพวกเ้า" ท่านเทพอสูรพยัคฆ์เมฆากล่าว
"รับบัญชาท่านเทพอสูรพยัคฆ์เมฆา ขอรับ-เ้าค่ะ" เซียนอสูรทั้ง 2 ตอบออกมาพร้อมๆกัน
"ส่วนเ้า..เ้าลิงน้อยปิง ใน่เช้าเ้าก็เรียนรู้การใช้วิถีชีวิตแบบของพวกมนุษย์กับเซียนอสูรจิ้งจอกทั้ง 2 ตัว"
"แล้วใน่บ่ายถึง่กลางคืน เ้าก็ให้มาเรียนวิธีเดินเคล็ดดูดซับพลังปราณฟ้าดินกับข้า ก่อนที่จะเริ่มเรียนวิชาการจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินในภายหลัง"
"ขอรับ..ท่านอาจารย์เสือ แต่ข้าเขียนหนังสือแบบพวกมนุษย์ไม่เป็นะขอรับ"
"แล้วข้าจะจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินได้หรือขอรับ" ปิงปิงยังคงสงสัย
"อืม..ข้าจะหาเซียนอสูรอีกสักตัว ให้มาสอนการเขียนอักษรของพวกมนุษย์ให้กับเ้าเอง" ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆากล่าวตอบ
เซียนอสูรเผ่าจิ้งจอก 9 หางทั้ง 2 ตัว ได้ยินปิงปิงเรียกท่านเทพอสูรพยัคฆ์เมฆาว่า *ท่านอาจารย์เสือ* ก็ถึงกับเหงื่อตก
เพราะท่านเทพอสูรพยัคฆ์เมฆาคือ 1 ใน 6 ของเทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็ผู้ปกครองสูงสุดของอาณาจักรดินแดนอสูรแห่งนี้
ท่านเทพอสูรพยัคฆ์เมฆาเคยเข่นฆ่ากวาดล้างทั้งเหล่าเซียนอสูรและเหล่าเซียนมนุษย์ให้ตกตายลงไปแล้วมากมายจนนับไม่ถ้วน
เคยแม้กระทั่งทำาเเย่งชิงดินแดนกับท่านเทพอสูรัฟ้า ซึ่งถือได้ว่าเป็เทพอสูรอันดับที่ 1 จนสะท้านะเืไปทั่วทั้งอาณาจักรดินแดนอสูรแห่งนี้มาแล้ว
แล้วเ้าลิงน้อยนี่ทำไมถึงกล้าเรียกและพูดคุยกับท่านเทพอสูรพยัคฆ์เมฆาแบบไม่เกรงกลัวอันใดเลย พวกเขาต่างสงสัยอยู่ในใจแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมา
ถ้าหากพวกเขาทั้ง 2 รู้ว่าปิงปิงเพิ่งจะรู้จักกับท่านเทพอสูรพยัคฆ์เมฆามาแค่เมื่อ 3 วันก่อนหน้านี้ พวกเขาก็คงจะต้องใจนหัวใจวายตายลงไปแน่ๆ
แล้วมหกรรมจับลิงใส่กระด้งก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
2 เซียนอสูรจิ้งจอกอันจงกับจิ้งจอกอันเหมยที่กำลังจับลิงปิงปิงใส่เสื้อผ้าอยู่นั้น แทบที่จะขอลาออกจากหน้าที่นี้ไปเสียั้แ่วันแรกที่ทำงาน ถ้าไม่ติดว่าผู้ที่สั่งให้ทำคือ *เทพอสูร*
ความทรมานของทั้งฝ่ายที่สอนและฝ่ายที่เรียนการในใช้วิถีชีวิตแบบมนุษย์ก็ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเปรียบได้กับาย่อยๆ
"เอาล่ะ..เ้าลิงน้อยปิง เ้ามาเรียนการเดินเคล็ดดูดซับพลังปราณฟ้าดินกับข้าได้แล้ว" ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆาส่งเสียงพลังปราณมาเรียกปิงปิง เพื่อให้ไปฝึกเดินเคล็ดวิชาดูดซับพลังฟ้าดินของพวกมนุษย์
"ไชโย..!!!" อสูรทั้ง 3 ตัว
1 ลิงกับอีก 2 จิ้งจอก ต่างก็ะโออกมาพร้อมๆกัน
หมดเวรหมดกรรมเสียที จบเสียทีเวลาแห่งความทรมานของทั้ง 2 ฝ่าย
"เดี๋ยวก่อนขอรับท่านอาจารย์เสือ นี่ก็บ่ายแล้ว ข้าหิว..ข้ายังไม่ได้กินกล้วยหยกทิพย์เลยขอรับ"
"ข้าหิว..เดี๋ยวข้ากินเสร็จแล้วข้าจะไปหาท่านอาจารย์เสือนะขอรับ" แล้วปิงปิงก็รีบวิ่งแจ้นไปยังคลังอาหารในถ้ำของครอบครัวของเขาในทันที
"เฮ้อ..ปลง..ข้าปลง" ท่านอาจารย์เสือของปิงปิง บ่นคำว่าปลงออกมา จนไม่สามารถนับได้แล้วว่าเป็ครั้งที่เท่าไดแล้ว
ส่วนอสูรจิ้งจอก 9 หางทั้ง 2 ตัวถึงกับปากอ้าตาค้างไปเป็ที่เรียบร้อย นี่ยังมีอสูรที่กล้าปฏิเสธคำสั่งของท่านเทพอสูรพยัคฆ์เมฆาเพราะหิวอยู่ด้วยหรือนี่..