หลังจากที่ขอไอ้พี่ปืนเป็แฟนพี่มันก็มารับไปเรียน แวะมากินข้าวที่โรงอาหารด้วย ตอนเย็นก็ไปส่งที่หอ เรียกได้ว่าไอ้เต้ไม่ค่อยได้อยู่ในลูปชีวิตของผมซักเท่าไรแต่มันก็ชอบใจเพราะจะได้มีเวลาไปสวีทกับพี่ออมแฟนมัน วันนี้ก็เป็อีกวันพี่มันไลน์มาบอกว่าจะถึงหน้าหอแล้ว ผมก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบลงมาที่ด้านล่างหอ
“ช้าจริง กูรอนานแล้ว”
เห็นหน้ากูก็บ่นเลยทีเดียวชอบกูจริงป่ะเนี่ย
“กูตื่นสาย เนี่ยรีบจะแย่แล้ว”
“ไม่ได้กินข้าวอีกสิมึง เอานี่ไปกิน”
พี่มันยื่นแซนวิชมาให้ อันใหญ่มากมันมักมีของกินติดรถอยู่เสมอ สงสัยกลัวกูอด
“อืม ขอบคุณ”
พี่มันก็มาส่งผมที่หน้าตึกเรียนแล้วพี่มันก็นัดกันว่าตอนเย็นจะพาไปกินข้าว หลังเลิกเรียนพี่แกก็มารอรับที่หน้าตึกเรียน
“ั้แ่มีแฟน นี่ไม่สนใจเพื่อนฝูงเลยนะมึง”
“เหมือนมึงแหละ กลับค่ำมืด”
ไอ้เต้ทีมึงไปหาแฟนทุกวันกูยังไม่บ่น
“มึงดูแลพี่เขาให้ดีนะ อย่าทำพี่เขาเสียใจนะ”
ไอ้ดีนมึงเป็เพื่อนกูหรือเป็เพื่อนพี่มัน ดูไม่ได้ห่วงกูเลย
“ไปได้แล้วเดี๋ยวพี่เขารอนานดูแลไอดอลกูดีๆนะ”
ไอ้เต้ ทีงี้แหละไล่กู ถ้ากูทำพี่มันโกรธพวกมึงคงเลิกคบกูเลยสิ
“วันนี้มึงอยากกินอะไร”
พี่มันถามผมขณะที่นั่งอยู่ในรถกัน
“กูอยากกินก๋วยเตี๋ยวหน้ามอ”
“เอาสิ”
พี่มันไม่เคยขัดกูเื่กินเลยซักครั้งตามใจกูตลอด
เหลืออีก 2อาทิตย์จะสอบปลายภาค ่นี้อาจารย์ไม่ค่อยสั่งงานมากนักผมกับเดอะแก็งค์ก็เริ่มจะติวหนังสือกันบ้างแล้ว สถานที่ติวก็คือห้องผมเองโดยผมจะมีลูกศิษย์คือไอ้เต้และไอ้ดีน
“ไอ้ดีน ทำไมมึงผิดจุดเดิมตลอดเลยวะ”
“ก็กูจำไม่ได้อ่ะ”
“ไอ้เต้มึงก็เหมือนกันกูพูดไปร้อยรอบแล้วสัด”
“เออ กูก็ได้ยินมาร้อยรอบแล้วแต่กูจำไม่ได้ไง จะให้กูทำไง”
“…เออ กูผิดเอง”
“เฮ้ย ไอ้มีน กูขอโทษ มึงไม่ผิดหรอก”
ไอ้ดีนหน้าหงอยเหมือนหมาอดอาหารเม็ด
“กูผิดเองที่มาครบพวกมึงเนี่ย”
“…สัด/เชี่ย”
แล้วผมก็หน้าด้านสอนพวกมันสองตัวต่อไปเรื่อยๆเดี๋ยวพวกมันคงจำได้บ้างหรอก
และแล้ววันสอบก็มาถึง แต่ละคนหน้าดำคร่ำเครียดขอบตาดำเหมือนหมีแพนด้ากันทุกคน ปี สอบกัน3 วัน วันนี้ผมตื่นแต่เช้าแพราะมีสอบ 8 โมง ไอ้พี่ปืนไม่ได้มารับ เพราะมันสอบบ่ายเลยต้องอาศัยไอ้เต้อย่างเคย ข้อสอบไม่ได้ยากมาก ดูได้จากแต่ละคนเดินออกมาจากห้องสอบด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้น
“เป็ไงพวกมึงทำได้รึเปล่า”
“ง่ายเป็ขี้ กูได้เอแน่นอน”
ไอ้ดีน อย่างมึงได้เอ กูคงได้ 3เอเหมือนถ่านไฟฉายแหละ
“เออ โคตรง่ายอ่ะ ไม่เห็นต้องติวเลย”
“เออ งั้นวันนี้ก็ไม่ต้องติว เพราะพวกมึงทำได้”
“ไม่ได้ๆ พรุ่งนี้วิชายากช่วยพวกกูหน่อยนะคร๊าบ ไอ้มีนคนหล่อ”
พูดอย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย
แล้วเราก็เตรียมเข้าสอบต่ออีก 1 วิชาวันนี้พวกผมมีสอบ 2 วิชา ่บ่าย
“เย้ สอบเสร้จแล้วโว้ย”
ไอ้ดีนะโร้องดีใจ กูล่ะอายเกิ๊น
“ไปแดกข้าวกัน พอสอบเสร็จหิวฉิบหาย”
ก่อนสอบไอ้เต้มันกินข้าวไม่ค่อยลงตอนนี้เลยบ่นหิว
“เออๆ ไปกินข้าวกัน”
ผมก็ชักเริ่มหิวแล้ว
วันนี้ไอ้พี่ปืนมันไลน์มาบอกว่ามีสอบถึงเย็นผมกะว่ากินข้าวเสร็จจะกลับไปนอนเล่นเกมซักหน่อย ่นี้ไม่ค่อยได้เจอกันแต่ก็มีคุยไลน์บ้างแต่ก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมากมาย
“ไอ้เต้มึงไม่ออกไปไหนเหรอ”
ผมถามมันขณะที่นอนไถมือถืออยู่เรานัดกันว่าอีก 2 วันจะกลับบ้านเพราะปิดเทอมยาว
“ไปเดี๋ยวกูจะออกไปรับพี่ออมแล้วไปกินข้าวกัน แล้วมึงอะ”
“ไม่รู้”
“แล้วพี่ปืนไม่ชวนมึงไปไหนเหรอ”
“ไม่รู้พี่มัน มันยังไม่ไลน์มา”
“แล้วมึงกับพี่ปืนนี่ยังไงเนี่ยเห็นไม่ต่างกันกับตอนที่ยังไม่เป็แฟนกันเลย”
“ยังไง”
“ก็กูเห็นมึงไปกินข้าวเย็นกันแล้วก็กลับ”
“หือ แล้วมึงจะให้กูทำยังไง”
“ก็…มึงไม่ไปค้างกับพี่เขาเหรอ”
“ห้องกูก็มีป่ะ กูก็นอนห้องกูดิ”
“ที่มึงขอพี่เขาเป็แฟนนี่ เพื่ออะไรวะ”
“อยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว กูมีการพัฒนานะเว้ยคราวก่อนกูเลี้ยงข้าวพี่มันด้วย”
“…”
“มึงเงียบไมอ่ะ”
“กูไม่รู้ว่าจะด่ามึงยังไงดีเลย”
แล้วมันก็ส่ายหน้าพร้อมกับทำหน้าเอือมระอากูผิดเหรอ กูผิดอะไร ? กูงง
หลังจากไอ้เต้ไปหาพี่ออมไอ้พี่ปืนก็ไลน์มาหา บอกว่าอยู่ข้างล่างให้ลงไปหา
“มีไรอ่ะ”
พี่มันยื่นถุงใส่ของกินให้
“วันนี้กูต้องกลับบ้าน”
“อืมๆ ขอบคุณ”
“มึงกลับบ้านวันไหนนะ”
“วันจันทร์เช้า พร้อมไอ้เต้”
“ที่กูเคยบอกว่าจะสอนขับรถมึงยังจะเรียนมั้ย”
“อ่า เรียนดิ”
“งั้นพรุ่งนี้เช้ากูมารับ”
“โอเค”
พี่มันแวะมารับผมแต่เช้าเราไปหัดขับรถในมอกัน ่นี้ปิดเทอมเลยทำให้มีรถไม่มาก
“มึงมองทางสิ ไม่ใช่มองที่ตีน”
“เอ๊า กูจำไม่ได้ว่าคันเร่งอยู่ตรงไหน”
“เลี้ยวซ้ายๆ จะชนต้นไม้แล้ว”
“กูเลี้ยวอยู่”
เป็อย่างนี้มาซักพักแล้วครับเหนื่อยฉิบหาย หมายถึงเถียงกันเหนื่อยนะ เมื่อก่อนพี่ธันมันก็สอนผมขับตอนสอนก็จะกินหัวผมแบบนี้แหละ แต่ผมก็กินหัวมันกลับ สรุป กูก็ยังขับไม่เป็ ผมเคยหัดขับแล้วเลี้ยวลงคูน้ำแล้วถอยรถขึ้นมาไม่ได้แล้วผมก็เลยทิ้งรถเดินกลับบ้านแม่งเลย
“บังคับพวงมาลัยให้ตรงๆ”
“กูก็ทำอยู่เนี่ย”
“อืมๆ แบบนั้นแหละ”
“ตื่นเต้นฉิบหายเลยว่ะพี่มึง”
“เลี้ยวขวา ช่ายๆ แบบนั้นแหละ”
“เฮ้ยพี่มึงกู ขับได้แล้ว”
“อืม ดีแล้วอย่างนั้นและ ขับไปเรื่อยๆ”
และแล้วผมก็ขับได้แต่เป็เกียร์ออโต้นะ ไม่รวมเกียร์กระปุก แต่ที่บ้านผมสิมีทั้ง 2 แบบต้องไปหัดขับแบบเกียร์กระปุกอีก
“วันนี้พี่มึงอยากกินอะไร เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง”
“กลางวันไปกินหน้ามอก่อน แล้วเย็นเดี๋ยวไปบ้านกู”
“หืม ไปทำไมอ่ะ”
“ตอนเย็นไปกินข้าวกับพ่อกู”
“…กูไม่ไปอ่ะ”
“ทำไม”
“แล้วทำไมกูต้องไป”
“กูจะพามึงไปให้รู้จักกับพ่อกู”
“เอ่อ ไว้คราวหน้าเถอะ วันนี้กูยังไม่พร้อม”
ผมยังไม่พร้อมจริงๆนะเราเป็ผู้ชายทั้งคู่ แล้วพ่อของพี่มันจะว่าไงอ่ะ
“…”
“กลับเหอะ กูไม่อยากกินข้าวแล้ว”
“ที่มึงขอกูเป็แฟน มึงคิดจริงหรือมึงแค่สับสน? ”
“กู…”
ผมตอบพี่มันไม่ถูก แต่ผมก็ชอบพี่มันนะแต่ไม่รู้สิ เหมือนจะยังไม่แน่ใจ
“กูใช่หรือไม่ใช่สำหรับมึง ?”
หน้าตาพี่มันเพิ่มระดับความโหดขึ้นเป็ 10 เท่า ซึ่งมันทำให้ผมไม่กล้าที่ตอบไปว่าผมอาจจะสับสนเพราะอาจจะตายศพไม่สวยเท่าไร ผมอยากขอเวลาอีกซักนิดเท่านั้นเอง
“…”
หลังจากนั้นพี่มันก็ไม่ได้ถามอะไรผมต่อเรานั่งเงียบกันมาในรถ พี่มันไม่ได้พูดอะไรอีกเลยผมก็ขึ้นห้องโดยไม่ได้พูดอะไรเหมือนกัน
หลังจากวันที่ผมปฏิเสธที่จะไปบ้านพี่มันไปเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก หรือมันจะเป็แบบนี้ไปเรื่อยๆ ? หรือ พี่มันจะไม่โทรหาผมอีก ผมลองโทรหาพี่มัน แต่ไม่มีใครรับสายหลังจากนั้นผมก็โทรไปหลายครั้ง แต่พี่ปืนก็ไม่รับสาย
ผมรู้สึกแย่มากอยากเจอพี่มัน อยากคุยด้วย ไม่อยากให้เป็อย่างนี้เลยวันอาทิตย์ทั้งวันผมได้แต่นอนคิด ว่าจะทำยังไงดี จะไปหาพี่มันมั้ยแต่ก็กลัวพี่มันโกรธ กลางคืนนอนไม่หลับเลย
วันจันทร์ตอนเช้าผมเตรียมตัวกลับแล้วก็ลองโทรหาอีกแต่มันปิดเครื่อง พี่มันคงไม่อยากเจอผมแล้วมั้ง แล้วไง ใครแคร์ผมก็จะไม่โทรหาพี่มันแล้ว
“มึงเป็อะไรไอ้มีน ทำหน้าเหมือนตูด”
หน้าคนเหมือนตูดได้เหรอ มึงก็พูดเวอร์
“เปล่า กูง่วง”
ผมก็ทำท่าจะนอน จริงๆแล้วไม่ได้ง่วงหรอกตอนนี้รู้สึกในใจมันแปลกๆ รู้สึกว่ามันไม่ปกติซักเท่าไร
“นี่มึงบอกพี่ปืนรึยังว่าจะกลับบ้าน”
“ทำไมต้องบอก”
“เอ๊า เป็แฟนกัน มันก็ต้องบอก”
“กูโทรหาพี่มันแล้วมันไม่รับ จริงๆแล้วกูกับพี่มันทะเลาะกันนิดหน่อย”
“ก็ถ้าพี่เขาไม่รับ มึงไม่ลองวิธีอื่นโทรหาพี่แทนก็ได้”
“…”
แล้วผมก็โทรหาพี่แทนพี่แทนแกบอกว่า ตอนแกโทรหาพี่มันก็ไม่รับ แต่พี่แกก็ไม่แปลกใจอะไรเพราะไอ้พี่ปืนก็เป็แบบนี้อยู่บ่อยๆ
“งั้นไปหาพี่เขาที่คอนโดดิกูว่าแวะบอกพี่เขาหน่อยก็ดี”
“อืม เอางั้นก็ได้”
ผมไปง้อก็ได้วะ ตอนขอเป็แฟนยังทำได้เลย
แล้วไอ้เต้ก็พาผมไปที่คอยโดไอ้พี่ปืนให้เ้าหน้าที่เคาน์เตอร์โทรไปก็ไม่รับสาย แต่เ้าหน้าที่ยืนยันว่าอยู่ห้องไม่เห็นออกไปไหน ผมกังวัลใจ ขอขึ้นไปที่ห้องพร้อมไอ้เต้
‘ก๊อกๆ’
“พี่ปืน”
‘ก๊อกๆๆ’
“พี่ปืนครับ ผมเต้นะ พี่อยู่มั้ย”
เงียบ ไม่มีเสียงอะไรเลย ผมใจคอไม่ดีแล้วหรือว่าพี่มันจะป่วย ทำไงดีว่ะ
‘ก๊อกๆ’
“พี่ปืนอยู่มั้ย”
ผมะโถามไปบ้างผมเตรียมะโถีบประตูแล้วนะ แต่ได้ยินเสียงมีคนเดินมาที่ประตู แล้วก็เปิดมันออกพี่ปืนอยู่ในสภาพ เสื้อกางเกงบอล ผมเผ้ารุงรัง ไม่ได้โกนหนวดเลย หน้าตาแดงมากพี่มึงอาบน้ำป่ะเนี่ย
“… พี่เป็อะไรรึเปล่า”
ผมถามไอ้พี่ปืนที่ตอนนี้หมดสภาพไอดอลของไอ้เต้มันเลย
“มึงมาทำไม”
พี่มันถามด้วยสีหน้าไร้อารมณ์สายตาที่มองผมมันเหมือนกับวันแรกๆที่เราเจอกัน
“พี่ไม่สบายเหรอ ไปหาหมอมั้ย ผมพาไป”
เสียงผมสั่นเลย สงสารพี่เขามากแต่เป็เพราะผมรึเปล่าที่ทำให้พี่ปืนเป็อย่างนี้
“ไม่ต้อง พวกมึงกลับไปได้แล้ว”
“…ไม่ ผมไม่กลับ ไอ้เต้มึงกลับไปก่อนเอากระเป๋ากูลงฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ให้หน่อย”
กูไม่กลับบ้านแล้ว ต้องคุยกับพี่มันให้รู้เื่ไม่อยากให้พี่ปืนเป็แบบนี้เลย แล้วหันไปบอกไอ้เต้
“เออ แล้วแต่มึง มีอะไรก็โทรมาแล้วกัน”
ถ้าพี่มันไม่สบายเพราะผมผมต้องรู้สึกผิดมากแน่ๆ เพราะผมที่กำลังสับสน ทำให้พูดออกไปโดยไม่ได้คิดถึงจิตใจพี่มันเลย