ไลฟ์สดทำฟาร์ม : องค์หญิงเก้าผู้นี้ขอไปใช้ชีวิตสุขสงบในชนบทกับบัณฑิตหนุ่ม

    บทที่ 37 ของขวัญจากพี่รองชิ้นนี้ช่างดียิ่งนัก

    บทที่ 37 ของขวัญจากพี่รองชิ้นนี้ช่างดียิ่งนัก

     

            “ทำไมหรือ?”

     

            เซี่ยงเฉิงหลีเม้มปาก ดวงตาสีนิลจ้องมองจี้หานลั่วอย่างจริงจัง “ฮูหยิน ผู้เฒ่าผู้แก่ในเขาหมอบเสือคาดการณ์จากประสบการณ์ ว่าปีนี้อาจจะเกิดภัยแล้ง ครั้งรุนแรงชนิดที่สิบปีจะมีสักหน”

     

            [ครูภาษาจีนไม่สอนพละ: ภัยแล้งในสมัยโบราณ หมายถึงความอดอยาก ทุพภิกขภัยจะทำให้คนตายมากมาย นำไปสู่โรคระบาด และก่อให้เกิดจลาจลได้ง่าย]

     

            หัวใจของจี้หานลั่วสั่นสะท้าน

     

            นางเคยได้ยินเรื่องภัยแล้งเมื่อสิบปีก่อนมาบ้าง

     

            ปีนั้น ครึ่งหนึ่งของแผ่นดินแคว้นเสวียนได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ผลผลิตทางการเกษตรลดลงฮวบฮาบ

     

            บางพื้นที่ถึงขั้นเก็บเกี่ยวไม่ได้เลยแม้แต่เมล็ดเดียว

     

            ราษฎรจำนวนมากกลายเป็นผู้อพยพ

     

            เกิดเหตุจลาจลขนาดย่อมขึ้นในหลายพื้นที่ของแคว้นเสวียน

     

            ชาวบ้านที่ยากจนจนไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ต้องจำใจขายลูกกิน สาวใช้ข้างกายของนางอย่างหน่ายฉาและหงโต้ว ก็ถูกขายเข้าจวนจี้กั๋วกงในปีนั้นเช่นกัน

     

            ฟังจากแม่นมเฉียนเล่าว่า ตอนที่ทั้งสองคนเข้ามาในจวนจี้กั๋วกงใหม่ ๆ ผอมโซจนหนังหุ้มกระดูก หน้าตอบจนจำเค้าเดิมไม่ได้ แม่นมกลัวว่านางจะตกใจ จึงต้องขุนให้อ้วนท้วนอยู่สองเดือน ถึงจะส่งตัวมาให้นางใช้งาน

     

            “ท่านพี่ ลำพังแค่ขุดบ่อขุดอ่างเก็บน้ำ เกรงว่าจะไม่พอนะเจ้าคะ”

     

            ยุคสมัยนี้ไม่เพียงแต่ขาดแคลนอาหาร การกักเก็บน้ำของชาวบ้านก็เป็นปัญหาใหญ่

     

            “ท่านพี่แบ่งเตาเผาอิฐออกมาสักเตาหนึ่ง ให้เร่งเผาโอ่งดินเผาขนาดใหญ่ ที่เก็บน้ำได้เยอะ ๆ เถิดเจ้าค่ะ” หากเกิดภัยแล้งขึ้นจริง การแก้ปัญหาเรื่องน้ำดื่มสำหรับคนและสัตว์ คือเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง

     

            ดวงตาของเซี่ยงเฉิงหลีเป็นประกายขึ้นมา “ฮูหยินช่างรอบคอบยิ่งนัก เพียงแต่สูตรการเผาโอ่งน้ำ คงต้องรบกวนเจ้าช่วยดูให้อีกแรง”

     

            ทั้งสองเพิ่งจะตกลงเรื่องการใช้งานอิฐชุดใหม่เสร็จสิ้น

     

            ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากที่ไกล ๆ เสียงตะโกนโหวกเหวกดังลั่นจนเซี่ยงเฉิงหลีขมวดคิ้ว

     

            “ฮูหยิน ข้าจะไปดูหน่อย”

     

            เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปใกล้

     

            ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนว่า “จับตัวไว้ ส่งให้คุณชายใหญ่จัดการ!”

     

            เซี่ยงเฉิงหลีกวาดตามองคนที่ถูกมัดกองอยู่กับพื้น แล้วถาม “จวินไค เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

     

            “พี่ใหญ่ พวกนี้ไม่รู้มาจากไหนบุกรุกเขาหมอบเสือ ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ในตัวยังพกพลุส่งสัญญาณมาด้วย ดูไม่ใช่คนดีแน่”

     

            หวู่จวินไคพูดจบ ก็ใช้เท้าเตะชายฉกรรจ์ชุดดำคนหนึ่งเข้าไปเต็มแรง

     

            “สารภาพมาซะ ดี ๆ บุกเข้ามาเขาหมอบเสือทำไม?”

     

            ชายฉกรรจ์ทำท่าทางเหมือนถูกใส่ร้าย แข็งใจโต้เถียงกลับไปว่า “พวกเราเป็นแค่พรานป่าธรรมดา ได้ยินว่าเขาหมอบเสือมีสัตว์ป่าเยอะเลยเข้ามาล่าสัตว์ กลัวจะเจออันตรายเลยพกพลุส่งสัญญาณไว้ขอความช่วยเหลือ”

     

            เซี่ยงเฉิงหลียกยิ้มมุมปาก

     

            ไม่รู้ว่าคนพวกนี้โง่?

     

            หรือเห็นว่าพวกเขาโง่เขลากันแน่?

     

            เทือกเขาแถบเขาหมอบเสือนี้ เป็นที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลเซี่ยง สั่งสมบารมีและสร้างคุณูปการมาหลายร้อยปี โฉนดที่ดินของภูเขาแถบนี้อยู่ในมือตระกูลเซี่ยงมานานแล้ว

     

            ต่อให้ตระกูลเซี่ยงจะถูกฮ่องเต้ริบบรรดาศักดิ์คืน แต่ด้วยผลงานการรบที่ตระกูลเซี่ยงทำไว้ตลอดหลายปี แม้แต่เจ้าเมืองฟูหยางยังต้องไว้หน้าตระกูลเซี่ยงถึงสามส่วน

     

            ชาวบ้านในเมืองฟูหยาง ไม่มีใครกล้าบุกรุกเขาหมอบเสือโดยไม่ได้รับอนุญาตแน่นอน

     

            หวู่จวินไคเสนอความเห็น “พี่ใหญ่ พวกนี้ไม่ซื่อสัตย์ ลากไปประหารให้หมดเลยไหม?”

     

            ดวงตาสีนิลของเซี่ยงเฉิงหลีกลอกไปมา

     

            ดูเหมือนกำลังใช้ความคิด

     

            “ท่านพี่ ช่วงนี้เรากำลังขาดแคลนแรงงานนะเจ้าคะ” จี้หานลั่วกระตุกแขนเสื้อเซี่ยงเฉิงหลีเบา ๆ พลางพยักพาวไปทางกลุ่มโจรภูเขาที่กำลังขุดอ่างเก็บน้ำอยู่ไกล ๆ

     

            อีกฝ่ายเข้าใจความหมายทันที แต่ก็ยังมีความกังวล “ฮูหยิน โจรกลุ่มนั้นยอมจำนนด้วยความสมัครใจ แต่คนพวกนี้จุดประสงค์ไม่แน่ชัด หากเก็บไว้จะเป็นภัยในภายหลัง”

     

            “ท่านพี่ ได้ยินมาว่าสองวันมานี้ ท่านหมอโจวกำลังวิจัยสูตรยาพิษขนานใหม่อยู่” จี้หานลั่วเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนกล่าวต่อ “ดูเหมือนจะน่าสนุกไม่เบานะเจ้าคะ”

     

            “หากไม่ได้รับยาแก้พิษภายในสามวัน จะปวดทุรนทุรายจนต้องลงไปนอนกลิ้งกับพื้น”

     

            เซี่ยงเฉิงหลียกยิ้มมุมปาก “จวินไค ส่งตัวพวกมันไปให้โจวฉี่ บอกเขาว่าคนงานขุดอ่างเก็บน้ำไม่พอ เราต้องการพวกที่ว่านอนสอนง่าย”

     

            “ได้เลย!” หวู่จวินไคยิ้มร่าจนคิ้วกระดก เขาเตะชายฉกรรจ์ซ้ำอีกที พลางพึมพำกับตัวเอง “ไม่รู้ว่าเก็บคนชุดนี้ไว้แล้ว จะมีใครใจดีส่งคนมาให้เราอีกไหม?”

     

            หัวหน้าชายฉกรรจ์ที่ถูกมัดอยู่ ถึงกับตัวกระตุกเฮือก

     

            เกือบจะถูกคำพูดนี้ ทำเอากระอักเลือดตาย

     

            เว่ยเซียวโจวสั่งให้เขาพาคนมาเบิกทาง ล่วงหน้ามาสืบดูตื้นลึกหนาบางของเขาหมอบเสือก่อน

     

            เขาพาพี่น้องสิบกว่าชีวิต บุกป่าฝ่าดงข้ามเขามาอย่างยากลำบาก ในที่สุดก็ก้าวเข้าสู่เขตเขาหมอบเสือได้สำเร็จ ยังไม่ทันได้เริ่มสืบอะไร ก็โดนจับรวบยกแก๊งเสียแล้ว

     

            แถมพวกมันยังค้นตัวอย่างชำนิชำนาญ ริบยันต์สื่อสารไปจนเกลี้ยงไม่เหลือซาก

     

            แต่ที่น่าโมโหที่สุดคือ

     

            ยังจะกรอกยาพิษใส่ปากพวกเขา แล้วส่งไปขุดอ่างเก็บน้ำอีก

     

            เขา เฮ่อเหวินจิ่น เกิดมาทั้งชีวิต ไม่เคยประสบความอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อน

     

            “พวกแกมันไร้คุณธรรม จะฆ่าจะแกงก็รีบลงมือ ขอให้ข้าตายสบาย ๆ หน่อยไม่ได้รึไง”

     

            “ถุย! คนที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อย่างแก มีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้องสัจธรรม?” หวู่จวินไคถีบเข้าให้อีกที แล้วหันไปสั่งลูกน้อง “หาอะไรยัดปากพวกมันซะ จะได้ไม่ส่งเสียงรกหูคุณชายใหญ่”

     

            [ชอบดูเรื่องวุ่นวาย: เชี่ย กลิ่นแรงทะลุจอ ถุงเท้าที่เพิ่งถอดออกมาแข็งโป๊กจนตั้งได้ขนาดนั้น นี่ใส่มากี่ปีแล้วเนี่ย?]

     

            [วันที่แดดออกแต่ไม่กางร่ม: สตรีมเมอร์ทำเกินไปแล้ว ฆ่าได้หยามไม่ได้ เริ่มจากเอาถุงเท้าเน่ายัดปาก ต่อด้วยกรอกยาพิษ แล้วยังบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาส ทรมานคนแบบนี้ ไร้มนุษยธรรม ตายไปศพไม่สวยแน่]

     

            [นินี่ผู้น่ารัก: เมนต์บนไสหัวไปซะ พวกแม่พระโลกสวยอย่ามาทำสะเออะ ก่อนจะทำชั่ว ก็ต้องคิดถึงผลของการถูกจับได้ไว้แล้ว คุณชายเซี่ยงของข้าทำถูกต้องที่สุด มอบรางวัล 6,666 เหรียญดวงดาว]

     

            [ไม่ดำก็แดง: ข้าว่าสตรีมเมอร์แค่ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า มีคนช่วยขุดอ่างเก็บน้ำเพิ่ม ยามภัยแล้งมาเยือนจะช่วยชีวิตคนได้ตั้งมากมาย มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]

     

            “พี่รอง เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?” จี้หานลั่วเดินกลับมาจากโรงเผาอิฐ บังเอิญเจอจี้หานซวนที่เดินจ้ำอ้าวด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ

     

            “หานลั่ว ท่านพ่อส่งจดหมายมาเร่งเป็นฉบับที่สามแล้ว ให้รีบพาหานชิงกลับเมืองหลวง” ใบหน้าของจี้หานซวนฉายแววกังวล เขาเองก็ยังไม่อยากรีบกลับไปในตอนนี้

     

            ครึ่งเดือนมานี้ ได้ร่วมฝึกฝนกับคนเก่าแก่ของตระกูลเซี่ยง

     

            วรยุทธ์ของเขารุดหน้าไปมากโข

     

            “พี่รองไม่อยากกลับหรือเจ้าคะ?” จี้หานลั่วพูดแทงใจดำ “กังวลว่าพอกลับเมืองหลวงแล้ว จะขาดช่วงการฝึกฝนหรือ?”

     

            จี้หานซวนไม่ได้เอ่ยตอบ เป็นการยอมรับโดยดุษณี

     

            จี้หานลั่วครุ่นคิด

     

            ตอนที่จี้หานซวนตัดสินใจอยู่ต่อที่เขาหมอบเสือ เขาให้กองกำลังคุ้มกันของจวนจี้กั๋วกงพักคอยอยู่ที่นี่ด้วย ค่าใช้จ่ายขององครักษ์เหล่านี้ จวนจี้กั๋วกงเป็นคนออกทั้งหมด

     

            เท่าที่นางรู้นิสัยของท่านพ่อ การยอมให้พี่รองรั้งอยู่ที่เขาหมอบเสือได้ถึงครึ่งเดือน ก็ถือว่าถึงขีดจำกัดแล้ว

     

            “พี่รอง ท่านพ่อคงร้อนใจแน่แล้ว”

     

            “เรื่องการฝึกฝน เพียงแค่จำเคล็ดวิชาและขั้นตอนให้แม่นยำ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ฝึกได้ไม่ขาดตอนหรอกเจ้าค่ะ”

     

            “เช้าพรุ่งนี้ข้าจะออกเดินทางกลับเมืองหลวง” จี้หานซวนทิ้งท้ายไว้ประโยคเดียว แล้วก็เดินจ้ำอ้าวจากไปทันที

     

            จี้หานลั่วชะงักไปเล็กน้อย “ท่านพี่ พี่รองโกรธข้าหรือเปล่าเจ้าคะ?”

     

            เซี่ยงเฉิงหลี: “...”

     

            “ไม่ใช่หรอก พี่รองน่าจะมีธุระด่วน”

     

            ต่อให้จี้หานลั่วคาดเดาไปร้อยแปดพันเก้า นางก็คิดไม่ถึงว่า...

     

            ที่จี้หานซวนรีบร้อนจากไป ก็เพื่อไปซื้อที่ดินขนาด 200 มู่ในตัวอำเภอฟูหยางให้นาง

     

            เมื่อถือโฉนดที่ดินไว้ในมือ นางถึงกับตกตะลึง “พี่รอง ที่ดินผืนนี้คงใช้เงินเก็บของท่านไปไม่น้อยเลยใช่ไหมเจ้าคะ?”

     

            สายตาของจี้หานซวนดูลอกแลกเล็กน้อยด้วยความขัดเขิน “ที่ดินผืนนี้ไม่ได้ดีอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ พื้นที่เกินครึ่งมักจะถูกน้ำท่วมขังอยู่บ่อย ๆ เลยขายได้ราคาถูก”

     

            เขาต้องไปขอยืมเงินจากเหล่าองครักษ์กว่าร้อยคน ถึงได้เงินมา 200 ตำลึง รวมกับเงินเก็บส่วนตัวอีก 300 ตำลึง ถึงจะพอซื้อที่ดินผืนนี้ได้แบบเฉียดฉิว

     

            “ของขวัญจากพี่รองชิ้นนี้ ช่างดียิ่งนักเจ้าค่ะ”

     


    คล้ายกับเรื่องไลฟ์สดทำฟาร์ม : องค์หญิงเก้าผู้นี้ขอไปใช้ชีวิตสุขสงบในชนบทกับบัณฑิตหนุ่ม ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392