ในงานหมั้นของซุปตาร์สาวกับประธานหนุ่มหล่อจากเครือวงศ์พิวัฒน์ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายในโรงแรมหรูใจกลางกรุง มีแขกรับเชิญตบเท้ามาร่วมงานอย่างล้นหลาม สาวๆ ที่มาในงานนี้ก็หวังจะได้พบกับน้องชายฝาแฝดของซุปตาร์สาวที่ยังคงความโสดอยู่จนมีข่าวเมาท์ว่าเขาเป็เกย์ แต่ตราบใดที่ยังไม่เคยมีเกย์คนไหนออกมาแฉ สาวๆ ทั้งประเทศก็ยังคงมีความหวัง
“ดาว... ไหวป่าว”
หญิงสาวที่มีรูปร่างสูงโปร่ง สวมชุดพนักงานเสิร์ฟเอ่ยถามเพื่อนรัก
“ไหวสิ วันนี้เป็งานมงคลของคุณน้ำ ใจหนึ่งเราก็มาเพื่อเงิน แต่อีกใจเราก็มาเพื่อครอบครัวของเธอ” หญิงสาวที่มีใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มสมวัยบอกกับเพื่อนสนิท
ดาว ดาราภัส พงษ์วิภา นักศึกษาที่มารับงานแคชชวลในวันนี้กับเพื่อนสนิทเพราะ้าเงินไว้ใช้จ่ายเป็ค่าอาหารและซื้อของใช้ส่วนตัว เธอและเพื่อนถึงแม้จะได้รับทุนการศึกษาจากผู้อุปการะ แต่ทว่านั่นก็เพียงพอแต่ค่าเทอม ค่าที่พักและค่าอุปกรณ์การเรียนเท่านั้น สองสาวจึงต้องหางานเล็กๆ น้อยๆ ทำเพื่อหาเงินมาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
“เธอล่ะเฟรนด์ ไหวไหม” เสียงหวานเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่ดูหน้าซีดผิดปกติ
“ไหวๆ ไม่ต้องห่วง นู่น... ไปเสิร์ฟตรงนู้นไป” จุฑารัตน์บอกเพื่อนทั้ง ๆ ที่เธอเองรู้สึกไม่ดีแบบที่ปากพูด
ดาราภัสเติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าพร้อมๆ กับจุฑารัตน์ ทั้งสองสาวเป็ทั้งเพื่อน เป็ทั้งพี่น้อง และเป็เหมือนคนในครอบครัว ถึงแม้ดาราภัสจะมีญาติพี่น้องหลงเหลืออยู่ แต่ก็ไม่มีญาติคนไหนอยากจะมานับญาติกับลูกคุณหนูตกยากอย่างเธอ
“อืม...ดูแลตัวเองด้วยนะยิ่งไม่ค่อยสบายอยู่” หญิงสาวบอกเพื่อนสนิทด้วยความเป็ห่วงก่อนที่จะเดินไปตามทางที่เพื่อนชี้ไป
ร่างระหงในชุดบริกรของโรงแรมเดินเสิร์ฟแก้วแชมเปญที่อยู่บนถาดเกือบเต็มให้กับแขกภายในงานหมั้นของบุตรสาวผู้มีพระคุณ เธอค่อยๆ เดินไปอย่างช้าๆ จนแก้วแชมเปญหมด หญิงสาวจึงเดินไปเปลี่ยนเป็แก้วน้ำเปล่ามาแทน แต่ระหว่างทางเดินกลับเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเธอบังเอิญชนเข้ากับหน้าอกหนั่นแน่นของแขกภายในงานเข้าพอดี น้ำในแก้วหกใส่เสื้อสูทสีขาว แก้วที่กำลังจะตกลงพื้นถูกมือหนาคว้าเอาไว้ได้ทัน
“ว้าย!!! ข่ะ...ขอโทษค่ะ”
เสียงหวานอุทานพลางเอ่ยออกมาก่อนที่จะเงยหน้ามองไปยังคนที่ถูกชน ใบหน้าหล่อเหลาแต่ทว่าเ็าของเขานั้นทำให้หัวใจของสาวน้อยที่ไม่เคยมีความรักเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก แต่ทว่าเขาเ็าเกินกว่าที่เธอจะหลงใหลได้ปลื้ม
“อ่ะ...เอ่อ....ไม่เป็ไรครับ ทีหลังก็ระวังหน่อยนะครับ” เสียงเ็าดังออกมาก่อนที่มือหนาจะส่งแก้วที่เกือบตกแตกให้แล้วเดินจากไป
“ผู้ชายอะไรหล่อมาก....แต่เ็าชะมัด”
เสียงหวานดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเล็กของดาราภัส พงษ์วิภาก่อนที่เสียงของเพื่อนสนิทจะดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“ดาว...เป็อะไรไหม”
เพื่อนสนิทที่มารับจ๊อบนี้ด้วยกันเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง เมื่อครู่เธอเห็นว่าเพื่อนเดินชนกับหนุ่มหล่อหน้าตาดีที่แต่งตัวคล้ายๆ กับเพื่อนเ้าบ่าว
“เกือบจะเป็ แต่ตอนนี้ไม่เป็อะไรแล้วล่ะ ไปทำงานต่อเถอะเดี๋ยวพี่นิตจะว่าเอา” ดาราภัสบอกเพื่อนสนิท จุฑารัตน์เห็นดังนั้นจึงพยักหน้าแล้วเดินไปเสิร์ฟแชมเปญต่อไป
ส่วนดาราภัสเมื่อเห็นว่าเพื่อนเดินจากไป ร่างระหงจึงเดินถือถาดพร้อมแก้วน้ำเปล่าเข้าไปเก็บ แต่ก่อนที่จะไปดวงตาคู่สวยก็ไม่วายที่จะหันไปมองที่ชายหนุ่มคนที่เธอเพิ่งเดินชนไปเมื่อครู่อีกครั้ง แต่เธอก็ต้องหลบสายตาของเขาแทบไม่ทัน เพราะเขาก็มองมายังเธอเช่นกัน
“มองอะไรนักหนาวะ แล้วเสื้อทำไมเปียกน้ำอย่างนั้น” สกาย เวหาเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่หายไปครู่เดียวพอกลับมาก็เสื้อเปียกราวกับว่าไปเล่นน้ำมา
“เปล่าไม่ได้มองอะไร... อ้อ...นี่เหรอ พนักงานซุ่มซ่ามน่ะ เดินมาชนดีที่คว้าแก้วไว้ทันไม่อย่างนั้นได้กลายเป็จุดเด่นแทนพี่ฟ้ากับพี่ซันแน่ๆ หึๆ” เขาละสายตาจากหญิงสาวคนนั้นก่อนที่จะหันมาตอบเพื่อนสนิท อีกฝ่ายมองตามสายตาของเพื่อนไปอย่างสนใจ
“สนใจเหรอ ไม่เคยเห็นมองผู้หญิงคนไหนด้วยสายตาแบบนี้สักทีหึๆ” เวหาเอ่ยถามออกมาอย่างรู้ทัน แต่มีหรือที่คนเ็าอย่างฟ้า แผ่นฟ้า นิรันนุกุล คูเวอร์จะแสดงออกมาทางหน้าตาให้เพื่อนได้จับได้ไม่ ว่าเขาแอบหวั่นไหวไปกับสาวสวยคนนั้นเสียแล้ว
“งานเสร็จกลับเลยเปล่าวะ เย็นนี้นายเข้าคลับไหม”
น้องชายของผู้เป็เ้าบ่าวพ้วงด้วยตำแหน่งเพื่อนสนิทเอ่ยถามคนที่ทำหน้าเ็าแต่ทว่าสายตากลับจ้องมองไปยังร่างระหงของสาวเสิร์ฟที่กำลังเดินไปเดินมาทั่วบริเวณงาน
“หืม... อือ...เข้าสิ”
ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาแต่ทว่าติดเ็าตอบออกมาก่อนที่จะมองไปยังเวที สกาย เวหาส่ายหน้าเพียงเล็กน้อยแต่ก็ไม่อยากจะจับผิดเพื่อน เพราะเพื่อนเขาจะชอบใครหรือสนใจใคร มีหรือที่คนอย่างฟ้า แผ่นฟ้าจะไร้ความสามารถในการได้มา ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะยังไม่เคยมีประสบการณ์ในด้านนี้เลยก็ตามที
งานหมั้นระดับประเทศผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และทางว่าที่เ้าบ่าวก็ได้ประกาศให้แขกภายในงานได้รับทราบว่าเขากับว่าที่เ้าสาวจะแต่งงานกันในเดือนหกของปีหน้า ซึ่งก็เรียกเสียงฮือฮาจากแขกและนักข่าวที่มาร่วมงานอยู่ได้ไม่น้อยเพราะระยะเวลานั้นห่างจากงานหมั้นเพียงหกเดือนเพียงเท่านั้น ไม่ใช่แค่แขกภายในงาน ว่าที่เ้าสาวก็ใเช่นเดียวกัน แต่เธอก็ยิ้มออกมาอย่างยินดี ช้าเร็วเธอกับเขาก็ต้องแต่งงานกัน เพราะเธอรู้ดีว่าการแต่งงานที่จะเกิดขึ้นนั้นเกิดจากความรักที่เขามีให้ หาใช่การแต่งงานจากการแสดงความรับผิดชอบของเขาไม่
หลังจากเสร็จงานที่โรงแรมหรู ทั้งดาราภัสและจุฑารัตน์ก็รีบกลับหอพักเพื่อไปอ่านหนังสือกันทันที สองสาวถึงแม้ว่าจะทำงานเสริม แต่ก็ไม่เคยละเลยเื่การเรียน การเติบโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำให้ทั้งสองสาวต้องต่อสู้และดิ้นรนในการใช้ชีวิตมากกว่าคนที่มีครอบครัวปกติ ดาราภัสเคยคิดน้อยใจในโชคชะตา ที่เมื่อก่อนมีครอบครัวพร้อมหน้า แต่ก็ต้องมาสูญเสียบิดามารดาไปพร้อมกันเพราะอุบัติเหตุ
เมื่อสูญเสียทั้งบิดามารดาไปพร้อมกัน ทางญาติพี่น้องก็ไม่มีใครรับเลี้ยงเธอเลย พวกเขาสนใจก็แต่เพียงทรัพย์สมบัติที่บิดามารดาของเธอทิ้งเอาไว้ให้เพียงเท่านั้น และแน่นอนพอเงินก้อนนั้นหมดไป เธอก็ได้กลายมาเป็เด็กที่อาศัยอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้า กลายมาเป็เด็กที่ไร้ญาติ กลายเป็ลูกคุณหนูตกอับไปโดยปริยาย
“เหนื่อยไหมเฟรนด์ เราว่าวันหลังเธอไม่ต้องออกไปทำงานเสริมหรอกนะ เธอไม่ค่อยแข็งแรง เราไม่อยากให้เธอต้องมาล้มป่วย” ดาราภัสเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“ไม่เหนื่อยเลยดาว อย่าห่วงเราเลยนะ เรามีกันสองคนก็ต้องช่วยกันสิ ถ้าเราไม่ไหวเราจะบอกนะ” เพราะโรคหัวใจที่ยังไร้เงินทองรักษา ถ้าอยากหายดีก็ต้องเปลี่ยนหัวใจดวงใหม่ ซึ่งนั่นคงจะเป็ไปไม่ได้สำหรับฐานะของเธอทั้งสอง
“ไปอาบน้ำก่อนเราเลยนะเฟรนด์ เดี๋ยวเราทำกับข้าวรอ” ดาราภัสบอกเพื่อนสนิทก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในครัว จุฑารัตน์มองตามเพื่อนไปจนสุดสายตา ก่อนที่ร่างบางสูงโปร่งจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
เสียงน้ำที่ไหลกระทบลงที่พื้นทำให้ดาว ดาราภัสรับรู้ว่าเพื่อนกำลังอาบน้ำตามที่เธอบอกแล้ว ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มออกมา เพราะมีกันอยู่แค่สองคน รักใคร่เหมือนพี่น้อง เหมือนคนในครอบครัว การดูแลกันและกันย่อมเป็เื่ที่สมควรทำ
หญิงสาวจัดการทำอาหารแบบง่ายๆ อย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานข้าวผัดหมูสองจานก็ถูกวางลงบนโต๊ะญี่ปุ่นขนาดเล็ก เพราะราคาห้องที่ถูกจึงทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องมีน้อยไปด้วย และส่วนมากของใช้เหล่านี้ก็เป็ของใช้ที่เธอทั้งสองคนใช้เงินส่วนตัวซื้อเข้ามา